มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๙ ข้อ ๓๒ - ๓๔




เอกัจจสัสสติกทิฏฐิ ๔(ต่อ)
[๓๒] พ.๖. อาศัยอะไร ปรารภอะไรจึงมีทิฏฐิว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง บัญญัติอัตตาและโลกว่า บางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง?
-พ. เทวดาชื่อว่าขิฑฑาปโทสิกะมีอยู่ พวกนั้นพากันหมกมุ่นอยู่แต่ในความรื่นรมย์ สติก็ย่อมหลงลืมจึงพากันจุติ(ตาย)จากชั้นนั้น ก็เป็นฐานะที่จะมีได้แลที่สัตว์ผู้หนึ่งจุติจากชั้นนั้นแล้วมาเป็นอย่างนี้(คือเป็นคน) แล้วบวชเป็นบรรพชิตอาศัยความเพียรบรรลุเจโตสมาธิตามระลึกถึงขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ในกาลก่อนนั้นได้ หลังแต่นั้นไประลึกไม่ได้ เขาจึงกล่าว
อย่างนี้ว่า พวกเทวดาผู้มิใช่เหล่า
ขิฑฑาปโทสิกะ ย่อมไม่หมกมุ่นอยู่แต่ในความรื่นรมย์ สติย่อมไม่หลงลืม จึงไม่จุติจาก
ชั้นนั้นเป็นผู้เที่ยง ส่วนพวกเราเหล่า
ขิฑฑาปโทสิกะหมกมุ่นอยู่แต่ในความรื่นรมย์ พวกเราจึงพากันจุติจากชั้นนั้นเป็นผู้ไม่เที่ยง
นี้เป็นฐานะที่ ๒ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่งอาศัยแล้วปรารภแล้ว จึงมีทิฏฐิว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง ย่อมบัญญัติอัตตาและโลกว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง.

[๓๓]พ. ๗. อาศัยอะไร ปรารภอะไรจึงมีทิฏฐิว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง บัญญัติอัตตาและโลกว่า บางอย่างเที่ยงบางอย่าง
ไม่เที่ยง?
-พ. เทวดาชื่อว่ามโนปโทสิกะมีอยู่ พวกนั้นมักเพ่งโทษกันและกันเกินควร จึงลำบากกาย
ลำบากใจ พากันจุติจากชั้นนั้น ก็เป็นฐานะที่จะมีได้แลที่สัตว์ผู้หนึ่งจุติจากชั้นนั้นแล้วมาเป็นอย่างนี้ (คือเป็นคน) แล้วบวชเป็นบรรพชิต อาศัยความเพียรบรรลุเจโตสมาธิตามระลึกถึงขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ในกาลก่อน
นั้นได้ หลังแต่นั้นไประลึกไม่ได้ เขาจึงกล่าวอย่างนี้ว่า พวกเทวดาผู้มิใช่เหล่า
มโนปโทสิกะ ย่อมไม่มัวเพ่งโทษกันและกันเกินควร เป็นผู้เที่ยง ส่วนพวกเราได้เป็นพวกมโนปโทสิกะ เป็นผู้ไม่เที่ยง
นี้เป็นฐานะที่ ๓ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่งอาศัยแล้วปรารภแล้ว จึงมีทิฏฐิว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง ย่อมบัญญัติอัตตาและโลกว่าบางอย่างเที่ยง บางอย่างไม่เที่ยง.

[๓๔] พ.๘. อาศัยอะไร ปรารภอะไรจึงมีทิฏฐิว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง บัญญัติอัตตาและโลกว่า บางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง?
-พ. บางคนในโลกนี้เป็นนักตรึก เป็นนักค้นคิดกล่าวแสดงปฏิภาณของตนตามที่ตรึกได้ตามที่ค้นคิดได้ อย่างนี้ว่า สิ่งที่เรียกว่าจักษุก็ดี
โสตะก็ดี ฆานะก็ดี ชิวหาก็ดี กายก็ดีนี้ได้
ชื่อว่าอัตตา เป็นของไม่เที่ยง ส่วนสิ่งที่
เรียกว่าจิตหรือใจหรือวิญญาณ นี้ชื่อว่าอัตตา เป็นของเที่ยง
นี้เป็นฐานะที่ ๔ ซึ่งสมณพราหมณ์พวกหนึ่งอาศัยแล้วปรารภแล้ว จึงมีทิฏฐิว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง ย่อมบัญญัติอัตตาและโลกว่าบางอย่างเที่ยงบางอย่างไม่เที่ยง.
จบเอกัจจสัสสติกทิฏฐิ ๔
หมายเหตุ
ถามตอบนี้เป็นการย่อมา
การได้อ่านฉบับเต็มจะทำให้เข้าใจความหมายได้ดีกว่านี้มากครับ
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ

โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2546 , 00:09:58 น.] ( IP = 203.113.36.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อ่านจากพระไตรปิฏกครั้งละมากๆก็ตาลาย ..ได้มาอ่านทีละตอนอย่างนี้ ค่อยๆทำความเข้าใจไปก็รู้สึกว่าตาไม่ค่อยลายค่ะ...ขอบคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 มี.ค. 2546 , 08:26:39 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org