มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๐ ข้อ ๖๓ - ๖๔




พ. อานนท์ บรรดาความเห็น ๓ อย่างนั้น ผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่าเวทนาเป็นอัตตาของเรา เขาจะพึงถูก
ซักถามอย่างนี้ว่าเวทนามี ๓ อย่างนี้ คือ สุขเวทนา ทุกขเวทนา อทุกขมสุขเวทนา ท่านเล็งเห็นอันไหนโดยความเป็นอัตตา ?
-พ. ในสมัยใดอัตตาเสวยสุขเวทนา ในสมัยนั้นไม่ได้เสวยทุกขเวทนา ไม่ได้เสวยอทุกขมสุขเวทนา
เวทนาที่เป็นสุขล้วนไม่เที่ยง เป็นเพียงปัจจัย
ปรุงแต่งขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา เมื่อเขาเสวยสุขเวทนาย่อมมีความเห็นว่านี้เป็นอัตตา
ของเรา ต่อสุขเวทนาอันนั้นดับไปจึงมีความเห็นว่าอัตตาของเราดับไปแล้ว ผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่าเวทนาเป็นอัตตาของเรานั้น เมื่อเล็งเห็นอัตตาย่อมเล็งเห็นเวทนาเป็นอัตตาในปัจจุบันเท่านั้น เพราะเหตุนั้นแหละจึงไม่ควรเห็นว่าเวทนาเป็นอัตตาของเรา

พ. ผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่าถ้าเวทนาไม่เป็นอัตตาของเราแล้วอัตตาของเราก็ไม่ต้องเสวยเวทนา เขาจะพึง
ถูกซักอย่างนี้ว่า ในรูปขันธ์ล้วนๆ ก็ยังมิได้มีความเสวยอารมณ์อยู่ทั้งหมด ในรูปขันธ์นั้นยังจะเกิดอหังการว่าเป็นเราได้หรือ ?
-อ. ไม่ได้ พระเจ้าข้า
พ.เพราะเหตุนั้นแหละ จึงไม่ควรเห็นว่าถ้าเวทนาไม่เป็นอัตตาของเราแล้ว อัตตาของเราก็ไม่ต้องเสวยเวทนา

พ. ส่วนผู้ที่กล่าวอย่างนี้ว่า เวทนาไม่เป็นอัตตาของเราเลย อัตตาของเราไม่ต้องเสวยเวทนาก็ไม่ใช่ อัตตาของเรายังต้องเสวยเวทนาอยู่ เพราะว่าอัตตาของเรามีเวทนาเป็นธรรมดา เขาจะพึงถูกซักอย่างนี้ว่า ก็เพราะเวทนาจะต้องดับไปทั้งหมดทั้งสิ้น เพราะเวทนาดับไปยังจะเกิดอหังการว่าเป็นเราได้หรือ
ในเมื่อขันธ์นั้นๆ ดับไปแล้ว ?
-อ. ไม่ได้ พระเจ้าข้า
พ. เพราะเหตุนั้นแหละ จึงไม่ควรเห็นว่าเวทนาไม่เป็นอัตตาของเราแล้วอัตตาของเราไม่ต้องเสวยเวทนาเลยก็ไม่ใช่ อัตตาของเรายังต้องเสวยเวทนาอยู่ เพราะว่าอัตตาของเรามีเวทนาเป็นธรรมดา

โดย แววตะวัน [20 เม.ย. 2546 , 21:42:08 น.] ( IP = 203.146.130.47 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

[๖๔] พ. คราวใดเล่า ภิกษุไม่เล็งเห็นเวทนาเป็นอัตตา….. ย่อมไม่ยึดมั่นอะไรๆ ในโลก ย่อมปรินิพพานได้เฉพาะตน ผู้ใดกล่าวอย่างนี้ว่า ทิฐิว่าเบื้องหน้าแต่ตายสัตว์ยังมีอยู่…..สัตว์มีอยู่ก็หามิได้
ไม่มีอยู่ก็หามิได้ กะภิกษุผู้หลุดพ้นแล้วอย่างนี้ การกล่าวของบุคคลนั้นไม่สมควร ข้อนั้น เพราะเหตุไร ?
-พ. ชื่อ ทางแห่งชื่อ ทางแห่งนิรุติ บัญญัติ ทางแห่งบัญญัติ การแต่งตั้ง ทางที่กำหนดรู้ด้วยปัญญา
วัฏฏะยังเป็นไปอยู่ตราบใด วัฏฏสงสารยังคงหมุนเวียนอยู่ตราบนั้น
เพราะรู้ยิ่งวัฏฏสงสารนั้นภิกษุจึงหลุดพ้น
ข้อที่มีทิฐิว่าใครๆ ย่อมไม่รู้ย่อมไม่เห็นภิกษุผู้หลุดพ้นเพราะรู้ยิ่งวัฏฏสงสารนั้น นั้นไม่สมควร
รายละเอียดของพระสูตรดูได้จากเว็บนี้ครับ
http://dharma.school.net.th/cgi-bin/stshow.pl?book=10&lstart=1455&lend=1887
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ

โดย แววตะวัน [20 เม.ย. 2546 , 21:43:00 น.] ( IP = 203.146.130.47 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org