มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ผู้ที่จะไม่ต้องมาเกิดอีกระหว่างยังมีชีวิตอยู่ จะรู้สึกต่อความลำบากหรือไม่




ผู้ที่จะไม่ต้องมาเกิดอีก ระหว่างยังมีชีวิตอยู่ จะรู้สึกต่อความลำบากหรือไม่

พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า ดูก่อนพระนาคเสน ผู้ที่จะไม่ต้องมาเกิดอีก ระหว่างยังมีชีวิตอยู่จะรู้สึกต่อความลำบากหรือไม่

พระนาคเสนทูลตอบว่า ขอถวายพระพร บางส่วนก็รู้สึก บางส่วนก็ไม่รู้สึก

พระเจ้ามิลินท์: ส่วนไหนรู้สึก ส่วนไหนไม่รู้สึก

พระนาคเสน: ร่างกายของท่านรู้สึกฝ่าต่อความลำบาก แต่ใจของท่านไม่รับรู้ความลำบาก คือไม่มีความทุกข์ใจ

พระเจ้ามิลินท์: ไฉนจึงเป็นเช่นนั้นเล่าเธอ

พระนาคเสน: เพราะเหตุว่าความลำบากกาย เช่น เมื่อยขบ หิวระหาย หรือโรคภัยไข้เจ็บอย่างอื่น ก็ยังคงมีเสียดแทงร่างกายท่านอยู่ตามธรรมดา แต่ท่านไม่มีความลำบากใจ เพราะว่าเหตุที่ทำให้รู้สึกต่อความลำบากใจ ท่านได้กำจัดสิ้นเชื้อแล้ว จึงเป็นอันว่าใจของท่านไม่รับรู้ความลำบาก แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ได้ตรัสไว้ ใจความว่า ผู้ที่สิ้นกิเลส(เหตุให้ใจเศร้า) แล้วยังคงมีแต่กายิกทุกข์(ทุกข์ประจำร่างกาย) เท่านั้น ส่วนเจตสิกทุกข์(ทุกข์ใจ) เป็นอันไม่มีแล้ว

พระเจ้ามิลินท์: เมื่อเช่นนั้น ไฉนท่านจึงไม่รีบนิพพานหนีความลำบากเสียเล่า

พระนาคเสน: เพราะใจท่านเหล่านั้น มิได้เกาะเกี่ยวอยู่ที่ความความลำบากกาย โดยมาพิจารณาเห็นว่า ความลำบากเหล่านี้เป็นอาการประจำของร่างกาย เมื่อมีเกิดมีแก่แล้ว ก็ต้องมีความไข้ความเจ็บ ต้องเมื่อยขบหรือหิวระหายอยู่เป็นธรรมดา
.....อนึ่งท่านเหล่านั้นไม่เร่งกาลเวลา ทำใจอยู่เสมอว่าจะทำประโยชน์สุขให้แก่ตนและผู้อื่นทุกๆขณะไป แม้พระสารีบุตรก็ได้กล่าวไว้ความย่อๆว่า จะยังมีชีวิตอยู่ก็ดี จะตายเสียก็ดี ไม่เป็นเหตุให้ดีใจหรือเสียใจ แต่ว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็จะทำประโยชน์ต่อไป


พระเจ้ามิลินท์: เธอว่านี้จับใจ

(จากหนังสือปัญหาพระยามิลินท์ ของนายยิ้ม ปัณฑยางกูร)

โดย ณรังษี [18 เม.ย. 2546 , 10:14:47 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ดีจังเลยค่ะ คุณ ณรังษี ปุจฉา-วิสัชนาบทนี้ให้ข้อคิดที่ว่า...
ถ้าเราเพียงเพิกความรู้สึกทางกายออกจากจิตได้ เจตสิกก็ไม่ต้องปรุงแต่งจิตให้เกิดภาวะเศร้าหมอง ให้เกิดเป็น "ความทุกข์ทางใจ" ได้อีก
และยังสอนว่า..ทุกนาทีที่ก่อประโยชน์ทั้งต่อตน และต่อผู้อื่น เป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ควรเร่งรีบกระทำ...
ขอบคุณ และ อนุโมทนาค่ะ

โดย นุช [18 เม.ย. 2546 , 11:05:52 น.] ( IP = 203.146.131.172 : : )


  สลักธรรม 2


อนุโมทนาและขอบพระคุณมากค่ะ

โดย พี่ดา [18 เม.ย. 2546 , 12:24:00 น.] ( IP = 203.170.141.219 : : )


  สลักธรรม 3

ประสบการณ์ในการศึกษา เป็นที่พึ่งทางใจของชาวพุทธ

โดย น้องหยก ส.ว. - - 321273833 [7 ธ.ค. 2546 , 15:53:44 น.] ( IP = 203.113.44.7 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org