| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระเจ้าเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ในอดีตกาล พระราชาพระนามว่า กาสิกราช
ครองราชสมบัติ โดยธรรมโดยเสมอ
ในกรุงพาราณสี
พระองค์มีสนมนารีประมาณหนึ่งหมื่นหกพันคน.
บรรดาสนมนารีเหล่านั้น
แม้สักคนหนึ่งก็ไม่มีโอรสหรือธิดาเลย.
กาลนั้นชาวพระนครกล่าวกันว่า
พระราชาของพวกเราไม่มีพระโอรส แม้องค์หนึ่ง
ที่จะสืบพระวงศ์
จึงประชุมกันที่พระลานหลวง
โดยนัยอันมาแล้วในกุสราชชาดกนั่นแล
กราบทูลพระราชาว่า ข้าแต่สมมติเทพ
ขอพระองค์จงทรงปรารถนาพระโอรสเถิด
พระราชาทรงสดับคำแห่งชาวเมืองนั้นแล้ว
ตรัสเรียกสนมนารีหนึ่งหมื่นหกพันมาในขณะนั้น
แล้วมีพระราชดำรัสสั่งว่า
เจ้าทั้งหลายจงปรารถนาบุตร.
สนมนารีเหล่านั้นทำกิจ เป็นต้นว่า
วิงวอนและบำรุงเทวดาทั้งหลายมีพระจันทร์ เป็นต้น แม้ปรารถนาก็หาได้โอรสหรือธิดาไม่.
ฝ่ายอัครมเหสีของพระเจ้ากาสิกราช
ผู้เป็นพระธิดาแห่งพระเจ้ามัททราช
พระนามว่าจันทาเทวี เป็นผู้สมบูรณ์ ด้วยสีลาจารวัตร.
พระราชามีพระราชดำรัสสั่งว่า
แน่ะนางผู้เจริญ
แม้เธอก็จงปรารถนาพระโอรส.
พระเทวีได้สดับพระราชดำรัสของพระราชสวามีแล้ว ทรงทูลรับว่า สาธุ
แล้วจึงสมาทานอุโบสถในวันเพ็ญ
เปลื้องสรรพาภรณ์ บรรทมเหนือพระยี่ภู่น้อย
ทรงอาวัชนาการถึงศีลของพระองค์
ได้ทรงกระทำกิริยาว่า
ถ้าข้าพเจ้ารักษาศีลไม่ขาด
ขอบุตรของข้าพเจ้าจงเกิดขึ้นด้วยสัจจาวาจานี้.
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:30:19 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 2![]()
ด้วยเดชานุภาพแห่งศีลของพระนางจันทาเทวีนั้น.
ปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์
ของท้าวสักกเทวราชแสดงอาการร้อน.
ท้าวสักกะเมื่อทรงอาวัชนาการ
ก็ทรงทราบเหตุนั้นว่า
พระนางจันทาเทวีปรารถนาโอรส
ตกลงเราจักให้โอรสแก่พระนางนั้น.
ทรงพิจารณาถึงโอรสที่สมควรแก่พระนาง
ก็ทรงเห็น พระโพธิสัตว์.
กาลนั้น พระโพธิสัตว์ครองราชสมบัติอยู่
ในกรุงพาราณสีได้ยี่สิบปี
เคลื่อนจากมนุษยโลกนั้น
บังเกิดใน อุสสุทนรก
เสวยทุกข์อยู่ในนรกนั้นแปดหมื่นปี
เคลื่อนจากนรกนั้น
บังเกิดในพิภพดาวดึงส์
ตั้งอยู่ในดาวดึงส์นั้นตลอดอายุ
เคลื่อนจากดาวดึงส์นั้น
ประสงค์จักไปเทวโลกชั้นสูง.
ครั้งนั้น ท้าวสักกะเสด็จไปสู่สำนักของพระโพธิสัตว์
ตรัสว่า ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์
เมื่อท่านเกิดในมนุษยโลก
บารมีทั้งหลายของท่านจักเต็มเปี่ยม
ความเจริญจักมีแก่ท่าน
และแก่พระชนกชนนีของท่าน
ด้วยว่า พระอัครมเหสีของพระเจ้ากาสิกราช
พระนามว่า จันทาเทวี ปรารถนาโอรส.
ท่านจงอุบัติในพระครรภ์ของพระนางนั้น
แล้วท้าวสักกะทรงถือเอาซึ่งปฏิญญาแก่พระโพธิสัตว์นั้น และแก่เทวบุตรทั้งหลาย ประมาณ ๕๐๐ องค์
ผู้จักจุติ แล้วเสด็จกลับไปยังที่ประทับของพระองค์
ทีเดียว.
พระโพธิสัตว์นั้นรับคำว่า สาธุ
แล้วจุติพร้อมกับเทวบุตร ๕๐๐ องค์.
พระองค์เองถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระนางจันทาเทวี
ส่วนเทวบุตรประมาณ ๕๐๐ องค์นอกนี้
ได้ถือปฏิสนธิในครรภ์ของภริยาอมาตย์ทั้งหลาย.โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:36:17 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 3กาลนั้น
พระครรภ์ของพระนางจันทาเทวี
เป็นประหนึ่งเต็มไปด้วยแก้ววิเชียร.
พระนางทรงทราบว่าตั้งครรภ์
จึงกราบทูลแด่พระราชา
พระราชาทรงทราบดังนั้น
จึงได้พระราชทานครรภ์บริหารแก่พระนาง.
พระนางมีพระครรภ์ครบกำหนดแล้ว
ก็ประสูติพระโอรส
ซึ่งสมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะอันอุดม
ภรรยาอมาตย์ทั้งหลายก็คลอดกุมาร ๕๐๐
ในเรือนอมาตย์ ในวันนั้นเหมือนกัน.
ขณะนั้น พระราชาประทับอยู่ในที่เสด็จออก
แวดล้อมไปด้วยหมู่อมาตย์ราชบริพาร.
ลำดับนั้น
เจ้าหน้าที่ทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบว่า
พระราชโอรสของพระองค์ประสูติแล้ว พระเจ้าข้า.
พระเจ้ากาสิกราชได้ทรงสดับคำของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น
ทรงมีความรักในพระโอรสเป็นครั้งแรกเกิดขึ้น
ตัดพระฉวีจดพระอัฐิมิญชะ
ดำรงอยู่เกิดพระปีติซาบซ่านภายในพระกมล
แม้หทัยของอมาตย์ราชบริพารทั้งหลายก็เกิดเยือกเย็นทั่วกัน
พระราชาตรัสถามเหล่าอมาตย์ว่า
ท่านทั้งหลายดีใจหรือ ?
เมื่อลูกชายของเราเกิด.
อมาตย์เหล่านั้นกราบทูลว่า
พระองค์ตรัสถามไย ? พระเจ้าข้า
เมื่อก่อนพวกข้าพระองค์ไร้ที่พึ่ง
บัดนี้พวกข้าพระองค์มีที่พึ่ง ได้เจ้านายแล้ว.
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:39:57 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 4.พระเจ้ากาสิกราช
ได้ทรงสดับคำของเหล่าอมาตย์
ก็เกิดพระปีติปลื้มพระทัย
จึงตรัสเรียกมหาเสนาบดีมาตรัสสั่งว่า
ท่านมหาเสนาบดีผู้เจริญ
ลูกชายของฉันควรจะได้บริวาร
ท่านจงไปตรวจดูว่า
ในเรือนอมาตย์มีทารกเกิดในวันนี้เท่านี้.
มหาเสนาบดีรับพระราชบัญชาแล้ว
ไปตรวจดูเห็นทารกในเรือนอมาตย์ ๕๐๐ คน
จึงกราบทูลให้ทรงทราบ
พระราชาได้ทรงสดับคำ ของอมาตย์เหล่านั้นก็เกิดพระปิติ
จึงมีรับสั่งให้พระราชทานเครื่องประดับ
สำหรับกุมารแก่ทารกทั้ง ๕๐๐ คน
และให้พระราชทานนางนม ๕๐๐ คน.
แต่สำหรับพระมหาสัตว์
พระราชาพระราชทานนางนม ๖๔ นาง
ล้วนแต่เป็นนางนมผู้เว้นโทษมีสูงนัก เป็นต้น
นมไม่ยาน น้ำนมมีรสหวาน
เว้นนางนมที่มีโทษเช่นนั้น เพราะเหตุไร
เพราะเมื่อทารกนั่งดื่มนมข้างสตรีที่สูงนัก
คอทารกจักยืดยาวเกินไป
เมื่อทารกนั่งดื่มนมข้างสตรีเตี้ยนัก
กระดูกคอทารกจักหดสั้น.
เมื่อทารกนั่งดื่มนมข้างสตรีผอมนัก
ขาทั้งสองของทารกจักเสียดสีกัน.
เมื่อทารกนั่งดื่มนมข้างสตรีอ้วนนัก
เท้าทั้งสองของทารก จักเพลีย.
สตรีมีผิวดำนัก น้ำนมเย็นเกินไป
สตรีมีผิวขาวนัก น้ำนมร้อนเกินไป.
เมื่อทารกดื่มนมของสตรีนมยาน จมูกจักแฟบ.
สตรีเป็นโรคหืด มีน้ำนมเปรี้ยวนัก.
เมื่อทารกดื่มโรคมองคร่อ น้ำนมจักมีรสวิการต่างๆ มีเผ็ดจัด เป็นต้น.
เพราะเหตุนั้น พระเจ้ากาสิกราช
ทรงเว้นโทษทั้งปวงเหล่านั้น
พระราชทานนางนม ๖๔ คน
ที่เว้นจากโทษมีสูงนัก เป็นต้น
นมไม่ยาน น้ำนมมีรสหวาน.
ทรงทำสักการะใหญ่
ได้พระราชทานพร แม้แก่พระนางจันทาเทวี
พระนางรับพระพรแล้วถวายคืนไว้ก่อน
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:45:39 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 5ในวันขนานพระนามพระโพธิสัตว์
พระเจ้ากาสิกราชทรงทำสักการะ
เป็นอันมากแก่เหล่าพราหมณ์
ผู้รู้ลักษณะพยากรณ์
แล้วตรัสถามถึง อันตรายของพระมหาสัตว์.
พราหมณ์ผู้รู้ลักษณะพยากรณ์เหล่านั้น
เห็นพระลักษณสมบัติแห่งพระโพธิสัตว์
จึงกราบทูลว่า
พระโอรสของพระองค์สมบูรณ์ด้วยบุญลักษณะอันอุดม
อย่าว่าแต่ทวีปหนึ่งเลย
พระโอรสของพระองค์ทรงสามารถครองราชสมบัติ ในมหาทวีปทั้ง ๔
มี ทวีปน้อย ๒,๐๐๐ เป็นบริวาร (จักรพรรดิ)
อันตรายอะไรๆ จะไม่ปรากฎแก่พระโอรสเลย.
พระเจ้ากาสิกราชได้ทรงสดับคำของพราหมณ์เหล่านั้น ก็ดีพระหฤทัย.
เมื่อทรงขนานพระนามพระกุมารได้ทรงขนานพระนามว่า
เตมิยกุมาร
เพราะเหตุในวันที่พระกุมารประสูติ
ฝนตกทั่วกาสิกรัฐ
และเพราะพระกุมารประสูติ
เป็นเหมือนยังพระหฤทัยแห่งพระราชา
และหัวใจแห่งหมู่อมาตย์
และมหาชนให้ชุ่มชื่น.
ลำดับนั้น นางนมทั้งหลายยังพระโพธิสัตว์
ผู้มีพระชนม์ได้หนึ่งเดือนให้สนานประดับองค์
แล้วนำขึ้นเฝ้าพระราชบิดา
พระราชาทอดพระเนตรเห็นพระปิโยรส
ทรงสวมกอดจุมพิตที่พระเศียรแล้ว
ให้พระทับบนพระเพลา
ประทับนั่งรื่นรมย์อยู่ด้วยพระกุมาร
ขณะนั้น พวกราชบุรุษนำโจร ๔ คนมาหน้าที่นั่ง.
พระราชาทอดพระเนตรเห็นโจรเหล่านั้นแล้ว
มีพระราชดำรัสสั่ง ให้ลงพระอาญาโจรเหล่านั้น
ให้เอาหวายทั้งหนามเฆี่ยนโจรคนหนึ่ง ๑,๐๐๐ ที
ให้จำโจรคนหนึ่งด้วยโซ่ตรวน แล้วส่งเข้าเรือนจำ
ให้เอาหอกแทงที่สรีระของโจรคนหนึ่ง
ให้เอาหลาวเสียบโจรคนหนึ่ง.
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:50:16 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 6ครั้งนั้น
พระมหาสัตว์ได้ทรงฟังพระดำรัสของพระบิดา
ทั้งกลัวทั้งสะดุ้ง
ทรงจินตนาการว่า
โอ พระชนกของเราอาศัยราชสมบัติ
ทำกรรมอันหนักเกิน ซึ่งจะไปสู่นรก.
วันรุ่งขึ้น พระพี่เลี้ยงนางนมทั้งหลายให้
พระมหาสัตว์บรรทมเหนือพระแทนที่สิริไสยาสน์
ซึ่งตกแต่งแล้วภายใต้เศวตฉัตร.
พระโพธิสัตว์บรรทมหน่อยหนึ่ง
ตื่นบรรทมลืมพระเนตรทั้งสอง
ทอดพระเนตรเศวตฉัตรเห็นสิริราชสมบัติอันยิ่งใหญ่.
ลำดับนั้น ความกลัวอย่างเหลือเกินได้เกิดขึ้นแก่พระโพธิสัตว์
ผู้ทั้งกลัวทั้งสะดุ้งอยู่เป็นปกติแล้ว
พระองค์ทรงดำริว่า
เราจากที่ไหนมาสู่พระราชมณเฑียรนี้
เมื่อทรงใคร่ครวญดู
ก็ทรงทราบโดยทรงระลึกชาติได้ว่า
มาจากเทวโลก
เมื่อทรงทอดพระเนตร ต่อจากนั้นไปอีก
ก็ทอดพระเนตรเห็นว่า
ไปไหม้อยู่ในอุสสุทนรก
เมื่อทรงทอดพระเนตรต่อจากนั้นไปอีก
ก็ทรงทราบว่า พระองค์เป็นพระราชาในพระนครนั้นเทียว
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาอยู่ว่า
เราได้ครองราชสมบัติในกรุงพาราณสี ๒๐ ปี
แล้วไหม้อยู่ในอุสสุทนรก ๘๐,๐๐๐ ปี.
บัดนี้เราเกิดในเรือนหลวงดุจเรือนโจรนี้อีก
เมื่อวานนี้ เมื่อเขานำโจร ๔ คนมา
พระบิดาของเราได้กล่าวผรุสวาจาเช่นนั้น
ซึ่งเป็นเหตุให้ตกนรก
หากว่าเราครองราชสมบัติ ก็จักบังเกิดในนรก
เสวยทุกข์ใหญ่อีก ดังนี้
ได้เกิดความกลัวเป็นอันมาก
พระสรีระซึ่งมีวรรณะดุจทองของพระโพธิสัตว์
ได้เหี่ยวมีวรรณะเศร้าหมอง
ราวกะว่าดอกปทุมที่ถูกขยำด้วยมือ ฉะนั้น
พระองค์บรรทมจินตนาการอยู่ว่า
ทำอย่างไร เราจึงจะพ้นจากพระราชมณเฑียร
ซึ่งดุจเรือนโจรนี้เสียได้.
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:55:12 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 7คราวนั้น เทพธิดาผู้สิงอยู่ที่เศวตฉัตร
เคยเป็นมารดาพระโพธิสัตว์ในอัตภาพ
ในระหว่างอัตภาพหนึ่ง
ปลอบพระโพธิสัตว์ให้สบายพระทัยแล้วกล่าวว่า
..พ่อเตมิยกุมาร.. พ่ออย่าเศร้าโศก
อย่าคิด อย่ากลัวเลย
ถ้าพ่อประสงค์จะพ้นจากพระราชมณเฑียรนี้
พ่อไม่เป็นคนง่อยเปลี้ยเลย
ก็จงเป็นเหมือนคนง่อยเปลี้ย
พ่อไม่เป็นคนหนวก ก็จงเป็นเหมือนคนหนวก
พ่อไม่เป็นคนใบ้ ก็จงเป็นเหมือนคนใบ้เถิด
พ่อจงอธิษฐานองค์สามเหล่านี้ อย่างนี้แล้ว
อย่าประกาศความที่พ่อเป็นคนฉลาด.
เทพธิดากล่าวแล้ว
จึงกล่าวคาถาที่หนึ่งว่า
พ่ออย่าแสดงว่า เป็นคนฉลาด.
จงให้ชนทั้งปวงรู้กันว่า พ่อเป็นคนโง่.
ชนในที่นั้นทั้งหมดจะได้ ดูหมิ่นพ่อว่า
เป็นคนกาลกรรณี.
ความปรารถนาของพ่อจักสำเร็จได้
ด้วยอุบายอย่างนี้.
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 21:59:21 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 8
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า
มา ปณฺฑิจฺจยํ
ความว่า จงอย่าประกาศความเป็นบัณฑิตของตน
อีกอย่างหนึ่ง
ปาฐะว่า ปณฺฑิจฺจํ
ความก็อย่างนี้แหละ.
บทว่า พาลมโต แปลว่า รู้กันว่าเป็นคนโง่.
บทว่า สพฺพปาณินํ ได้แก่ อันเหล่าสัตว์ทั้งปวง
คือ ชนทั้งหลาย.
บทว่า สพฺโพ ตญฺชโน ได้แก่ ทั้งชนภายในทั้งชนภายนอกทั้งสิ้น.
บทว่า โอจินายตุ ได้แก่ จงเข้าใจต่ำ คือ จงดูหมิ่นว่า พวกท่านจงนำคนกาลกรรณีนั่นออกไป.
โดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 22:03:02 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 9
พระโพธิสัตว์กลับได้ความอุ่นพระหฤทัย
เพราะคำของเทพธิดานั้น
จึงกล่าวคาถาที่สองว่า
ดูก่อนเทพธิดา
ข้าพเจ้าจะทำตามคำของท่าน
ที่ท่านกล่าวกะข้าพเจ้า
ข้าแต่แม่เทพธิดา ท่านเป็นผู้ใคร่ประโยชน์
เป็นผู้ใคร่เกื้อกูลแก่ข้าพเจ้า.
ครั้นกล่าวคาถานี้แล้ว
พระโพธิสัตว์ได้อธิษฐานองค์สามเหล่านั้น
เทพธิดานั้นก็อันตรธานหายไป.
ลำดับนั้น พระเจ้ากาสิกราชมีพระดำริว่า
ลูกควรจะได้กุมาร ๕๐๐ เหล่านั้นเป็นบริวาร
เพื่อเป็นที่พอใจ
จึงรับสั่งให้กุมารทั้ง ๕๐๐ เหล่านั้น
นั่งอยู่ในสำนักของพระโพธิสัตว์
ทารกเหล่านั้นร้องไห้อยากดื่มน้ำนม.
ส่วนพระมหาสัตว์ถูกความกลัวนรกคุกคาม
ทรงดำริว่า จำเดิมแต่วันนี้
กายของเราแม้เหือดแห้งตายเสียเลย
ยังประเสริฐกว่า
ดำริดังนี้ จึงไม่ทรงกันแสง
นางนามทั้งหลาย
กราบทูลประพฤติเหตุนั้นแด่พระนางจันทาเทวี
พระนางก็กราบทูลแด่พระราชา
พระราชารับสั่งให้เรียกเหล่าพราหมณ์ผู้รู้ทำนาย นิมิตมาตรัสถาม
พราหมณ์ทั้งหลายได้กราบทูลพระราชาว่า
ขอเดชะ นางนมควรจะถวายน้ำนมแด่พระกุมาร
ให้ล่วงเวลาตามปกติ
เมื่อทำอย่างนี้
พระกุมารจะทรงกันแสง
จับนมมั่นเสวยเองทีเดียว
ตั้งแต่นั้น นางนมทั้งหลายเมื่อถวาย
ก็ถวายน้ำนมแด่พระโพธิสัตว์
ล่วงเวลาตามปกติ
บางคราวถวายล่วงเวลาวาระหนึ่ง
บางคราวไม่ถวายน้ำนมตลอดทั้งวัน
พระโพธิสัตว์ถูกความกลัวนรกคุกคาม
แม้พระกายเหี่ยวแห้ง
ก็ไม่ทรงกันแสงอยากเสวยนม.
ลำดับนั้น พระนางจันทาเทวีเห็นพระโพธิสัตว์
ไม่ทรงกันแสง ก็ทรงพระดำริว่า
ลูกเราหิวจึงให้ดื่มน้ำพระถันของพระนางเอง
บางคราวนางนมทั้งหลายให้ดื่มน้ำนม
เหล่าทารกที่เหลือต่างร้องไห้
ไม่นอนในเวลาไม่ได้ดื่มน้ำนม.
พระโพธิสัตว์ไม่ทรงกันแสง
ไม่ทรงคร่ำครวญ
ไม่บรรทม
ไม่คู้พระหัตถ์และพระบาท
ไม่เปล่งพระวาจา.
![]()
...รอพบกันวันต่อไปนะคะ..น้องแก้วเมื่อยมือแล้วคะโดย น้องแก้วค่ะ [17 พ.ค. 2546 , 22:09:53 น.] ( IP = 203.107.203.142 : : )
สลักธรรม 10
ตั้งใจอ่านมาตั้งแต่บรรทัดแรกจรดบรรทัดสุดท้าย..... ได้ทราบความเป็นไปของพระโพธิสัตว์ในแต่ละชาติ .... ที่มิได้ราบรื่นไปในทางดีทางเดียว....เป็นพระราชาแล้วก็ไปตกนรกเพื่อรับผลของกรรมโดยไม่มีข้อยกเว้น และก็ได้รับความรู้ใหม่ๆในเรื่องของน้ำนมกับทารก ...... อ่านแล้วทำให้พิจารณาชีวิตได้หลายๆอย่าง..
ขอบพระคุณมากค่ะน้องแก้วโดย น้องกิ๊ฟ [18 พ.ค. 2546 , 09:15:36 น.] ( IP = 169.210.8.119 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |