มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


น้องกิ้ฟ น้องจุกและน้องๆไปพม่ากันไหมจ๊ะ





สวัสดีจ๊ะน้องกิ้ฟ น้องจุก น้องแก้ว น้องเล็ก น้องถ้วย เณรวัสเราไปพม่ากันไหม

ไปเรียนรู้ว่าพระพุทธศาสนาที่นั่นเป็นอย่างไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร อิอิ ดีไหมๆ

แต่น้องกิ้ฟต้องตอบคำถามพี่เณรก่อนว่า...พี่ดอกแก้วส่งใครไปเรียนที่พม่าอยู่ขณะนี้ เพราะอะไร

ตอบพี่เณรแล้วพี่เณรจะเล่าที่มาให้ฟังเย้ๆๆๆ

โดย พี่เณร [9 มี.ค. 2546 , 06:09:50 น.] ( IP = 203.107.208.225 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

พม่าเหรอคะ ไม่เคยไป...อยากไปจัง
ไปด้วยคนได้มั้ยอ่ะคะ...พี่เณร
แต่ไปจริงๆนะคะ ไม่ใช่ไปใน Web นะ
นะ นะคะ พี่เณรคนดี

โดย นุช [9 มี.ค. 2546 , 11:21:28 น.] ( IP = 203.145.27.48 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะพี่เณร.....
ไปเที่ยวพม่าหรือคะ.... น่าสนใจค่ะ
แต่ขอตอบคำถามของพี่เณรก่อนนะคะ...
บุคคลที่พี่ดอกแก้วส่งไปเรียนที่พม่า คือ พระภิกษุจำนวน ๒ รูป ไปด้วยทุนการศึกษาของพี่ดอกแก้วค่ะ
คือ
พระมหาวิสูตร วิสุทฺธิเมธี และท่านพระมหาฉลาด จกฺกวโร ไปศึกษาอยู่ที่วัดมหาวิสุตาราม อ.ปะขุกกู่ ประเทศ เมียนม่าร์
เหตุผลเพราะอะไร
เพราะความรักคือการให้ค่ะ
พี่ดอกแก้วมีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่จะให้เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย
ได้มีโอกาสรับรู้รสพระธรรมที่สุขุมลุ่มลึก สามารถนำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดแก่ตนได้จริงๆค่ะ
และสิ่งที่จะให้เกิดผลเหล่านั้นได้ก็ต้องเกิดจากการศึกษาพระอภิธรรมนี่แหละค่ะ
ประกอบกับการส่งบุคคลไปศึกษาในวิชาดังกล่าว ยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาโดยตรง
และเป็นการน้อมนำกุศลมาบูชาคุณของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร และหลวงพ่อแสวง โชติปาโลอีกด้วย ...
เมื่อได้ทราบว่าพระภิกษุทั้งสองรูปท่านมีความปรารถนาที่จะไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
จึงสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพี่ดอกแก้วที่ตั้งไว้แต่เดิมแล้วค่ะ


มีกระทู้มาให้อ่านประกอบด้วยนะคะ ที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2336

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2312


โดย น้องกิ๊ฟ [9 มี.ค. 2546 , 14:28:21 น.] ( IP = 210.1.50.46 : : )


  สลักธรรม 3

a

โดย JaY [10 มี.ค. 2546 , 02:43:43 น.] ( IP = 161.200.255.161 : : )


  สลักธรรม 4


สวัสดีครับคุณนุช พี่เณรต้องไปพม่าแน่ๆครับ แล้วจะเรียนให้ทราบล่วงหน้าก่อนไปสักหนึ่งเดือนนะครับ

แต่ตอนนี้มารู้จักกับสถานที่ที่มีพระพุทธศาสนาที่ยังมั่นคงมากพอควรก่อนนะครับไปกันเถอะครับ.


เย้น้องกิ้ฟเก่งจังจำได้ดีมากๆเลยอิอิ พี่เณรขออนุโมทนาด้วยครับไปพร้อมๆกันก่อนนะไปรู้ทัศนศึกษานะๆๆๆ..

โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2546 , 05:18:52 น.] ( IP = 203.107.211.73 : : )


  สลักธรรม 5


น้องกิ้ฟรู้ไหมว่าพระศาสนาที่พม่ามีมาอย่างไร ?

พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศพม่าในยุคใดนั้น ประวัติศาสตร์ยังเลือนลางอยู่

แต่เชื่อกันว่า พุทธศาสนาเข้ามาสู่ประเทศพม่า เมื่อคราวที่พระเจ้าอโศกมหาราช แห่งอินเดีย

ได้อุปถัมภ์การสังคยานา ครั้งที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๖ ได้มีการส่งพระสมณทูตไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแถบ ประเทศต่าง ๆ รวม ๙ สายด้วยกัน

พม่าก็อยู่ในส่วนของสุวรรณภูมิด้วย และชาวพม่ายังเชื่อว่า สุวรรณภูมิ มีศูนย์กลางอยู่ที่ เมืองสะเทิม ทางตอนใต้ของพม่า

จากประวัติศาสตร์ ได้ทราบว่า พุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในพม่าในราว พุทธศตวรรษที่ ๖

เพราะ ได้พบหลักฐานเป็นคำจารึก ภาษาบาลี นักประวัติศาสตร์ท่านหนึ่ง ชื่อว่า ตารนาถ เห็นว่า พระพุทธศาสนาแบบเถรวาทได้เข้ามาสู่เมือง พม่า ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช.


ต่อมาได้มีพระสงฆ์ฝ่ายมหายานซึ่งเป็นศิษย์ของพระวสุพันธุ ได้นำเอาพระพุทธศาสนาแบบมหายานลัทธิตันตระ

เข้าไปเผยแผ่ ในครั้งนั้น พม่ามีเมืองพุกามเป็นเมืองหลวง มีชื่อเรียกชาวพม่าว่า "มรัมมะ" ส่วนพวกมอญ หรือ ตะเลง ซึ่งมีเมืองหลวงชื่อ "สะเทิม" (สุธรรมวดี) และถิ่นใกล้เคียงรวมๆ เรียกว่า รามัญประกาศ จนพระพุทธศาสนาทั้งแบบมหายาน และแบบเถรวาทเจริญรุ่งเรืองในพม่า เป็นเวลาหลายร้อยปีนะน้องๆ...ยังมีต่อนะ..พี่เณรขอไปทานน้ำก่อนนะคอแห้งแล้ว



โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2546 , 05:29:29 น.] ( IP = 203.107.211.73 : : )


  สลักธรรม 6


ในพุทธศตวรรษที่ ๑๑ พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองในประเทศพม่าเป็นอย่างมากทั้งแบบเถรวาท และมหายาน

ก่อนหน้าที่พม่าจะมานับถือศาสนาพุทธ พม่าก็นับถือ ผีสางนางไม้ เหมือนชนชาติอื่น ๆ

ในแหลมอินโดจีนลงจนถึงอินโดนีเซีย ซึ่งชาวพม่านับถือ ผี สาง นางไม้ บูชากราบไหว้วิญญาณ หรือภูติผี ปีศาจ ซึ่งเรียกกันว่า นัต นัตนี้

เป็นทั้งพระภูมิเจ้าที่ เทพยดาธรรมชาติ ผีดิน ผีฝน ผีลม ตลอดจนเจ้าเขา เจ้าป่า เจ้าแม่น้ำ เจ้าต้นไม้ รวมทั้งเจ้าประจำหมู่บ้าน เจ้าประจำเรือน จากสงครามในครั้งนั้น สามารถรวมเอาเมืองสะเทิม ของพวกมอญ กับเมืองพุกามของพม่า

รวมเป็นอาณาจักรเดียวกันได้ พวกมรัมมะหรือ พม่า เป็นผู้ชนะได้รับเอาวัฒนธรรมของพวกมอญมาเป็นของตนเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ตัวอักษร ภาควรรณคดี และศาสนา เป็นต้น



ตั้งแต่บัดนั้นมาพม่าจึงได้เปลี่ยนการนับถือพระพุทธศาสนามหายาน มาเป็นแบบเถรวาท

แต่ก็ยังหลงเหลืออิทธิพลของความเชื่อฝ่ายมหายานอยู่บ้างไม่น้อย พระเง้า อนุรุทธทรงแลกเปลี่ยนศาสนทูตกับลังกา

ทรงนำเอาพระไตรปิฎกฉบับสมบูรณ์มาจากลังการ ๓ จบ

และนำมาชำระสอบทานกับฉบับที่ได้จากเมืองสะเทิม ทรงอุปถัมภ์ศีลกรรมต่าง ๆ

การบำเพ็ญพระราชกรณียกิจของพระองค์ ทำให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของชนชาติพม่าทั่วทั้งประเทศ กษัตริย์พระองค์ต่อ ๆ มา ก็ได้เจริญรอยพระปฏิปทาในการทำนุบำรุงพระศาสนาเช่นเดียวกับพระองค์


ส่วนศาสนาพราหมณ์ หรือฮินดูก็เสื่อมไปหมด และในระหว่างสมัยที่พุกามรุ่งเรืองนี้ พระภิกษุจำนวนมาก ได้เดินทางไปศึกษาในลังกาทวีป บางท่านไปศึกษาแล้วรับอุปสมบทใหม่ กลับมาตั้งคณะสงฆ์เถรวาทคณะใหม่ ๆ สายลังกา แยกออกไปก็มี เช่น พระจปฏะ ใน พ.ศ. ๑๗๒๕ ซึ่งทำให้มีการแข่งขันกันระหว่างสงฆ์ต่างคณะ มาเป็นเวลาประมาณ ๓ ศตวรรษพระเจ้าอโนรธามังช่อ ครองราชสมบัติได้ ๓๓ ปี เจ้าเสด็จสวรรคต เพราะถูกกระบือเผือกขวิด

เมื่อ พ.ศ. ๑๖๒๐ พระโอรสพระนามว่า จอลู ขึ้นครองราชย์แทน ได้เพียง ๒ ปี ก็ถูกปรงพระชนม์จากการกบฏ


โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2546 , 05:35:29 น.] ( IP = 203.107.211.73 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีครับพี่เณร
ไปเที่ยวพม่า ก็ดีเหมือนกันนะครับ น้องจุกเคยไปแค่ชายแดนเท่านั้นเอง

ที่พี่เณรเขียนเล่ามานั้น ดูเหมือนน้องจุกไม่คุ้นหูเลย ขอ save เอาไปอ่านอีกรอบก่อนนะครับ

ขอบคุณพี่เณรมากครับ
พักผ่อนมากๆด้วยนะครับผม

โดย น้องจก [10 มี.ค. 2546 , 10:21:56 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.86 )


  สลักธรรม 8


แม่ทัพกันชิตขึ้นครองราชย์แทน พระเจ้ากันชิต ได้แผ่อาณาเขตลงมาถึงตะนาวศรี ในสมัยนั้นชาวพุทธอินเดียได้อพยพลี้ภัยจากพวกมุสลิม และได้นำแบบแผนพุทธเจดีย์จำนวนมากเข้ามาด้วย พระเจ้ากันชิต จึงได้โปรดให้สร้างพระธาตุชะเวดากอง

ซึ่งพระเจ้าอโนรธามังช่อ สร้างค้างไว้จนเสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. ๑๖๓๔ ทรงโปรดให้สร้างอานันทเจดีย์ขึ้น จัดเป็นปูชนียสถานที่สวยงามแหงหนึ่งในพม่า.


นอกจากนั้น พระองค์ยังได้ส่งคณะทูตไปปฏิสังขรณ์พุทธวิหารที่อินเดีย นับเป็นครั้งแรกที่กษัตริย์พม่าจัดการปฏิสังขรณ์วิหารพุทธคยานี้ พระเจ้ากันชิตสวรรคต เมื่อปี พ.ศ. ๑๖๕๕ ในสมัยของพระเจ้านรปฏิสิทธุ (ครองราชย์เมื่อ พ.ศ. ๑๗๑๖) ได้ส่งสมณทูตไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในลังกา เมื่อพ.ศ. ๑๗๓๓ โดยมีพระอุตราชีวะเป็นประธาน

ครั้งนั้น ได้มีเด็กชาวมอญคนหนึ่งชื่อ ฉะบัฏ บวชเป็นสามเณรติดตามไปยังลังกา ได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในลังกา และได้อุปสมบทในลัทธิลังกาวงศ์


ต่อมาภายหลัง ได้เดินทางกลับพม่าพร้อมกับพระภิกษุอีก ๔ รูป คือ พระสิวลี พระราหุล พระตามวินทะ และพระอานนท์ ได้ตั้งนิกายใหม่ในพม่าคือ นิกายสิงหล (ลัทธิสาวกยานแบบลังกาวงศ์)

โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2546 , 14:24:43 น.] ( IP = 203.107.207.99 : : )


  สลักธรรม 9

การเกิดขึ้นของนิกายสิงหล (ลังกาวงศ์) ในประเทศพม่า

โดยพระภิกษุคุปตะ ผู้ได้รับการอุปสมบทจาก ลังกา แล้วมาเผยแผ่ในพม่า ก่อให้เกิดความขัดแย้ง

กล่าวคือ พระภิกษุนิกายสิงหลไม่ยอมรับว่า พระพม่าได้รับการอุปสมบทอย่างถูกต้อง จึงเกิดการขัดแย้งกันระหว่างพระนิกายสิงหล กับ พระนิกายมะระแหม่งของพม่า เป็นเวลานานถึง ๓ ศตวรรษ

และในที่สุด พระสงฆ์นิกายสิงหลก็เป็นฝ่ายชนะ พ.ศ. ๑๗๕๓ พระเจ้าชัยสังข์ขึ้นครองราช

ทรงให้ช่างไปถ่ายแบบปรางค์ พุทธคยาจากอินเดีย กลับมาสร้างวิหารมหาโพธิที่เมืองพุกามขึ้น

พม่ายังได้นำเอาแบบปรางค์พุทธคยามาสร้างที่เมืองเชียงใหม่ ณ ที่วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด)
พ.ศ. ๑๘๓๑ อาณาจักรพุกามได้ล่มสลาย เพราะถูกพวกกุบไลข่าน ยกทัพมาตีจีนก่อน และตีพุกามจนแตก

จนพระเจ้านรสีหปติ เสร็จหนี ทิ้งเมืองพุกามไป กองทัพมองไกล ตีพุกามได้แล้ว ก็ยกทัพกลับไป

ทางด้านพระศาสนาก็ยังคงรุ่งเรืองสืบมา อาณาจักรพุกามเป็นเมืองหลวงของพม่าอยู่ ๒๔๐ ปี ก็เสื่อมลงเมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๐

โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2546 , 14:28:09 น.] ( IP = 203.107.207.99 : : )


  สลักธรรม 10

ต่อมามีเชื้อพระวงศ์พุกามองค์หนึ่ง ได้สถาปนากรุงรัตนบุรอังวะขึ้นเป็นราชธานี เมื่ออิทธิพลของพุกามเสื่อมลง

พวกไทยใหญ่ได้รวมพวกกันรุกรานพม่าตอนเหนือ และได้สร้างเมืองใหญ่เมืองน้อยอยู่กระจายทั่วไป ในขณะนั้นก็ได้มีการสร้างอาณาจักรล้านนา

และอาณาจักรสุโขทัยด้วย ทางด้านเมืองมอญ
ในรัชสมัยของพระเจ้าธรรมเจดีย์ศรีปิฎกธร

ทรงครองราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. ๒๐๐๓ ในขณะนั้นพระสงฆ์ในเมืองมอญได้แตกแยกเป็น ๖ คณะใหญ่ มีความหย่อนยานทางข้อปฏิบัติ และขาดความเป็นเอกภาพในคณะสงฆ์

จึงทรงฟื้นฟูใหม่ด้วยการให้คณาจารย์จาก ๖ สำนักใหญ่มาประชุมกัน ขอร้องให้ไปอุปสมบทใหม่ในลังกา เพื่อให้เกิดความเสมอภาพและเป็นปึกแผ่นของคณะสงฆ์

คณะสงฆ์จาก ๖ สำนักก็เห็นชอบด้วย จึงได้เดินทางไปลังกาเพื่ออุปสมบทใหม่

โดยมีพระคณาจารย์ ๒๒ รูป พระอนุจรอีก ๒๒ รูป รวมเป็น ๔๔ รูป เดินทางไปลังกา

กษัตริย์ลังกาทรงอุปถัมภ์ด้วยดี ทรงนิมนต์พระมหาเถระชาวลังกา ๓ รูป

คือ พระธรรมกิตติ
พระวันรัต
และพระมังคละ
และสงฆ์อีก ๒๕ รูป

ทำการอุปสมบทแก่สงฆ์มอญใหม่ เมื่อกลับมาสู่เมืองหงสาวดีแล้ว พระเจ้าธรรมเจดีย์ก็ได้ประกาศราชโองการให้พระสงฆ์ทั่วแผ่นดินสึกกันหมด
แล้วบวชใหม่ กับคณะสงฆ์ที่บวชจากลังกา

โดยเรียกคณะใหม่ว่าคณะกัลยาณี

ในครั้งนั้นได้มีพระบวชในคณะกัลยาณีถึง ๑๕,๖๖๖ รูป

คณะสงฆ์เมืองหงสาวดีก็กลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง แต่ก็เพียงชั่วพระชนมายุของพระเจ้าธรรมเจดีย์เท่านั้น

เมื่อหลังการสวรรคตของพระเจ้าธรรมเจดีย์แล้ว ก็เกิดการแตกแยกกันอีก

โดย พี่เณร [10 มี.ค. 2546 , 14:38:21 น.] ( IP = 203.107.207.99 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org