มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


โปรดชฎิล ๓ พี่น้อง (๑)




ตอนที่ ๑ - ๒๓ อ่านที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2718



ตอนที่ ๒๔

โปรดชฎิล ๓ พี่น้อง


ครั้นพระบรมศาสดาทรงส่งพระสาวกเหล่าภัททวัคคีย์ไปแล้ว

ก็เสด็จตรงไปยังอุรุเวลาประเทศ อันตั้งอยู่ในเขตเมืองราชคฤห์มหานคร

ซึ่งเป็นที่อยู่ของอุรุเวลกัสสปอาจารย์ใหญ่ของชฎิล ๕๐๐


พระเจ้าพิมพิสารมหาราช เป็นพระมหากษัตริย์ปกครองโดยสิทธิขาด

เป็นเมืองที่คับคั่งด้วยผู้คน เจริญวิทยาความรู้ ตลอดการค้าขาย

เป็นที่รวมอยู่แห่งบรรดาคณาจารย์ เจ้าลัทธิมากในสมัยนั้น



ในบรรดาคณาจารย์ใหญ่ ๆ นั้น


ท่านอุรุเวลกัสสป เป็นคณาจารย์ใหญ่ผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนเป็นอันมาก

ท่านอุรุเวลกัสสป เป็นนักบวชจำพวกชฎิล

ท่านมีพี่น้องด้วยกัน ๓ คน ออกบวชจากตระกูลกัสสปะโคตร

ท่านอุรุเวลกัสสปเป็นพี่ชายใหญ่ มีชฎิล ๕๐๐ เป็นบริวาร

ตั้งอาศรมสถานที่พนาสณฑ์ ตำบลอุรุเวลา ต้นแม่น้ำเนรัญชรานที ตำบลหนึ่ง

จึงได้นามว่า
อุรุเวลกัสสป


น้องคนกลาง มีชฎิลบริวาร ๓๐๐

ตั้งอาศรมสถานอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ถัดเข้าไปอีกตำบลหนึ่ง

จึงได้นามว่า
นทีกัสสป


ส่วนน้องคนเล็ก มีชฎิลบริวาร ๒๐๐
ตั้งอาศรมสถานอยู่ที่คุ้งใต้แห่งแม่น้ำเนรัญชรานั้นต่อไปอีกตำบลหนึ่ง ซึ่งมีนามว่า ตำบลคยาสีสะประเทศ

จึงได้นามว่า
คยากัสสป

ชฎิลคณะนี้ทั้งหมดมีทิฏฐิหนักในการบูชาเพลิง

โดย ดอกแก้ว [25 มี.ค. 2546 , 13:09:52 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


พระบรมศาสดา

เสด็จไปถึงอาศรมสถานของท่านอุรุเวลกัสสปในเวลาเย็น

จึงเสด็จตรงไปพบอุรุเวลกัสสปทันที ทรงรับสั่งขอพักแรมด้วยสัก ๑ ราตรี

อุรุเวลสสปรังเกียจทำอิดเอื้อน ไม่พอใจให้พัก เพราะเห็นพระบรมศาสดาเป็นนักบวชต่างจากลัทธิของตน

พูดบ่ายเบี่ยงว่า ไม่มีที่ให้พัก


ครั้นพระบรมศาสดาตรัสขอพักที่โรงไฟ ซึ่งเป็นสถานที่บูชาเพลิงของชฎิล

ด้วยเป็นที่ว่าง ไม่มีชฏิลอยู่อาศัย ทั้งเป็นที่อยู่ของนาคราชดุร้ายด้วย

อุรุเวลกัสสปได้ทูล ว่า


พระองค์อย่าพอใจพักที่โรงไฟเลย

ด้วยเป็นที่อยู่ของพระยานาคมีพิษร้ายแรง ทั้งดุร้ายที่สุด อาศัยอยู่

จะได้รับความเบียดเบียนจากนาคราชนั้น ให้ถึงอันตรายแก่ชีวิต


เมื่อพระบรมศาสดารับสั่งยืนยันว่า

นาคราชนั้นจะไม่เบียดเบียนพระองค์เลย ถ้าท่านอุรุเวลกัสสปอนุญาตให้เข้าอยู่

ท่านอุรุเวลกัสสปจึงได้อนุญาตให้เข้าไปพักแรม



ลำดับนั้น

พระผู้มีพระภาค ก็เสด็จเข้าไปยังโรงไฟนั้น

ประทับนั่งดำรงพระสติ ต่อพระกัมมัฏฐานภาวนา

ฝ่ายพระยานาค เห็นพระบรมศาสดาเสด็จเข้ามาประทับในที่นั้น

ก็มีจิตคิดขึ้งเคียดจึงพ่นพิษตลบไป


ในลำดับนั้น พระบรมศาสดาก็ทรงพระดำริว่า

ควรที่ตถาคตจะแสดงอิทธานุภาพให้เป็นควันไปสัมผัสมังสฉวี

และเอ็นอัฎฐิแห่งพระยายานาคนี้ ระงับเดชพระยานาคให้เหือดหาย


แล้วก็ทรงสำแดงอิทธาภิสังขารดังพระดำรินั้น

พระยานาคมิอาจจะอดกลั้นซึ่งความพิโรธได้

ก็บังหวนพ่นพิษเป็นเพลิงพลุ่งโพลงขึ้น

พระบรมศาสดาก็สำแดงเตโชกสิณสมสบัติบันดาลเปลวเพลิงรุ่งโรจน์โชตนาการ

และเพลิงทั้งสองฝ่ายก็บังเกิดขึ้นแสง แดงสว่าง ดุจเผาผลาญซึ่งโรงไฟให้เป็นเถ้าธุลี


ส่วนชฎิลทั้งหลายก็แวดล้อมรอบโรงไฟนั้น ต่างเจรจากันว่า

พระสมณะนี้มีสิริรูปงามยิ่งนัก

เสียดายที่เธอมาวอดวายเสียด้วยพิษแห่งพระยานาคในที่นั้น


โดย ดอกแก้ว [25 มี.ค. 2546 , 13:13:54 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 2


ครั้นล่วงสมัยราตรีรุ่งเช้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าก็กำจัดฤทธิเดชพระยานาคให้อันตรธานหาย

บันดาลให้นาคนั้นขดกายลงในบาตร

แล้วทรงสำแดงแก่อุรุเวลกัสสป ตรัสบอกว่า

พระยานาคนี้สิ้นฤทธิเดชแล้ว

อุรุเวลกัสสปเห็นดังนั้นก็ดำริว่า

พระสมณะนี้มี อานุภาพมาก ระงับเสียซึ่งฤทธิ์พระยานาคให้อันตรธานพ่ายแพ้ไปได้


ถึงดังนั้นไซร้ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนอาตมา

มีจิตเลื่อมใสในอิทธิปาฏิหาริย์ จึงกล่าวว่า

ข้าแต่สมณะนิมนต์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ ณ อาศรมของข้าพเจ้าเถิด

ข้าพเจ้าจะถวายภัตตาหารให้ฉันทุกวันเป็นนิต



พระบรมศาสดาก็เสด็จประทับยังพนาสณฑ์ตำบลหนึ่ง

ใกล้อาศรมแห่งอุรุเวลกัสสปชฎิลนั้น

ครั้นสมัยราตรีเป็นลำดับ ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ ก็ลงมาสู่สำนักพระบรมโลกนาถ

ถวายอภิวาทและประดิษฐานยืนอยู่ใน ๔ ทิศ

มีทิพยรังสีสว่างดุจกองเพลิงก่อไว้ทั้ง ๔ ทิศ



ครั้นเวลาเช้า

อุรุเวลกัสสปจึงเข้าไปสู่สำนักพระบรมศาสดาทูลว่า

นิมนต์พระสมณะไปฉันภัตตาหารเถิด ข้าพเจ้าตกแต่งไว้ถวายเสร็จแล้ว

แต่เมื่อคืนนี้เห็นรัศมีสว่างไปทั่วพนัสมณฑลสถาน

บุคคลผู้ใดมาสู่สำนักพระองค์จึงปรากฏรุ่งเรืองในทิศทั้ง ๔


พระบรมศาสดาจึงตรัส บอกว่า

ดูกรกัสสปนั้นคือ ท้าวจาตุมหาราชทั้ง ๔ ลงมาสู่สำนักตถาคตเพื่อฟังธรรม

อุรุเวลกัสสปได้สดับดังนั้น ก็ดำริว่า

พระมหาสมณะองค์นี้มีอานุภาพมาก ท้าวจาตุมหาราชยังลงมาสู่สำนัก


ถึงกระนั้นก็ยังมิได้เป็นพระอรหันต์เหมือนอาตมา

โดย ดอกแก้ว [25 มี.ค. 2546 , 13:14:38 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 3



พระบรมศาสดา เสด็จมากระทำภัตตกิจ

เสวยภัตตาหารของอุรุเวลกัสสปเสร็จแล้ว ก็เสด็จกลับมาสู่ทิวาวิหารในพนาสณฑ์นั้น

ครั้นรัตติกาลสมัย ท้าวสหัสสนัยก็ลงมาสู่สำนักพระบรมศาสดา

ถวายนมัสการแล้วยืนอยู่ที่ควรข้างหนึ่ง

เปล่งรัศมีสว่างดุจกองอัคคีใหญ่ไพโรจน์ยิ่งกว่าราตรีก่อน



ครั้นเพลารุ่งเช้า

กัสสปชฎฎิลไปสู่สำนักพระบรมศาสดา

ทูลอาราธนาให้ฉันภัตตาหารแล้วทูลถามว่า

เมื่อคืนนี้มีผู้ใดมาสู่สำนักพระองค์ จึงมีรัศมีสว่างยิ่งกว่าราตรีก่อน

ตรัสบอกว่า ดูกรกัสสป

เมื่อคืนนี้ท้าวโกสีย์สักกเทวราชลงมาสู่สำนักตถาคต เพื่อจะฟังธรรม

ชฎิล ได้สดับดังนั้น ก็ดำริเห็นเป็นอัศจรรย์ดุจนัยก่อน



พระบรมศาสดาเสด็จไปเสวยภัตตาหารของกัสสปดาบส

แล้วก็กลับมาอยู่ทิวาวิหารยังพนัสฐานที่นั้น

ครั้นเข้าสมัยราตรี ท้าวสหัมบดีมหาพรหม ก็ส่งมาสู่สำนักพระบรมศาสดา

เปล่งรัศมีสว่างยิ่งขึ้นไปกว่าสองราตรีนั้น



ครั้นรุ่งเช้า

อุรุเวลกัสสปก็ไปทูลอาราธนาฉันภัตตาหาร แล้วทูลถามอีก

ตรัสตอบว่า คืนนี้ท้าวสหัมบดีพรหมลงมาสู่สำนักตถาคต

กัสสปดาบสก็ดำริดุจนัยก่อน



พระบรมศาสดาเสด็จไปเสวยภัตตาหารของอุรุเวลชฎิล แล้วก็กลับมาสู่สำนัก

ในวันรุ่งขึ้น มหายัญญลาภบังเกิดขึ้นแก่อุรุเวลชฎิล

คือชนชาวอังครัฐทั้งหลาย จะนำเอาขาทนียโภชนียาหารเป็นอันมาก

มาถวายแก่อุรุเวลชฎิล ๆ จึงดำริแต่ในราตรีว่า

รุ่งขึ้นพรุ่งนี้มหาชนจะนำเอาเอนกนานาหารมาสู่สำนักอาตมา

หากพระสมณะรูปนี้สำแดงอิทธิปาฏิหาริย์

ลาภสักการะก็จะบังเกิดแก่เธอเป็นอันมาก

อาตมาจักเสื่อมสูญจากสรรพสักการบูชา ทำไฉน ณ วันพรุ่งนี้อย่าให้เธอมาสู่ที่นี้ได้

โดย ดอกแก้ว [25 มี.ค. 2546 , 13:15:23 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 4


สมเด็จพระบรมศาสดาทรงทราบความดำริของชฎิลด้วยเจโตปริญาณ

ครั้นเพลารุ่งเช้าก็เสด็จไปสู่อุตตรกุรุทวีป

ทรงบิณฑบาตรได้ภัตตาหารแล้ว ก็เสด็จมากระทำภัตตกิจยังฝั่งอโนดาต

แล้วทรงยับยั้งอยู่ ณ ทิวาวิหารในที่นั้น

ต่อเพลาสายัณหสมัยจึงเสด็จมาสู่วนสณฑ์สำนัก



ครั้นรุ่งเช้า กัสสปชฎิลไปทูลอาราธนาเสวยภัตตาหารและทูลถามว่า

" วานนี้พระองค์ไปแสวงหาอาหารในที่ใด

ไฉนไม่ไปสู่สำนักข้าพเจ้า ๆ ระลึกถึงพระองค์อยู่ "


จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสบอกวาระน้ำจิตของชฎิลที่วิตกนั้นให้แจ้งทุกประการ

อุรุเวลกัสสปได้สดับก็ตกใจ ดำริว่า

พระมหาสมณะนี้มีอานุภาพมากแท้ เธอล่วงรู้จิตอาตมาถึงดังนั้น


ก็ยังไม่เป็นพระอรหันต์ดังอาตมา



ในกาลนั้น ผ้าบังสุกุลจีวรบังเกิดแก่พระบรมศาสดา

พระองค์เสด็จพระพุทธดำเนินไปซักผ้าบังสุกุล

ซึ่งห่อศพนางปุณณทาสี ที่ทอดทิ้งอยู่ในอามกสุสานะป่าช้าผีดิบ


เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นกษัตริย์อุภโตสุชาติ

เสด็จจากขัตติยราชสกุลอันสูงด้วยเกียรติศักดิ์

ทรงตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมพุทธเจ้า

เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ เป็นโมลีของโลกเห็นปานนี้แล้ว

ยังทรงลดพระองค์ลงมาซักผ้าขาวที่ห่อศพนางปุณณทาสี ที่ทอดทิ้งอยู่ในป่าช้า

เพื่อทรงใช้เป็นผ้าจีวรทรงเช่นนี้

เป็นกรณียะที่สุดวิสัยของเทวดาและมนุษย์ซึ่งอยู่ในสถานะเช่นนั้นจะทำได้


โดย ดอกแก้ว [25 มี.ค. 2546 , 13:15:56 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 5


มหาปฐพีใหญ่ก็กัมปนาทหวั่นไหวเป็นมหาอัศจรรย์ถึง ๓ ครั้ง

ตลอด ระยะทางทรงพระดำริว่า


ตถาคตจะซักผ้าบังสุกุลนี้ในที่ใด ?

ขณะนั้น ท้าวสหัสสนัยอมรินทราธิราชทรงทราบในพุทธปริวิตก

จึงเสด็จลงมาขุดสระโบกขรณีด้วยพระหัตถ์ในพื้นศิลา

สำเร็จด้วยเทวฤทธิ์ให้เต็มไปด้วยอุทกวารี

แล้วกราบทูลพระชินศรี ให้ทรงซักผ้าบังสุกุลในที่นั้น

ขณะที่ทรงซัก ก็ทรงดำริว่า


จะทรงขยำในที่ใดดี ?

ท้าวโกสีย์ก็นำเอาแผ่นศิลาใหญ่เข้าไปถวาย

ทรงขยำด้วยพระหัตถ์ จนหายกลิ่น ๔ อสุภ

แล้วก็ทรงพระดำริว่า


จะห้อยตากผ้าบังสุกุลจีวรในที่ใด ?

ลำดับนั้นรุกขเทพยดา ซึ่งสิงสถิตอยู่ ณ ไม้กุ่มบก

ก็น้อมกิ่งไม้นั้นลงมาถวายให้ทรงห้อยตากจีวร

ครั้นทรงห้อยตากแล้วก็ทรงพระจินตนาว่า


จะแผ่พับผ้าในที่ใด?

ท้าวสหัสสนัยก็ยกแผ่นศิลาอันใหญ่มาทูลถวาย ให้แผ่พับผ้ามหาบังสุกุลนั้น


เพลารุ่งเช้าอรุณขึ้น อุรุเวลกัสสปไปเฝ้าพระบรมศาสดา

เห็นสระและแผ่นศิลาทั้งสอง ซึ่งมิได้ปรากฏมีในที่นั้นมาก่อน

และกิ่งไม้กุ่มน้อมลงมาเช่นนั้น จึงทูลถามพระบรมศาสดา


ตรัสบอกความทั้งปวงให้ทราบ

เมื่อกัสสปได้ฟังก็สดุ้งตกใจ ดำริว่า

พระสมณะองค์นี้มีเดชานุภาพมากยิ่งนัก แม้ท้าวมัฆวาน

ยังลงมากระทำการไวยาวัจจกิจถวาย


แต่ก็ไม่เป็นพระอรหันต์เหมือนอาตมา




โดย ดอกแก้ว [25 มี.ค. 2546 , 13:16:29 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากับความเพียรในการนำลง
และสม่ำเสมอด้วยขันตินะครับ


ขอให้ผลบุญคุ้มครองปกป้องภัยในทุกๆสถานที่นะครับผม.


โดย พี่เณร [25 มี.ค. 2546 , 14:34:04 น.] ( IP = 203.107.211.249 : : )


  สลักธรรม 7

ขออนุโมทนาในความเพียรอันนี้ครับ
สิ่งทีคุณดอกแก้วทำเป็นสิ่งที่ยากมากครับ

โดย แววตะวัน [25 มี.ค. 2546 , 20:19:52 น.] ( IP = 203.146.129.157 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย เซิ่น [25 มี.ค. 2546 , 22:45:45 น.] ( IP = 203.170.149.126 : : )


  สลักธรรม 9

...ขอบคุณมากค่ะ พี่ดอกแก้ว.....

โดย ทวีพร [26 มี.ค. 2546 , 07:35:15 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 10

ขออนุโมทนาและขอบพระคุณในความกรุณาค่ะ

โดย ปราณี [26 มี.ค. 2546 , 08:17:12 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.199.95 )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org