มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


จดหมายจากเมืองไทย ..ไปอังกฤษ




กราบเรียนคุณแม่ชีที่เคารพและนับถือ

หนูต้องกราบขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ ที่คุณแม่ชีกรุณาเขียนจดหมาย พร้อมทั้งวาดรูปส่งมาให้หนู เปรียบเสมือนเป็นกระจกที่สะท้อนให้แก่ตัวหนู ใช่ค่ะ บางครั้งหนูก็อ่อนแอไหวตามกิเลสไป โดยเฉพาะ“โทสะ” ที่มันเจ้าเล่ห์มากเลย พยายามข่มใจก็แล้ว ตั้งสติก็แล้ว ก็รู้ว่าไม่โกรธ แต่ยังอดน้อยใจไม่ได้ในบางเรื่อง เพราะเจตนาที่หวังดีต่อลูกศิษย์ บางครั้งพฤติกรรมที่ได้รับตอบ มันบาดใจ แต่ขณะนี้ หนูผ่อนคลาย “ความหวัง”ลงได้เกือบสำเร็จแล้วค่ะ โดยก่อนที่จะทำอะไรๆ หนูจะเตือนตนเองเสมอว่า

...ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วหยุดแค่นั้น ไม่ต้องหวัง
เพราะหวังมาก ผิดหวังมาก
ไม่หวังเลย ไม่ผิดหวังเลย .....


คุณแม่ชีคะหนูต้องขออนุญาต “แก้ไข” แต่ไม่ใช่ “แก้ตัว” นะคะ
ที่คุณแม่ชีว่าหนูสรรเสริญมากเกินไป ...ไม่จริงค่ะ หนูรู้สึกจากใจจริง
เพราะชื่นชมบารมีธรรม คือ ธรรมที่เหนือกิเลสได้ต่างหากค่ะ
หนูไม่เคยทราบประวัติเรื่องราวของคุณแม่ชีเลยจริงๆ ทั้งก่อนบวชหรือหลังบวช
จะพอทราบก็ก่อนได้พบคุณแม่ชีสักสามชั่วโมง ........นุชเล่าให้ฟังพอสังเขป
แต่สิ่งที่หนูประจักษ์กับตัวเอง คือ ความสามารถที่ยากจะทำได้ คือ การใช้ชีวิตสมถะ วิเวก สันโดษ
ที่ผู้สูงอายุทั่วไปทำได้ยาก ...เพราะมักมัวติดลูกหลาน และต้องการคนเอาใจ
ไม่มีโอกาสสำรวจตน ไม่มีโอกาสสำรวจจิต ..นี่ไงคะคือ ความชื่นชมที่หนูมีต่อคุณแม่ชี


ส่วนเรื่องเจตสิกนั้น หนูขอเรียนพอสังเขปนะคะ ไว้หนูมีโอกาสพบกับคุณแม่ชีที่กรุงเทพ
หนูจะขอโอกาสเสวนาธรรม พูดคุยถ่ายทอดธรรมะร่วมกันนะคะ

โดย สลักธรรม [19 เม.ย. 2546 , 12:54:22 น.] ( IP = 203.146.239.204 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ใช่ค่ะ! เมื่อจิตเกิดขึ้นจะต้องมีเจตสิกเกิดร่วมด้วยเสมอทุกครั้ง ขอยกตัวอย่างสักนิดนะคะ
เช่น คำว่า “น้ำหวาน”
เวลาเราได้ดื่ม เราก็รู้สึก “หวาน” ใช่ไหมคะ?

แต่แท้จริงแล้ว น้ำก็คือน้ำ หวานก็คือหวาน ...ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
แต่เราเอามาผสมกันโดยมี “น้ำ” และ “สิ่งที่ทำให้หวาน” เราจึงเรียกว่า “น้ำหวาน”
ดังนั้น... . “น้ำ” เปรียบเสมือน “จิต” ซึ่งมีหน้าที่รับอารมณ์ทางทวาร ๖ อย่างเดียว
แต่ ........ “ความหวาน” เป็นเสมือน “เจตสิก” ที่เข้ามาปรุงแต่ง “น้ำ” (จิต) ให้มีรสชาติเกิดขึ้น


“จิต” มีหน้าที่รู้อารมณ์อย่างเดียว คือ เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส สัมผัส เป็นต้น
แต่การเห็นของเรานั้น มิได้เห็นเฉยๆ
เห็นแล้ว .. “ชอบ” ก็ได้
เห็นแล้ว.. “ไม่ชอบ” ก็ได้

ที่ชอบ คือ “โลภเจตสิก” เข้ามาปรุงแต่ง
แต่ที่ไม่ชอบ ก็เพราะ “โทสเจตสิก” เข้ามาปรุงแต่ง
หรือ เช่น เราเห็นว่าเป็น “ดอกไม้สีคราม” จิตไม่สามารถรู้ว่าเป็นดอกไม้ และสีสันอะไรได้
แต่มี “สัญญาเจตสิก” คือ “ความจำได้หมายรู้” เป็นตัวปรุงแต่ง จึงเกิดการเห็นเป็นเรื่องต่างๆ ไปตามสัญญา


ลักษณะของเจตสิกนั้นมี ๔ อย่าง คือ
๑.เกิดพร้อมกับจิต
๒ มีอารมณ์อย่างเดียวกับจิต
๓.มีวัตถุที่อาศัยอย่างเดียวกับจิต
๔.ดับพร้อมกับจิต

โดย สลักธรรม [19 เม.ย. 2546 , 12:55:11 น.] ( IP = 203.146.239.204 : : )


  สลักธรรม 2

๑. ที่ว่าเกิดพร้อมกับจิต ก็หมายความว่า จิตเกิดขึ้นขณะใด ขณะนั้นต้องมีเจตสิกร่วมด้วยเสมอ เจตสิกมีถึง ๕๒ ดวง แบ่งออกเป็นกลุ่มๆค่ะ เช่น กลุ่มแรก พระอภิธรรมเรียกว่า สัพพจิตตสาธารณเจตสิก ๗ ดวง หมายถึง ไม่ว่า “จิตดี” “จิตไม่ดี” หรือ “จิตใดๆ” ก็ตาม ต้องประกอบด้วยเจตสิกทั้ง ๗ ดวงนี้เสมอค่ะ คือ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา เอกัคคตา ชีวิตตินทรีย์ มนสิการ

๒. ที่ว่ามีอารมณ์อย่างเดียวกับจิต ก็หมายถึง จิตเห็นเกิดขึ้น เจตสิกก็เกิดร่วมกับการเห็นนั้นเสมอ

๓. ที่ว่ามีวัตถุที่อาศัยอย่างเดียวกับจิต ก็คือ จิตเกิดทางวัตถุ (หรือจะเรียกว่า “ทวาร” ก็ได้ค่ะ) คือ จักขุทวาร โสตทวาร ฆานทวาร ชิวหาทวาร กายทวาร มโนทวาร ทวารใดทวารหนึ่งใน ๖ ทวาร เจตสิกก็เกิดที่ “วัตถุ” นั้น “ทวาร” นั้น

๔. ส่วนการดับพร้อมกับจิตก็คือ จิตเห็นเกิดขึ้น เจตสิกก็ปรุงแต่งการเห็น เช่น เห็นหลวงพ่อสุเมโธ
การเห็น คือ “จิต”
ที่รู้ว่าเป็นหลวงพ่อ ก็คือ “สัญญาเจตสิก”
พอจิตเห็นดับลง เจตสิกก็ดับด้วยทันที หรือจะอธิบายให้ง่ายเข้า เช่น
คุณแม่ชีเดินอยู่ ทอดสายตาไปตามอาการเดิน พอหลวงพ่อเดินผ่านมา คุณแม่ชีก็เห็น ...นี่ไงคะ

- จิตเกิดทาง “จักขุทวาร”
- และรู้ว่าเป็นหลวงพ่อ เจตสิก ก็ปรุงแต่งทางจักขุทวาร (สัญญาเจตสิก)
- เมื่อหลวงพ่อผ่านไป การเห็นดับลง เจตสิกที่รู้ว่าเป็นหลวงพ่อก็ดับด้วยพร้อมกัน จิตก็ไปตั้งอยู่ทางทวารใดทวารหนึ่ง ที่เป็นปัจจุบันธรรมไงคะ


ส่วนคำถามเรื่องมีคนมาหลงรักหลวงพ่อ หรือจะพูดว่า คนที่มารักชอบกันในโลกนี้ เป็นเพราะ โมหะอวิชชา ค่ะ เพราะชีวิตของเราถูกครอบงำด้วย ความวิปลาสทั้ง ๔

โดย สลักธรรม [19 เม.ย. 2546 , 12:55:42 น.] ( IP = 203.146.239.204 : : )


  สลักธรรม 3

ความวิปลาสทั้ง ๔ คือ
๑.สุภวิปลาส คือ เห็นผิดว่าดีงาม เพราะไม่มีอะไรดีงามเลย เป็นอสุภะทั้งสิ้น
๒.สุขวิปลาส คือ เห็นผิดว่ามีความสุข เพราะไม่มีสุขเลย มีแต่ความทุกข์ทั้งสิ้น
๓. นิจจวิปลาส คือ เห็นผิดว่าเที่ยง ซึ่งจริงแล้วไม่มีอะไรเที่ยง ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย แม้กระทั่งอารมณ์ก็ไม่เที่ยง เดี๋ยวชอบ เดี๋ยวเบื่อ เป็นต้น
๔. อัตตวิปลาส คือ เห็นผิดว่าเป็นตัวตน คน สัตว์ หญิง ชาย แท้จริงมีแต่รูปนามขันธ์ ๕ เท่านั้น



และด้วยอำนาจความวิปลาสนี่เอง ทำให้เกิดตัณหาและอุปาทานกันเป็นแถว
แต่ถ้าจะถามว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะเจตสิกดวงไหน? ก็ขอตอบตามสภาวธรรมว่า มี “โมหเจตสิก” และ”โลภเจตสิก” มาปรุงแต่งจิต


โมหะ คือความมืดบอด
โลภะ คือความพอใจ

เมื่อมีจิตที่ถูก “ความมืดบอด”(โมหะ อวิชชา) ปกคลุมจิต และมี “ความพอใจ” (โลภเจตสิก) เข้าร่วมปรุงแต่งจิตแล้วละก็ อำนาจความชั่วมันก็มีฤทธิ์ทำให้ คิดผิด-ทำผิด ได้ค่ะ และเมื่อคิดผิดเห็นผิดแล้ว พฤติกรรมที่ออกมาทางกาย และวาจาก็เป็นไปตามอำนาจกิเลสนั่นเอง

หนูกราบอนุโมทนาในการดำรงชีวิตของคุณแม่ชี ที่ลงทุนให้กับชีวิตอย่างวิเศษ ซึ่งมีแต่กำไรตลอดเวลา และเป็นการกระทำ “วิวัฏฏะ” (คือตัดภพตัดชาติ) ในการทำวิปัสสนากรรมฐานด้วยค่ะ และความวิเวกที่คุณแม่ชีชอบนั้น ก็จัดเป็น “สัปปายะ” อย่างหนึ่งที่จะอำนวยให้สติ-สัมปชัญญะเกิดได้ง่ายขึ้น เพราะในที่ชุมชน หรือที่ที่มีหมู่คณะมากนั้น โอกาสที่จะฝึกสติสร้างปัญญา เป็นไปได้ยากยิ่งเพราะกิเลสมันล้อมหน้าล้อมหลัง เป็นเสมือนปราการที่แน่นหนายากที่จะใช้สติบุกเข้าไปได้ค่ะ

ขอกราบถวายกุศลให้คุณแม่ชี มีหนทางอันหมดขวากหนามนานาประการในการปฏิบัติวิปัสสนานะคะ

ด้วยความเคารพและนับถือค่ะ
บุษกร เมธางกูร



หมายเหตุ เป็นสำเนาจดหมายตอบกับแม่ชีเรณู โอสถานุเคราะห์ ณ ประเทศอังกฤษ



โดย สลักธรรม [19 เม.ย. 2546 , 12:56:23 น.] ( IP = 203.146.239.204 : : )


  สลักธรรม 4

โดย สลักธรรม [20 เม.ย. 2546 , 20:41:44 น.] ( IP = 210.1.50.133 : : )


  สลักธรรม 5


ขอบคุณครับที่นำบทความของคนดีและความดีมามอบให้ไว้เพื่อคนอื่นได้อ่านบ้างครับ

โดย พี่เณร [21 เม.ย. 2546 , 11:29:06 น.] ( IP = 203.107.202.253 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณค่ะ เป็นจดหมายที่มีเนื้อหาสาระของพระอภิธรรมมากมายค่ะ

โดย เซิ่น [21 เม.ย. 2546 , 23:54:58 น.] ( IP = 203.170.128.69 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณคุณสลักธรรมค่ะ
ได้รับประโยชน์จากจดหมายฉบับนี้มากเลยค่ะ
ได้รับความรู้
และที่สำคัญได้รับแบบอย่างแห่งชีวิตด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ

โดย มด [24 เม.ย. 2546 , 15:18:00 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org