มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บูชาผู้ควรบูชา(๒)




เรื่องพราหมณ์จูเฬกสาฏก



ยังมีนิทานการพุทธบูชา ดังได้ยินมาว่าในพระพุทธบาทศาสนาของพระพุทธเจ้าแห่งเรานี้ มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า จูเฬกสาฏก อยู่ในเมืองสาวัตถี พราหมณ์ทั้งสองภรรยาสามี มีผ้านุ่งคนละผืน มีผ้าห่มผืนเดียวกัน ผลัดกันห่มอยู่ทุกวันนี้สิ้นกาลนาน อยู่มาวันหนึ่งมีผู้มาร้องป่าวให้ชนทั้งหลายไปฟังธรรมเทศนาของสมเด็จพระศาสดา พราหมณ์ทั้งสองสามีภรรยาจึงปรึกษากันว่า ดูกรนางพราหมณ์ผู้มีหน้าอันเจริญ เราทั้งสองจะไปฟังธรรมพร้อมกันนั้นไม่ได้ ด้วยมีผ้าห่มผืนเดียวผลัดเปลี่ยนกันห่มอยู่ เพราะเหตุนั้น เจ้าจะไปฟังธรรมในเวลากลางคืนหรือกลางวันต้องเปลี่ยนกันไปฟังคนละเวลา ภรรยาจึงมีวาจาว่าฉันจะไปฟังในเวลากลางวัน ตัวท่านจงไปฟังในเวลากลางคืน สองสามีภรรยาปรึกษาพร้อมกันแล้วภรรยาก็ไปฟังธรรมในเวลากลางวัน ครั้นเวลาสายัณห์ภรรยาก็กลับมา สามีก็ไปฟังธรรมเทศนาเวลากลางคืน


ในวันนั้น สมเด็จพระพุทธเจ้าจะทรงเทศนาก็พิจารณาซึ่งอุปนิสัยแห่งสัตว์ พระองค์ก็ทรงรู้ชัดว่าพราหมณ์นี้จะเลื่อมใสในการบูชาสมเด็จพระศาสดาจึงทรงตรัสเทศนาทานศีลภาวนาเป็นต้นว่า สรรพนรชนชายหญิงทั้งหลายไม่ทำทานการบูชา ไปในชาติหน้าจะยากจนอนาถา หาข้าวจะกินและผ้านุ่งมิได้ พราหมณ์ได้ฟังธรรมเทศนาก็บังเกิดจิตศรัทธาเลื่อมใส คิดจะเปลื้องผ้าห่มบูชาแก่พระพุทธเจ้า ขณะนั้นความตระหนี่ก็บังเกิดขึ้นครอบงำไม่อาจทำบูชาได้ ครั้นนั่งฟังธรรมต่อไปถึงยามที่สอง พราหมณ์ก็บังเกิดความศรัทธา ปรารถนาจะบูชาด้วยผ้าที่ตนห่ม มัจฉริยะอกุศลก็บังเกิดครอบงำซึ่งดวงจิตไม่อาจจะเปลื้องปลิดออกมาบูชาได้

โดย เบญจพร [28 มี.ค. 2546 , 09:59:11 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พราหมณ์ก็นั่งฟังธรรมต่อไปถึงยามสาม จิตศรัทธาของพราหมณ์ก็เกิดกล้าหาญ ตัดความตระหนี่ได้ในสันดาน ก็เปลื้องผ้าห่มออกจากกายถวายเป็นพระพุทธบูชา จึงเปล่งอุทานวาจาว่า ชิตํ เม เราชนะแล้วๆ ดังนี้ พระยาปเสนทิโกศลได้ทรงฟังก็สะดุ้งตกพระทัย จึงให้หาพราหมณ์เข้ามาสู่ที่ใกล้ ทรงตรัสถามว่า ดูกรพราหมณ์ ท่านชนะแก่สิ่งอะไร? พราหมณ์จึงกราบทูลขึ้นไปว่า ข้าพเจ้าชนะแก่ข้าศึกภายในคือ ความตระหนี่ พระยาปเสนทิโกศลได้ทรงฟังก็ยินดี พระราชทานผ้านุ่งห่มให้แก่พราหมณ์คู่หนึ่ง พราหมณ์รับแล้วก็นำผ้าคู่นั้นไปบูชาแก่พระพุทธเจ้า พระยาปเสนทิโกศลก็เลื่อมใสในการบูชา จึงทรงประทานผ้าทวีขึ้นไป ๒ คู่ ๔ คู่ จนถึง ๘ คู่เป็นที่สุด พราหมณ์ยกผ้าไว้ ๒ คู่ เพื่อตนคู่ ๑ เพื่อภรรยาคู่ ๑ ผ้านอกนั้นพราหมณ์ก็บูชาแก่พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น


พระยาก็ศรัทธาในการบูชากุศลประทานผ้ารัดกัมพลมีราคามากสองผืนให้แก่พราหมณ์ ครั้นพราหมณ์ได้ผ้ามาจึงคิดว่า ผ้านี้ไม่สมควรเราจะนุ่งห่มปกปิดกาย ควรจะนำไปบูชาแก่พระพุทธเจ้า พราหมณ์คิดแล้วก็นำผ้าทั้ง ๒ ผืน ไปทำเพดานที่บรรทมของพระพุทธเจ้าผืน ๑ ยังอีกผืน ๑ ไปทำเป็นเพดานที่พระสงฆ์มานั่งฉันจังหัน ครั้นเวลาตะวันเย็น พระยาปเสนทิโกศลเสด็จไปสู่วิหาร ได้ทัศนาการเห็นผ้ารัดกัมพล ๒ ผืน มีพระทัยอันเต็มไปด้วยปีติ ทรงพระดำริว่าพราหมณ์มาบูชาในที่ควรบูชา ครั้นเสด็จกลับมาก็ทรงพระราชทานทรัพย์สิ่งละ ๔ ให้แก่พราหมณ์ คือช้าง ๔ ม้า ๔ ทาสหญิง ๔ ทาสชาย ๔ พราหมณ์ได้ทรัพย์เหล่านี้ก็ด้วยผลที่ทำพุทธบูชา ดังวิสัชนามาฉะนี้

โดย เบญจพร [28 มี.ค. 2546 , 10:03:12 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2

เรื่องนางโกสาตกี



บัดนี้ จะว่าด้วยบูชาพระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุ ความว่าบุคคลผู้ใดมีความเลื่อมใส ได้บูชาซึ่งพระบรมธาตุมีผลให้สำเร็จประโยชน์ในทางสวรรค์ จึงมีวัตถุนิทานว่า ในเมื่อพระพุทธเจ้าเข้าสู่พระนิพพานแล้ว พระยาอชาตสัตตุราชไปเชิญพระบรมธาตุมาจากเมืองกุสินารา ด้วยความศรัทธาเลื่อมใส มาก่อเป็นเจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมธาตุในท่ามกลางพารา ให้เป็นที่ไหว้บูชาแก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งปวง ดังได้ยินมาว่า ยังมีหญิงผู้หนึ่งมีปกติอยู่เมืองราชคฤห์ มีจิตศรัทธาปรารถนาจะบูชาพระบรมธาตุ เที่ยวแสวงหาดอกไม้ก็ได้ดอกโกสาตกี ๔ ดอก มีสีอันเหลืองคือ ดอกบวบขม นางก็ชื่นชมโสมนัสหรรษา ออกจากบ้าน เดินไปตามมรรคาเพื่อประโยชน์จะบูชาพระบรมธาตุ


ครั้งนั้นยังมีแม่วัวลูกอ่อนพาลูกสัญจรตามมรรคาวิถี ก็ชนนางกุมารีให้ล้มลงในกลางมรรคา นางก็ทำกาลกิริยาตาม ไปบังเกิดเป็นนางฟ้าอยู่ในดาวดึงส์เทวสถาน มีนางฟ้าพันหนึ่งเป็นบริวาร เทพยดาทั้งหลายจึงเรียกโดยโวหารว่านางโกสาตกี เทพยดามีรูปอันงามโสภาน่าพึงชม อุดมไปด้วยลักขณา อำนาจผลที่มีจิตคิดจะไปบูชาพระบรมธาตุ


ครั้งนั้น ท้าวสักกเทวราชเสด็จไปประพาสสวนนันทนวันอุทยาน ได้ทัศนาการเห็นนางโกสาตกีเทพธิดา จึงมีเทวบัญชาไต่ถามว่า ดูกรนางเทพธิดามีรูปทรงโสภาและเครื่องประดับงามทั้งวิมานกาญจนะระยับประดับไปด้วยแก้ว ทั้งรัศมีก็วาวแววแล้วไปด้วยแสงสว่าง หมู่เทพยดาคณานางก็แวดล้อมเป็นบริวาร ท่านได้สร้างกุศลประการใด นางโกสาตกีเทวธิดาจึงสำแดงบุพพกุศลของตนถวาย โดยบรรยายดังที่ได้กล่าวมาแล้วแต่หนหลัง พระอินทราได้ทรงฟังซึ่งผลแห่งสักการบูชา อันนางโกสาตกีเทวธิดาแสดงถวายทุกประการ

โดย เบญจพร [28 มี.ค. 2546 , 10:05:08 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 3

ท้าวมัฆวาน ก็สรรเสริญผลสักการบูชาแก่มาตลีเทพบุตรว่า ดูกร มาตลี เครื่องบูชาจะน้อยก็ดีจะมากก็ดีไม่เป็นประมาณในการกุศล กุศลจะมากจะน้อยก็อาศัยแก่จิตที่เลื่อมใสเป็นประมาณ พระพุทธเจ้าจะตั้งอยู่หรือจะดับขันธ์เข้าสู่นิพพานก็ดี บุคคลทั้งปวงมีจิตศรัทธาเลื่อมใสกราบไหว้บูชาอยู่แล้วก็มีผลเสมอกัน เมื่อพระอินทรามีเทวบัญชาดังนี้แล้ว ก็เสด็จไปเที่ยวประพาสสวนนันทนวันอุทยาน ครั้นนิวัตตนาการก็มากระทำสักการบูชาพระจุฬามณีเจดียสถาน ดังรับประทานวิสัชนามาฉะนี้


บัดนี้ จะว่าด้วยเจดียสถานที่ควรจะกระทำสักการบูชามี ๕ ประการ คือ ธาตุเจดีย์ ที่บรรจุพระธาตุ ๑ บริขารเจดีย์ ที่บรรจุบริขารของพระพุทธเจ้า ๑ ธรรมเจดีย์ ที่บรรจุพระธรรมขันธ์ ๑ ปฏิมากรเจดีย์ ที่บรรจุพระพุทธรูป ๑ อุททิศเจดีย์ ได้แก่เจดีย์ทรายที่ทำอุทิศบูชาแก่พระรัตนตรัยทั้ง ๓ มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ๑ ธาตุเจดีย์ ๕ คือ พระธาตุพระพุทธเจ้า ๑ ธาตุพระปัจเจกโพธิ ๑ ธาตุพระอรหันต์ ๑ ธาตุพระอนาคามี ๑ ธาตุพระยาบรมจักร ๑ ทั้ง ๕ นี้ เป็นธาตุเจดีย์ที่ไหว้สักการบูชาทั้งสิ้น


บัดนี้ จักว่าด้วยการสร้างเจดีย์มีฐานกลมดังลอมฟางเรียกว่าถูปะ เป็นของเก่าท่านทำมา ครั้งศาสนาไปตั้งอยู่เมืองลังกาล่วงมาได้ ๔๓๓ ปี พระเจ้าวัฏฏคามิณีกับพระอรหันต์พัน ๑ ยกปัญจมสังคายนา พระอรหันต์ทั้งหลายขึ้นไปวาดรูปพระจุฬามณีเจดีย์ในดาวดึงส์ เป็นไม้ ๑๒ ย่อเหลี่ยมมีลวดยอดแหลมลงมา ชาวลังกาจึงสร้างเจดีย์กลมๆ มีลวดแหลม แต่ในประเทศเมืองไทยนี้ สร้างเจดีย์ย่อเหลี่ยมเป็นไม้ ๑๒ มีลวดยอดแหลมทำอย่างพระเจดีย์ในดาวดึงสา เห็นว่างดงามสมควรเป็นที่ไหว้สักการบูชา จึงทำกันสืบๆมาจนทุกวันนี้

โดย เบญจพร [28 มี.ค. 2546 , 10:07:58 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 4


เรื่องพระสุธาปิณฑิยเถระ



บัดนี้ จักว่าด้วยอานิสงส์สร้างเจดีย์ว่า ดังได้ฟังมาในอดีตกาล ครั้งศาสนาพระพุทธเจ้าชื่อว่าสิทธัตถะ ยังมีบุรุษผู้หนึ่งได้สร้างสมการกุศลมามาก ครั้นพระสิทธัตถะดับขันธ์เข้าสู่พระนิพพานแล้ว ชาวเมืองทั้งหลายพากันก่อเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ บุรุษผู้นั้นมีจิตเลื่อมใสศรัทธา นำมาซึ่งปูนก้อนหนึ่งใส่ลงไปในระหว่างอิฐที่ต่อนั้น ครั้นบุรุษนั้นทำลายปัญจขันธ์ ด้วยอำนาจแห่งกุศลให้เสวยซึ่งความสุขอยู่ในมนุษย์และเทพยดาตลอดกาลนานสิ้น ๙๔ กัลป์ มิได้ไปเกิดในอบายภูมิทั้ง ๔


ครั้นมาถึงศาสนาพระพุทธเจ้าของเรานี้ ก็ได้บังเกิดในตระกูลที่เลื่อมใสครั้นอายุเจริญวัยก็ได้บวชในพระศาสนา นามปรากฏว่า สุธาปิณฑิยเถระ หมั่นเจริญพระวิปัสสนาก็ได้สำเร็จพระอรหัต ตัดกิเลสขาดจากสันดาน จึงเปล่งอุทานเป็นคาถาว่า ปูชารเห ปูชายโต ฯลฯ กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ ความว่าบุคคลผู้ใดมีจิตเลื่อมใส ได้กระทำสักการบูชาในวัตถุที่ควรจะบูชามีองค์พระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้น ตามคำสอนของพระทศพล ย่อมมีอานิสงส์ผลจะนับจะประมาณมิได้ โดยนัยดังวิสัชนามาฉะนี้

โดย เบญจพร [28 มี.ค. 2546 , 10:10:35 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 5


เรื่องบุรุษปฏิสังขรณ์พระเจดีย์



ยังมีนิทานอีกเรื่องหนึ่งว่า ในครั้งพระศาสนาแห่งพระพุทธเจ้า ชื่อว่าพุทธกัสสป ครั้งนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งมีจิตศรัทธากระทำปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ที่ชำรุดองค์หนึ่ง ความว่าบุรุษผู้นั้นเห็นพระเจดีย์หักพังทำลาย จึงมีความขวนขวายก่อสร้างขึ้นให้ดี เป็นที่สักการบูชา นำมาซึ่งเสาต้นหนึ่งปักลงเป็นแกนใน แล้วก่อขึ้นไปให้เป็นองค์เจดียสถานให้เป็นที่ไหว้สักการบูชา บุรุษผู้นั้นครั้นทำลายปัญจขันธ์ ก็ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นจาตุมมหาราชิกา มีนามชื่อว่าท้าวเวสสุวัณ มีตะบองเป็นอาวุธ เป็นใหญ่กว่ายักษ์ทั้งหลายด้วยผลที่ปฏิสังขรณ์พระเจดียสถานดังรับประทานวิสัชนามาฉะนี้


ยังมีต่อค่ะ


จาก มงคลสูตรแปลโดยพิสดาร ของ พระครูศิริปัญญามุนี (อ่อน)

โดย เบญจพร [28 มี.ค. 2546 , 10:12:17 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนา....ขอบคุณมากค่ะอาจารย์เบญจพร

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2546 , 12:13:47 น.] ( IP = 210.1.50.65 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org