มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะจากห้องเสือพิทักษ์ 9 ก.พ.46 ตอนที่ 2






โยคาวจรเมื่อเห็นรูปนามเกิดเพราะปัจจัยโดยสังเขป ก็พิจารณาต่อโดยพิสดาร เมื่อพิจารณาเห็นรูปนามเกิด มีอย่างนั้นบ้าง มีอย่างนี้บ้าง ไม่เหมือนกัน

รูปนี้เกิดขึ้นเพราะวิบาก รูปนี้เกิดขึ้นเพราะเจตนากรรม ก็ไม่เหมือนกันอีก ที่เราได้มานั่งอยู่อย่างนี้ แต่ละคนนั่งไม่เหมือนกัน นั่งแล้วเมื่อยนี่เพราะวิบาก แต่พอบอกให้หันหน้าไปไหว้พระรัตนตรัย ทุกคนตั้งใจคุกเข่าสำรวม รูปนี้เกิดจากเจตนากรรม ละเอียดพิสดารเข้าไปอีก รู้ทุกระยะ แล้วจะมีตรงไหนให้วิปลาสเอาไป เพราะรู้หมด สติควบคุมการทำงานที่เป็นปกติ ไม่ใช่ค่อยๆ ทำ แล้วไม่หลงทำ มีสติทำหมด มีปัญญาล่วงรู้ทุกอย่าง ว่าเป็นรูป รูปอะไร นาม นามอะไร มนสิการรู้ตลอด โดยพิสดาร รู้เกิดขึ้น รู้ดับไป ก็รู้คนละอย่างแล้ว

ฉะนั้นด้วยอาการรู้ลักษณะ 50 ในการจำแนกอุทยัพพยญาณ ทำให้เป็นขันธ์ละ 10 คือ โดยลักษณะแห่งการเกิด 5 การดับ 5 คือ

เพราะอวิชชาเกิด รูปจึงเกิด
เพราะอวิชชาดับ รูปจึงดับ
เพราะตัณหา รูปจึงเกิด
เพราะตัณหาดับ รูปจึงดับ
เพราะกรรม รูปจึงเกิด
เพราะกรรมดับ รูปจึงดับ
เพราะอาหาร รูปจึงเกิด
เพราะอาหารดับ รูปจึงดับ
เพราะลักษณะแห่งการเกิดของรูป และ
ลักษณะของความเปลี่ยนไป


โดย ทวีพร...นำมาเสนอ [14 มี.ค. 2546 , 20:19:34 น.] ( IP = 203.170.154.40 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



ทุกวันนี้เรามีอะไรเป็นปัจจัยใหญ่ที่ให้รูปนามเกิด คำตอบคือ อวิชชา (ความไม่รู้ ไม่เห็นรูปนาม โดยขณะ คือ ขณะเกิดก็เห็นรูปนามเกิด ขณะดับก็เห็นรูปนามดับ)


ในอาทีนวญาณ

สังขารทั้งหลายเป็นกองโทษใหญ่อย่างไร เปรียบว่าสังขารทั้งหลายเหมือนป่าชัฏ แม้จะอยู่ในอาการที่รื่นรมย์ เราเข้าป่ามีพฤกษชาติมาก สวยงาม แต่ก็มีสัตว์ร้ายอยู่ในนั้น ในถ้ำก็มีเสือ ในน้ำก็มีจระเข้ จิตไม่กล้าก้าวไปไหนเลย เพราะทุกอย่างน่ากลัวหมด ความพึงพอใจไม่เกิดเพราะเห็นโทษอยู่ตลอดเวลา ปราศจากวิสัยน่ายินดี โดยรอบชีวิต

ความรู้ทั่วในญาณนี้เป็นอย่างไร คำตอบคือรู้ทั่วในภยตูปัฏฐานญาณ 15 อย่าง มีอุปาทะ คือความเกิด เป็นต้น

เพราะเหตุใด ภยญาณ และอาทีนวญาณจึงมีอารมณ์เหมือนญาณเดียวกัน เพราะภยญาณเห็นสังขารแตกดับ เป็นของน่ากลัว อาทีนวญาณเห็นสังขารน่ากลัวโดยความเป็นโทษ เช่นไฟกำลังลุก น่ากลัว วิ่งเข้าไปในกองไฟร้อน ก็น่ากลัว ประสบโทษแล้ว


สังขารที่กล่าวนี้คือ เห็นอุปาทะ คือความเกิดขึ้นเป็นภัย เห็นปวัตตะ คือความเป็นไป(ความตั้งอยู่) เป็นภัย เห็นสังขารนิมิต เป็นภัย เห็นอายูหนะ (กรรม) เป็นภัย ตราบใดยังมีกรรมอยู่ เป็นภัย เห็นปฏิสนธิเป็นภัย และอีก 10 อย่าง คือ คติ นิพพันติ อุปัตติ ชาติ ชรา พยาธิ โสกะ ปริเทวะ มรณะ อุปายาส รวม 15 อย่าง เห็นเป็นภัยหมด 5 อย่าง ข้างต้น เป็นวัตถุคือที่อาศัยของอาทีนวญาณโดยตรง 10 ข้อหลังเป็นไวพจน์ของธรรม 5 ข้อแรก

โดย ทวีพร...นำมาเสนอ [14 มี.ค. 2546 , 20:23:09 น.] ( IP = 203.170.149.157 : : )


  สลักธรรม 2



อานิสงส์ (ผล) ของอาทีนวญาณ (เมื่อเห็น 5 อย่างข้างต้นนั้นแล้ว) มี 5 อย่าง คือ
1. เห็นความไม่เกิด
2. เห็นความไม่ไป
3. เห็นความไม่มีนิมิต
4. เห็นความไม่มีกรรม
5. เห็นความไม่ปฏิสนธิ


เห็นทั้ง 5 อย่างนี้ว่าเป็นสุขแล้ว จัดว่าเป็นญาณในสันติบท คือรู้ภัย 5 รู้หมดภัย 5 ชื่อว่ารู้ญาณ 10 โยคาวจรย่อมไม่หวั่นไหวต่อทิฏฐิต่างๆ แล้ว เพราะความเป็นผู้รู้ ฉลาดในญาณ 2 พวกนี้ เช่น รู้เกิดเป็นภัย รู้ไม่เกิดเป็นสุข ไม่มีใครมาสั่นคลอนทิฏฐิ ให้วิบัติได้แล้ว

โดย ทวีพร...นำมาเสนอ [14 มี.ค. 2546 , 20:24:53 น.] ( IP = 203.170.149.157 : : )


  สลักธรรม 3



นิพพิทาญาณ

โยคาวจรเห็นสังขารเป็นโทษและเบื่อหน่าย เห็นโทษโดยความเป็นโทษย่อมเบื่อหน่าย อึดอัด ไม่ยินดีในสังขารที่แตกดับ ในภพ 3 กำเนิด 4 วิญญาณฐีติ 7 สัตตาวาส 9 เป็นความเบื่อหน่ายเพราะจิตเกษมเกิดขึ้น จากอานิสงส์ 5 ข้อในอาทีนวญาณ ไม่มีใครมาทำให้ทิฏฐิเปลี่ยนแปลงได้ จิตสงบและอุดมไปด้วยความรู้ ผู้ผ่านแล้ว ยังไงก็นึกออก เป็นเรื่องที่เกิดและรู้เฉพาะตนจริงๆ



ญาณนี้ว่าโดยอรรถ เป็นอย่างเดียวกันกับ 2 ญาณก่อนหน้านี้ พระโบราณาจารย์ ท่านกล่าวว่าได้ ภยตูปัฏฐานญาณ ชื่อว่าได้ 3 ญาณเพราะเห็นสังขารโดยความน่ากลัว ชื่อว่า อาทีนวานุปัสสนา เพราะอรรถว่ายังโทษให้แก่สังขารและทำให้ทุกข์เกิดขึ้น ชื่อว่า นิพพิทานุปัสสนา ทำให้ความเบื่อหน่ายเกิดขึ้น เบื่อหน่ายในสังขารทั้งหลาย (3 ญาณนี้มีอรรถอย่างเดียว พยัญชนะเท่านั้นที่ต่างกัน)


โดย ทวีพร...นำมาเสนอ [14 มี.ค. 2546 , 20:27:50 น.] ( IP = 203.170.149.157 : : )


  สลักธรรม 4




มุญจิตุกัมมยตาญาณ ใคร่ที่จะหลุดพ้น ผู้ปฏิบัติเบื่อหน่าย อึดอัด ไม่ยินดีในสังขารด้วยนิพพิทาญาณ ใคร่จะออกไปจากสังขารทั้งปวง


จิตที่ใคร่จะหลุดพ้นจากสังขาร เป็นอย่างไร เหมือนปลาติดตาข่าย เหมือนกบ
อยู่ในปากงู เหมือนงูอยู่ในมือหมองู เหมือนช้างติดหล่มลึก ส่วนอยากหลุดออก จิตของพระโยคีก็ฉันนี้ ใคร่จะพ้นจากสังขารทั้งปวง คือเครื่องร้อยรัด กับดัก หรือสิ่งน่ากลัวนั้น เพราะกินชีวิตอยู่ตลอดเวลา อันตรายต่อชีวิต มุญจิตุกัมมยตาญาณ ย่อมเกิดแก่พระโยคีผู้ปรารถนาจะพ้นทุกข์ จึงเป็นผู้ปราศจากความอาลัยในสังขารทั้งปวง



ปฏิสังขารญาณ ได้แก่ ญาณที่พิจารณาทบทวนทางที่ผ่านมา ผู้ปฏิบัติถึงตรงนี้ใคร่จะพ้นจากสังขารทั้งปวง เพราะสังขารทั้งปวงแตกดับไป ความแตกดับนี้มีอยู่ในภพ ในกำเนิด ในคติ ในวิญญาณฐีติในสัตตาวาส ไม่มีอะไรให้กำหนดนอกจากสังขารเหล่านี้ เมื่อญาณนี้กำหนดสังขารมากขึ้น ทบทวนมากขึ้น พระไตรลักษณ์ก็เกิดขึ้นด้วยปฏิสังขารนุปัสสนาญาณ


อาศัยนามรูป นามรูปเป็นปัจจัย มีปัจจัย นามรูปเกิดดับ นามก็ดับ รูปก็ดับ ผู้รู้ดับด้วย มีภัย มีโทษ จนกระทั่งเบื่อหน่าย เห็นมาตลอด หลายๆ ญาณที่ผ่านมา ญาณที่ 10 นี้ไม่ได้เห็น แต่ทบทวน สิ่งที่ทบทวน ก็คือ เห็นแต่ความแตกดับ อารมณ์ที่ปรากฏแก่ปฏิสังขารญาณนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในภพ คติ กำเนิด วิญญาณฐีติ สัตตาวาส สังขารเหล่านี้แหละที่เป็นเช่นนั้น คือที่ผ่านๆ มา เปรียบเสมือนว่า เพ่งอยู่อันเดียว คือดับ รูปก็ดับ นามก็ดับ ปัจจัยดับ รูปจึงดับ ปัจจัยดับ นามจึงดับ ทุกอย่างดับหมด ก็เพ่งดับ ญาณนี้ดูความไม่มี คือความดับ เมื่อดูอยู่อย่างเดียว ความปรากฏอันนี้จึงปรากฏขึ้น คือ ในอย่างนั้นแหละ พระไตรลักษณ์จึงโผล่ขึ้นมาด้วยอำนาจของปฏิสังขารนุปัสสนาญาณ

โดย ทวีพร...นำมาเสนอ [14 มี.ค. 2546 , 20:33:26 น.] ( IP = 203.170.149.157 : : )


  สลักธรรม 5



โยคาวจรเห็นสังขารทั้งหลายว่าไม่เที่ยง ด้วยเหตุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง นามไม่เที่ยง เหตุไม่เที่ยง ปัจจัยไม่เที่ยง เห็นได้โดยความไม่เที่ยง โดยเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ตลอดกาล เกิดแล้วก็ดับ โดยความเป็นของชั่วคราว (อุปาทะ แล้วไปฐีติ) โดยเป็นของกำหนดด้วยความเกิดและความดับ โดยเป็นของแตกทำลาย เป็นของชั่วขณะ เป็นของหวั่นไหว แปรปรวนไปเป็นของธรรมดา ไม่มีสาระอะไรเลย สิ่งเหล่านั้นที่ทบทวนอยู่นี้ปราศจากความเจริญจริงๆโดยเป็นสังขตะ มีความตาย (ดับ) เป็นของธรรมดา


โยคาวจรย่อมเห็นสังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ เกิดขึ้นมาได้ด้วยเหตุทั้งหลายที่ผ่านมา ถูกบีบคั้นอยู่เนืองนิตย์ จึงเป็นทุกข์ เป็นที่ตั้งของทุกข์โดยความเป็นโลก หัวฝี ลูกศร เจ็บปวด อาพาธ จัญไร อุปัทวะ ภัย อุปสรรค ไม่มีอะไรจะต้านทานไว้ได้ ในภพภูมิต่างๆ ไม่มีที่กำบัง ไม่มีที่พึ่ง ไม่มีที่หลบซ่อน มีแต่โทษภัย เป็นมูลรากแห่งความชั่ว เป็นเพชฌฆาต เป็นไปกับอาสวะ เป็นไปกับอามิส เป็นมาร มีเกิด ชรา และตายไปเป็นของธรรมดา เมื่อยังเวียนวนอยู่ ย่อมมีโสกะเป็นของธรรมดา มีปริเทวะ มีสังกิเลสะ เป็นของธรรมดา เพราะเหตุทั้งหลายเป็นอสุภะ สังขารทั้งหลายเป็นอสุภะ อันเป็นบริวารของทุกขลักษณะ


ด้วยเหตุทั้งหลายที่ปรากฏนี้ เป็นของไม่สะอาด เป็นปฏิกูล รูปนาม ปัจจัยต่างๆ ไม่ใช่เครื่องประดับชีวิตเพราะดับหมด ปรากฏรูปเป็นรูปพิการ ถ้าปราศจากใจครอง ทำอะไรไม่ได้เองเลย เช่น ขยับเขยื้อน ถ้าไม่มีใจครอง จึงพิการ เป็นของน่าขยะแขยงเพราะจะเอื้อมไปคว้า หาย โยคาวจรเห็นสังขารทั้งปวงโดยอนัตตา สิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริงหรือไม่ ไม่มี เป็นของว่างเปล่า สูญญัง โดยไร้ประโยชน์ ไม่มีเจ้าของ ไม่ใช่ของใคร ไม่มีใครเป็นใหญ่ ไม่ตกอยู่ในอำนาจใคร เมื่อเป็นดังนี้แล้ว สังขารทั้งหลายนั้น ที่พระโยคาวจรเห็นแล้วนั้น ยังชื่อว่าไตรลักษณ์ ให้เกิดแล้วหรือไตรลักษณ์ได้แล้ว ลักษณะใดลักษณะหนึ่ง

โดย ทวีพร...นำมาเสนอ [14 มี.ค. 2546 , 20:38:50 น.] ( IP = 203.170.148.118 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาและขอบพระคุณอาจารย์ทวีพรมากค่ะ
ที่นำเสนอธรรมะอันละเอียดอ่อนที่หาได้ยากเช่นนี้ค่ะ
อ่านแล้วได้ความรู้พลอยให้คล้อยตามไปกับปัญญาญาณต่างๆด้วยค่ะ

โดย ธัญธร [16 มี.ค. 2546 , 20:31:29 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาและขอบพระคุณในความกรุณานำธรรมบรรยายมาเผยแผ่ให้ทราบค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [16 มี.ค. 2546 , 21:36:52 น.] ( IP = 210.1.50.75 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณจากใจใช่แสแสร้ง
หรือแสดงตอบตามมารยาท
แต่อักษรกดออกจากนิยาม
จิตงดงามสั่งคิดประดิษฐมา

หายากนักรักธรรมนำเสนอ
หายากนักการจะเจอธรรมสั่งสอน
ที่ถูกตรงถูกแน่แก้นิวรณ์
ยังบ่มสอนมรรคาพาสุขจริง

ขอขอบคุณในการุณย์อบอุ่นนี้
ขอให้คุณได้ดีในธรรมสนอง
เป็นผู้ให้ผู้รู้ตามครรลอง
มรรคแปดปองสมใจไม่ช้าเอย





โดย เทพธรรม [17 มี.ค. 2546 , 08:33:49 น.] ( IP = 203.107.208.54 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org