| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เสด็จเมืองกบิลพัสดุ์
ตอนที่ ๑ - ๓๑ อ่านที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2767
![]()
ตอนที่ ๓๒
เสด็จเมืองกบิลพัสดุ์
![]()
ฝ่ายพระเจ้าสุทโธทนะ
พระพุทธบิดา ณ พระนครกบิลพัสดุ์
เมื่อได้ทรงทราบพระเกียรติคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศ
ก็ทรงปิติโสมนัส ที่พระโอรสของพระองค์ได้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ
สมดังคำพยากรณ์ของ ท่านอาจารย์อสิตดาบสและพราหมณาจารย์ทั้ง ๘ คน
ทรงตั้งพระทัยคอยเวลาอยู่ว่า
เมื่อใดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงจะเสด็จไปพระนครกบิลพัสดุ์
![]()
ครั้นไม่ได้ข่าววี่แววมาเลยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จ
ก็ทรงร้อนพระทัยปรารถนาจะให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จพระนครกบิลพัสดุ์
จึงทรงส่งอำมาตย์พร้อมด้วยบริวารคณะหนึ่ง
ให้ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังพระเวฬุวันวิหาร
กราบทูลอาราธนาให้เสด็จยังพระนครกบิลพัสดุ์
ครั้นอำมาตย์และบริวารคณะนั้นเดินทางจากพระนครกบิลพัสดุ์
ถึงพระนครราชคฤห์ อันมีระยะทาง ๖๐ โยชน์
ก็เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ในเวลาที่พระองค์ทรงแสดงธรรมอยู่
ได้โอกาสฟังธรรมด้วย ครั้นฟังธรรมแล้วก็ได้บรรลุพระอรหัตทั้งคณะ
ทูลขออุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา
ไม่ได้โอกาสที่จะกราบทูลความตามที่พระเจ้าสุทโธทนะทรงบัญชามา
![]()
ครั้นล่วงมาหลายเวลา
พระเจ้าสุทโธทนะเห็นอำมาตย์คณะนั้นหายไป
ก็ทรงส่งอำมาตย์ใหม่ออกติดตาม
และกราบทูลความประสงค์ของพระองค์
อาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เสด็จ
แม้อำมาตย์ราชทูตคณะนี้ ก็ได้ฟังธรรมบรรลุมรรคผล
และได้อุปสมบทในพระศาสนา เช่นอำมาตย์คณะนั้น
พระเจ้าสุทโธทนะทรงส่งอำมาตย์ไปอารธนาไม่เป็นผลสมพระทัยดังนี้ถึง ๙ ครั้ง
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 09:57:59 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 1![]()
ครั้งสุดท้ายทรงน้อยพระทัย
รับสั่งเรื่องนี้แก่กาฬุทายี อำมาตย์ผู้ใหญ่
ขอมอบเรื่องให้กาฬุทายีอำมาตย์ช่วยจัดการให้สมพระราชประสงค์
ด้วยทรงเห็นว่ากาฬุทายี เป็นอำมาตย์ผู้ใหญ่ที่สนิทสนม
เป็นที่ไว้วางพระทัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาแต่ก่อน
ทั้งเป็นสหชาติของพระบรมศาสดาด้วย
กาฬุทายีรับสนองพระบัญชาพระเจ้าสุทโธทนะว่า
" จะพยายามกราบทูลเชิญเสด็จให้สมพระราชประสงค์ให้จงได้ "
แต่ได้กราบทูลลาอุปสมบทด้วย
เพราะแน่ใจว่าตนควรจะได้อุปสมบทในสมัยที่เป็นโอกาสอันดีงามเช่นนี้แล้ว
![]()
พระเจ้าสุทโธทนะจำต้องพระราชทานให้กาฬุมายีตามที่ทูลขอด้วยความเสียดาย
หากแต่ดีพระทัยว่า กาฬุทายีอำมาตย์จะได้ทูลอัญเชิญเสด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้สมประสงค์
![]()
ครั้นกาฬุทายีอำมาตย์
พร้อมด้วยบริวารเดินทางมาถึงพระนครราชคฤห์แล้ว
ก็เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังพระเวฬุวันวิหาร
ได้สดับพระธรรมเทศนา บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยบริวาร
แล้วทูลขออุปสมบทเป็นภิกษุด้วยกันสิ้น
เมื่อพระกาฬุทายีเถระเจ้าบวชแล้วได้ ๘ วัน ก็พอสิ้นเหมันตฤดู
จะย่างขึ้นฤดูคิมหันต์ ถึงวันผคุณมาสปุรณมี คือ วันเพ็ญเดือน ๔ พอดี
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 09:58:54 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2
พระเถระเจ้ากาฬุทายีจึงดำริว่า
พรุ่งนี้ก็เป็นเวลาย่างเข้าฤดูร้อน
บรรดาเหล่าชาวกสิกรทั้งหลายก็เก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จ
มรรคาที่จะเสด็จไปสู่นครกบิลพัสดุ์ก็สะดวกสบาย
พฤกษาชาติก็เกิดเรียรายอยู่ริมทางก็ให้ความร่มเย็นเป็นอย่างดี
สมควรที่พระชินศรีบรมศาสดาจะเสด็จดำเนินไปกรุงกบิลพัสดุ์
แสดงธรรมโปรดพระมหากษัตริย์สุทโธทนะ พระพุทธบิดา
ตลอดพระบรมวงศานุวงศ์ศากยราช
![]()
ดำริแล้วพระเถระเจ้าก็เข้าเฝ้าพระบรมโลกนาถยังพระคันธกุฎี
ทูลสรรเสริญมรรคาทางไปกบิลพัสดุ์บุรี
เป็นสุขวิถีทางดำเนินสะดวกสบายตลอดมรรคา
ยามเมื่อแสงแดดแผดกล้า ก็มีร่มไม้ได้พักร้อนเป็นที่รื่นรมย์ตลอดระยะทาง ๖๐ โยชน์![]()
หากพระองค์จะทรงบำเพ็ญปรหิตประโยชน์ โปรดพระประยูรญาติยังกบิลพัสดุ์นคร
ก็จะเป็นที่สำราญพระกายไม่ต้องรีบร้อนยามเสด็จพระพุทธลีลา
ตลอดพระสงฆ์สาวกที่จะติดตามพระบาทา
ก็จะไม่ลำบากด้วยน้ำท่าและกระยาหาร
ด้วยตามระยะทางมีโคจรคามเป็นที่ภิกษาจารตลอดสาย
![]()
อนึ่ง พระบรมชนกนาถก็มีพระทัยมุ่งหมาย
ใคร่จะได้ประสบพบพระองค์ ตลอดพระภิกษุสงฆ์ทั้งหมด
หากพระองค์จะทรงพระกรุณาเสด็จไปให้สมมโนรถของพระชนกนาถ
ตลอดทั่วพระประยูรญาติศากยวงศ์
แล้วประดิษฐานพระพุทธศาสนาลงที่กบิลพัสดุ์บุรี
ก็จะเป็นเกียรติเป็นศรีแก่พระพุทธศาสนา
นำมาซึ่งประโยชน์สุขแก่ปวงมหาชน
เป็นศิริมงคลแก่อนุชนคนภายหลังชั่วกาลนาน
ข้าพระองค์ขออัญเชิญพระพิชิตมารเสด็จสู่กบิลพัสดุ์บุรี
โปรดพระชนกและพระประยูรญาติให้ปิติยินดีในคราวนี้เถิด
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 10:00:04 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3![]()
เมื่อพระบรมศาสดาทรงสดับสุนทรกถา
ที่กาฬุทายีเถระเจ้ากราบทูลพรรณา รวม ๖๔ คาถา วิจิตรพิสดาร
ก็ทรงตรัสสาธุการแก่พระกาฬุทายี ตรัสว่า
" ตถาคตจะเสด็จไปโปรดพระประยูรญาติยังกบิลพัสดุ์บุรี
ตามคำของท่าน ณ กาลบัดนี้
ฉะนั้นท่านจงแจ้งข่าวแก่พระสงฆ์ทั้งหลาย
ให้ตระเตรียมการเดินทางไกล ตามตถาคตประสงค์ที่จะเสด็จไปยังกบิลพัสดุ์บุรี
![]()
เมื่อพระกาฬุทายีออกมาประกาศให้มวลพระสงฆ์
ที่มาสันนิบาตอยู่พร้อมหน้าให้ทราบพระพุทธประสงค์แล้ว
บรรดาพระสงฆ์ขีณาสพทุก ๆ องค์ ก็เตรียมบาตรจีวร
มาสโมสรรอเสด็จพระบรมศาสดาตามวันเวลาที่กำหนด
ครั้นได้เวลาพระบรมศาสดาจารย์พร้อมด้วยพระสงฆ์ขีณาสพ ๒ หมื่นเป็นประมาณ
เสด็จดำเนินไปยังกบิลพัสดุ์นคร เสด็จโดยมิได้รีบร้อนตามสบาย
ประมาณระยะทางเดินได้วันละ ๑ โยชน์พอดี
![]()
ฝ่ายพระกาฬุทายีได้ส่งข่าวเสด็จพระนครกบิลพัสดุ์
ของพระชินศรีสัมพุทธเจ้าแด่พระเจ้าสุทโธทนะบรมกษัตริย์
ท้าวเธอได้ทรงทราบก็ทรงโสมนัสเบิกบาน
แจ้งข่าวสารแก่มวลพระประยูรญาติทั้งศากยราช
และโกลิยะวงศ์ ในเทวทหะนคร
พระญาติทั้งสองฝ่ายได้มาสโมสรประชุมกันต้อนรับที่กบิลพัสดุ์บุรี ด้วยความปิติยินดีเกษมสานต์
ได้ร่วมกำลังสร้างนิโครธมหาวิหาร พร้อมด้วยเสนาสนะและพระคันธกุฎิ
เพื่อรับรองพระชินศรีและพระสงฆ์สาวกพุทธบริษัท
เป็นสถานที่งดงามและเงียบสงัดควรแก่สมณะวิสัยเป็นอย่างดี
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 10:00:36 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4![]()
ครั้นสมเด็จพระชินศรี พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกเสด็จถึงกบิลพัสดุ์นคร
บรรดาพระประยูรญาติที่มาสโมสรต้อนรับอยู่ทั่วหน้า
มีพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา เป็นประธาน
ต่างแสดงออกซึ่งความเบิกบานตามแก่วิสัย
แล้วทูลเชิญให้เสด็จเข้าไปประทับยังพระนิโครธารามพระมหาวิหาร
พระบรมศาสดาจารย์ก็เสด็จขึ้นประทับบนพระบวรพุทธอาสน์
บรรดาพระสงฆ์ ๒ หมื่นต่างก็ขึ้นนั่งบนเสนาสนะอันมโหฬาร ดูงามตระการ
ปรากฏ สมเกียรติศากยบุตรพุทธชิโนรสบรรดามี
![]()
ครั้งนั้น
บรรดาพระประยูรญาติทั้งหลาย มีมานะทิฏฐิอันกล้า
นึกละอายใจไม่อาจน้อมประณมหัตถ์ถวายนมัสการพระบรมศาสดาได้
ด้วยดำริว่า
" พระสิตธัตถะกุมาร มีอายุยังอ่อน ไม่สมควรแก่ชุลีกรนมัสการ
จึงจัดให้พระประยูรญาติราชกุมาร ที่พระชนมายุน้อยคราวน้อง คราวบุตร หลาน
ออกไปนั่งอยู่ข้างหน้า เพื่อจะได้ถวายบังคมพระบรมศาสดา ซึ่งเห็นว่าควรแก่วิสัย
ส่วนพระประยูรญาติผู้ใหญ่พากันประทับ นั่งอยู่เบื้องหลังเหล่าพระราชกุมาร
ไม่ประณมหัตถ์ ไม่นมัสการ หรือคารวะแต่ประการใด
ด้วยมานะจิตคิดในใจว่าตนแก่กว่า ไม่ควรจะวันทาพระสิตธัตถะกุมาร "
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 10:01:16 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5![]()
เมื่อพระบรมศาสดาจารย์ได้ทรงประสบเหตุ
ทรงพระประสงค์จะให้เกิดสลดจิต
คิดสังเวชแก่พระประยูรญาติ ที่มีมานะจิตคิดมมังการ
จึงทรงสำแดงปาฏิหาริย์เหาะขึ้นลอยอยู่ในอากาศ
ให้ปรากฏประหนึ่งว่าละอองธุลีบาทได้หล่นลงตรงเศียรเกล้า
แห่งพระประยูรญาติทั้งหลาย ด้วยพุทธานุภาพเป็นมหัศจรรย์
![]()
ครานั้น พระเจ้าสุทโธทนะมหาราช พระพุทธบิดา
ได้ทรงเห็นปาฏิหาริย์เป็น มหัศจรรย์
จึงประณมหัตถ์ถวายนมัสการแล้วกราบทูลว่า
" ข้าแต่พระผู้มีพระภาค
แต่กาลก่อน เมื่อพระองค์ทรงประสูติใหม่ได้ ๑ วัน
หม่อมฉันให้พระพี่เลี้ยงนำมาเพื่อนมัสการพระกาลเทวิลดาบส
พระองค์ก็ทรงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏขึ้นไปอยู่บนชฎาพระกาลเทวิลอาจารย์
แม้ครั้งนั้น หม่อมฉันก็ได้ถวายนมัสการเป็นปฐม
ต่อมางานพระราชพิธีนิยม ประกอบการวัปปมงคลแรกนาขวัญ
พระพี่เลี้ยงนางนมได้นำพระองค์ประทับบรรทมใต้ร่มไม้หว้า
ครั้นเวลาบ่าย เงาไม้ก็ไม่ได้ชายไปตามตะวัน
เป็นปาฏิหาริย์ที่มหัศจรรย์ได้ปรากฏ
แม้ครั้งนั้นหม่อมฉันก็ได้ประณตนมัสการเป็นคำรบสอง ควรแก่การสดุดี
รวมเป็นสามครั้งกับครั้งนี้ ที่หม่อมฉันได้อัญชลีนมัสการ "
![]()
เมื่อสุดสิ้นพระราชบรรหารแห่งพระเจ้าสุทโธทนะมหาราช
บรรดาเหล่าพระประยูรญาติสิ้นทั้งหมด
ก็พากันยอกรประณตอภิวาทพระบรมศาสดา ด้วยคารวะเป็นอันดี
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 10:01:43 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6![]()
ต่อนั้น พระมหามุนีบรมสุคตเจ้า ก็เสด็จลงจากอากาศ
ประทับนั่งลงบนพระพุทธาอาสน์ในท่ามกลางพระบรมประยูรญาติสมาคม
เป็นที่ชื่นชมโสมนัส สุดจะประมาณด้วยบุญญาภินิหารพระโลกนาถ
ขณะนั้น มหาเมฆก็ตั้งขึ้นในอากาศ
บันดาลหยาดฝนโบกขรพรรษให้ตกลงในที่พระขัติยะประยูรวงศ์ประชุมกัน
น้ำฝนโบกขรพรรษนั้น
มีสีแดงหลั่งไหลเสียงสนั่นลั่นออกไปไกล เหมือนเสียงสายฝนธรรมดา
ถ้าผู้ใดปรารถนาจะให้เปียกกาย จึงจะเปียกกาย
ถ้าไม่ปรารถนาแล้ว แม้แต่เม็ดหนึ่งก็มิได้เปียกตัว
เหมือนหยาดน้ำตกลงในใบบัว แล้วก็กลิ้งตกลงไปมิได้ติดอยู่ให้เปียก
ดังนั้น จึงได้นามขนานขานเรียกว่า " ฝนโบกขรพรรษ " เป็นมหัศจรรย์
![]()
ครั้งนั้น พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายก็ชวนกันพิศวง
ต่างองค์ก็สนทนาว่า มิได้เคยเห็นมาแต่ก่อนกาล
พระองค์จึงมีพุทธบรรหารตรัสว่า
" ฝนโบกขรพรรษนี้
มิใช่จะตกในที่ชุมนุมพระประยูรญาติในครั้งนี้เท่านั้น ก็หาไม่
ในอดีตสมัย เมื่อตถาคตเสวยพระชาติเป็น พระเวสสันดร บรมโพธิสัตว์
ฝนโบกขรพรรษก็เคยได้ตกลงในที่ชุมนุมพระประยูรญาติเหมือนครั้งนี้ "
แล้วสมเด็จพระมหามุนีจึงได้ทรงพระแสดงพระธรรมเทศนา
เรื่องมหาเวสสันดรชาดก ยอยกพระมหาบารมีทาน
เมื่อจบพระธรรมเทศนาแล้ว
พระประยูรญาติก็ถวายนมัสการทูลลากลับพระราชนิเวศน์หมดด้วยกัน
ไม่มีใครเฉลียวจิตคิดถึงวันยามอรุณรุ่งพรุ่งนี้
ว่าสมเด็จพระชินศรีและพระสงฆ์จะทรงเสวยบิณฑบาตรที่ใด
จึงไม่มีใครทูลอาราธนาให้เสด็จไปเสวยภัตตาหารในเคหะสถานของตน ๆ ในกบิลพัสดุ์บุรี.
โดย ดอกแก้ว [1 เม.ย. 2546 , 10:02:21 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 7
ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
ทำให้ได้มีโอกาสอ่านสิ่งที่เป็นมงคลเสมอๆ ค่ะโดย เซิ่น [1 เม.ย. 2546 , 23:32:44 น.] ( IP = 202.183.157.43 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณมากค่ะพี่ดอกแก้ว
เป็นเรื่องที่ประเสริฐอ่านแล้วปิติใจจัง....จะรอติดตามต่อไปนะคะ...
โดย แป้ง [2 เม.ย. 2546 , 01:42:40 น.] ( IP = 203.155.186.122 : : )
สลักธรรม 9
เข้ามาอ่านต่อ เพื่อเติมใจให้เปี่ยมด้วยศรัทธา...ค่ะ
ขอบพระคุณมากค่ะ พี่ดอกแก้ว
ที่ช่วยทำให้พวกเราได้ใช้ชีวิตอยู่กับกุศล.ได้ทุกวัน
โดย วยุรี [2 เม.ย. 2546 , 10:00:26 น.] ( IP = 203.113.39.8 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |