มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไม่คบคนพาล(๑)




อเสวนา จ พาลานํ
(การไม่คบคนพาล)


อเสวนา จ พาลานํ อย่าได้คบหาสมาคมผูกสมัครรักใคร่ ไปมาหาสู่ด้วยคนพาล

ถามว่าคนอย่างไรจึงเรียกว่าพาล?

แก้ว่าคนที่ตัดเสียซึ่งประโยชน์ทั้ง ๒ คือ ประโยชน์ชาตินี้ ๑ ประโยชน์ชาติหน้า ๑


ตัดเสียซึ่งประโยชน์ชาตินี้ ๔ ประการ คือเป็นคนขี้เกียจขี้คร้านไม่ทำกิจกรรมการงานและหาวิชาความรู้ที่จะนำมาซึ่งลาภผล ๑
ไม่รักษาทรัพย์ของตนด้วยอุบายแห่งปัญญา ๑
เลี้ยงชีวิตด้วยความประมาททรัพย์ คือทรัพย์น้อยกินมาก ๑
คบคนพาลสันดานเป็นบาป ๑


ตัดเสียซึ่งประโยชน์ชาติหน้า ๕ ประการ คือ ไม่มีศรัทธาความเชื่อในคุณพระรัตนตรัย ๑
ไม่มีศีล ๕ ศีล ๘ เครื่องรักษากายวาจา ๑
ไม่มีสุตะการฟังธรรมเทศนา ๑
ไม่มีจาคะการบริจาคทานข้าวน้ำ ๑
ไม่มีปัญญาพิจารณาสังขาร ๑


ตัดเสียซึ่งประโยชน์ ๒ ประการเรียกว่าคนพาล. อีกครูทั้ง ๖ คือ ปูรณกัสสป ๑ มัคขลิโคศาล ๑ นิครนถนาฏบุตร ๑ สญชัยเลวัฏฐบุตร ๑ ปกุธกัจจายน ๑ อชิตเกสกัมพล ๑ เป็น ๖ นอกจากครูทั้ง ๖ มีพระเทวทัตต์และพระโกกาลิก เป็นต้น ก็เรียกว่าคนพาลทั้งสิ้น.

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:23:45 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

คนพาลมีอาการ ๓ คือ ลักขณะ ๑ นิมิต ๑ อปทาน ๑

ลักขณะนั้นได้แก่ มโนทุจริต ๓ คือ อภิชฌา ความเพ่งเล็งลักของเขา ๑ พยาบาท ความโกรธผูกเวรแช่งด่า๑ มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิดจากพระพุทธศาสนา ๑

นิมิต นั้นได้แก่วจีทุจริต ๔ คือ มุสาวาท กล่าวล่อลวงอำพรางผู้อื่น ๑ เปสุญญาวาจ กล่าวส่อเสียดยุยงให้เขาแตกร้าว ๑ ผรุสวาจ กล่าวคำหยาบมีด่าพ่อแม่เป็นต้น ๑ สัมผัปปลาปวาจ กล่าวเรื่องราวไม่มีประโยชน์ ๑

อปทานนั้น ได้แก่กายทุจริต ๓ คือ ฆ่าสัตว์ที่มีชีวิตให้ตาย ๑ ลักของเขามาเป็นของตัว ๑ ล่วงประเวณีในสตรีที่เขาหวง ๑.

คนพาลย่อมมีชีวิตอยู่ด้วยโมหาอวิชชา ไม่แสวงหาประโยชน์ชาตินี้ชาติหน้าและประโยชน์อย่างยิ่งคือพระนิพพาน เพราะเหตุนั้น พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า การที่ไม่คบคนพาลจัดเป็นมงคลอันประเสริฐ ถ้าคบคนพาลแล้วก็เป็นอัปมงคล ให้เกิดความฉิบหายในชาตินี้และชาติหน้า

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:30:07 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 2

กุมารคบโจร


คบคนพาลฉิบหายในชาตินี้ ดังนิทานมีมาว่า ยังมีกุมารคนหนึ่ง บิดามารดาว่ากล่าวสั่งสอนไม่ได้ จึงขับไล่เสียจากบ้านเรือน กุมารนั้นก็ไปคบเพื่อนที่เป็นพวกโจรพากันกระทำโจรกรรมต่างๆ มีปล้นและฆ่าเจ้าของบ้าน และเที่ยวปล้นอยู่ที่หนทางกันดาร แย่งชิงเอาซึ่งเกวียนและวัวควาย บางทีฆ่าเจ้าของตายเก็บเอาทรัพย์ไปปันกัน โจรทั้งหลายพากันกระทำเช่นนั้นมาช้านาน จนการณ์รู้ถึงพระมหากษัตริย์ พระองค์จึงทรงตรัสให้อำมาตย์ไปจับโจรอันร้ายกาจฆ่าเสียให้ประลัย ราษฎรจะได้มีความสุขใจไม่เร่าร้อน อำมาตย์รับพระราชโองการ ไปกับด้วยบริวารเพื่อจะจับซึ่งโจร โจรก็พากันหนีไปอาศัยที่ราวป่า อำมาตย์กับพวกโยธาไปเที่ยวแสวงหา พบโจรทั้งหลายก็จับฆ่าตายทั้งสิ้นกุมารนั้นก็พลอยตายด้วยพวกโจร เพราะคบคนพาลให้เกิดความฉิบหายในโลกนี้.

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:32:53 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 3

พระเจ้าอชาตศัตรูคบพระเทวทัต



คบคนพาลให้เกิดความฉิบหายในโลกหน้า เหมือนพระยาอชาตศัตรูกับพระเทวทัต เทวทัตเป็นคนพาลสันดานหนา เป็นคู่สร้างเวรกรรมแก่พระพุทธเจ้าของเรา เทวทัตเกิดมาเป็นศากยราชร่วมพระวงศา ครั้นออกบรรพชาก็ได้ซึ่งฌานโลกีย์ มีความยินดีในลาภสักการะ พระเทวทัตเข้าสู่ฌานทำปาฏิหาริย์เหาะไปในอากาศไปทรมานพระยาอชาตสัตตุราชในเมืองราชคฤห์ พระยาอชาตศัตรูได้เห็นปาฏิหาริย์ของพระเทวทัตก็มีพระทัยโสมนัส ถวายตัวเป็นโยมอุปัฏฐาก พระเทวทัตก็มีลาภมาก จึงสั่งสอนพระยาอชาตสัตตุราชให้ฆ่าบิดาจะได้ครองราชสมบัติพระยาอชาตศัตรูก็รับคำพระเทวทัตทุกประการ


อยู่มาวันหนึ่ง พระยาอชาตศัตรูเหน็บกริชสำแดงฤทธิ์เข้าไปในวัง อำมาตย์จับไว้แล้วก็ไต่ถามแสดงความว่า จะเอาสมบัติ พระยาพิมพิสารบรมกษัตริย์ก็ยกให้พระยาอชาตศัตรูเมื่อได้สมบัติแล้ว จึงมาบอกแก่พระเทวทัตว่า ความปรารถนาของข้าพเจ้าสำเร็จแล้ว บิดาทรงพระกรุณามอบสมบัติให้ พระเทวทัตจึงกล่าวว่า มหาบพิตรทำการอย่างนี้ จะว่าสำเร็จกิจมาแต่ไหนเปรียบอุปไมยเหมือนขังสุนัขไว้ในกลอง สุนัขมันแสบท้องมันก็จะกัดหนังกลองออกมาฉันใด สมบัติที่บิดายกให้ ท่านโกรธขึ้นมาเมื่อไร ท่านก็จะเอาคืนไปเสียเมื่อนั้นอาตมาเห็นว่าฆ่าเสียให้ตายนั้นแหละสมบัติจึงจะเป็นสิทธิ์แก่มหาบพิตรแท้


พระยาอชาตศัตรูได้ฟังพระเทวทัตว่าดังนั้น จึงตรัสว่า ข้าแต่พระอาจารย์ ข้าพเจ้าไม่อาจฆ่าด้วยอาวุธศัสตราได้ พระเทวทัตจึงว่ามหาบพิตรไม่ต้องฆ่าด้วยศัสตรา จับขังไว้ในเรือนจำให้อดข้าวอดน้ำไม่ช้าก็จะตาย พระยาอชาตสัตตุราชนั้นรับคำพระเทวทัตแล้ว ก็รับสั่งให้จับบิดาไปขังไว้ในเรือนจำ ไม่ให้ใครไปมาหาสู่เว้นแต่พระมารดาของเรา

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:40:59 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 4

ครั้งนั้นพระอัครมเหสี มีความกตัญญูแก่พระราชสามีชื่อว่าพิมพิสาร จัดอาหารใส่ขันทองคลุมด้วยผ้าห่มนอน ซ่อนเข้าไปถวายแก่พระราชสามี พระองค์ก็ทรงยินดีเสวยซึ่งอาหาร ยังชีวิตสังขารให้เป็นอยู่ พระยาอชาตศัตรูรู้ซึ่งเหตุ จึงห้ามมิให้พระมารดาห่มคลุมผ้าเข้าไป ครั้งนั้นไซร้ พระราชเทวีผู้ฉลาด นำอาหารไปด้วยฉลองพระบาทเข้าไปถวายแก่พระราชสามี พระองค์ทรงเสวยยังชีวิตให้ยังอยู่ พระยาอชาตศัตรูสืบรู้จึงห้ามพระมารดาไม่ให้ใส่ฉลองพระบาทเข้าไปหาพระยาพิมพิสาร พระนางเจ้าจึงเอาอาหารอันมีรสมาเคล้าขยำบดทาพระกายนาง ห่มพระภูษา ผ้าสไบบางเข้าไปเฝ้าพระสามี พระองค์ก็ทรงยินดี ลิ้มเลียด้วยความอด ด้วยอำนาจจตุมธรสก็ยังชีวิตให้เป็นไป


พระยาอชาตศัตรูรู้ว่าพระมารดาทำดังนั้นไซร้ จึงตรัสห้ามพระมารดาไม่ให้ไปเป็นอันขาด ครั้งนั้นสมเด็จพระนางนาถราชมารดาก็ทรงโศกาอยู่แต่ภายนอกว่า ข้าแต่พระยาพิมพิสารผู้เป็นราชสามี ตั้งแต่วันนี้ไปเบื้องหน้า จะไม่ได้เห็นพระภัสดาสืบต่อไป นับแต่จะไกลไม่มีกำหนด ราวกับว่าพระจันทร์ดับลับบรรพตเขาพระสุเมรุธร โทษานุโทษอันใดที่ข้าพเจ้าทำผิดมาแต่ก่อนด้วยกายวาจาใจ ขอพระองค์จงให้อภัยแก่เกล้ากระหม่อมฉันในวันนี้ ถึงพระองค์จะทรงดับพระอินทรีย์ เกล้ากระหม่อมก็มิได้เห็นพระองค์แล้ว ขอพระทูลกระหม่อมแก้วจงให้อภัยโทษเกล้ากระหม่อมผู้อัครชายาในกาลบัดนี้


ครั้งนั้น พระยาพิมพิสารไม่มีอาหารจะเสวยแล้ว พระองค์ก็ทรงเดินจงกรมเจริญพระพุทธคุณเป็นอารมณ์ มีปีติอันอุดมเลี้ยงพระกายอินทรีย์ มีวรรณะฉวีผ่องใส จึงรู้ขึ้นไปถึงพระยาอชาตศัตรูว่าพระบิดามีชีวิตอันเป็นอยู่ด้วยอาการที่เดินจงกรม จึงรับสั่งให้ช่างโกนผมเอามีดโกนที่คมไปผ่าฝ่าพระบาททั้งสองซ้ายขวา แล้วให้ทาด้วยน้ำเกลือ พระยาพิมพิสารก็เสวยทุกขเวทนา ก็ทำกาลกิริยาตายไปตามยถากรรม

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:43:29 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 5

ครั้งนั้น มีเหตุเกิดขึ้น ๒ เรื่อง คือ พระยาพิมพิสารสวรรคต ๑ พระราชโอรสประสูติจากครรภ์มารดา ๑ เมื่อเหตุทั้งสองบังเกิดขึ้นดังนี้ อำมาตย์ทั้งสองก็มาคอยทูลคดีคนละเรื่อง อำมาตย์ทั้งสองจึงปรึกษากันว่า เราจะทูลเรื่องตายก่อนหรือๆ จะทูลเรื่องเกิดก่อน อำมาตย์ผู้หนึ่งจึงว่าควรจะทูลเรื่องเกิดก่อน เพราะเรื่องเกิดเป็นมงคล เมื่อปรึกษากันแล้วก็พากันคอยอยู่ ครั้นพระยาอชาตศัตรูเสด็จออกมา อำมาตย์ผู้หนึ่งก็ทูลเรื่องพระราชโอรสประสูติจากครรภ์พระราชเทวี พระองค์ได้ทรงฟังก็มีความยินดีรักใคร่ ปีติบังเกิดแผ่ไปตามเส้นโลมา จึงคิดถึงคุณพระบิดาว่าท่านจะรักเราเหมือนเช่นนี้ จึงรับสั่งถามถึงพระราชบิดาว่าเป็นสุขดีหรือเจ็บไข้ อำมาตย์ทั้งสองจึงทูลขึ้นไปว่า สมเด็จพระยาพิมพิสารดับสังขารสวรรคตล่วงไปแล้ว


พระยาอชาตศัตรูได้ฟังก็เสียพระทัยทรงกันแสง มีพระทัยอันเหือดแห้งไปด้วยความโศก เพราะความวิโยคพลัดพรากจากของที่รักใคร่ เสวยไม่ได้บรรทมไม่หลับ มีพระกายอันผ่ายผอม ครั้งนั้นกุมารภัจจ์จึงพาพระยาอชาตศัตรูเข้าไปเฝ้าพระสัพพัญญูในสวนอัมพวัน ให้ทูลขออัจจโยโทษ พระองค์ก็ทรงพระกรุณาโปรดตรัสเทศนาซึ่งสามัญผลสูตร ยังพระยาอชาตศัตรูให้เลื่อมใสในคุณพระรัตนตรัยแก้วทั้ง ๓ ประการ มีพระทัยชื่นบานหรรษา เสื่อมจากความเศร้าโศกโศกาปริเทวนาการ


ตั้งแต่นั้นมาพระยาอชาตศัตรูก็มีความเชื่อในพระศาสนา สิ้นจากความเลื่อมใสในพระเทวทัต ไม่ได้ไปมาสู่หาและถวายซึ่งวัตถุทาน ครั้งนั้น พระเทวทัตก็เสื่อมลาภสักการะ จึงไปเฝ้าสมเด็จพระศาสดาจารย์ ทูลขอพระสงฆ์แก่พระพุทธองค์เพื่อจะเป็นผู้รักษาหมู่คณะ และทูลขอให้พระสงฆ์ปฏิบัติในวัตถุ ๕ ประการ คือ พึงเป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร อยู่โคนไม้เป็นวัตร ไม่ให้ฉันเนื้อปลาเป็นต้นจนสิ้นชีวิต

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:45:46 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 6

สมเด็จพระพุทธองค์ก็ไม่ทรงอนุญาต พระเทวทัตก็ผูกอาฆาตคิดฆ่าพระพุทธเจ้า ไปหานายขมังธนูให้ไปยิงพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ก็ทรงทรมานนายขมังธนูให้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา พระเทวทัตไปหานายควาญช้างให้ไสช้างที่ซับมันมาแทงพระพุทธเจ้าพระองค์ก็ทรงทรมานช้างซับมันนั้นให้เสื่อมจากพยศอันร้าย เมื่อกรรมทั้งสองนี้ไม่สำเร็จแล้ว พระเทวทัตก็มีความโกรธมาก


ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเสด็จลงจากเขาคิชฏกูฏ พระเทวทัตก็กลิ้งศิลาก้อนใหญ่ให้ทับพระพุทธเจ้าให้ตาย ครั้งนั้นก้อนศิลาทั้งสองก้อนผุดขึ้นมารองรับก้อนศิลาใหญ่ไม่ให้ถูกองค์พระพุทธเจ้าได้ในที่นั้น ครั้งนั้นสะเก็ดหินที่แตกออกมา กระเด็นไปถูกพระบาทาของพระศาสดาให้ห้อพระโลหิต พระเทวทัตกระทำซึ่งความผิดถึงโลหิตุบาท เมื่อพระเทวทัตไม่สำเร็จซึ่งอาฆาตในพระพุทธองค์จึงคิดทำสังฆเภททำลายสงฆ์แยกออกเป็นหมู่


สมเด็จพระบรมครูจึงให้พระสารีบุตรกับพระโมคคัลลาน์ ไปนำมาซึ่งพระสงฆ์ ทั้งปวง ท่านทั้งสองรับพุทธฏีกาพากันไปนำมาซึ่งพระสงฆ์ พระโกกาลิกเห็นพระอัครสาวกพาพระสงฆ์ไป จึงโกรธประหารพระเทวทัตด้วยข้อเข่าที่อก ว่าดูกรเทวทัต พระอัครสาวกพาสงฆ์ไปแล้ว พระเทวทัตถูกประหารก็รากเป็นโลหิตถึงซึ่งอาพาธเป็นไข้หนัก พระเทวทัตจึงขึ้นสู่เตียงให้ลูกศิษย์หามไปสู่เมืองสาวัตถี เพื่อจะเฝ้าพระมหามุนีผู้เป็นพระศาสดาลูกศิษย์ก็หามพาพระเทวทัตมาถึงสระโบกขรณีใกล้พระเชตวัน ขณะนั้นพระเทวทัตให้วางเตียงลงเพื่อจะไปสรงน้ำให้เป็นสุขสบาย พระเทวทัตนั่งอยู่บนเตียงหย่อนเท้าลงมาพอถึงพื้นพสุธา แผ่นดินก็สูบลงไป พระเทวทัตจึงยกมือทั้งสองขึ้นไหว้สมเด็จพระศาสดาบูชาด้วยกระดูกคาง

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:49:10 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 7

เมื่อพระเทวทัตลงไปสู่มหานรกชื่อว่าอวีจี ให้เสวยทุกขเวทนา มีเท้าทั้งสองจมลงไปในพื้นเหล็กแดงเพียงข้อเท้า มือทั้งสองจมลงไปในผนังเหล็กแดงเพียงข้อมือ ศีรษะจมเข้าไปในแผ่นเหล็กแดงเพียงข้อเท้า มือทั้งสองจมลงไปในผนังเหล็กแดงเพียงข้อมือ ศีรษะจมเข้าไปในแผ่นเหล็กแดงเบื้องบนเพียงหู หลาวเหล็กโตเท่าลำตาลแทงตั้งแต่ศีรษะลงมาตลอดเท้า ในข้างผนังทั้ง ๔ มีเหล็กเท่าลำตาลพุ่งออกมาแทงกายพระเทวทัตทะลุออกไปในท่ามกลางตรึงไว้ไม่ให้ไหว มีไฟพุ่งออกมาจากเบื้องบนเบื้องต่ำและข้างทั้ง ๔ มาประชุมกันไหม้กายอินทรีย์พระเทวทัต กายพระเทวทัตแดงดังเหล็กสุด เสวยซึ่งกองทุกข์อยู่ในอวีจี


ถามว่าเมื่อไรพระเทวทัตจะพ้นทุกข์? แก้ว่าในที่สุดแห่งภัทรกัปป์นี้พระเทวทัตจะพ้นจากอวีจี ขึ้นมาตรัสเป็นพระปัจเจกโพธิด้วยผลที่บรรพชาเป็นภิกษุในพระศาสนา แล้วก็ดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพาน.


ถามว่าพระยาอชาตศัตรูฆ่าบิดาตายจะมีโทษเป็นอย่างไร? แก้ว่าโทษที่ฆ่าบิดาตายตัดเสียซึ่งนิสัยพระโสดาในชาตินั้น แต่พระยาอชาตศัตรูรู้ซึ่งความผิดจึงให้กุมารภัจจ์พาไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสเทศนาสามัญญผลสูตร โปรดพระยาอชาตศัตรูให้รู้ซึ่งบาปบุญคุณและโทษ ครั้นจบพระสัทธรรมเทศนาก็ทูลขออัจจโยโทษ พระองค์ก็ทรงโปรดด้วยกรุณา โทษที่พระยาอชาตศัตรูฆ่าบิดา จึงได้เบาพ้นจากนรกชื่อว่าอวีจี มาตกนรกชื่อว่าโลหกุมภีที่เป็นบริวาร ครั้นที่สุดอวสานพ้นจากนรกแล้วก็จะมาตรัสเป็นพระปัจเจกโพธิได้สำเร็จมรรคผลด้วยกุศลที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอุปถัมภกยกปฐมสังคายนาและกุศลทั้งหลาย มีเชิญพระบรมธาตุไปก่อเป็นพระเจดีย์บรรจุไว้ให้เป็นที่ไหว้บูชาแก่มนุษย์และเทวดาสิ้นกาลนาน.

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:51:01 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 8

ถามว่าพระยาอชาตศัตรูจะเกิดมาฆ่าบิดานั้นรู้หรือไม่? แก้ว่ารู้เมื่อพระยาอชาตศัตรูอยู่ในท้องมารดานั้นให้อยากกินเลือดพระยาพิมพิสาร ครั้นนานมา พระยาพิมพิสารรู้เหตุจึงเอาพระขรรค์แทงลงตรงพระชงฆ์ เอาขันมารองพระโลหิตให้พระนางเจ้าทรงเสวยให้หายอยากแล้วจึงหาหมอโหรมาทำนาย โหรก็ทายว่าลูกที่อยู่ในครรภ์จะฆ่าพ่อ พระมารดานั้นให้ทาสีเหยียบนวดกวดขันหมายจะให้ครรภ์นั้นตกไป พระยาพิมพิสารได้รู้เหตุจึงทรงพระพิโรธจะลงโทษพระอัครชายา ตั้งแต่นั้นมาครรภ์ก็เจริญขึ้นจนประสูติออกมาเป็นชาย ครั้นใหญ่ขึ้นมาก็ฆ่าบิดาตายเหมือนในที่วิสัชนามาแล้วแต่หลัง


เราท่านทั้งหลายได้ยินได้ฟังมาคบคนพาลมีโทษ ย่อมตัดเสียซึ่งประโยชน์ในชาตินี้และชาติหน้าดังพระยาอชาตศัตรูและพระยาพิมพิสารอาศัยซึ่ง คนพาลจึงตัดเสียซึ่งมรรคผล ชีวิตของตนก็ถึงความตายดังบรรยายมาฉะนี้ จงมงคลที่ ๑ แต่เท่านี้ ขอความเจริญสุขสวัสดิ์จงมีแก่ท่านผู้อ่านนั้น เทอญ.


จาก มงคลสูตรแปลโดยพิสดาร ของ พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน)

โดย เบญจพร [13 มี.ค. 2546 , 11:54:27 น.] ( IP = 203.144.171.96 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์เบญจพร
ได้อ่านคำอธิบายพร้อมเรื่องประกอบเช่นดีจังเลยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [13 มี.ค. 2546 , 23:56:54 น.] ( IP = 203.170.154.100 : : )


  สลักธรรม 10

สวัสดีครับอาจารย์เบญจพร ยอดเยี่ยมเลยครับสำหรับสิ่งที่นำเสนอ พี่เณรมั่นใจว่า ใครได้รู้ผลของการเป็นคนพาลแล้วจะเกิดความหวาดหวั่นจริงๆครับ จนในมีความหวาดกลัวผลกรรมชั่วได้ถ้าบุญเดิมมาเสริมตรงพอดีครับ พี่เณรเองไม่ทำแน่ๆๆๆๆเลยครับผม

โดย พี่เณร [14 มี.ค. 2546 , 08:05:38 น.] ( IP = 203.107.203.55 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org