มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บูชาผู้ควรบูชา(๔)





เรื่องนางลาชเทวธิดา



ยังมีนิทานอีกเรื่องหนึ่งว่า ยังมีหญิงผู้หนึ่งอยู่ในเมืองราชคฤห์ เป็นหญิงชาวนาไปรักษาข้าวสาลี คั่วข้าวตอกกินเป็นอาหาร ครั้งนั้น ยังมีพระเถระองค์หนึ่งชื่อว่าพระกัสสปะ ไปเข้านิโรธอยู่ในถ้ำชื่อว่าปิปผลิ ครั้นครบ ๗ วัน พระผู้เป็นเจ้าก็ออกจากนิโรธ จึงพิจารณาที่เที่ยวภิกขาจาร ก็ทัศนาการเห็นหญิงนั้นมีศรัทธา จึงนุ่งสบงทรงจีวรมีกรถือบาตรลีลาศมาสู่ที่อยู่แห่งนางกุมารี นางเห็นก็ยินดีร้องอาราธนา นำข้าวตอกมาใส่ลงในบาตรแล้วจึงตั้งความปรารถนาว่า ขอให้ข้าพเจ้าได้ซึ่งส่วนแห่งธรรมอันวิเศษที่พระผู้เป็นเจ้าได้เห็นประจักษ์ในชาตินี้ พระกัสสปะจึงกระทำอนุโมทนาว่า ความปรารถนาของท่านตั้งไว้ดังนี้ จงสำเร็จเถิด ท่านกระทำอนุโมทนาแล้วก็ไป


นางกุมารีก็ดีใจเดินไปตามมรรคา ยังมีงูเห่าตัวหนึ่งอยู่ในคันนา ครั้นนางเดินมาก็ขบกัดให้ล้มไป จิตของนางเลื่อมใสอยู่ในกุศล ครั้นแตกกายทำลายชนม์ก็ไปบังเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ มีวิมานทองอันโสภา ๑๒ โยชน์ มีนางฟ้าพันหนึ่งเป็นบริวารมีนามตามโวหารชื่อว่านางลาชเทวธิดา ครั้นนางพิจารณาซึ่งสมบัติก็รู้แจ้งชัดว่า ได้ด้วยผลที่ตนถวายข้าวตอกแก่พระมหากัสสปะ นางจึงคิดปรารภจะทำสมบัติให้ตั้งมั่น จึงลงจากสวรรค์เทวสถานมากวาดลานอาวาส ตั้งไว้ซึ่งน้ำใช้และน้ำฉันจัดไว้ครบครัน ล่วงมา ๒ วัน ๓ วัน พระเถระจึงรู้เหตุว่า นางเทพธิดามากระทำไว้ พระมหากัสสปะก็ขับไล่มิให้มากระทำ นางเทพธิดา ก็เสียใจร้องไห้เหาะไปในอากาศ


ครั้งนั้น พระบรมโลกนาถทรงทราบด้วยพระญาณ ทรงเปล่งพระรัศมีมีอาการราวกับว่านั่งอยู่เฉพาะหน้า ทรงตรัสเทศนาโปรดนางเทพธิดาว่า ดูกรนางเทพธิดา บุคคลทำกุศลคราวเดียวอย่าสำคัญว่าเท่านั้นพอ จงทำให้เนืองๆ บ่อยๆ กุศลย่อมจะนำมาซึ่งความสุขแก่สัตว์ทั้งหลายในโลกนี้และโลกหน้า เมื่อจบพระสัทธรรมเทศนา นางเทพธิดาก็ได้โสดาปัตติผล ลาองค์พระทศพลไปสู่วิมานของตน ณ กาลครั้งนั้น

โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:03:16 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


ว่ามาในวัตถุที่ควรจะบูชา มีพระพุทธเจ้าเป็นต้น มีพุทธสาวกเป็นที่สุด เมื่อเทพธิดาและมนุษย์ได้ทำสักการบูชา ย่อมจะนำมาซึ่งความสุขมีมนุษย์สุข เป็นต้น มีนิพพานสุขเป็นอวสาน ถ้าไปบูชาแก่อสัปปุรุษมนุษย์ที่เป็นคนพาล หรือสัตว์เดียรฉานเป็นต้น ย่อมจะตัดเสียซึ่งทางกุศล และให้เสวยผลซึ่งความทุกข์ในชาตินี้และชาติหน้า



เรื่องสัญชีวมาณพและจัมมสาฏกปริพพาชก



ดังนิทานที่มีมาว่าในอดีตกาลที่ล่วงไป พระยาอชาตศัตรูบังเกิดเป็นมาณพชื่อว่า สัญชีวมาณพนับเข้ามาณพ ๕๐๐ เป็นลูกศิษย์แห่งทิศาปาโมกข์อยู่ในเมืองพาราณสี สัญชีวมาณพเรียกมนต์ปลุกผีตายให้เป็น อยู่มาวันหนึ่ง สัญชีวมาณพไปสู่ป่าด้วยมาณพทั้งหลาย เห็นเสือตายจึงว่าเราไปปลุกเสือตายให้เป็นขึ้น มาณพทั้งหลายได้ยินก็พากันหนีขึ้นต้นไม้ สัญชีวมาณพก็ร่ายมนต์ปลุกเสือตายให้เป็น เสือที่ตายนั้นก็เป็นขึ้นมาคาบเอาคอกัดสัญชีวมาณพให้ตายในที่นั้น ด้วยโทษที่ยกย่องซึ่งวัตถุที่ไม่ควรจะยกย่องบูชา ใช่แต่จะมีแต่เรื่องนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งว่า


ในอดีตกาลล่วงไป ยังมีปริพาชกผู้หนึ่งอยู่ในเมืองพาราณสี ชื่อว่าจัมมสาฏก เป็นปริพาชกนุ่งผ้าห่มผ้าแล้วด้วยหนัง อยู่มาวันหนึ่งจัมมสาฏกปริพาชกไปเที่ยวภิกขาจารในเมืองพาราณสี ถึงที่แพะชนกัน แพะตัวหนึ่งนั้นเห็นปริพาชกก็ถอยหลัง ยกเท้าหน้าทั้งสองขึ้น แล้วก็ย่อตัวลงไปทำอาการเหมือนจะไหว้ ปริพาชกก็ดีใจยกมือขึ้นรับไหว้แพะแล้วก็ยืนอยู่ ขณะนั้น พ่อค้าผู้มีปัญญาเห็นอาการดังนั้นจึงร้องห้ามว่า ดูกร ปริพาชก ท่านอย่ายินดีต้อนรับซึ่งสัตว์เดียรฉานเลย พาณิชร้องห้ามยังไม่ทันจะขาดคำแพะนั้นก็วิ่งชนที่อกปริพาชกๆ ก็ล้มลงเสวยทุกขเวทนา จึงกล่าวว่าบุคคลใดไม่มีปัญญามายกย่องบูชาซึ่งวัตถุที่ไม่ควรจะยกย่อง ย่อมเสวยทุกขเวทนาดังตัวอาตมาฉะนี้ พอขาดคำร่ำไรก็สิ้นลมหายใจ ทำกาลกิริยาตายในขณะนั้น

โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:05:33 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 2


ถามว่า วัตถุที่ไม่ควรเคารพบูชานั้นคืออะไร? แก้ว่า ได้แก่พวกอสัปปปุรุษใจบาปหยาบช้า ไม่ตั้งอยู่ในความยุติธรรมคือหิริโอตัปปะ ความละอายแก่บาป และไม่ตั้งอยู่ในข้อปฏิบัติคือศีลวิรัติกายวาจา พวกเหล่านี้ไม่ควรจะเคารพบูชา จะเป็นมนุษย์หรือเทพยดาหรือบรรพชิตก็เหมือนกัน


ถามว่าพระพุทธองค์ยังทรงสั่งสอนสัตว์อยู่ ตรัสสรรเสริญอามิสบูชาเป็นอเนกประการ ครั้นพระองค์ใกล้จะเข้าสู่นิพพานตรัสติเตียนอามิสบูชา ตรัสสรรเสริญปฏิบัติบูชาด้วยเหตุไร? แก้ว่าอามิสไม่อาจยกย่องพระพุทธศาสนาได้ปฏิบัติบูชาจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญอยู่นาน เพราะเหตุนั้น พระศาสดาจารย์จึงตรัสสรรเสริญปฏิบัติบูชา อนึ่ง พระองค์ยังทรงเทศนาสั่งสอนสัตว์อยู่ ก็ทรงสรรเสริญปฏิบัติบูชาเหมือนกัน เมื่อใกล้พระองค์จะปลงพระชนมายุสังขารกำหนดกาลว่า ยังอีก ๓ เดือน เราตถาคตจะเข้าสู่นิพพาน พระสงฆ์ทั้งหลายที่เป็นปุถุชนและโสดาก็พากันเศร้าโศกาถึงพระพุทธองค์


ยังมีภิกษุองค์หนึ่งชื่อว่าพระติสสะ เธอมารำพึงคิดว่าพระพุทธองค์นิพพานแล้ว เราจะปราศจากมรรคผลด้วยไม่มีผู้สั่งสอน คิดแล้วก็เข้าไปสู่ที่สงัดเจริญพระกรรมฐานแต่ผู้เดียว ไม่ได้มาสู่ที่ประชุมพุทธอุปัฏฐาก พระสงฆ์ก็กราบทูลพระผู้มีพระภาค พระองค์ก็ให้หาตัวมา แล้วมีพระพุทธฏีกาตรัสถาม พระติสสะก็รับตามเนื้อความที่ได้แสดงมา สมเด็จพระศาสดาก็ตรัสสรรเสริญว่า ผู้ใดได้กระทำอย่างนี้ ได้ชื่อว่าบูชาพระตถาคตโดยแท้ แล้วพระองค์ก็ทรงตรัสเทศนาว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายบุคคลใดบูชาพระตถาคตด้วยอามิสมีธูป เทียน ดอกไม้ เป็นต้น ไม่ได้ชื่อว่าบูชาเราตถาคต


ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดปฏิบัติไปตามซึ่งธรรมคือ ยังศีลสมาธิปัญญามรรคผลให้บังเกิดขึ้นในสันดานนั่นแหละได้ชื่อว่าบูชาตถาคตโดยแท้ เมื่อพระองค์ทรงตรัสเทศนาจบลง พระติสสเถระก็ได้สำเร็จพระอรหัต ตัดกิเลสขาดจากสันดาน ดังรับประทานวิสัชนามาฉะนี้

โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:13:08 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 3


ถามว่า อามิสบูชาจะควรแก่ใครไม่ควรแก่ใคร? แก้ว่าอามิสบูชาควรแก่ฆราวาสไม่ควรแก่บรรพชิต ถ้าบรรพชิตมาทำอามิสบูชาแล้วปฏิบัติบูชาก็เสื่อมสูญไป ไม่ยังพุทธศาสนาให้เจริญขึ้นไป ฝ่ายฆราวาสทำอามิสบูชา ก็ชื่อว่าปฏิบัติบูชา เพราะทำตามโอวาทของพระศาสดาตรัส ถามว่า บูชาอย่างไรจึงเรียกว่าอามิสบูชา? แก้ว่า บูชาด้วยดอกไม้ธูปเทียนเป็นต้น หรือสร้างกุศลมีวัดวาอาวาสโบสถ์วิหารเป็นที่สุด เรียกว่าอามิสบูชา ทำข้อปฏิบัติศีลสมาธิปัญญา เล่าเรียนศึกษาพระวินัยให้บริบูรณ์ เรียกว่าปฏิบัติบูชาจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญ


ถามว่า อามิสบูชากับปฏิบัติบูชาข้างไหนจะมีผลมากกว่ากัน? แก้ว่า ปฏิบัติบูชามีผลมากกว่า ด้วยสมเด็จพระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญว่า เป็นความเจริญในพระพุทธศาสนา ด้วยปฏิบัติบูชามีอยู่แล้ว อามิสบูชาคงมีอยู่เป็นธรรมดาเพราะเหตุนั้น เราท่านทั้งหลายเกิดมาพบพระพุทธศาสนา จงทำซึ่งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาให้บริบูรณ์ในสันดานของตนๆ นั้น เทอญ.

โดย เบญจพร [29 มี.ค. 2546 , 17:14:08 น.] ( IP = 203.144.181.253 : : )


  สลักธรรม 4


ขอบคุณมากค่ะอาจารย์เบญจพร
ติดตามมาอ่านมาจนถึงการปุจฉา-วิสัชชนา
ที่ให้ความเข้าใจหลายๆอย่าง ที่ชัดเจนมาก
โดยเฉพาะควรกระทำทั้งอามิสบูชาและปฏิบัติบูชาให้สมบูรณ์ในตน....

โดย น้องกิ๊ฟ [29 มี.ค. 2546 , 21:15:24 น.] ( IP = 210.1.50.147 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณและอนุโมทนากับคุณเบญจพรมากค่ะ

โดย เล็ก [30 มี.ค. 2546 , 18:28:29 น.] ( IP = 203.107.203.18 : : )


  สลักธรรม 6

...อนุโมทนาอาจารย์เบญจพรมากค่ะ

โดย แป้ง [31 มี.ค. 2546 , 02:08:19 น.] ( IP = 203.155.186.111 : : )


  สลักธรรม 7

ขอขอบคุณอาจารย์เบญจพรมากๆเลยครับผม

ที่นำประโยชน์มามอบไว้ให้แก่ทุกๆท่าน
ขอความเจริญในธรรมจงมีแด่ท่านตลอดไปนะครับ


โดย พี่เณรชิต [31 มี.ค. 2546 , 10:53:41 น.] ( IP = 203.107.224.212 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org