| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระเทวทัตทำสังฆเภท (จบ)
ตอนที่ ๑ ๓๘ อ่านที่นี่ค่ะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2852
![]()
ตอนที่ ๓๙
พระเทวทัตทำสังฆเภท (จบ)
![]()
เมื่อพระบรมศาสดาทรงทราบ
ก็โปรดให้หาพระเทวทัตมาเฝ้า
รับสั่งถาม พระเทวทัตก็ทูลตามความสัตย์
จึงทรงตรัสพระพุทธโอวาทห้ามปรามว่า
ดูก่อนเทวทัต ท่านอย่าพึงทำเช่นนั้น
อันสังฆเภทนี้เป็นครุกรรมใหญ่หลวงนัก
![]()
พระเทวทัตมิได้เอื้อเฟื้อในพระโอวาท
ไปจากที่นั้น พบพระอานนท์ ในพระนครราชคฤห์
ได้บอกความประสงค์ของตนว่า
ท่านอานนท์
จะเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป
ข้าพเจ้าเลิกจากพระบรมศาสดา
ข้าพเจ้าเลิกจากหมู่สงฆ์ทั้งปวง
ข้าพเจ้าจะทำอุโบสถสังฆกรรมเป็นการภายในแต่พวกของเราเท่านั้น
โดย ดอกแก้ว [12 เม.ย. 2546 , 07:31:57 น.] ( IP = 203.146.239.11 : : )
สลักธรรม 1![]()
พระอานนท์ได้นำความนั้นมากราบทูลพระบรมศาสดา
เมื่อทรงทราบแล้วก็บังเกิดธรรมสังเวช ทรงพระดำริว่า
พระเทวทัตจะกระทำอนันตริยกรรม
อันจะนำตัวให้ไปทนทุกข์อยู่ในอเวจีมหานรกแล้วทรงอุทานว่า
...กรรมใดไม่ดีด้วย ไม่เป็นประโยชน์ด้วย กรรมนั้นทำได้ง่าย
ส่วนกรรมใดดีด้วย มีประโยชน์ด้วย กรรมนั้นทำได้ยากยิ่งนัก
![]()
ในที่สุด
พระเทวทัตก็ประชุมภิกษุ ส่วนมากเป็นชาววัชชี บวชใหม่ ในโรงอุโบสถ
ประกาศทำสังฆเภท จักระเภท แยกออกจากหมู่สงฆ์ทั้งปวง
แล้วพาภิกษุเหล่านั้นไปยังตำบลคยาสีสะประเทศ
ครั้นพระบรมศาสดาได้ทรงทราบเหตุนั้นแล้ว
ทรงดำรัสให้พระสารีบุตรเถระและพระโมคคัลลานะเถระ
ไปนำภิกษุพวกนั้นกลับ
อัครสาวกทั้งสองรับพระบัญชาแล้วไปที่คยาสีสะประเทศนั้น
แนะนำพร่ำสอนภิกษุเหล่านั้น
ให้กลับใจด้วยอำนาจเทศนาปาฎิหาริย์และอิทธิปาฎิหาริย์ต่างๆ
ให้ภิกษุเหล่านั้นได้บรรลุอมตธรรม
แล้วพาภิกษุเหล่านั้นกลับมาเฝ้าพระบรมศาสดา
โดย ดอกแก้ว [12 เม.ย. 2546 , 07:32:46 น.] ( IP = 203.146.239.11 : : )
สลักธรรม 2![]()
พระโกกาลิกะ ซึ่งเป็นศิษย์ผู้ใหญ่ของพระเทวทัต
มีความโกรธ กล่าวโทษแก่พระเทวทัต
ที่ไปคบค้าด้วยพระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ
ให้พระอัครสาวกทั้งสองพาภิกษุทั้งหลายกลับไปหมดสิ้น
แล้วประหารพระเทวทัตที่ทรงอก ด้วยเท้าอย่างแรงด้วยกำลังโทสะ
เป็นเหตุให้พระเทวทัตเจ็บปวดอย่างสาหัส
ถึงอาเจียนเป็นโลหิต ได้รับทุกข์เวทนากล้า
![]()
เมื่อพระบรมศาสดาเสด็จจากพระนครราชคฤห์
ไปประทับยังพระเชตวันวิหารพระนครสาวัตถีแล้ว
ต่อมาพระเทวทัตก็อาพาธหนักลง ไม่ทุเลาถึง ๙ เดือน
กลับหวนคิดถึงพระบรมศาสดา
ใคร่จะเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย
ด้วยแน่ใจในชีวิตสังขารของตนคงจะดับสูญในกาลไม่นานนั้นเป็นแน่แท้
จึงได้ขอร้องให้ภิกษุที่เป็นสาวกของตนให้ช่วยพาไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า
![]()
ภิกษุพวกนั้นกล่าว
ท่านอาจารย์เป็นเวรอยู่กับพระบรมศาสดาหนักนัก
ข้าพเจ้าทั้งหลาย หาอาจพาไปเฝ้าได้ไม่
โดย ดอกแก้ว [12 เม.ย. 2546 , 07:33:19 น.] ( IP = 203.146.239.11 : : )
สลักธรรม 3![]()
พระเทวทัตจึงกล่าวว่า
ท่านทั้งปวงอย่าให้เราพินาศฉิบหายเสียเลย
แม้เราจะได้ทำเวรอาฆาตในพระผู้มีพระภาค
แต่พระผู้มีพระภาคจะได้อาฆาตตอบเราแม้แต่น้อยหนึ่งก็มิได้มี
เราจะไปขมาโทษ ขอให้พระองค์อดโทษให้สิ้นโทษ
ด้วยน้ำพระทัยพระผู้มีพระภาคเปี่ยมด้วยพระกรุณา
ทรงพระการุญในพระเทวทัตก็ดี ในองคุลีมาลโจรก็ดี
ในช้างนาฬาคีรีก็ดี ในพระราหุลผู้เป็นพระโอรสก็ดี เสมอกัน
![]()
เหตุนั้น พระเทวทัตจึงขอร้อง วิงวอนแล้ว ๆ เล่า ๆ
ให้ภิกษุผู้เป็นศิษย์ ช่วยนำตัวไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า..
บรรดาภิกษุผู้เป็นศิษย์มีความสงสาร
จึงพร้อมกันยกพระเทวทัตขึ้นนอนบนเตียงแล้วช่วยกันหามมา
ตั้งแต่เมืองราชคฤห์ จนถึงเมืองสาวัตถี
![]()
ครั้นพระสงฆ์ทั้งหลายรู้ข่าว จึงเข้าไปกราบทูลพระบรมศาสดา พระองค์ตรัสว่า
ภิกษุทั้งหลาย พระเทวทัตได้ทำกรรมหนัก
ไม่อาจเห็นตถาคตในอัตตภาพนี้ได้เลย
![]()
แม้ภิกษุทั้งหลายจะได้เข้ากราบทูลให้ทรงทราบเป็นระยะ ๆ หลายหน
ถึงครั้งสุดท้าย พระเทวทัตได้ถูกหามมาใกล้พระเชตวันวิหารแล้ว
พระผู้มีพระภาค ก็ยังทรงรับสั่งเช่นเดิมอยู่อย่างนั้นอีกว่า
ภิกษุทั้งหลาย แม้พระเทวทัต จะเข้ามาในพระเชตวัน
พระเทวทัตก็จะไม่ได้เห็นตถาคตเป็นแน่แท้
โดย ดอกแก้ว [12 เม.ย. 2546 , 07:33:56 น.] ( IP = 203.146.239.11 : : )
สลักธรรม 4![]()
เมื่ออันเตวาสิกทั้งหลาย หามพระเทวทัตมาถึงสระโบกขรณี
ซึ่งอยู่นอกพระเชตวันวิหาร จึงวางเตียงลงในที่ใกล้สระ
แล้วก็ชวนลงอาบน้ำในสระนั้น
ส่วนพระเทวทัตก็ลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียง ห้อยเท้าทั้งสองถึงพื้นดิน
ประสงค์จะเหยียบยันกายขึ้นบนพื้นปฐพี
ในขณะนั้น พื้นปฐพีก็แยกออกเป็นช่อง
สูบเอาเท้าทั้งสองของพระเทวทัตลงไปในแผ่นดินโดยลำดับ
พระเทวทัตได้จมหายไปในภาคพื้น ตราบเท่าถึงคอ และกระดูกคาง วางอยู่บนพื้นปฐพี
![]()
ในเวลานั้น
พระเทวทัตได้กล่าวคาถาสรรเสริญบูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า
พระผู้มีพระภาค
เป็นอัครบุรุษ ยอดแห่งมนุษย์และเทพดาทั้งหลาย
พระองค์เป็นสารถีฝึกบุรุษอันประเสริฐ
พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยบุญญลักษณ์ถึงร้อย
และบริบูรณ์ด้วยสมันตจักษุญาณ หาที่เปรียบมิได้
ข้าพระองค์ขณะนี้
มีเพียงกระดูกคางและศรีษะ กับลมหายใจเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ขอถึงพระพุทธเจ้า เป็นสรณะ...
โดย ดอกแก้ว [12 เม.ย. 2546 , 07:34:29 น.] ( IP = 203.146.239.11 : : )
สลักธรรม 5ขอบพระคุณครับ
อยากทราบเพิ่มเติมว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสอย่างไรเกี่ยวกับคำสรรเสริญนี้บ้างไหมครับ?โดย Somkeat [12 เม.ย. 2546 , 16:10:27 น.] ( IP = 206.149.192.117 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ
![]()
โดย น้องปู [12 เม.ย. 2546 , 17:31:33 น.] ( IP = 203.113.39.13 : : )
สลักธรรม 7อยากทราบว่า พระเทวทัต เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว มีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีกหรือไม่ (หลังจากสิ้นกรรมในมหานรก)
โดย บอย [20 เม.ย. 2546 , 23:39:39 น.] ( IP = 202.183.233.12 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |