มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พุทธธรรมสำหรับนักบริหาร





สมณพราหมณสูตร

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2176

โดย ณรังษี [10 เม.ย. 2546 , 13:27:39 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พุทธธรรมสำหรับนักบริหาร



พระศาสดาผู้ให้กำเนิดพระพุทธศาสนาได้รับยกย่องสรรเสริญว่าเป็น “ สัพพัญญ “ คือ ผู้รู้แจ้งในสรรพวิชาการต่าง ๆ ทุกสาขา แม้การบริหาร ( Administration) ซึ่งเป็นวิชาการหนึ่งในทางสังคมศาสตร์ก็มีปรากฏอยู่ในคำสอนของพระองค์หลายแห่งในพระไตรปิฎก พระองค์ทรงสั่งสอนนักปกครองนักบริหารตลอดจนผู้ปฏิบัติงานมามากมาย แม้ถ้อยคำที่ใช้ในสมัยของพระองค์จะแตกต่างกับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแต่ถ้าพิจารณาถึงเนื้อหาสาระแล้ว ก็สามารถนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะได้นำมากล่าวโดยละเอียดต่อไป

หลักการและมูลเหตุของการบริหาร


ในอัคคัญญสูตร ทีฆนิกาย ปฏิกวรรค ได้แสดงถึงหลักการและมูลเหตุของการบริหารไว้พอสรุปใจความได้ว่า

ในสมัยที่โลกถึงคราวพินาศ สัตว์ทั้งหลายได้เกิดในชั้นอาภัสสรพรหมกันเป็นส่วนมาก เมื่อโลกหมุนกลับมาเจริญอีก สัตว์เหล่านั้นก็พากันมาเกิดในโลกอีก ทำอะไรได้ตามใจต้องการ กินอาหารทางใจ มีแสงสว่างในตัว เหาะเหินเดินอากาศได้ ต่อมามีง้วนดินเกิดขึ้น พร้อมด้วยสี กลิ่น รส พวกเขาพากันเอานิ้วจิ้มง้วนดินกิน ก็เกิดติดใจในรสนั้น แสงสว่างในตัวก็หายไป

โดย ณรังษี [10 เม.ย. 2546 , 13:41:42 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อแสงสว่างในตัวหายไปก็เกิดดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ และดวงดาวต่าง ๆ มีกลางวัน กลางคืน มีเดือน มีปี มีฤดูขึ้นมา เมื่อกินง้วนดินเป็นอาหารกายก็หยาบกระด้าง ความทรามและความงามแห่งผิวพรรณก็ปรากฏ เกิดการดูถูกดูหมิ่นเหยียดผิวกันและกันขึ้น ง้วนดินก็หายไป เกิดสะเก็ดดินขึ้น มีสีกลิ่น รส พร้อมเป็นอาหารได้ เมื่อกินสะเก็ดดินเข้าไปก็ทำให้ร่างกายหยาบกระด้างยิ่งขึ้น ความทรามแห่งผิวพรรณก็ปรากฏชัดขึ้น ก็มีการดูหมิ่นเหยียดหยามกันและกันมากขึ้น สะเก็ดดินหายไป มีเถาไม้เกิดขึ้นแทนเป็นอาหาร เมื่อกินเถาไม้เข้าไปก็ทำให้ร่างกายหยาบกระด้างมากยิ่งขึ้น เกิดการดูหมิ่นกันหนักยิ่งขึ้นเถาไม้หายไป

พอเถาไม้หายไปก็เกิดข้าวสาลีไม่มีเปลือก มีกลิ่นหอม มีเมล็ดเป็นข้าวสารขึ้น ใช้เป็นอาหารได้ ข้าวสาลีนี้พอเก็บตอนเช้า ตอนเย็น ก็งอกเมล็ดขึ้นมาแทนที่อีก เก็บตอนเย็น ตอนเช้าก็งอกเมล็ดขึ้นมาแทนที่อีกไม่มีวันหมด สร้างความหยาบกระด้างของร่างกายมากขึ้น จนเกิดเป็นเพศหญิงและเพศชายขึ้นเมื่อต่างเพศเพ่งมองจ้องกันและกันเกินขอบเขต ก็เกิดความกำหนัดเร่าร้อนและมีการสมสู่ร่วมเพศต่อหน้ากัน เป็นที่รังเกียจพวกที่เห็นการกระทำเช่นนั้นพากันเอาท่อนไม้ ก้อนดิน ขว้างปา เพราะถือกันว่าเป็นอธรรม

ต่อมาก็มีการสร้างบ้านเรือนเพื่อปิดบังการร่วมเพศนั้น แล้วก็มีผู้เกียจคร้านที่จะนำเอาข้าวสาลีมาเพื่ออาหารเช้าอย่างเดียว จึงนำข้าวสาลีมาเพื่ออาหารเย็นด้วย ให้พอทั้งเช้าทั้งเย็นคราวเดียวเลย บางรายนำเอาข้าวสาลีมาเพื่อให้พอเพียงสำหรับ 2 วันบ้าง 4 วันบ้าง 8 วันบ้าง ทำให้เกิดการกักตุนสะสมอาหารขึ้นมา คนก็เกิดมากขึ้น จนข้าวสาลีไม่พอ ข้าวสาลีที่ถอนแล้ว ก็ไม่งอกขึ้นมาอีก จึงต้องเก็บกักตุนข้าวสาลีไว้เป็นของใครของมัน กำหนดเป็นเขตแดนของใครของมัน ต่อมาก็มีบางคนเก็บกักตุนข้าวสาลีที่เป็นส่วนของตนเองไว้ ไม่กินแต่ลักเอาข้าวสาลีของคนอื่นมากินเมื่อถูกจับได้ ก็เพียงแต่สั่งสอนกันไม่ให้ทำอย่างนี้อีก

โดย ณรังษี [10 เม.ย. 2546 , 13:42:19 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 3


เมื่อเกิดการลักขึ้นมาอีก ก็ถูกจับได้ ถูกดุด่าว่ากล่าวถึงขั้นถูกตบตีด้วยมือบ้าง ไม้บ้าง เมื่อเกิดการละเมิดกันและกันเช่นนี้ จึงพากันประชุมตกลงกันว่า ความไม่ดีไม่งามทั้งหลาย เช่น การลัก การพูดปดว่าไม่ได้ลัก การดุด่า การตีกันและกันได้เกิดขึ้นในสังคมของเราแล้วพวกเราควรจะตกลงกันแต่งตั้งคนให้ทำหน้าที่ติคนที่ควรติ ขับไล่คนที่ควรขับไล่ โดยเราจะแบ่งส่วนข้าวสาลีให้คนผู้นั้น เมื่อตกลงกันดังนี้แล้วก็เลือกตั้งคนที่มีรูปร่างงดงาม น่าเลื่อมใส มีความสามารถขึ้นมาเป็นหัวหน้าเพื่อปกครองพวกตนโดยได้ให้สมญาคนนั้นว่า “ มหาสมมต “ แปลว่า ผู้อันมหาชนยินยอมพร้อมใจกันตั้งให้เป็นผู้ปกครอง มีหน้าที่ติคนที่ควรติขับไล่คนที่ควรขับไล่ หน้าที่อีกอย่างหนึ่งของมหาสมมตก็คือ

1. การแบ่งปัน เขตแดนที่ทำมาหากินให้คน จึงถูกเรียกว่า ขัตติยะ แปลว่าผู้เป็นเจ้าของที่ดิน หรือผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนพระเจ้าแผ่นดิน หรือกษัตริย์ซึ่งได้ทำหน้าที่แบ่งปัน จัดสรร ระงับข้อพิพาทต่าง ๆ

2. สร้างความพอใจให้ทุกคนโดยธรรม จึงถูกเรียกว่า ราชา แปลว่า ผู้สร้างความพอใจ ความชื่นใจให้ทุกคนโดยธรรม


ถ้าพิจารณาเนื้อหาในพระสูตรนี้อย่างละเอียดแล้ว จะเห็นได้ว่ามีบางส่วนที่คล้ายกับทฤษฎีสัญญาประชาคม (Social contract) ของปรัชญาเมธีชาวฝรั่งเศสที่เกิดในประเทศสวิส ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับกันอยู่ในหมู่นักวิชาการปัจจุบัน ชื่อว่า รุชโซ (Rousseau ) ได้เขียนทฤษฎีดังกล่าวขึ้นหลังพระพุทธเจ้า 2305 ปี คือใน ค.ศ. 1762 รุชโซ กล่าวว่า สภาพธรรมชาตินั้นไม่น่าอยู่ ไร้คุณธรรม ปัจเจกชนทั้งหลายจึงยินยอมมอบสิทธิตามธรรมชาติของตนนั้นให้แก่อำนาจสูงสุดเรียกว่า “ ความต้องการของส่วนรวม “ ( General will ) การมอบสิทธิของตน ก็เพื่อประโยชน์สุขของตนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของส่วนรวมนั่นเอง General will ของรุชโซมีลักษณะคล้ายกับมหาสมมต

โดย ณรังษี [10 เม.ย. 2546 , 13:44:12 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 4

จากเนื้อหาสาระของอัคคัญญสูตรแสดงให้เห็นว่า นับตั้งแต่การอุบัติของโลกใหม่ ๆ นั้น มนุษย์ยังอยู่กับธรรมชาติ ยังมีความอุดมสมบูรณ์ทุกอย่างปรารถนาอะไรก็ได้ตามใจนึก มีความอิ่มใจเป็นอาหารมีแสงสว่างในตัว เหาะเหินเดินอากาศได้ และมีการตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม ต่อมาเกิดความเสื่อมทรามตามลำดับ เนื่องจากความเห็นแก่ตัว จากการที่เคยอยู่กันตามแบบธรรมชาติสร้างสรรค์ ไม่มีใครเป็นใหญ่ไม่มีใครยึดครองสิ่งของใด ๆ เป็นของตน ยังไม่มีบ้านเรือน ยังไม่มีการกักตุนสิ่งของ

ต่อมามีการยึดครองธรรมชาติเอามาเป็นของตน มีการกักตุนสิ่งของต่าง ๆ ไว้เป็นของตน กำหนดเขตแดน แบ่งปันเขตแดนเป็นของใครของมัน ไม่ขึ้นแก่กันและกัน ต่างคนต่างเป็นใหญ่เหนือธรรมชาติ เห็นแก่ตัวมากขึ้น ๆ ความดีงามที่เคยมีอยู่ก็สลายไปสิ้น มีการล่วงละเมิดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย การลักทรัพย์ การพูดเท็จการประพฤติอนาจาร สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาก็เพราะความบกพร่องทางศีลธรรม จริยธรรม และในการบริหารนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า ในมนุษย์ชาติทั้งมวลพระราชา เป็นผู้ล้ำเลิศกว่าใคร แต่ผู้ประพฤติธรรมตั้งมั่นอยู่ในธรรม ย่อมเป็นผู้ประเสริฐและล้ำเลิศกว่าทุกคนในโลก นั่นก็คือ ธรรมะย่อมเป็นใหญ่ในแผ่นดินนั่นเอง


คุณสมบัติของนักบริหาร


ในการบริการตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงคุณสมบัติของนักบริหารไว้มีใจความว่า

โดย ณรังษี [10 เม.ย. 2546 , 13:48:31 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 5

ผู้นำ หรือนักบริหารระดับสูง ปรารถนาประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา จะต้องมีคุณสมบัติ 6 ประการเหล่านี้ คือ

1. ความอดทน อดกลั้น (Patience : forbearance)

2. ความตื่นตัว รู้เท่าทันเหตุการณ์ความเป็นไปของโลกและสังคม (walking watching ;vigil)

3. ความขยันหมั่นเพียร (exertion manly vigour)

4. การรู้จักเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่แบ่งปัน (distribution; partition)

5. ความเมตตากรุณา ความเอื้ออารี (mercy; compassion)

6. ความสอดส่อง เอาใจใส่ดูแลทุกข์สุขของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา (looking)


จากพุทธพจน์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าผู้ที่เป็นผู้นำ หรือนักบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือนักบริหารทุกระดับ / จำต้องมีคุณธรรม คือทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร และคุณธรรมอื่น ๆ ด้วย ซึ่งจะนำมากล่าวโดยสังเขป ดังต่อไปนี้

ทศพิธราชธรรม หรือ ราชธรรม

ได้แก่ ธรรมของพระราชา , กิจวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินควรประพฤติ , คุณธรรมของผู้บริหารกิจการบ้านเมือง , ธรรมของราชการ (Rajadhdmma ; virtues or duties of the king ; royal virtues ; virtues of an administrater) มี 10 ประการ



ยังมีต่อค่ะ

โดย ณรังษี [10 เม.ย. 2546 , 13:56:23 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 6

สาธุครับ

โดย Somkeat [10 เม.ย. 2546 , 15:25:13 น.] ( IP = 206.149.192.119 : : )


  สลักธรรม 7


อนุโมทนาและขอบคุณ คุณณรังษี มากค่ะ

อ่านแล้วยิ่งทำให้รู้สึกตัวว่าโชคดีจังที่ได้มาศึกษาพระพุทธศาสนา เพราะจะเห็นได้ว่าพุทธศาสตร์ จะครอบคลุมไปในทุกศาสตร์ที่มนุษย์ควรเข้าใจ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

โดย พี่ดา [10 เม.ย. 2546 , 19:15:56 น.] ( IP = 158.108.12.233 : : )


  สลักธรรม 8

กำลังอ่านอย่างจดจ่อเชียวค่ะ แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้มาอ่านต่อเมื่อไหร่ แต่ที่ได้อ่านทำให้เห็นที่มาของโลกจริงๆ ความต้องการ ความยินดี ตัวเดียวแท้ๆ ที่เป็นต้นเหตุแห่งความไร้ศีลธรรมที่ตามมา และพอหันมามองที่ตน กับอายุโลกที่ผ่านมา เข้าใจตนเองจริงๆว่าทำไมจึงยังเกิดอยู่
ขอบพระคุณค่ะ ที่ย้อนอดีตของพวกเราให้ทราบ

โดย หนูอุ๊ [10 เม.ย. 2546 , 19:16:12 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org