มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิตที่ติดลบ .... (และรายงานกุศลวันนี้)




วันนี้ (9 เมษายน 2546)

พวกเราชาวมูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ นำโดย อ.บุษกร เมธางกูร

ได้ไปรวมตัวอยู่ที่ วัดศรีประวัติ เนื่องด้วยวันนี้ เป็นวันครบรอบ 2 ปี การมรณภาพ

ของท่านพระครูศรีโชติญาณ และอ.บุษกรรับเป็นเจ้าภาพงานบำเพ็ญกุศลในวันนี้

พวกเราไปถึงกันตั้งแต่ประมาณ 9.30 น. เมื่อ อ.บุษกรมาถึงท่านบอกว่า...


ก่อนออกจากบ้านความดันสูงกว่า 180

แต่ตั้งใจแล้วว่าวันนี้เป็นอย่างไรก็เป็นไปแต่ต้องมาให้ได้

เพราะพระครูศรีโชติญาณท่านเป็นเหมือนพ่อ เหมือนครู

เป็นผู้มีพระคุณสูงสุดท่านหนึ่งในชีวิตท่าน

ท่านยังพูดกับลูกศิษย์อีกหลายคนที่เคยได้รับอุปการคุณจากท่านพระครูศรีโชติญาณก่อนวันงานหลายวันว่า

ถ้าไม่ใช่ พ่อแม่เจ็บป่วยหรือตาย หรือตัวเองถึงขนาดป่วยจนมาไม่ได้จริงๆแล้ว ทุกคนควรต้องมาร่วมงานนี้อย่างยิ่ง


(พวกเราได้ทราบมาว่าก่อนมาที่วัด อ.บุษกรยังนั่งร้องไห้

อยู่ที่หน้ารูปพระศรีโชติญาณที่บ้านท่านด้วยความระลึกถึงอยู่)

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:22:54 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 1

ระหว่างที่เรานั่งรอพิธีสงฆ์กันอยู่นั้น

อ.บุษกรได้เรียกพวกเรามานั่งรวมๆกันแล้วบอกว่า

ท่านเกิดความรู้สึกขึ้นอย่างหนึ่งหลังจากที่ได้อ่านหนังสือธรรมะ

ฟังธรรมะ และพิจารณาธรรมที่ได้รู้มา

โดยเฉพาะในหมวดของทศพลญาณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า


เมื่อพิจารณามาถึง จุตูปปาตญาณ

ซึ่งเป็นญาณที่หยั่งรู้การจุติ ปฏิสนธิตลอดจนการเวียนว่าย ตายเกิดของสัตว์ทั้งหลายอื่นได้หมด

ทำให้ตัวของอาจารย์บุษกรเองได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่ท่านทรงให้ทางแห่งสติปัฏฐาน 4

ซึ่งด้วยเส้นทางนี้ผู้ที่ดำเนินตามทางจะได้แจ้งด้วยตนเอง

ในความเกิด ความดับแห่งนามรูปเช่นเดียวกัน

และการเห็นสิ่งที่ตนหลงยึดคือชีวิตตนว่า

แท้จริงแล้วล้วนไร้สาระ ยึดไว้ไม่ได้เพราะเกิดดับตลอดเวลา

ที่เห็นเช่นนี้ได้ก็ด้วยอำนาจแห่งญาณปัญญาเริ่มตั้งแต่ อุทยัพพยญาณเป็นต้นไป

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:24:14 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 2

การที่จะปฏิบัติจนเกิดญาณปัญญาเช่นนี้ได้

ต้องเจริญสติปัฏฐานอย่างต่อเนื่องจนเห็นแจ้งในทุกข์

ซึ่งอย่างเราๆนั้นจะประจักษ์ในทุกข์ได้ยากมาก

เพราะพวกเราติดสุข


ท่านยกตัวอย่างว่า

หน้านี้ร้อน... เข้ากรรมฐานก็ร้อน หงุดหงิด ไม่ทน ทนไม่ได้

หน้านี้ขออยู่เย็นๆสบายๆก่อน


ดูๆไปเหมือนเราวิบากดี ทำบุญมาดี ได้อยู่ในที่สุขสบาย ตามใจ

แต่สิ่งนี้ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติเพื่อออกจากทุกข์

เพราะติดสุขจะออกจากทุกข์ได้อย่างไร


ที่เราได้สุขแบบนี้ก็เพราะเราทำบุญหวังสุขมาก่อนตั้งแต่อดีตชาติ

เราทำบุญที่ไม่ประกอบไปด้วยปัญญาไว้

ทำแล้วหวังว่าบุญนี้จะช่วยให้ได้รับผลดี ผลสุข

เราจึงได้สุขในปัจจุบันชาติแล้วก็ติดสุขนั้น

โดยเฉพาะความสุขทางกาย ให้ไปอยู่แบบลำบาก.... ทนไม่ได้แล้ว

ทำให้ชาตินี้เราไม่พร้อมที่จะออกจากทุกข์

เพราะรักความสบายมากกว่า ซึ่งการจะออกจากทุกข์ได้ ต้องเห็นทุกข์ด้วยปัญญาเท่านั้น

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:25:04 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 3

ท่านให้นึกถึงพระมหาวิสูตร

(เป็นพระที่ อ.บุษกร ท่านได้ให้ทุนไปศึกษาพระอภิธรรมที่พม่าในขณะนี้)

ซึ่งเป็นคนเดียวในขณะนี้ที่ อ.บุษกรบอกว่าเห็นว่า

เป็นผู้มีโอกาสแจ้งในทุกข์ได้

เพราะท่านเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ชีวิตผ่านความลำบากมามาก

ความทนต่อทุกข์มีมากกว่าพวกเราๆ


ประกอบกับเหตุอดีตที่ท่านได้เคยสร้างสมมาในเรื่องของการศึกษาเล่าเรียนทางธรรมมาก่อน

เมื่อท่านมาบวช.... ได้มีโอกาสไปเรียนที่พม่า

ซึ่งชีวิตความเป็นอยู่ลำบากทั้งในเรื่องอาหารการกิน

และสาธารณูปโภคต่างๆที่ไม่เพียบพร้อมเหมือนเมื่ออยู่เมืองไทย

ทำให้ท่านทนได้ อยู่ได้ จึงทำให้ท่านมีโอกาสพัฒนาตนได้อย่างดียิ่ง

โอกาสของการเผชิญทุกข์ในสภาพจิตใจที่พร้อมสู้

ทำให้มีโอกาสแจ้งในทุกข์ได้มากกว่าพวกเราทั้งหลาย

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:25:59 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 4

ทุกวันนี้เราทำบุญก็จริง แต่ยังเป็นบุญที่หวังสุขอยู่

แต่การที่ได้มาศึกษาเล่าเรียน

ทำให้เรารู้จักที่จะทำบุญที่ประกอบไปด้วยปัญญามากขึ้น

เท่ากับเป็นการปูทางความพร้อมในการที่จะได้เป็นผู้ปฏิบัติที่มีโอกาสแจ้งในทุกข์ได้ในอนาคต


แต่พวกเรายังไม่กลัวบาปจริงๆ

เพียงแต่เราไม่ได้ทำบาปทุจริตต่างๆแล้วเท่านั้น

แต่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในแต่ละวันเรายังมีความโกรธ ความน้อยใจ

ความหวั่นไหวในสิ่งต่างๆที่มากระทบ

มีความกระหายอยากได้ในสิ่งต่างๆ มีความพอใจหลงใหลในอารมณ์ต่างๆ

แล้วคนที่ยังมีอารมณ์เช่นนี้หรือจะไปพ้นทุกข์ได้

เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นบาป เป็นสิ่งที่ทำให้เนิ่นช้าอยู่ในสังสารวัฏฏ์ต่อไป

ชีวิตจึงเป็น ชีวิตที่ติดลบ อยู่ตลอดเวลา

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:27:08 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 5

อ.บุษกรบอกว่า ตอนที่คิดเช่นนี้ได้

... คิดถึงลูกศิษย์ อยากโทรไปเล่าให้แต่ละคนได้รู้

แต่ก็นึกได้ว่าวันนี้จะได้พบลูกศิษย์พร้อมกันหลายๆคน ไว้เล่าพร้อมกันทีเดียวดีกว่า

ท่านยังบอกอีกว่าแท้จริงแล้วพวกเราเหมือน นักโทษ

ความหมายของท่านก็คือเมื่อเวลามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น มักจะโทษผู้อื่นอยู่เรื่อย

ไม่ได้มองตนเองเลย ว่าเราทำเหตุมาเอง เราจึงได้รับผลนั้นเอง

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:28:03 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 6

อ.บุษกรบอกกับพวกเราว่า

ตอนที่คิดได้อย่างนี้ไม่กล้าทำอะไรเลย

แม้แต่จะเคลื่อนไหวหรือขยับตัวเพราะกลัวกำหนดไม่ทัน

เกรงว่าจะทำไปโดยขาดการวางใจที่ถูกคือ

รู้เหตุของการกระทำว่าทำไปด้วยความจำเป็นเพราะทุกข์บีบคั้นจริงๆ

เกรงว่าสิ่งที่ทำนั้นทำไปด้วยความอยาก

เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วชีวิตก็ยิ่งมีแต่จะ ติดลบ ยิ่งขึ้นไปอีก


เช่น เกรงว่าจะเดินเพราะอยากเดิน ดื่มน้ำเพราะอยากดื่ม

ทำให้รู้สึกถึงความน่ากลัวของการใช้ชีวิตที่ขาดความระวังและการสังเกต

การติดตามสังเกตใจตนเองอยู่เสมอว่ามีอะไรเกิดขึ้น

โดยเฉพาะเวลาที่ปฏิบัติ ท่านใช้คำว่าอย่านิ่งไปเลย (ให้หยุดแค่หนองคายก็พอ)

อย่าเหม่อ คอยสังเกตที่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ท่านบอกว่าให้ตามใจให้ทัน อีกหน่อยก็จะจับใจได้เอง

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:28:44 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 7

ท่านเล่ามาถึงตรงนี้ก็พอดี เป็นเวลาที่พระภิกษุสงฆ์ขึ้นมาบนศาลา

ท่านเจ้าอาวาส พระมหาพนม อาภากโร ได้มาเป็นประธานในพิธี

จุดเทียนธูปบูชาพระรัตนตรัย

อ.บุษกร กล่าวนำสวดบูชาพระ และกล่าวคำอาราธนาธรรม

ในระหว่างที่ฟังสวด อ.บุษกร ได้ยกมือพนมฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์อย่างตั้งใจ

และในบางขณะก็หันไปทางรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านพระครูศรีโชติญาณ


โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:29:49 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 8

จนกระทั่งเสร็จพิธีเจริญพระพุทธมนต์แล้ว ก็เป็นการถวายเครื่องสังฆทาน

อันประกอบไปด้วยอาหารต่างๆ ที่ อ.บุษกร เป็นเจ้าภาพในวันนี้

ซึ่งจะมีอาหารที่ท่านพระครูศรีโชติญาณมักจะฉันอยู่เสมอ ประกอบอยู่ด้วย

เห็นแล้วก็ทำให้นึกถึงท่านพระครูขึ้นมาทันที

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:30:34 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 9

ในระหว่างที่พระสงฆ์ฉันภัตตาหารเพลอยู่นั้น

อ.บุษกร ก็ได้ลุกจากที่นั่งมาทักทายแขกผู้มีเกียรติหลายๆท่าน

รวมทั้งคุณเขียน ศรีทองทาบ (จำได้เพราะเดินทางไปเยี่ยมพระอาจารย์สุนทร ที่จังหวัดพิษณุโลกด้วยกันค่ะ)

ซึ่งเป็นศิษย์ของท่านพระอาจารย์บุญมี และท่านพระครูศรีโชติญาณอีกด้วย

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:31:23 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )


  สลักธรรม 10

ตลอดระยะเวลาที่ อ.บุษกร ลุกขึ้นมาทักทายแขกเหรื่อและลูกศิษย์

ก็จะได้รับปัจจัยบางส่วนเพื่อร่วมทำกุศลในวันนี้

อ.บุษกร ก็ไม่ได้เก็บเข้าพกเข้าห่อเพื่อหักต้นทุนเลย

แต่นำปัจจัยทั้งหมดที่ได้รับมาและของตนเอง นำไปถวายแด่ท่านเจ้าอาวาส

เพื่อนำไปถวายแก่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด (รายละเอียดต้องถามพี่ดานะคะ )

โดย ทวีพร [9 เม.ย. 2546 , 18:32:18 น.] ( IP = 203.107.208.86 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org