| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปฐมเทศนา
ตอนที่ ๑ - ๒๐ อ่านที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2689
![]()
ตอนที่ ๒๑
ปฐมเทศนา
![]()
พระผู้มีพระภาคเสด็จประทับพักในสำนักปัญจวัคคีย์ ๑ ราตรี
ครั้นวันรุ่งขึ้น เป็นวันปัณณรสี ขึ้น ๑๕ ค่ำ อาสาฬหมาส
พระองค์จึงได้ทรงประกาศพระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ประทานปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ทั้ง ๕ รูปนั้นว่า![]()
ภิกษุทั้งหลาย
ที่สุด ๒ อย่าง บรรพชิตไม่ควรนิยมยินดี
คือ
กามสุขขัลลิกานุโยค
ทำตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านตั้งเรือน
เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของพระอริยะ คือผู้บริสุทธิ์ไม่เป็นประโยชน์ นี้อย่าง ๑
อัตตกิลมถานุโยค
ทำตนให้ลำบาก เป็นทุกข์ ไม่ทำให้เป็นพระอริยะ
ไม่เป็นประโยชน์ นี้อย่าง ๑
ทั้งสองอย่างนี้ อันบรรพชิตไม่ควรนิยมยินดี
![]()
มัชฌิมาปฏิปทา เราได้ตรัสรู้แล้ว
ทำดวงตา ปรีชาญาณให้สว่างเป็นไปเพื่อความสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง
เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน คือ สิ้นตัณหาเครื่องรัดรึง
![]()
มัชฌิมาปฏิทา นั้น เป็นอย่างไร ?
โดย ดอกแก้ว [21 มี.ค. 2546 , 17:55:56 น.] ( IP = 210.1.50.100 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1![]()
มัชฌิมาปฏิทา นั้น คือ ทางมีองค์ ๘
ทำผู้ดำเนินให้เป็นอริยะนั้นเอง
![]()
องค์ ๘ นั้น อะไรบ้าง ?
องค์ ๘ นั้น คือ
ปัญญาความเห็นชอบ ๑ ความดำริชอบ ๑ วาจาชอบ ๑ การงานชอบ ๑
เลี้ยงชีวิตชอบ ๑ ความเพียรชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งใจชอบ ๑
![]()
มัชฌิมาปฏิทานี้แล
เราได้ตรัสรู้แล้ว ทำดวงตา ปรีชาฌาณให้สว่าง เป็นไปเพื่อความสงบระงับ
เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
![]()
ภิกษุทั้งหลาย
ทุกข์นี้อย่างหนึ่ง เป็นสัจจะของอริยะบุคคล
คือ ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่เป็นทุกข์ ความตายเป็นทุกข์ ความแห้งใจ
ความรำพัน ความเจ็บไข้ ความเสียใจ ความคับใจ เป็นทุกข์
ความประจวบด้วยสิ่งไม่เป็นที่รัก ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์
ความปรารถนาไม่สมหวังเป็นทุกข์
ทุกขสมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ นี้อย่างหนึ่ง เป็นสัจจะของอริยะบุคคล
คือ ตัณหา ความทะยานอยาก ทำให้มีภพมีชาติ
สหรคด้วยความกำหนัดยินดี เพลิดเพลินในอารมณ์นั้น ๆ
โดย ดอกแก้ว [21 มี.ค. 2546 , 17:57:08 น.] ( IP = 210.1.50.100 : : )
สลักธรรม 2ตัณหา อะไรบ้าง ?
กามตัณหา คือ ความทยานอยากในอารมณ์ที่ใคร่ ๑
ภวตัณหา คือความทยานอยากในความมีความเป็น ๑
วิภวตัณหา คือ ความทยานอยากในความไม่มีไม่เป็น ๑
ตัณหา ๓ ประการนี้แล เป็นเหตุให้เกิดทุกข์
![]()
ทุกขนิโรธ ความดับทุกข์ นี้อย่างหนึ่ง เป็นสัจจะของอริยะบุคคล
คือ ความดับตัณหาทั้ง ๓ นั้นแหละ หมดสิ้น
เป็นอเสสวิราค ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่พัวพัน ซึ่งตัณหานั้นแล
เป็นความดับทุกข์
![]()
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ทางเข้าถึงความดับทุกข์นี้ อย่างหนึ่ง เป็นสัจจะของอริยบุคคล
ได้แก่อริยมรรค ทางมีองค์ ๘ นี้แล คือ
ปัญญาเห็นชอบ ๑ ดำริชอบ ๑ วาจาชอบ ๑
การงานชอบ ๑ เลี้ยงชีวิตชอบ ๑
ความเพียรชอบ ๑ ระลึกชอบ ๑ ตั้งใจชอบ ๑
เป็นทางถึงความดับทุกข์
โดย ดอกแก้ว [21 มี.ค. 2546 , 17:57:58 น.] ( IP = 210.1.50.100 : : )
สลักธรรม 3![]()
ภิกษุทั้งหลาย
ดวงตา ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง
ได้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยฟังแล้วในกาลก่อนว่า
ข้อนี้ ทุกข์ ควรกำหนดรู้ด้วยปัญญา และเราก็ได้กำหนดรู้แล้ว
ข้อนี้ ทุกขสมุทัย เหตุให้ทุกข์เกิด ควรละเสีย และเราได้ละเสียแล้ว
ข้อนี้ ทุกขนิโรธ ความดับทุกข์ ควรทำให้แจ้งชัด และเราก็ได้ทำให้แจ้งชัดแล้ว
ข้อนี้ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ทางเข้าถึงความดับทุกข์ ควรทำให้เกิด และเราก็ได้ทำให้เกิดแล้ว
![]()
ภิกษุทั้งหลาย
ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริง ในอริยสัจจ์ ๔ อันมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้
ยังไม่หมดจดเพียงใดแล้ว เราก็ยังไม่อาจยืนยันว่า เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ
ไม่มีความรู้อันใดเหนือเพียงนั้น
เมื่อใด
ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริง ในอริยสัจจ์ ๔ เหล่านี้ ของเราหมดจดดีแล้ว
เมื่อนั้น
เราอาจยืนยันตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ ไม่มีความรู้อันใดเหนือ
ก็แลปัญญาได้เกิดขึ้นแก่เราชัดว่า
ความหลุดพ้นของเราไม่กลับกำเริบ ความเกิดครั้งนี้เป็นที่สุดแล้ว
บัดนี้ ไม่มีความเกิดอีก
โดย ดอกแก้ว [21 มี.ค. 2546 , 17:58:39 น.] ( IP = 210.1.50.100 : : )
สลักธรรม 4![]()
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสพระธรรมเทศนาอยู่
ธรรมจักษุ (ได้แก่ พระโสดาปัตติมรรค์ ท่านผู้ได้ เป็นพระโสดาบัน)
คือ ดวงตาอันเห็นธรรม ปราศจากธุลีมลทิน ได้เกิดขึ้นแล้วแก่ท่านโกณทัญญะว่า
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา
พระองค์ทรงทราบว่าท่านโกณทัญญะได้เห็นธรรมแล้ว
จึงทรงเปล่งอุทานด้วยความเบิกบานพระทัยว่า
อัญญาสิ วต โภ โกณทัญโญ ๆ
แปลว่า โกณทัญญะ ได้รู้แล้วหนอ ๆ
พระโกณทัญญะจึงได้คำว่า อัญญา อันเป็นคำนำหน้าพระอุทาน
เพิ่มชื่อข้างหน้า เป็น พระอัญญาโกณทัญญะ ตั้งแต่กาลนั้นมา
เมื่อพระผู้มีพระภาค ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
จบลง ให้พระอัญญาโกณทัญญะได้บรรลุโสดาปัตติมรรค
เป็นพระโสดาบันแล้ว และให้บรรดาอเนกนิกรเทพยดาที่มาประชุมฟังธรรมเทศนาอยู่
ได้บรรลุอริยมรรคอริยผลมากมาย สุดที่จะคนณา
พระโกณทัญญะ จึงได้ทูลขออุปสมบทเป็นภิกษุ
ในพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ทรงประทาน เอหิภิกขุอุปสัมปทา
ให้เป็นภิกษุในพระธรรมวินัย ด้วยพระวาจาว่า
ท่านจงเป็นภิกษุ มาเถิด
ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว ท่านจงประพฤติพรหมจรรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด
ด้วยพระวาจาเพียงเท่านั้น ก็ได้สำเร็จเป็นภิกษุในพระธรรมวินัยนี้อย่างสมบูรณ์
ด้วยในเวลานั้นยังมิได้ทรงบัญญัติวิธีอุปสมบทเป็นอื่นไว้
ทั้งเพิ่งเป็นการประทานอุปสมบทครั้งแรกในพระศาสนา
ฉะนั้น พระอัญญาโกณทัญญะ จึงเป็นพระสงฆ์องค์แรก
เป็นพระอริยะบุคคคลองค์แรก และเป็นพระสาวกองค์แรกในพระศาสนานี้
เป็นอันว่า พระรัตนตรัย
คือ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และพระสงฆ์เจ้า
ให้เกิดขึ้นบริบูรณ์ ในกาลแต่บัดนั้น
โดย ดอกแก้ว [21 มี.ค. 2546 , 17:59:29 น.] ( IP = 210.1.50.100 : : )
สลักธรรม 5![]()
พระบรมศาสดา มีพระพุทธประสงค์จะทรงโปรดพระปัญจวัคคีย์ให้สำเร็จพระอรหัตต์
เพื่อเป็นกำลังในการประกาศพระศาสนาต่อไป
จึงเสด็จจำพรรษา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ทรงสั่งสอนบรรพชิตทั้ง ๔ รูปที่เหลืออยู่นั้น
ด้วยพระธรรมเทศนาต่าง ๆ ตามสมควรแก่อัธยาศัย
เมื่อท่านวัปปะ แ ละท่านภัททิยะ ได้ธรรมจักษุ ดวงตาเห็นธรรมอย่างพระอัญญาโกณทัญญะแล้ว
ทูลขออุปสมบท พระศาสดาก็ทรงประทานอุปสมบทแก่ท่านทั้ง ๒ นั้น
เหมือนอย่างประทานแก่พระอัญญาโกณทัญญะ![]()
ภายหลังท่านมหานามะ และท่านอัสสชิ ได้ธรรมจักษุ แล้ว ทูลขออุปสมบท
พระบรมศาสดาก็ทรงประทานเหมือนอย่างประทานแก่สาวกทั้ง ๓
ครั้นพระภิกษุปัญจวัคคีย์ ตั้งอยู่ในที่พระสาวกแล้ว
มีอินทรีย์ มีศรัทธา เป็นต้น แก่กล้า
สมควรสดับธรรม จำเริญวิปัสสนา เพื่อวิมุติเบื้องสูงแล้ว
ครั้นถึงวันแรม ๕ ค่ำ แห่งเดือนสาวนะ คือ เดือน ๙ ซึ่งเท่ากับแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ ไทย
ด้วยสมัยนั้น นับแรมเป็นต้นเดือน นับขึ้นเป็นปลายเดือน
พระศาสดาจึงได้แสดงธรรมสั่งสอน พระปัญจวัคคีย์ด้วย
อนัตตลักขณะสูตร
เมื่อพระบรมศาสดาตรัสพระธรรมเทศนา แสดงอนัตตลักขณสูตรอยู่
จิตของพระภิกษุปัญจวัคคีย์ ผู้พิจารณาภูมิธรรมตามกระแสเทศนานั้น
พ้นแล้วจากอาสวะ ไม่ถือมั่นด้วยอุปาทาน สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด
![]()
ครั้งนั้น มีพระอรหันต์เกิดขึ้นในโลก ๖ องค์ คือ
พระสัมพุทธเจ้า ๑ พระอริยะสาวก ๕
คือ พระอัญญาโกณทัญญะ๑ พระวัปปะ ๑ พระภัททิยะ ๑ พระมหานามะ ๑ พระอัสสชิ ๑
รวมเป็น ๖ ด้วยประการฉะนี้
โดย ดอกแก้ว [21 มี.ค. 2546 , 17:59:59 น.] ( IP = 210.1.50.100 : : )
สลักธรรม 6
ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ
อ่านแล้วก็ทำให้นึกถึงว่าคงจะมีสักวันหนึ่ง ที่เป็นเราบ้างนะ ...ที่มีดวงตาเห็นธรรมโดย พี่ดา [21 มี.ค. 2546 , 18:45:29 น.] ( IP = 158.108.12.109 : : )
สลักธรรม 7
อนุโมทนาและขอบคุณมากค่ะ
จะพยามยามสร้างเหตุเพื่อให้ได้
ดวงตาเห็นธรรมในอนาคตค่ะ
โดย สุธาดา [21 มี.ค. 2546 , 20:52:27 น.] ( IP = 203.113.38.13 : : )
สลักธรรม 8
ขอกุศลผลบุญคุณทั้งหลาย
ที่มุ่งหมายมากค่ากว่าสิ่งไหน
ใช้ชีวิตยอมสละทั้งกายใจ
หมายมุ่งให้พระสัจธรรมดำรงคง
อีกบุญทานบารมีที่ก่อเกิด
จงส่งผลอันประเสริฐยิ่งโกศล
ให้ข้านี้มีทางไม่อับจน
ไร้ดวงตามืดมนพ้นกันดาร
โดย พี่เณร [21 มี.ค. 2546 , 21:36:56 น.] ( IP = 203.107.207.243 : : )
สลักธรรม 9.
โดย เซิ่น [21 มี.ค. 2546 , 23:23:40 น.] ( IP = 203.170.148.16 : : )
สลักธรรม 10
ขอบพระคุณพี่ดอกแก้ว มากค่ะ
เข้ามาอ่านเพื่อสร้างศรัทธา...ต่อค่ะ
.
อ่านไปคิดไป ว่าเวลาที่เราสวดมนต์ เมื่อถึงบทนี้ แล้ว
ถ้าสามารถนึกถึงคำแปลอย่างที่นำเสนอก็น่าจะดีนะ
โดย วยุรี [22 มี.ค. 2546 , 06:10:27 น.] ( IP = 203.113.39.12 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |