มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ทรงขับนางมาร





ตอนที่ ๑ – ๑๗ อ่านที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2636


ตอนที่ ๑๘
ทรงขับนางมาร

ครั้งนั้น

พญาวัสวดีมาร มีความน้อยใจ ที่ต้องปราชัยพ่ายแพ้พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อับอายแก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ต้องยอมให้พระสิทธัตถะล่วงพ้นจากวิสัยของตนไปได้

มีใจโทมนัส จึงหนีออกจากเทวโลก ลงมานั่งในทางใหญ่แห่งหนึ่ง


ขณะนั้น

นางมารธิดาทั้ง ๓ คือ


นางตัณหา นาราคา นางอรดี

มิได้เห็นพญาวัสวดีมาร ผู้เป็นบิดาอยู่ในเทวโลก

ครั้นแลลงมาด้วยทิพพจักษุ ก็เห็นพระบิดาไปนั่งอยู่ที่ทางใหญ่ในมนุษย์โลก

นางทั้ง ๓ จึงพากันมาหาพญาวัสวดีมาร

แล้วทูลถามว่า พระบิดาทรงทุกข์ด้วยเหตุประการใด

พญามารก็แจ้งความจริงใจแก่ธิดาทั้ง ๓ นั้น

นางมารธิดาทั้ง ๓ จึงทูลว่า
พระบิดาอย่าทรงทุกข์ร้อนไปเลย

ข้าพเจ้าทั้ง ๓ จะรับอาสาไปทำพระสิทธัตถะให้อยู่ในอำนาจ

แล้วจะนำมาถวายพระองค์ให้จงได้


พญามารจึงตรัสว่า


“ ลูกเอ๋ย แต่นี้ไป ไม่มีผู้ใดจะสามารถทำพระสิทธัตถะให้อยู่ในอำนาจเสียแล้ว ”


นางมารธิดาก็แย้งว่า


ข้าพเจ้าทั้ง ๓ คงจะพันธนาการพระสิทธัตถะด้วยบ่วง มีราคะเป็นต้น ให้อยู่ได้

เพราะข้าพเจ้าเป็นสตรี จะพยายามไปผูกพระสิทธัตถะมาให้จงได้ในกาลบัดนี้

พระองค์อย่าทรงวิตกไปเลย



แล้วนางมารทั้ง ๓ ก็ทูลลาพระบิดามาสู่สำนักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ซึ่งประทับนั่งอยู่ที่ร่มไม้อชปาลนิโครธ แล้วกราบทูลว่า


ข้าแต่พระมหาสมณะ หม่อมฉันจะบำเรอพระยุคลบาทของพระองค์ถวาย

โดย ดอกแก้ว [10 มี.ค. 2546 , 15:15:08 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ครั้งนั้น

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

มิได้ทรงเอาพระทัยใส่ในถ้อยคำของนางมารธิดาทั้ง ๓ นั้น

ทั้งมิได้ทรงลืมพระเนตรขึ้นทัศนาการดูทีท่าของธิดามารทั้ง ๓

ทรงดุษณียภาพนิ่งอยู่เป็นปกติ

นางมารก็ดำริว่า

ธรรมดาบุรุษย่อมมีอัธยาสัยเสน่หาในสตรีที่มีสรีระรูปผิวพรรณสัณฐานต่าง ๆ กัน

แล้วต่างก็นิมิตเป็นนางงามต่าง ๆ แสดงท่าทางโดยมุ่งหมายจะให้เป็นที่ต้องพระทัยปรารถนา

เข้าทูลเล้าโลมดุจกาลก่อน

ครั้นเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้ทรงตรัสประการใด

ก็แสดงมายาหญิง โดยอาการพิลาศ ชำเลืองเนตร ฟ้อนรำ ขับร้อง

มีประการต่าง ๆ ทุกวิธีที่เห็นว่าจะคล้องน้ำพระทัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้

แต่ก็ไม่สามารถจะทำให้น้ำพระทัยของพระองค์ผิดปกติ



ลำดับนั้น

พระสัมพุทธเจ้าจึงออกพระโอฐขับมารธิดาว่า

“ มารธิดาเอย เจ้าจงออกไปเสียให้พ้นจากที่นี้

เจ้าจะได้ประโยชน์อะไร ในการที่มาพยายามเล้าโลมตถาคต

ด้วยทุกสิ่งที่เจ้ามุ่งหมายนั้น ตถาคตได้ทำลายเสียแล้ว

เจ้าควรจะไปประเล้าประโลมบุรุษผู้มีราคะบริบูรณ์

เมื่อตถาคตไม่มีร่องรอยอะไรเลย แล้วจะนำตถาคตไปด้วยร่องรอยอะไร

ไม่เป็นผลที่มุ่งหมายอันใดแก่เจ้าดอก จงออกไปเสีย ”


ในทันใดนั้นเอง

ด้วยอานุภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บันดาลให้ร่างกายอันงามของมารธิดาทั้ง ๓ นาง

ซึ่งไม่เชื่อฟังพระโอวาท พยายามออดอ้อนอิดเอื้อนอยู่อีก

ได้กลับกลายร่างเป็นหญิงชรา น่าสังเวช

โดย ดอกแก้ว [10 มี.ค. 2546 , 15:19:31 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 2


นางทั้ง ๓ เมื่อได้เห็นร่างกายของตนเปลี่ยนแปลงไปเช่นนั้นก็ตกใจ

พากันหนีออกจากที่นั้นโดยเร็ว และกล่าวกันว่า

เป็นความจริงดังพระบิดาของเราได้เตือนแล้วแต่แรกว่า

ไม่มีใครที่จะมาทำพระสิทธัตถะให้อยู่ในอำนาจได้แล้ว ก็อันตรธานไปจากที่นั้น



ต่อมามีพราหมณ์ผู้หนึ่ง มีนิสัยเป็นหุหุกชาติ

ชอบตวาดข่มขี่ผู้อื่นด้วยวาจาว่า หึ หึ มายังที่นั้น

ได้ทูลถามถึงพราหมณ์และธรรม อันทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ว่า



“ บุคคล ชื่อว่า เป็นพราหมณ์ด้วยเหตุเพียงเท่าไร
และธรรมอะไร ทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ ”


พระองค์ตรัสตอบว่า


“ พราหมณ์

ผู้ใดมีบาปธรรมอันลอยเสียแล้ว

ไม่มีกิเลสเป็นเครื่องขู่ผู้อื่นว่า หึ หึ เป็นคำหยาบ

และไม่มีกิเลสอันย้อมจิตให้ติดแน่นดุจน้ำฝาด มีตนสำรวมแล้ว

ถึงที่สุดแห่งเวทแล้ว มีพรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว

ผู้นั้น ไม่มีกิเลสเครื่องฟูในโลก แม้น้อยหนึ่ง

ควรกล่าวได้ว่าตนเป็นพราหมณ์ โดยธรรม ”


พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ทรงแสดงสมณะว่าเป็นพราหมณ์ และธรรมอันทำบุคคลให้เป็นสมณะว่า

เป็นธรรมอันทำบุคคลให้เป็นพราหมณ์ในพระพุทธศาสนา โดยโวหารพราหมณ์

ด้วยพระวาจานี้

โดย ดอกแก้ว [10 มี.ค. 2546 , 15:26:59 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 3



ครั้นล่วง ๗ วันแล้ว

เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิยังร่มไม้จิก

อันมีนามว่า “ มุจลินท์ ์”

อันตั้งอยู่ในทิศบูรพาหรือทิศอาคเนย์ แห่งไม้มหาโพธิ์

เสวยวิมุติสุขอยู่ ณ ที่นั้นอีก ๗ วัน

ในกาลนั้นฝนตกพรำตลอด ๗ วัน

พญานาคมีนามว่า “ มุจลินท์นาคราช ”

มีอานุภาพมาก อยู่ที่สระโบกขรณี ใกล้ต้นมุจลินท์พฤกษ์นั้น

มีความเลื่อมใสในพระศิริวิลาศ พร้อมด้วยพระรัศมีโอภาสอันงามล่วงล้ำเทพยดาทั้งหลาย

จึงเข้าไปใกล้แล้วขดเข้าซึ่งขนดกาย แวดวงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ๗ รอบ

และแผ่พังพานอันใหญ่ ป้องปกเบื้องบนพระเศียร

มิให้ลมและฝนถูกต้องพระกายพระผู้มีพระภาคเจ้า


ครั้งล่วง ๗ วัน ฝนหายขาดแล้ว

พญานาคก็คลายขนดจำแลงกายเป็นมานพ เข้าไปถวายอัญชลีเฉพาะพระพักตร์

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเปล่งอุทานวาจาว่า


“ ความสงัดเป็นสุข สำหรับบุคคลผู้มีธรรมอันเห็นแล้ว

ยินดีอยู่ในที่สงัด รู้เห็นตามความเป็นจริง

ความไม่เบียดเบียน คือความสำรวมในสัตว์ทั้งหลาย

และความปราศจากความกำหนัด คือความล่วงกามทั้งหลายเสียได้ด้วยประการทั้งปวง เป็นสุขในโลก

ความนำอัสมิมานะ คือความถือตัวออกให้หมดไปเป็นสุขอย่างยิ่ง ”


ครั้นล่วง ๗ วันแล้ว

เสด็จออกจากร่มไม้มุจลินท์ ไปยังร่มไม้เกตุ

อันมีนามว่า “ ราชายตนะ ”

อันอยู่ในทิศทักษิณ แห่งต้นมหาโพธิ์ เสวยวิมุติสุข ณ ที่นั้น สิ้น ๗ วัน

เป็นอวสาน ในกาลนั้น

โดย ดอกแก้ว [10 มี.ค. 2546 , 15:28:13 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 4



ท้าวสักกะอมรินทราธิราช ทรงดำริว่า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามิได้เสวยพระกระยาหารนับแต่กาลตรัสรู้มาได้ ๔๙ วันแล้ว

จึงได้เสด็จลงมาจากเทวโลก น้อมผลสมออันเป็นทิพยโอสถเข้าไปถวาย

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับผลสมอเสวย แล้วทรงสรีระกิจลงพระบังคม

ทรงสำราญพระกายแล้ว เสด็จเข้าประทับยังร่มไม้ราชายตนะพฤกษ์นั้น.



ในกาลนั้น


มีพานิชสองพี่น้อง ชื่อ
ตปุสสะ ๑ ภัลลิกะ ๑

เป็นนายกองเกวียน นำกองเกวียนบรรทุกสินค้า โดยมรรคาอันไกล

ปรารถนาจะไปค้าขายยังอุกกลาชนบท ในมัชฌิมประเทศ

เดินทางมาใกล้พนาสณฑ์นั้น

เทพยดาได้แนะนำให้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า

สองพานิชก็ดีใจ พักกองเกวียนไว้แล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า

มีศรัทธาเลื่อมใส ได้น้อมข้าวสัตตูก้อน สัตตูผล เข้าทูลถวายด้วย


ลำดับนั้น

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงดำริว่า

บาตรของตถาคตได้หายไปแต่เช้าแห่งวันตรัสรู้

ต้องทรงรับข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาด้วยพระหัตถ์

และครั้นได้ตรัสรู้แล้ว ก็มิได้เสวยพระกระยาหารเลย ตลอดเวลา ๔๙ วัน

บัดนี้ ควรที่ตถาคตจะรับอาหารของสองพานิช ที่น้อมเข้ามาถวายด้วยบาตร



ขณะนั้นท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ พระองค์

ได้นำบาตรเสลมัย เป็นศิลาล้วน มีสีเขียวดังเม็ดถั่วเขียวทั้ง ๔ ลูก

มาจากทิศทั้ง ๔ น้อมเข้าไปถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า

ครั้นพระองค์ทรงรับบาตรทั้ง ๔ ลูก จากท้าวมหาราชแล้ว

ทรงดำริว่า บรรพชิตไม่ควรมีบาตรเกินกว่า ๑ ลูก

และในทันใดนั้น ก็ทรงอธิษฐานประสานบาตรทั้ง ๔ ลูกนั้น เข้าเป็นบาตรลูกเดียว

แล้วทรงเอาบาตรนั้นรับข้าวสัตตูก้อน สัตตูผง ของพานิชทั้งสอง ทรงทำภัตกิจ


โดย ดอกแก้ว [10 มี.ค. 2546 , 15:29:18 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 5



เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าเสร็จการเสวยแล้ว

ตปุสสะ ภัลลิกะ พานิชทั้งสองได้กราบทูลแสดงตนเป็นอุบาสกด้วยความเลื่อมใส

ขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้ากับพระธรรมว่าเป็นสรณะตลอดชีวิต

ด้วยเวลานั้นยังไม่มีพระสงฆ์

ปฐมอุบาสกทั้งสองนี้จึงเป็นอุบาสกประเภท

เทววาจิก

คือ เปล่งวาจาขอถึงพระพุทธเจ้า และพระธรรมทั้งสองเป็นที่พึ่งที่ระลึก

ครั้นแล้วพานิชทั้งสองได้กราบทูลขอประทานปูชนียวัตถุ

คือสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำหรับเป็นที่ระลึก อภิวาทบูชาในกาลต่อไป


พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกพระหัตถ์ขึ้นปรามาสพระเศียร

ในขณะนั้น พระเกศธาตุ ๘ เส้น ได้ติดนิ้วพระหัตถ์ลงมา

พระบรมศาสดาจึงทรงประทานพระเกศาธาตุทั้ง ๘ เส้นนั้น

แก่ตปุสสะ ภัลลิกะ ปฐมอุบาสก เพื่อเป็นที่ระลึกตามประสงค์

พานิชทั้งสองน้อมรับพระเกศธาตุด้วยความเบิกบานใจอย่างยิ่ง

ได้นำบรรจุลงในผอบทองคำ แล้ววางลงบนสุวรรณภาชนะอันวิจิตร

ถวายบังคมอัญเชิญผอบพระเกศธาตุไปด้วยเศียรเกล้าของตน

นำขึ้นประดิษฐานบนเกวียน แล้วหลีกไปจากที่นั้น




โดย ดอกแก้ว [10 มี.ค. 2546 , 15:29:57 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 6

มาศึกษาต่อด้วยความเคารพค่ะ
อนุโมทนาค่ะ

โดย หมออุ๊ [11 มี.ค. 2546 , 16:40:36 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )


  สลักธรรม 7

โดย น้องกิ๊ฟ [12 มี.ค. 2546 , 20:30:02 น.] ( IP = 203.146.239.233 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org