| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บูชาผู้ควรบูชา(๔)
สลักธรรม 1
ว่ามาในวัตถุที่ควรจะบูชา มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น มีพุทธสาวกเป็นที่สุด เมื่อเทพธิดาและมนุษย์ได้ทำสักการบูชา ย่อมจะนำมาซึ่งความสุขมีมนุษย์สุข เป็นต้น มีนิพพานสุขเป็นอวสาน ถ้าไปบูชาแก่อสัปปุรุษมนุษย์ที่เป็นคนพาล หรือสัตว์เดียรฉานเป็นต้น ย่อมจะตัดเสียซึ่งทางกุศล และให้เสวยผลซึ่งความทุกข์ในชาตินี้และชาติหน้า
เรื่องสัญชีวมาณพและจัมมสาฏกปริพพาชก
ดังนิทานที่มีมาว่าในอดีตกาลที่ล่วงไป พระยาอชาตศัตรูบังเกิดเป็นมาณพชื่อว่า สัญชีวมาณพนับเข้ามาณพ ๕๐๐ เป็นลูกศิษย์แห่งทิศาปาโมกข์อยู่ในเมืองพาราณสี สัญชีวมาณพเรียกมนต์ปลุกผีตายให้เป็น อยู่มาวันหนึ่ง สัญชีวมาณพไปสู่ป่าด้วยมาณพทั้งหลาย เห็นเสือตายจึงว่าเราไปปลุกเสือตายให้เป็นขึ้น มาณพทั้งหลายได้ยินก็พากันหนีขึ้นต้นไม้ สัญชีวมาณพก็ร่ายมนต์ปลุกเสือตายให้เป็น เสือที่ตายนั้นก็เป็นขึ้นมาคาบเอาคอกัดสัญชีวมาณพให้ตายในที่นั้น ด้วยโทษที่ยกย่องซึ่งวัตถุที่ไม่ควรจะยกย่องบูชา ใช่แต่จะมีแต่เรื่องนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งว่า
ในอดีตกาลล่วงไป ยังมีปริพาชกผู้หนึ่งอยู่ในเมืองพาราณสี ชื่อว่าจัมมสาฏก เป็นปริพาชกนุ่งผ้าห่มผ้าแล้วด้วยหนัง อยู่มาวันหนึ่งจัมมสาฏกปริพาชกไปเที่ยวภิกขาจารในเมืองพาราณสี ถึงที่แพะชนกัน แพะตัวหนึ่งนั้นเห็นปริพาชกก็ถอยหลัง ยกเท้าหน้าทั้งสองขึ้น แล้วก็ย่อตัวลงไปทำอาการเหมือนจะไหว้ ปริพาชกก็ดีใจยกมือขึ้นรับไหว้แพะแล้วก็ยืนอยู่ ขณะนั้น พ่อค้าผู้มีปัญญาเห็นอาการดังนั้นจึงร้องห้ามว่า ดูกร ปริพาชก ท่านอย่ายินดีต้อนรับซึ่งสัตว์เดียรฉานเลย พาณิชร้องห้ามยังไม่ทันจะขาดคำแพะนั้นก็วิ่งชนที่อกปริพาชกๆ ก็ล้มลงเสวยทุกขเวทนา จึงกล่าวว่าบุคคลใดไม่มีปัญญามายกย่องบูชาซึ่งวัตถุที่ไม่ควรจะยกย่อง ย่อมเสวยทุกขเวทนาดังตัวอาตมาฉะนี้ พอขาดคำร่ำไรก็สิ้นลมหายใจ ทำกาลกิริยาตายในขณะนั้น
โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:05:33 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 2
ถามว่า วัตถุที่ไม่ควรเคารพบูชานั้นคืออะไร? แก้ว่า ได้แก่พวกอสัปปปุรุษใจบาปหยาบช้า ไม่ตั้งอยู่ในความยุติธรรมคือหิริโอตัปปะ ความละอายแก่บาป และไม่ตั้งอยู่ในข้อปฏิบัติคือศีลวิรัติกายวาจา พวกเหล่านี้ไม่ควรจะเคารพบูชา จะเป็นมนุษย์หรือเทพยดาหรือบรรพชิตก็เหมือนกัน
ถามว่าพระพุทธองค์ยังทรงสั่งสอนสัตว์อยู่ ตรัสสรรเสริญอามิสบูชาเป็นอเนกประการ ครั้นพระองค์ใกล้จะเข้าสู่นิพพานตรัสติเตียนอามิสบูชา ตรัสสรรเสริญปฏิบัติบูชาด้วยเหตุไร? แก้ว่าอามิสไม่อาจยกย่องพระพุทธศาสนาได้ปฏิบัติบูชาจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญอยู่นาน เพราะเหตุนั้น พระศาสดาจารย์จึงตรัสสรรเสริญปฏิบัติบูชา อนึ่ง พระองค์ยังทรงเทศนาสั่งสอนสัตว์อยู่ ก็ทรงสรรเสริญปฏิบัติบูชาเหมือนกัน เมื่อใกล้พระองค์จะปลงพระชนมายุสังขารกำหนดกาลว่า ยังอีก ๓ เดือน เราตถาคตจะเข้าสู่นิพพาน พระสงฆ์ทั้งหลายที่เป็นปุถุชนและโสดาก็พากันเศร้าโศกาถึงพระพุทธองค์
ยังมีภิกษุองค์หนึ่งชื่อว่าพระติสสะ เธอมารำพึงคิดว่าพระพุทธองค์นิพพานแล้ว เราจะปราศจากมรรคผลด้วยไม่มีผู้สั่งสอน คิดแล้วก็เข้าไปสู่ที่สงัดเจริญพระกรรมฐานแต่ผู้เดียว ไม่ได้มาสู่ที่ประชุมพุทธอุปัฏฐาก พระสงฆ์ก็กราบทูลพระผู้มีพระภาค พระองค์ก็ให้หาตัวมา แล้วมีพระพุทธฏีกาตรัสถาม พระติสสะก็รับตามเนื้อความที่ได้แสดงมา สมเด็จพระศาสดาก็ตรัสสรรเสริญว่า ผู้ใดได้กระทำอย่างนี้ ได้ชื่อว่าบูชาพระตถาคตโดยแท้ แล้วพระองค์ก็ทรงตรัสเทศนาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลใดบูชาพระตถาคตด้วยอามิสมีธูป เทียน ดอกไม้ เป็นต้น ไม่ได้ชื่อว่าบูชาเราตถาคต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดปฏิบัติไปตามซึ่งธรรมคือ ยังศีลสมาธิปัญญามรรคผลให้บังเกิดขึ้นในสันดานนั่นแหละได้ชื่อว่าบูชาตถาคตโดยแท้ เมื่อพระองค์ทรงตรัสเทศนาจบลง พระติสสเถระก็ได้สำเร็จพระอรหัต ตัดกิเลสขาดจากสันดาน ดังรับประทานวิสัชนามาฉะนี้
โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:13:08 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 3
ถามว่า อามิสบูชาจะควรแก่ใครไม่ควรแก่ใคร? แก้ว่าอามิสบูชาควรแก่ฆราวาสไม่ควรแก่บรรพชิต ถ้าบรรพชิตมาทำอามิสบูชาแล้วปฏิบัติบูชาก็เสื่อมสูญไป ไม่ยังพุทธศาสนาให้เจริญขึ้นไป ฝ่ายฆราวาสทำอามิสบูชา ก็ชื่อว่าปฏิบัติบูชา เพราะทำตามโอวาทของพระศาสดาตรัส ถามว่า บูชาอย่างไรจึงเรียกว่าอามิสบูชา? แก้ว่า บูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนเป็นต้น หรือสร้างกุศลมีวัดวาอาวาสโบสถ์วิหารเป็นที่สุด เรียกว่าอามิสบูชา ทำข้อปฏิบัติศีลสมาธิปัญญา เล่าเรียนศึกษาพระวินัยให้บริบูรณ์ เรียกว่าปฏิบัติบูชาจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญ
ถามว่า อามิสบูชากับปฏิบัติบูชาข้างไหนจะมีผลมากกว่ากัน? แก้ว่า ปฏิบัติบูชามีผลมากกว่า ด้วยสมเด็จพระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญว่า เป็นความเจริญในพระพุทธศาสนา ด้วยปฏิบัติบูชามีอยู่แล้ว อามิสบูชาคงมีอยู่เป็นธรรมดาเพราะเหตุนั้น เราท่านทั้งหลายเกิดมาพบพระพุทธศาสนา จงทำซึ่งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาให้บริบูรณ์ในสันดานของตนๆ นั้น เทอญ.
โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:14:08 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )
สลักธรรม 4
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์เบญจพร
ติดตามมาอ่านมาจนถึงการปุจฉา-วิสัชชนา
ที่ให้ความเข้าใจหลายๆอย่าง ที่ชัดเจนมาก
โดยเฉพาะควรกระทำทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาให้สมบูรณ์ในตน....โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2546 , 21:15:24 น.] ( IP = 210.1.50.147 : : )
สลักธรรม 5
![]()
ขอบคุณและอนุโมทนากับคุณเบญจพรมากค่ะ
โดย เล็ก [30 มี.ค. 2546 , 18:28:29 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )
สลักธรรม 6...อนุโมทนาอาจารย์เบญจพรมากค่ะ โดย แป้ง [31 มี.ค. 2546 , 02:08:19 น.] ( IP = 203.155.186.111 : : )
สลักธรรม 7ขอขอบคุณอาจารย์เบญจพรมากๆเลยครับผม
ที่นำประโยชน์มามอบไว้ให้แก่ทุกๆท่าน
ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านตลอดไปนะครับ
โดย พี่เณรชิต [31 มี.ค. 2546 , 10:53:41 น.] ( IP = 203.107.224.212 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |