มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ตามเบื้องพระยุคลบาท ตอนจบ




แนวทางการปฏิบัติตนและการปฏิบัติงานตามรอยเบื้องยุคลบาท ตอนจบ


โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล


ความพอดีทางด้านสังคม


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยรับสั่งไว้ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ที่จังหวัดนราธิวาสถึงเหตุที่ประเทศไทยยังอยู่รอดปลอดภัยในท่ามกลางการล่มสลายของประเทศเพื่อนบ้านว่า เพราะคนไทยยัง “ให้” กันอยู่

การให้ มีคุณค่าใหญ่หลวงสำหรับทุกคน ทั้งข้าราชการและประชาชน ราชการจะต้องให้บริการประชาชน เพื่อนบ้านต้องให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อนข้าราชการต้องช่วยกัน ระหว่างชุมชนต้องเกื้อกูลกัน เกิดเป็นเครือข่ายของชุมชน

ตามที่กำหนดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๘ ที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันกำหนด เมื่อความพอดีทางสังคมเกิดขึ้น ก็ไม่เกิดความขัดแย้ง และความสัมพันธ์ในสังคมควรจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเมตตาธรรม



ความพอดีทางเศรษฐกิจ


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงสั่งสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมานานแล้ว ไม่ใช่เพียงเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐

การรู้จักดำรงชีวิตตามฐานะทางเศรษฐกิจ ไม่ใช้จ่ายเกินกว่าฐานะจนเกิดเป็นหนี้สินที่ไม่ก่อประโยชน์ โดยเฉพาะในหมู่ข้าราชการนี้เป็นต้นเหตุของการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ เพราะอยู่กันเกินตัว มีรสนิยมสูงตามกระแส ข้าราชการต้องกลับมายึดเส้นทางสายกลางซึ่งเป็นวิถีชีวิตไทยโดยแท้

โดย อินทนิล [9 เม.ย. 2546 , 08:01:09 น.] ( IP = 210.1.50.5 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความพอดีในการใช้ทรัพยากร


การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองหรือการขายทรัพยากร ก็เสมือนการขายแผ่นดินที่เราทำกันมาโดยตลอด และพอใจในความร่ำรวยอย่างรวดเร็ว ภาคภูมิกับความเจริญทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นถึงเลขสองหลักในบางครั้ง

ในระยะเริ่มต้นของวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๘ ได้พูดกันเรื่องเศรษฐกิจดี สังคมมีปัญหา การพัฒนาไม่ยั่งยืน

สภาพการณ์ปัจจุบันแสดงถึงการใช้ทรัพยากรที่เกินพอดี ทำให้การพัฒนาไม่ยั่งยืน การทำงานของพวกเราบางครั้งขาดสติ รังแกธรรมชาติ ทำให้เสียมากกว่าได้ คือเสียไปก่อนอย่างไร้เหตุผล โดยยังไม่เห็นผลได้


ตัวอย่างอาจเห็นได้จากการปลูกต้นไม้ที่มักทำกันด้วยการยกไม้ลงหลุม เอาดินกลบ แล้วเผยแพร่ออกทีวี ต้นไม่ที่ปลูกจะขึ้นหรือไม่ยังไม่เห็น แต่ต้องเสียไม้ไปแล้ว ๒ – ๓ ท่อน คือ ไม้ค้ำยัน และป้ายชื่อ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสอนตลอดเวลาว่า การพัฒนาแบบยั่งยืนนั้น จะต้องรู้จักการใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้จบ

ในการปลูกป่า ทรงแนะนำให้คำนึงถึงประชาชนและชาวบ้าน ที่จะต้องใช้ประโยชน์จากป่าไม้ จึงทรงมีพระบรมราโชบายเกี่ยวกับการปลูกป่าสามอย่าง เพื่อประโยชน์สี่อย่าง เพื่อให้ชาวบ้านมีไม้สำหรับปลูกบ้านและซ่อมแซมบ้าน มีไม้ผลและพืชผักสำหรับบริโภค และไม้เชื้อเพลิง

ในแปลงจะต้องปลูกไม้ทั้งสามอย่าง ซึ่งไม่เหมือนกัน และนอกจากประโยชน์โดยตรงแล้ว ต้นไม้ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นในผืนดินด้วยกันคือเป็นป่า



ความพอดีในการใช้เทคโนโลยี


การใช้เทคโนโลยีจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ แต่จะต้องพิจารณาใช้อย่างเหมาะสมไม่ให้เกินพอดีจนชาวบ้านทิ้งเครื่องมือในท้องถิ่นทำให้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะต้องรู้จักเลือกเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และทุนทางสังคมอันเป็นฐานของประเทศ

โดย อินทนิล [9 เม.ย. 2546 , 08:01:54 น.] ( IP = 210.1.50.5 : : )


  สลักธรรม 2

๔. ความอดทน

หลักการที่ทรงสอนและทรงแนะนำตลอดเวลาอีกประการหนึ่ง คือ ความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็นคุณธรรมที่จำเป็นสำหรับคนทำงาน

การทำงาน มักประสบปัญหาและอุปสรรคนานา ที่บางครั้งทำให้เกิดความท้อแท้หมดกำลังใจ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตมนุษย์

เมื่อสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับคณะทำงานในโครงการตามพระราชดำริแล้ว จะทรงสังเกตเห็น ไม่เคยคลาดสายพระเนตรได้เลย และจะทรงสอนเพื่อเป็นกำลังใจด้วยหลักเหตุผลง่ายๆ เช่น


ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถามราคาเหล็กว่า : ขายกันกิโลกรัมละเท่าไร
กราบบังคมทูลว่า : ประมาณ ๔ – ๕ บาท
ทรงถาม : หากจะทำดาบสักเล่ม จะต้องทำอย่างไรกับเหล็กนั้น
กราบบังคมทูลว่า : จะต้องนำไปเผาไฟพระพุทธเจ้าค่ะ
ทรงถาม : เผาอย่างไร
กราบบังคมทูลว่า : เผาจนเหล็กแดงพระพุทธเจ้าค่ะ
ทรงถาม : ร้อนไหม ทรมานไหม จะต้องทำอย่างไรอีก
กราบบังคมทูลว่า : ต้องใช้ฆ้อนทุบ พระพุทธเจ้าค่ะ
ทรงรับสั่งว่า : กว่าจะเป็นดาบ จะต้องถูกเผา ถูกตี ถูกทุบครั้งแล้วครั้งเล่า จึงจะได้ดาบที่สวยงามราคาแพง

ทรงอุปมาผู้ที่ไม่ผ่านอุปสรรค จะทำงานใหญ่ของแผ่นดินไม่ได้


ได้พระบรมราโชวาทอย่างนี้ ทำให้เกิดขันติ อดทนและพร้อมที่จะลุกขึ้นสู้กับอุปสรรคต่อไป ดังเช่นพระมหาชนก ถึงแม้ไม่เห็นฝั่งก็ต่อสู้แหวกว่ายไม่ท้อถอย

โดย อินทนิล [9 เม.ย. 2546 , 08:02:27 น.] ( IP = 210.1.50.5 : : )


  สลักธรรม 3

๕ . ความซื่อสัตย์ สุจริต

อาชชวะ แปลว่า ความซื่อตรง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบข้อของหลักทศพิธราชธรรม หรือ ธรรมสำหรับพระมหากษัตริย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรง มีความจริงใจ เที่ยงธรรม มุ่งหวังประโยชน์สุขของพสกนิกรของพระองค์เป็นสำคัญ มิได้ทรงมุ่งผลเพื่อพระองค์เอง ทรงมุ่งมั่นตามพระราชปณิธานนี้มาโดยตลอด

ความซื่อสัตย์นี้นับเป็นคุณธรรมอีกประการหนึ่งที่พระองค์ทรงมีอยู่อย่างสมบูรณ์ตลอดมา นับตั้งแต่พระองค์ทรงดำรงสิริราชสมบัติสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลานานกว่า ๕๓ ปี

พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนและประเทศ ด้วยความซื่อสัตย์ต่อพระองค์เอง ซื่อตรงต่อหน้าที่ ซื่อตรงต่อประเทศชาติ และรับสั่งสอนประชาชนให้ยึดหลักของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง เพราะหากไม่มีสิ่งนี้แล้วประเทศชาติคงจะอยู่ไม่ได้มาโดยตลอด



โดย อินทนิล [9 เม.ย. 2546 , 08:03:36 น.] ( IP = 210.1.50.5 : : )


  สลักธรรม 4

๖. ความเป็นไทย

พระองค์พระราชทานพระบรมราโชวาทในการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง และทรงปฏิบัติเป็นตัวอย่างด้วยการทรงระมัดระวัง ทั้งการออกเสียงภาษาไทยที่ชัดเจน และการใช้คำภาษาไทยตามหลักภาษา

เช่น ทรงสอนว่า การพูดว่าไม่มีสตัง นั้นไม่ถูก ถ้าจะพูดให้ถูกต้องพูดว่าไม่มีสตางค์ หรือถ้าจะใช้คำแสลง ก็ต้องว่า ไม่มีตังค์ เป็นต้น

จะเห็นว่า พระองค์ทรงพิถีพิถันมาก และจะทรงจับการใช้ภาษที่ผิดได้หมด ดังนั้น พวกเราจึงต้องพยายามใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้องตามรอยพระยุคลบาท โดยเฉพาะข้าราชการ

คงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเกลียด ที่ข้าราชการโดยเฉพาะในระดับผู้ใหญ่พูดจาภาษาไทย โดยแยกแยะ กับไม่ออก อักษรกล้ำออกเสียงไม่ถูก เป็นต้น

วิถีชีวิตไทย มารยาท ท่วงท่าที่อ่อนน้อมถ่อมตน สุภาพเรียบร้อย เป็นคุณสมบัติของคนไทยมาช้านาน ข้าราชการควรแสดงแบบอย่างให้ประชาชนเห็นด้วย


จะเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสั่งสอนพวกเราผู้เปรียบเสมือนเป็นลูกของพระองค์อยู่ตลอดเวลา พระราชทานพระบรมราโชวาทในทุกเรื่องด้วยพระราโชบายนานาประการ

ทั้งการทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่าง การทรงใช้ดนตรีเป็นสื่อ และในท่ามกลางพระราชกรณียกิจอันหลากล้น ยังทรงอุทิศเวลาในการพระราชนิพนธ์หนังสือสอนพสกนิกรของพระองค์ เช่น
นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ ทรงสอนให้เสียสละ ทำความดีอย่างไม่ต้องประกาศตน
พระมหาชนก ทรงสอนให้มีความอุตสาหวิริยะ
ติโต ความเป็นเอกภาพของแผ่นดิน

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ทรงเสียสละทุ่มเทอย่างอุทิศพระองค์เพื่อพสกนิกรอย่างนี้ พวกเราจะทนนิ่งเฉย เย็นชา ปิดเครื่องรับ ปล่อยให้พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยอย่างนี้หรือ

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อย่าเพียงเห็นพระเจ้าอยู่หัว แต่ให้มองดูพระองค์เพื่อปฏิบัติตาม

ในยามที่บ้านเมืองประสบวิกฤตการณ์เช่นนี้ เป็นเวลาที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกันกู้ชาติ โดยมีหลักยึดที่ประเสริฐสุด คือ การดำเนินตามรอยพระยุคลบาท

โดย อินทนิล [9 เม.ย. 2546 , 08:03:55 น.] ( IP = 210.1.50.5 : : )


  สลักธรรม 5

สาธุครับ

ผมขอดำเนินตามรอยพระยุคลบาทอีกคนหนึ่งนะครับ

โดย Somkeat [9 เม.ย. 2546 , 12:08:38 น.] ( IP = 206.149.192.227 : : )


  สลักธรรม 6

...ขอบคุณมากนะคะ คุณอินทนิล อ่านแล้วซาบซึ้งในพระราชจริยาวัตรอันงดงามของพระองค์ท่าน และชอบตรงที่บอกว่า ไม่ใช่เพียงเห็น แต่มองดูเพื่อปฏิบัติตามค่ะ...

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:52:16 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org