มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความดีประดับหล้า 15 มีนาดวงดาราประดับใจ




......


วันนี้ (15 มีนาคม 2546) นับว่าเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิค่ะ เนื่องด้วยเป็น วันคล้ายวันเกิดของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร อีกทั้งเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาก็เป็น วันคล้ายวันเกิดของอาจารย์บุษกร เมธางกูรด้วย ทางมูลนิธิจึงจัดงานขึ้นในวันนี้ เพื่อเป็นการร่วมระลึกถึง 2 ผู้สร้างแห่งอภิธรรมมูลนิธิ ภายใต้ชื่องานว่า “ความดีประดับหล้า 15 มีนาดวงดาราประดับใจ”

งานเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 9.30 น. อาจารย์บุษกรได้นำเทปรายการตะวันทอแสงที่อาจารย์ได้รับเชิญไปออกรายการมาเปิดให้ผู้มาร่วมงานได้ฟัง (รายละเอียดของรายการโปรดติดตามนะคะเพราะจะนำมาลงกระทู้เร็วๆนี้ค่ะ) ในระหว่างนี้ผู้คนก็เริ่มทยอยมากันบ้างแล้วแต่ยังไม่มากนัก เนื่องจากกำหนดการเดิมที่ประกาศไว้ งานจะเริ่มเวลา 13.30 น.


โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 22:50:15 น.] ( IP = 203.170.149.171 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1



แต่เนื่องจากเพิ่งทราบโดยกะทันหันว่าท่าน ดร.พระมหาแอ๊ว จากวัดมหาธาตุจะเดินทางมาที่มูลนิธิเพื่อพูดธรรมะให้แก่พวกเราได้ฟังในเวลาประมาณ 10.30 น.

ในระหว่างนี้ อาจารย์บุษกร ได้เล่าให้ฟังถึง การได้รับเชิญไปร่วมเป็นกรรมการกลุ่มผลิตชุดวิชาธรรมานามัยที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งนับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำพระอภิธรรมเข้าสู่มหาวิทยาลัย เป็นงานที่ตั้งใจจะทุ่มเทเต็มที่ชนิดตายเป็นตาย ประการหนึ่งเป็นเพราะว่าเป็นความใฝ่ฝันนักหนาของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร ที่จะเผยแผ่พระอภิธรรมออกไปสู่ประชาชนให้ได้อย่างกว้างขวางมากที่สุด เพราะสำหรับตนเองแล้วตั้งใจทำงานชิ้นนี้เสมือนหนึ่งว่าทำเพื่อรองรับพระสรีระธาตุที่จะมาประชุมกันอีกครั้งเมื่อจะสิ้นพุทธกาล


ในวันที่ไป มสธ. (12 มีนาคม) นั้นด้วยความมุ่งมั่นกับงานด้วยใจสู้ ประกอบกับอากาศที่ร้อนระอุและต้องเดินไปมาระหว่างตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง เมื่อกลับมาบ้านจึงรู้สึกอ่อนเพลียมาก อาเจียน มีอาการแขนขาชา หน้ามืด เดินไม่ได้ อีกทั้งก่อนหน้าวันที่จะไป มสธ. คือในวันที่ 11 มีนา อาจารย์บุษกรก็ได้นำชาวมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ไปทำกุศลที่ศิริราชมาด้วย เรียกได้ว่าทำงานอย่างหนักมา 2 วันติดต่อกัน

อาจารย์เล่าให้ฟังว่าขณะที่มีอาการอยู่นั้นได้ตั้งใจเจริญอิทธิบาท และรู้ว่ากำลังเสี่ยงกับสมรภูมิของการเป็นอัมพาต แต่ขอทำงานวิชาการอันสำคัญ (พระอภิธรรมซึ่งเป็นพระพุทธพจน์) และนึกถึงพระครูศรีโชติญาณและ ท่านอ.บุญมี จะไม่ทิ้งงานนี้เด็ดขาด ขอให้มีชีวิตอยู่ต่อไปให้งานสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างออกมา ให้ได้ผลักดันงานนี้เข้าไปให้เยาวชนไทยได้รู้จักบาป – บุญ กรรมและผลของกรรม โดยเฉพาะรู้จักพระอภิธรรม อนาคตนักวิชาการของ ประเทศจะต้องได้รู้ว่าจิตคืออะไร “สัมมาทิฏฐิ” สำคัญอย่างไร ถ้าไม่มี “สัมมาทิฏฐิ” หรือ ทิฏฐุชุกัมม์ ทำบุญก็ไม่ละโทษ


โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:05:42 น.] ( IP = 203.170.136.80 : : )


  สลักธรรม 2



เมื่อถึงเวลาประมาณ 10.50 น. ดร.พระมหาแอ๊ว ก็เดินทางมาถึง หลังจากที่ได้ทักทายกับพวกเราซึ่งมีหลายคนที่ค่อนข้างคุ้นเคยกับท่านเนื่องจากว่า ท่าน ดร.พระมหาแอ๊วท่านเคยเป็นพระวิทยากรร่วมเดินทางไปอินเดียกับชาวมูลนิธิมาก่อน

ท่านได้เกริ่นกับพวกเราว่า ท่านจัดรายการตะวันทอแสงและได้รับเกียรติจากอาจารย์บุษกรเป็นแขกรับเชิญมาแล้ว 2 ครั้ง (ครั้งแรกได้นำเสนอรายละเอียดไปแล้วนะคะในกระทู้ที่ชื่อว่าตะวันทอแสงค่ะ) ท่านก็นำมาเล่าให้พวกเราฟังว่าได้คุยอะไรกับอาจารย์บุษกรในรายการ ทั้ง 2 ครั้ง แล้วก็กล่าวถึงความประทับใจในความเข้มแข็งและแกร่งของอาจารย์บุษกรในการสร้างสรรค์งานพระศาสนา และในท้ายที่สุดท่านได้พูดถึงเพลงพลังชีวิต(เคยนำเสนอเนื้อร้องไปแล้วในกระทู้เรื่องตะวันทอแสงค่ะ) ที่ท่านเป็นผู้ประพันธ์เพื่อมอบให้กับอาจารย์บุษกรเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดในปีนี้ ซึ่งในเนื้อเพลงได้กล่าวยกย่องอาจารย์บุษกรว่า เป็นผู้ที่ให้ความเคารพผู้อื่น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และไม่เคยยกตนเองเหนือพระรัตนตรัย แต่มุ่งยกจิตลูกศิษย์สู่พระรัตนตรัยโดยตลอด สอนให้มีสติและเจริญสติปัฏฐาน อาจารย์จึงเป็นประดุจความงามที่ไม่ตาย สุดท้ายท่านพระมหาแอ๊วได้อวยพรให้พวกเราทุกคนโชคดี ตลอดปีและตลอดไป


โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:10:41 น.] ( IP = 203.170.136.80 : : )


  สลักธรรม 3



ต่อจากนั้นพวกเราได้มีโอกาสถวายเพลพระภิกษุสงฆ์ที่มาร่วมงาน แล้วพวกเราทุกคนก็หายแว้บไปหาอะไรใส่ท้องตัวเองกันบ้าง


ช่วงนั้นเองพวกเราได้มีโอกาสนั่งรับประทานอาหารใกล้ๆ อ.บุษกร ท่านก็เล่าให้พวกเราฟังต่อถึงโครงการสร้างเอกสารชุดวิชาของ มสธ. อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย (และหิวเลย) ทั้งๆที่อาจารย์เพิ่งทานข้าวเข้าไปไม่กี่คำ (ในขณะที่พวกเราฟังไปกินไป เพราะปากว่าง เนื่องจากไม่ได้พูด)

หลังจากนั้น มีผู้เข้ามาแจ้งว่าพระฉันเรียบร้อยแล้ว กำลังจะกลับ และมีผู้ใหญ่อีกท่านหนึ่งมารอพบ ท่านจึงบอกกับพวกเราว่าคนเรามีเวลาเท่าๆกัน แต่ต่างกันที่ใช้เวลาเพื่อทำอะไร สำหรับท่านเลือกใช้เวลาเพื่อทำความดี ขอไปลาพระก่อนเพราะการได้เห็นสมณะเป็นมงคลชีวิต



ก่อนเวลา 13.00 น.เล็กน้อย อ.อัมพา พึ่งเกตุ อดีตหัวหน้าหมวดวิชาภาษาไทย โรงเรียนทวีธาภิเษก ได้เป็นผู้มาเกริ่นนำถึงการสวดพระมาลัยว่า พระมาลัยเป็นเรื่องที่พระภิกษุชาวสิงหลแต่งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 900 กว่า กล่าวถึง พระอรหันต์ องค์หนึ่งชื่อพระมาลัยไปโปรดสัตว์นรก แต่ในความเป็นจริงได้มีผู้รู้อธิบายว่าแท้จริงแล้วพระมาลัยคือพระโพธิสัตว์ซึ่งกำลังสร้างเมตตาบารมี ซึ่งผู้ที่จะมาเทศน์ในวันนี้คือพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติวิธาน อายุ 89 ปี เจ้าอาวาสวัดดาวดึงสาราม และมีพระอีก 4 รูปมาเป็นผู้สวดเรื่องพระมาลัย

โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:16:31 น.] ( IP = 203.170.147.59 : : )


  สลักธรรม 4



จากนั้นอาจารย์บุษกร ได้กล่าวต้อนรับผู้มาเยือนมูลนิธิทุกท่านและกล่าวถึงที่มาของมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ พร้อมทั้งได้เชิญชวนทุกท่านได้ตั้งใจฟังการเทศน์และสวดในครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาฟังได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน

และเชิญชวนทุกคนหันหน้าไปทางพระประธาน ตั้งใจที่จะกราบบูชาพระรัตนตรัยและฟังธรรมในวันนี้เพราะการมีวันนี้วันเดียวดีกว่าอนาคต 2 วัน หรือการมีแม่ไก่ ในวันนี้ดีกว่าหวังจะมีไข่ในวันหน้า 2 ฟอง จึงควรทำชาตินี้ให้ดีแล้วชาติหน้าก็จะดีเอง
แล้วท่านก็กล่าวว่า “วิริเยน ทุกฺขมเจติ บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร ขณะนี้ถึงเวลาแห่งความเพียรที่ดีแล้วค่ะ”



โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:19:51 น.] ( IP = 203.170.147.59 : : )


  สลักธรรม 5



และแล้วก็ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนรอคอย พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติวิธาน ได้แสดงมาลัยสูตรคาถา เป็นเรื่องของพระมาลัย โดยแบ่งออกเป็น 4 ภาคคือ
ภาคท่องนรก ภาคท่องแดนมนุษย์ ภาคท่องสวรรค์ และภาคท่องแดนศาสนาพระศรีอาริย์

ในการสวดได้กล่าวถึงพระมหาเถระที่มากด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา กมลจิตสงบจากกิเลส มีนามว่าพระมาลัยเทวเถระ

เริ่มภาคแรกพระมาลัยท่านไปยมโลกสถาน เพื่อโปรดสัตว์นรก นรกมี 456 ขุม ขุมใหญ่ 8 และขุมบริวาร โดยมีอเวจีมหานรกเป็นที่สุด
ในภาคนี้ได้กล่าวถึง


โทษของการฆ่าสัตว์ ว่าต้องไปรับทุกข์ทรมานในนรก ไปเป็นเปรตที่ถูกแร้งกาจิกกิน

โทษของการลักขโมย ว่าจะต้องไปเป็นเปรตหัวด้วน มีเหล็กแดงคาดที่ตัว แล้วชูไปบนอากาศ

โทษของการผิดศีลข้อกาเม ผิดลูกเมีย คือ ตายแล้วตกนรกต้องไปขึ้นต้นงิ้ว ถูกหนามทิ่ม หรือ ถูกหอกทิ่มแทง

โทษของการกล่าวมุสา คือ ตกนรก ตัวเป็นคน หัวเป็นเป็ด หรือเป็นเปรต

โทษของการดื่มสุรา ยมบาลเอาน้ำแสบ ราด ถึงคอคอพัง ถึงอกอกแตกออกมา

ศีล 5 จึงเป็นศีลประจำโลก คนไม่มีศีลก็ไปไม่รอด

เพราะถ้าไม่มีศีล 5 ก็จะเป็นคน โหดร้าย มือไว ใจเร็ว พูดปด หมดสติ


โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:28:14 น.] ( IP = 203.170.148.139 : : )


  สลักธรรม 6



เมื่อพระมาลัยไปโปรดสัตว์นรก ต้นงิ้วล้มระเนระนาด น้ำกรดที่แสบกลายเป็นน้ำรสอร่อย เป็นอาหารของสัตว์นรกได้ ทุกชีวิตสุขสบาย นายนิรยบาลไม่โหดร้าย

สัตว์นรกทั้งหลายก็ฟ้องพระมาลัยว่าตนตกนรก ลำบากมากมาย ตายแล้วเกิดอยู่ตรงนั้น เพราะกรรมเลี้ยงไว้ ขอให้พระมาลัยช่วยไปลดหย่อนผ่อนโทษ ท่านเมตตาจึงไปสนทนากับพระยายมราช


พระมาลัยถามพระยายมว่าเมื่อสัตว์นรกมาถึง พระยายมจัดการอย่างไร พระยายมกล่าวตอบว่า กฏนรกมี 5 ข้อ ถ้าตอบได้ข้อใดข้อหนึ่ง ก็จะให้ผ่านไป

1) เห็นคนเกิดไหม เห็นแล้วพิจารณาอย่างไร
ถ้าตอบว่า พิจารณาว่าการเกิดนำทุกข์มาให้ เกิดเป็นทุกข์ ชาติปิ ทุกขา

ตอบได้อย่างนี้ จะปล่อยไปเลย


2) เห็นคนแก่ไหม เห็นแล้วพิจารณาอย่างไร
ถ้าตอบว่า พิจารณาว่า เราก็ต้องแก่เหมือนกัน ไม่อาจล่วงพ้นความแก่ไปได้ ชรานำทุกข์มาให้ ตอบได้อย่างนี้ จะปล่อยไปเลย


3) เห็นคนเจ็บไหม เห็นแล้วพิจารณาอย่างไร
ถ้าตอบว่า พิจารณาว่า เราก็ต้องเจ็บเหมือนกัน ไม่อาจล่วงพ้นความเจ็บไปได้ ความเจ็บนำทุกข์มาให้ ตอบได้อย่างนี้ จะปล่อยไปเลย


4) เห็นคนตายไหม เห็นแล้วพิจารณาอย่างไร
ถ้าตอบว่า พิจารณาว่า เราก็ต้องตายเหมือนกัน มิอาจล่วงพ้นความตายไปได้ ตอบได้อย่างนี้ จะปล่อยไปเลย


5) เห็นคนที่ต้องโทษของพระราชาไหม เห็นแล้วพิจารณาอย่างไร
ถ้าตอบว่า พิจารณาว่า เขาทำกรรมไม่ดี ก็ต้องรับผลไม่ดีนั้น เพราะมีกรรมเป็นทายาท เป็นเผ่าพันธุ์ ตอบได้อย่างนี้ จะปล่อยไปเลย


ตอบได้เพียง 1 ใน 5 ข้อ ก็จะปล่อยไป

โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:31:29 น.] ( IP = 203.170.148.139 : : )


  สลักธรรม 7



แล้วถ้าตอบไม่ได้ ทำอย่างไร พระยายมก็ถามอีกว่า เมื่อมีชีวิตอยู่ ทำบุญอะไร ถ้าตอบได้ ก็ปล่อยไป ถ้าตอบไม่ได้ อำมาตย์เปิดบัญชีว่าทำบาปอะไรมา
ทำบาปจดใส่หนังสุนัข
ทำบุญ จดใส่แผ่นทองคำ
บางคนไม่ต้องสู่สำนักพระยายมราช คือพวกที่ทำบุญมาก ก็ไปสวรรค์ได้เลย ทำบาปมากก็ไปนรกเลย
ฉะนั้น เราเรียนให้รู้เข้าใจ ถ้าต้องไปผ่านสำนักของท่าน อย่างไรก็ตอบคำถามได้



พระมาลัยนำเอาข่าวสารจากนรก ไปบอกชาวบ้านให้ทราบข่าวจะได้ทำกุศลส่งไปให้ ไปพบ พ่อแม่ พี่น้อง สามี ภรรยา ของใครสั่งมาให้มาบอก ถ้าเมตตาให้ทำบุญกุศลส่งไปให้ ญาติทั้งหลายจึงทำบุญต่างๆ อุทิศไปให้เป็น ทักษิณาทาน เป็น ทาน ศีล ภาวนาคือ ทำตนให้มีบุญก่อน แล้วจึงอุทิศไปให้ผู้อื่น อุทิศไปแล้ว ญาติจะรับได้หรือไม่ เครื่องรับเครื่องส่งต้องจูนตรงกัน ไม่ใช่อุทิศไปแล้วจะได้รับหมด

โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:34:31 น.] ( IP = 203.170.148.139 : : )


  สลักธรรม 8



ต่อไปเป็นภาคมนุษย์ ตอนชายถวายดอกบัว กล่าวถึงชายยากจนเข็ญใจ เก็บผักขายเลี้ยงดูมารดา วันหนึ่งไปเก็บดอกบัวได้ 8 ดอก เห็นพระมาลัยท่านเทศน์ จึงเดินเข้าไปด้วยใจกุศล ถวายดอกบัวด้วยศรัทธา พระมาลัยจึงปรารภว่าสังเวทนียสถานทั้ง4 เราได้เคยไปแล้ว จะมีก็แต่พระจุฬามณีที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เท่านั้นที่ยังมิได้ไป ควรนำดอกบัว 8 ดอกไปถวายสักการะ จึงเข้าฌานชั่วลัดนิ้วมือเดียวก็ไปถึงสวรรค์


ภาคสวรรค์ พระมาลัยถามพระอินทร์ว่าเทพบุตรองค์นี้ทำบุญด้วยอะไร จึงมีบริวารมาก พระอินทร์ตรัสตอบว่าเดิมทีเทพบุตรองค์นี้เป็นชาวนาในลังกาทวีป เห็นกาก็ให้ข้าวกากิน ทำให้มีบริวารเป็นร้อย

เทพบุตรอีกองค์หนึ่งทำบุญแก่มนุษย์ ทำให้มีบริวารเป็นพัน

เทพบุตรอีกองค์หนึ่งถวายบิณฑบาตสามเณร ทำให้มีบริวารเป็นหมื่น

เทพบุตรอีกองค์หนึ่งถวายบิณฑบาตพระสงฆ์ ทำให้มีบริวารถึง2 หมื่น



ภาคสุดท้ายเป็นภาคที่ท่องไปในศาสนาของพระศรีอาริย์ ท่านได้ตรัสถามพระศรีอาริย์โพธิสัตว์ ว่าเมื่อใดจะจุติจากสวรรค์ไปเป็นพระพุทธเจ้า

ได้รับคำตอบว่าเมื่ออายุขัยของมนุษย์เป็น 10 ปี ผู้คนกิเลสหนา ปัญญาหยาบ ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ เกิดมิคสัญญี ฆ่าตีกัน ฆ่ากัน 7 วัน เกิดห่าฝน พัดพาศพลงมหาสมุทร ผู้คนที่พอมีปัญญามาจะไปหลบตามซอกเขาอยู่คนเดียว เมื่อเหตุการณ์สงบออกมาจากซอกเขา เห็นภาพผลของการฆ่าฟันกัน ก็ต่างสังเวชใจ จึงมุ่งหน้ารักษาศีล ทำความดี จน อายุขัยของมนุษย์เพิ่มขึ้นจนถึงเป็นอสงไขย ก็เริ่มประมาทอีก ทำให้ขัยอายุลดลงจนเมื่อเมื่ออายุมนุษย์ถึงหมื่นปี ยุคนั้นผู้คนงดงาม มีศีลธรรม เป็นยุคที่พระศรีอาริย์จะมาอุบัติขึ้น


โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:41:04 น.] ( IP = 203.170.154.104 : : )


  สลักธรรม 9



เมื่อเทศน์จบทั้ง 4 ภาคแล้ว อาจารย์บุษกรได้กล่าวตอบขอบคุณเป็นกลอน(ซึ่งแต่งสดๆก่อนหน้าที่จะกล่าวเพียงไม่กี่นาที เพราะเห็นอาจารย์หยิบสมุดมาเขียนกลอนตอนนั้น เขียนเสร็จก็ถึงเวลาที่จะต้องกล่าวพอดี) ว่า

ฟังมาลัยอรหันต์แสนหรรษา
เปรมปรีดาปราโมทย์สบโสตแสน
รู้นรก เปรต กรรม นำดินแดน
ภูมิภาคแม้นเวรกรรมนำบันดาล


รู้เทวดาอารักษ์พิทักษ์ทั่ว
หญิงชายชั่วมิอาจกาจหาญกล้า
ถ้าหิริโอตตัปปะไม่ละลา
ทิพย์วิมานเทวดาพาสบใจ


ท้ายที่สุดกาลวิเศษพระศรีคต
บรรพชาลอยบนทั่วเวหา
ชนใดใครจะบวชตรวจชีวา
ลอยตามองค์พระศาสดาพระศรีอาริย์


ใครทำบุญอยู่ในศีลเบญจรัติ
ไม่คิดขัดพบแน่ได้แก้ไข
มีไม้ศรีมหาโพธิ์เป็นหลักชัย
สู่ศาสนาอันตระการวิไลใจปลื้มเอย


ขอขอบคุณนอบนบบรรจบไหว้
ท่านเจ้าคุณพระเทพปริยัติวิธานเจ้า
กรุณาใส่เกล้าด้วยเดชศรี
อธิบายพระมาลัยจบด้วยดี
ศิษย์สายสี่ขอบูชาวันทาคุณ


จากนั้นได้ถวายเครื่องจตุปัจจัยและนำพวกเราทุกคนกราบบูชาพระคุณที่ท่านได้ให้ความเมตตามาแสดงพระธรรมเทศนาแก่พวกเรา

โดย วี [15 มี.ค. 2546 , 23:50:51 น.] ( IP = 203.170.154.104 : : )


  สลักธรรม 10



นอกจากในวันนี้พวกเราจะมีโอกาสดี ที่ได้ฟังการสวดเรื่องพระมาลัย ที่ไม่เคยฟังที่ไหนมาก่อนโดยเฉพาะการสวดที่ใส่ทำนองอันไพเราะและมีลีลาในการออกเสียงที่มีท่วงทีงดงามแล้ว

ในวันนี้ยังเป็นโอกาสดีอีกประการหนึ่ง นั่นก็คือการที่มูลนิธิได้มีโอกาสประดิษฐานไว้ซึ่ง "พระสุนทรีวาณี" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องที่งดงามมาก และยังได้มีโอกาสต้อนรับพระพิพิธธรรมสุนทร ซึ่งท่านได้มาให้ความรู้แก่พวกเราในเรื่องที่มาของพระสุนทรีวาณีอีกด้วยค่ะ

และข่าวดีอีกเรื่องที่จะแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบก็คือ ทางมูลนิธิได้ถือโอกาสวันดีวันนี้เปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ชื่อว่า "ใครให้คุณเกิด" ซึ่งเป็นหนังสือที่อธิบายการเกิดในแง่ของวิทยาศาสตร์และพุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นผลงานของ อาจารย์บุษกร เมธางกูรค่ะ

โดย วี [16 มี.ค. 2546 , 00:13:44 น.] ( IP = 203.170.158.81 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org