มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


คำเตือนพ่อ (๑)





… คำเตือนพ่อ ( ๑ )

…อยากได้ความยุติธรรม ต้องทำใจให้มีมโนธรรม ความยุติธรรมย่อมมาเอง….



…. ทั้งนี้เพราะ

…. มโนธรรม …. คือ ธรรมะที่มีอยู่ในใจ คือ มีความรู้สึก ผิด ชอบ ชั่ว ดี มีเหตุ มีผล
….
มโนธรรม และมนุษยธรรม แตกต่างกันอย่างไร?


…. มนุษยธรรม
…. คือ ธรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์
คำว่า “มนุษย์” แปลว่า สัตว์ที่มีจิตใจสูง คือรู้จักใช้เหตุ ใช้ผล
จิตใจสูง หมายถึง จิตใจที่กล้าหาญ คือ กล้ารับผิด(ชอบ) กล้าให้คนอื่นตักเตือน (เพื่อทำให้ตนเองดีขึ้น) และกล้าที่จะรณรงค์สงคราม(กิเลส)ที่มีอยู่ในจิตใจ คือฝักใฝ่ในการทำดี ละเว้นความชั่ว

….
ส่วนคำว่า “คน” แม้ในพจนานุกรมจะหมายถึงมนุษย์ ก็ตาม
แต่เมื่อแปลไปตามอาการแล้วย่อมหมายถึง การกวนเพื่อทำให้สิ่งที่นอนก้นหรือที่เกาะเป็นกลุ่มเป็นก้อนกระจายออกจากกัน หรือกวนให้เข้ากัน

ดังนั้นเมื่อพูดถึง คน จึงมักหมายถึง ผู้ที่มีจิตใจวกวน รวนเร ที่แปรเปลี่ยนไปตามกิเลสอันเกิดจากวิสยธรรม

….
วิสยธรรม
…. หมายถึง ธรรมที่เป็นอารมณ์ มี รูป รส กลิ่น เสียง ….เป็นต้น


…. วิสยธรรม เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่ มโนธรรมนั้นจะเกิดขึ้นเฉพาะคนบางคน

….
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า
ผู้ใดขาดสติ-สัมปชัญญะ ในการรับรู้(วิสยธรรม) ย่อมเกิดอภิชฌา-โทมนัส

โดย วยุรี [21 มี.ค. 2546 , 05:20:06 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


…. หลวงพ่อท่านจึงมาเตือนพวกเราว่า
….การเรียนธรรมะ จะต้อง ศึกษาตน สอบสวนตน และตัดสินตน ล้วนเป็นที่ตนทั้งสิ้น

….
เช่นเดียวกัน หมั่นถามตนเองว่า
….เราต้องการจะเป็นผู้ที่มีมโนธรรม หรือจะเป็นเพียงแค่เผชิญวิสยธรรมไปแต่ละวันๆ เท่านั้น
ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่เรา เป็นที่เรา และทุกทุกอย่าง(ที่ทำ)ย่อมไปกับเราทั้งสิ้น
…. เพราะสร้างเหตุอย่างไรไว้ ก็ย่อมต้องได้รับผลนั้น อย่างแน่นอน

….

จงพัฒนาตนให้พ้นจากความเป็น “คน” จะได้พ้นจากความสับสนครั้งแล้วครั้งเล่า
และ
จงอย่าเฝ้าเรียกร้องหาแต่ความยุติธรรม

…เพราะทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนถูกกำหนดขึ้นมาจากตัวเราเอง


…. แล้วจงจำให้ขึ้นใจว่า

…. อำนาจกรรม ย่อมยุติธรรมเสมอ

โดย วยุรี [21 มี.ค. 2546 , 05:26:36 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 2

….

….เช่นเดียวกับที่

…. อาจารย์บุษกร เมธางกูร
…. เคยให้ข้อคิด(ที่สะกิดกิเลส)พวกเรา ว่า

…. ….ถ้าคนเราสามารถหยุดความคิดของตนเองได้
และมองผู้อื่นอย่างไม่ต้องตัดสินเขา
ไม่ต้องตกแต่ง ต่อเติม และวิจารณ์เขา …แล้วละก็
เราคงอยู่ในโลกได้ด้วยความแจ่มใส ชื่นชมกับชีวิตบุคคลรอบๆ ข้าง

….
แต่ที่เราต่างก็มีปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ จนทำให้เป็นรอยร้าว และความเจ็บปวด
ก็เพราะ…
เราต้องการ
…. “ความยุติธรรม”
…. …ที่เราคิดว่า มันควรจะเป็นอย่างที่เราคิด
ชีวิตจึงมีปัญหา



…. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คำเตือนพ่อ
และความปรารถนาดีของท่านอาจารย์….
ที่เคยให้ไว้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘
คงจะเป็นประโยชน์แก่ทุกๆ ท่าน…นะคะ




โดย วยุรี [21 มี.ค. 2546 , 05:32:50 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 3



ถ้ามองย้อนไป ก่อนที่จะได้มีโอกาสมาพบครู ก่อนที่จะได้เรียนรู้ธรรมะ โดยเฉพาะเรื่องของการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ชีวิตก็เป็นไปอย่างที่เรียกว่าเผชิญวิสยธรรมไปวันๆ อย่างขาดสติ สัมปชัญญะจริงๆ

จนกระทั่งได้มาศึกษาธรรม ได้รับการปลูกฝังพืชพันธุ์แห่งความดีทั้งปวง จึงมีความเข้าใจในชีวิตมากขึ้นและรู้วิธีการวางใจ เพื่อการพัฒนาจิตใจ

ขอบคุณ อ.วยุรีมากนะคะ


โดย ทวีพร [21 มี.ค. 2546 , 08:12:39 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 4


สวัสดีครับคุณวยุรี
และขออนุโมทนาในความตั้งใจดีของคุณมากๆครับ.


แต่ต้องขอเรียนให้ทราบว่า
ความดีทำได้เฉพาะตน
คำสอนที่ดี คนที่ดีเท่านั้นต้องการ
ความดี คนรักดีเท่านั้นทำได้ครับ


ใช่ครับคำของพ่อยิ่งใหญ่และดีเสมอที่สุดสำหรับลูก
แต่ธรรมก็เป็นอนัตตานะครับ

จะเอาอะไรกับใจคน...วันนี้เดี๋ยว 11.30 น.
ผมก็มีนัดกับการแก้ไข
ให้ชีวิตที่กรรมลิขิตอีกแล้วครับ
จะมารับผมไปปรึกษาครับ
เหนื่อยแต่ต้องทำต้องไป
เพราะผมไม่อยากทิ้งเวลาแห่งเมตตาครับ
ต้องไปรับฝันลูกพ่อที่ลืมคำพ่ออีกละครับผม


แต่ถึงอย่างไรผมก็ดีใจและชื่นใจในความทรงจำหวังดีที่คุณมีต่อพี่ๆน้องๆเสมอครับผม




โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 มี.ค. 2546 , 08:43:34 น.] ( IP = 203.107.209.106 : : )


  สลักธรรม 5


.....ฝนพรำเราร่ำไห้..................หาฝน
ล้างเนตรเลศลวงกล..................กลั่นล้าง
เยียบเย็นเช่นใจจน....................จำเยียบ
แสนเปรียบเทียบถ้าง้าง.............โง่บ้างหมางแสน

.....ฝนพร่างนภางค์ดับ.............สุริย์ลับระงับแดน
ไหลพรากลุจากแมน.................ดุจแทน ฤ แคลนคิด

.....ร่ำไห้ร่ำไรเหลียว................ผิว์ประเดี๋ยวจะเปลี่ยวจิต
แลหลังก็คลั่งพิษ......................วิปริตขจิตเจียน

.....หนาวสั่นประหวั่นเหลือ.......วรฺษเจืออะเคื้อเลียน
สร้างหมายทำลายเตียน.............กรเบียฬและเปลี่ยนใจ

.....งมโง่และโมหันธ์.................ภยบรรพ์อธรรม์ไคล-
คลาร้างกระจ่างไป....................ชลไหลพิไรครวญ.


เห็นความทุกข์ใจที่จะมีขึ้นกับ อจ.เลยนำกลอนของคุณก๊องที่แสนไพเเระ มาฝากให้คนผิดพลาดอ่านกันครับผม ขอบอกว่าคุณก๊องเก่งมากๆเลยครับพ๊ม


โดย พี่เณร [21 มี.ค. 2546 , 08:56:35 น.] ( IP = 203.107.209.106 : : )


  สลักธรรม 6

ขอกราบมนัสการ นำใส่ใจ
ประคองไว้เตือนใจตน

โดย เณรวัส [21 มี.ค. 2546 , 10:03:04 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 7

...เพราะการที่ได้มาศึกษาธรรมะและการรับฟังคำอบรมจากหลวงพ่อเสือ .....จึงเกิดทำให้เกิดความเข้าใจว่า.. การถามหาความยุติธรรมเกิดจากความต้องการเรียกร้องเพื่อจะให้ได้มาเพื่อตนเอง ...ยิ่งเรียกร้องมากก็ยิ่งกลุ้มมาก... และในระหว่างการเรียกร้องนั้นก็จะมีการกระทำที่ประกอบไปด้วยความพลุ่งพล่าน น้อยเนื้อต่ำใจ การเปรียบเทียบความเป็นไปในอดีตของตนกับผู้อื่น ยิ่งกระทำก็ยิ่งเหมือนคมมีดที่กรีดให้ลึกลงในรอยแผล ....ทำลายเวลาที่ผ่านไปให้เศร้าหมองด้วยอารมณ์แห่งโทสะ ทำความสัมพันธ์ที่ดีงามระหว่างกันให้ชะงักงัน.......จึงเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์.....และสร้างความเป็นอัตตาให้มากขึ้น...

...มีคำสอนหลายๆคำจากหลวงพ่อเสือที่มอบให้แก่ลูกๆทั้งหลาย และมีอยู่คำหนึ่งในหลายๆคำซึ่งเป็นคำที่จำไว้ตักเตือนตนเองเสมอค่ะ คือคำว่า ....เดินหน้า ไม่ว่าของเก่า ไม่เล่าอดีตฯ



โดย น้องกิ๊ฟ [21 มี.ค. 2546 , 10:05:25 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 8

...จิตคิดฟุ้งไปในอนาคต
คิดจำจดเรื่องราวแต่ปางหลัง..
นิวรณ์ ๕ ฟุ้งซ่านนาน ระวัง
อาจพลาดพลั้ง ชนกกรรม..นำอบาย...

/นำ คำสอนนี้มาเตือนตนเสมอเลยค่ะ เพราะฉะนั้น ปัจจุบับเท่านั้นเป็นเวลาประเสริฐสุด

โดย แป้ง [21 มี.ค. 2546 , 12:16:08 น.] ( IP = 203.155.186.104 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณพี่วยุรีเป็นอย่างมากค่ะ ที่นำคำสั่งสอนตักเตือนของหลวงพ่อ และท่านอาจารย์ มาถ่ายทอดให้ได้ทราบค่ะ

ความหมายของคน ที่แปลตามอาการนั้น ก็คงเหมือนกับจิตใจที่ไม่ได้รับการฝึกฝน ขาดระเบียบในเรือนใจ มีความสับสนวุ่นวายไปกับ วิสยธรรม ที่มากระทบไปวันๆ เท่านั้นเอง

ประทับใจกับข้อคิดของท่านอาจารย์ บุษกร มากค่ะ ที่ว่า
….ถ้าคนเราสามารถหยุดความคิดของตนเองได้
และมองผู้อื่นอย่างไม่ต้องตัดสินเขา
ไม่ต้องตกแต่ง ต่อเติม และวิจารณ์เขา …แล้วละก็
เราคงอยู่ในโลกได้ด้วยความแจ่มใส ชื่นชมกับชีวิตบุคคลรอบๆ ข้าง

เป็นแนวคิดแห่งสันติวิธีจริงๆค่ะ ทำให้เกิดความสงบสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
จะขอจดจำไว้เตือนตนค่ะ

โดย ธัญธร [21 มี.ค. 2546 , 21:54:23 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณ อ.วยุรีค่ะ
คำสอนของหลวงพ่อและอาจารย์เป็นประโยชน์มาก สามารถที่นำมาใช้เตือนชีวิตได้ดีค่ะ

โดย เซิ่น [21 มี.ค. 2546 , 23:02:10 น.] ( IP = 203.170.148.16 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org