| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระเจ้าเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี..ต่อค่ะ
สลักธรรม 1แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ข้าแต่พระมหาราช
ธรรมดาทารกสองขวบชอบผลไม้น้อยใหญ่
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยผลไม้
กราบทูลดังนี้แล้ว
นำผลไม้น้อยใหญ่ต่างๆเข้าไปวางไว้ใกล้ๆ พระโพธิสัตว์ แล้วกล่าวว่า
ท่านทั้งหลายจงถือเอา ผลไม้น้อยใหญ่เหล่านั้น
ตามชอบใจเถิด แล้วพากันยืนแอบดูอยู่
เหล่าทารกที่เหลือต่างต่อสู้ทุบตีกันและกัน
ถือเอาผลไม้เหล่านั้นเคี้ยวกินอยู่.
ฝ่ายพระโพธิสัตว์ก็โอวาทพระองค์ว่า
แน่ะพ่อเตมิยกุมาร
ถ้าเจ้าประสงค์นรก ก็จงประสงค์ผลไม้น้อยใหญ่ทั้งหลาย เป็นผู้ถูกภัยในนรกคุกคาม ไม่ทอดพระเนตรดูผลไม้น้อยใหญ่เลย
แม้ทดลองด้วยผลไม้น้อยใหญ่ในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็ไม่เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ข้าแต่มหาราช ธรรมดาทารกสามขวบชอบของเล่น
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยของเล่น
กราบทูลดังนี้แล้ว
จึงให้ทำรูปช้าง เป็นต้นสำเร็จด้วยทอง เป็นต้น
วางไว้ใกล้ๆ พระโพธิสัตว์
เหล่าทารกที่เหลือต่างแย่งกันและกันถือเอา
ฝ่ายพระมหาสัตว์ ไม่ทรงทอดพระเนตรดูอะไรๆเลย
แม้ทดลองด้วยของเล่นในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาหนึ่งปี
ก็ไม่เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [18 พ.ค. 2546 , 08:48:47 น.] ( IP = 203.107.202.43 : : )
สลักธรรม 2
แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ข้าแต่พระมหาราช
ธรรมดาทารกสี่ขวบชอบโภชนาหาร
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยโภชนาหาร กราบทูลดังนี้แล้ว
จึงน้อมโภชนาหารต่างๆ เข้าถวายพระมหาสัตว์
แม้เหล่าทารกที่เหลือต่างก็ทำเป็นคำๆ บริโภค.
ฝ่ายพระมหาสัตว์ทรงโอวาทพระองค์ว่า
แน่ะ พ่อเตมิยกุมาร
อัตภาพของเจ้าที่ไม่ได้โภชนะบริโภคนับไม่ถ้วน ทรงกลัวภัยนรก มิได้ทอดพระเนตรดูโภชนาหารนั้น.
ลำดับนั้น พระชนนีของพระโพธิสัตว์
เป็นผู้เหมือนมีพระหฤทัยแตกทำลาย
ให้พระโอรสเสวยโภชนาหารด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง
แม้ทดลองด้วยโภชนาหารในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็ไม่เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์ .
คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ธรรมดาทารกห้าขวบย่อมกลัวไฟ
พวกข้าพระองค์ จักทดลองพระกุมารด้วยไฟ
กราบทูลด้วยนี้แล้ว
ให้ทำเรือนใหญ่มีหลายประตู
ที่พระลานหลวง มุงด้วยใบตาล
ให้พระมหาสัตว์ซึ่งแวดล้อมด้วยเหล่าทารกที่เหลือ นั่งท่ามกลางทารกเหล่านั้นแล้วจุดไฟ
เหล่าทารกที่เหลือเห็นเรือนไฟลุกโพลง
ทั้งกลัวทั้งสะดุ้ง ต่างร้อนลั่นวิ่งหนีไป.
ฝ่ายพระมหาสัตว์ทรงดำริว่า
ความร้อนแห่งเพลิงนี้ ยังดีกว่าไหม้ด้วยไฟนรก.
พระมหาสัตว์มิได้มีความหวั่นไหวเลย
เหมือนพระมหาเถระผู้เข้านิโรธสมาบัติ.
ครั้นเมื่อเพลิงลุกลามมา
อมาตย์ทั้งหลายก็อุ้มพระโพธิสัตว์ออกไป
แม้ทดลองด้วยไฟในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปี
หนึ่ง
ก็ไม่เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.โดย น้องแก้วค่ะ [18 พ.ค. 2546 , 08:54:23 น.] ( IP = 203.107.202.43 : : )
สลักธรรม 3คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ข้าแต่พระมหาราช ธรรมดาทารกหกขวบย่อมกลัว ช้างตกมัน
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยช้างตกมัน กราบทูลดังนี้แล้ว ให้ฝึกช้างเชือกหนึ่งซึ่งฝึกอย่างดี ให้พระโพธิสัตว์ซึ่งแวดล้อมด้วยเหล่า
ทารกที่เหลือ ประทับนั่ง ณ พระลานหลวง
แล้วปล่อยช้าง.
ช้างนั้นบันลือเสียงโกญจนาท
เอางวงตีพื้นดินสำแดงภัยมา
เหล่าทารกที่เหลือเห็นช้างตกมัน
ก็กลัวมรณภัย จึงวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง.
ฝ่ายพระมหาสัตว์เห็นช้างตกมันนั้นมา
ทรงคิดว่า เราตายเสียที่งาช้างตกมัน ตัวดุร้าย
ยังประเสริฐกว่า ไหม้ในนรกอันร้ายกาจ.
พระมหาสัตว์ถูกภัยนรกคุกคาม ประทับนั่งตรงนั้นเอง ไม่หวั่นไหวเลย.
ลำดับนั้น ช้างที่ฝึกดีแล้วนั้นเล่นเข้ามาจับพระมหาสัตว์ เหมือนจับกำดอกไม้
วิ่งไปวิ่งมาทำให้พระมหาสัตว์ลำบากยิ่ง.
มหาชนรับพระมหาสัตว์จากงวงช้างแล้วนำออกไป
แม้ทดลองด้วยช้างตกมันในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็ไม่เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
พระราชตรัสถามพวกราชบุรุษว่า
พวกท่านรับพระกุมารนำออกไปในเวลามา
พระกุมารไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?
ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า หามิได้เลยพระเจ้าข้า. ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร.
คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ขอเดชะ ธรรมดาทารกเจ็ดขวบย่อมกลัวงู
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยงู
กราบทูลดังนี้แล้ว
จึงให้พระมหาสัตว์กับเหล่าทารกที่เหลือ
นั่งที่พระลานหลวง
ปล่อยงูทั้งหลายซึ่งถอดเขี้ยวแล้ว เย็บปากแล้ว
ในกาลที่พระโพธิสัตว์ประทับนั่งแวดล้อมไปด้วยเหล่าทารกที่เหลือ
ทารกที่เหลือทั้งหลายเห็นงูดุร้ายเหล่านั้น
ก็ร้องลั่นวิ่งหนีไป.
ฝ่ายพระมหาสัตว์ทรงพิจารณาภัยในนรก
ทรงดำริว่า ความพินาศไปในปากของงูดุร้าย
ยังดีกว่า ตายในนรกอันร้ายกาจ ดังนี้แล้ว
จึงทรงนิ่งเฉยเหมือนเข้านิโรธสมาบัติ.
คราวนั้น งูทั้งหลายก็เลื้อยมารัดพระสกลกายของพระมหาสัตว์
แผ่พังพานอยู่บนพระเศียรของพระมหาสัตว์.
แม้ในกาลนั้น พระมหาสัตว์ก็มิได้หวั่นไหวเลย
แม้ทดลองด้วยงูในระหว่างๆ อย่างนี้ เป็นเวลาปีหนึ่ง ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
โดย น้องแก้วค่ะ [18 พ.ค. 2546 , 09:00:10 น.] ( IP = 203.107.202.43 : : )
สลักธรรม 4คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ขอเดชะ ธรรมดาทารกแปดขวบย่อมชอบมหรสพ ฟ้อนรำ.
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยมหรสพ ฟ้อนรำ กราบทูลดังนี้แล้ว
ให้พระกุมารประทับนั่ง ณ พระลานหลวงกับทารก ๕๐๐ คน แล้วให้แสดงมหรสพฟ้อนรำ
เหล่าทารกที่เหลือเห็นมหรสพ ฟ้อนรำแล้ว
ต่างกล่าวว่า ดี ดี พากันหัวเราะเฮฮา.
ส่วนพระมหาสัตว์ทรงพิจารณาภัยในนรกว่า
ในเวลาที่เราบังเกิดในนรก
ความรื่นเริงหรือโสมนัส ไม่มีแม้ชั่วขณะหนึ่ง
จึงนิ่งเฉยมิได้ทอดพระเนตรดูอะไรๆนั้นเลย
แม้ทดลองด้วยมหรสพฟ้อนรำในระหว่างๆ
อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษว่า
พวกท่านรับพระกุมารนำออกไปในเวลามา
พระกุมารไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?
ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า
หามิได้เลย พระเจ้าข้า.
ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร.โดย น้องแก้วค่ะ [18 พ.ค. 2546 , 09:02:36 น.] ( IP = 203.107.202.43 : : )
สลักธรรม 5แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ขอเดชะ ธรรมดาทารกเก้าขวบย่อมกลัวศัสตรา
พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยศัสตรา
จึงให้พระมหาสัตว์ประทับนั่ง
ณ พระลานหลวงกับทารก ๕๐๐ คน
ในเวลาที่ทารก ๕๐๐ คนกำลังเล่นกันอยู่
บุรุษผู้หนึ่งถือดาบมีสีดังแก้วผลึก
กวัดแกว่ง บันลือ โห่ร้อง โลดเต้น ปรบมือ
ยักเยื้องท่าทาง ขู่ตวาดว่า..
ได้ยินว่า ราชโอรสองค์หนึ่งของพระเจ้ากาสิกราช เป็นกาลกรรณี
เขาอยู่ไหน เราจักเอาดาบตัดศีรษะเขา
วิ่งกล่าวอยู่ดังนี้ เหล่าทารกที่เหลือเห็นดังนั้น
ทั้งกลัวทั้งสะดุ้ง ร้องลั่นวิ่งหนีไปคนละทิศละทาง.
ส่วนพระโพธิสัตว์ทรงพิจารณาภัยในนรก
ทรงเห็นว่า พินาศเสียในคมดาบอันร้ายกาจ
ยังดีกว่า ตายในอุสสุทนรก
ดังนี้ ประทับนั่งเหมือนไม่ทรงทราบ.
ลำดับนั้น บุรุษนั้นเอาดาบจดลงที่ศีรษะ
แล้วกล่าวกะพระมหาสัตว์ว่า
เราจักตัดศีรษะท่าน
แม้ทำให้พระมหาสัตว์สะดุ้ง
ก็ไม่สามารถจะให้สะดุ้งได้ จึงหลีกไป.
แม้ทดลองด้วยดาบในระหว่างๆ อย่างนี้
เป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษอย่างนี้ว่า
พวกท่านรับพระกุมารนำออกไปในเวลามา
พระกุมารไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?
ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า หามิได้เลย พระเจ้าข้า.
ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร.โดย น้องแก้วค่ะ [18 พ.ค. 2546 , 09:08:01 น.] ( IP = 203.107.202.43 : : )
สลักธรรม 6คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ขอเดชะ ธรรมดาทารกสิบขวบย่อมกลัวเสียง
ควรจะใช้เสียงทดลองพระกุมารว่า
หนวกหรือไม่
กราบทูลดังนี้แล้ว
จึงให้แวดวงที่บรรทมด้วยม่าน ทำช่องไว้สี่ข้าง
ให้คนเป่าสังข์นั่งอยู่ใต้ที่บรรทมไม่ให้พระโพธิสัตว์เห็นตัว
ให้เป่าสังข์ขึ้นพร้อมกันได้มีเสียงกังวานพร้อมกัน นางนมทั้งหลายให้พระมหาสัตว์
บรรทมเหนือที่บรรทม อมาตย์ ๔ คน ยืนอยู่ที่ข้างทั้ง ๔ แลดูอิริยาบถของพระมหาสัตว์ตามช่องม่าน
มิได้เห็นวิการแห่งพระหัตถ์พระบาท
หรือเพียงกระดิกไหว
อันเผลอพระสติของพระมหาสัตว์
แม้วันหนึ่ง. พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษว่า
ลูกของเราไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?
ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า
หามิได้เลย พระเจ้าข้า.
ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร.
แม้ทดลองด้วยเป่าสังข์ ในระหว่างๆ อย่างนี้
เป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์เลย.
คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า
ขอเดชะ ธรรมดาทารกสิบเอ็ดขวบ
ย่อมกลัวเสียงกลอง
ควรจะทดลองพระกุมารด้วยเสียงกลอง
(เมื่อล่วงไปหนึ่งปี).
อมาตย์ทั้งหลาย แม้ทดลองด้วยเสียง กลองในระหว่างๆ อย่างนั้นแลเป็นเวลาปีหนึ่ง
ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.
โดย น้องแก้วค่ะ [18 พ.ค. 2546 , 09:15:17 น.] ( IP = 203.107.202.43 : : )
สลักธรรม 7
ติดตามมาอ่านต่อค่ะ.....
..... ได้ทราบถึงความอดทน.... ความเด็ดเดี่ยวของพระโพธิสัตว์ ...เป็นสิ่งที่ควรสรรเสริญ และดำเนินตามแม้จะมิได้ถึงเศษเสี้ยว...ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามความต้องการและเครื่องล่อ โดยปราศจากการยับยั้งชั่งใจ และขาดเป้าหมาย.....
....ได้การเน้นย้ำว่า ความสำเร็จขึ้นอยู่ที่ใจ ...อีกครั้งหนึ่งค่ะ...
...ขอบพระคุณมากค่ะน้องแก้วโดย น้องกิ๊ฟ [18 พ.ค. 2546 , 09:43:07 น.] ( IP = 169.210.8.119 : : )
สลักธรรม 8
ตามติดมาอ่านต่อเช่นกันค่ะ
ได้เห็นความเด็ดเดี่ยวตั้งมั่นที่จะมุ่งสู่เป้าหมายตามที่พระองค์ได้ตั้งพระทัยไว้ น่าสรรเสริญอย่างยิ่ง
สมควรที่ทุกท่านจะต้องมีเป้าหมายในชีวิตและพยายามเดินไปสู่เป้าหมายนั้นให้ได้แม้จะต้องเจออุปสรรคขวากหนามใดๆก็ตาม....
ขอกราบบูชาพระโพธิ์สัตว์พระองค์นั้นด้วยเศียรเกล้า![]()
โดย พี่ดา [18 พ.ค. 2546 , 11:26:39 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.120 )
สลักธรรม 9ตามมาอ่านต่อ ขอบพระคุณน้องแก้วมากค่ะ
![]()
อ่านแล้วชื่นชมในการบำเพ็ญบารมีของพระเตมีย์เป็นอย่างมากค่ะ
พระองค์ทรงมีความเด็ดเดี่ยวในพระหฤทัย ทรงมีขันติอดทนต่อความยากลำบากพระวรกาย ที่ต้องทำเป็นง่อยเปลี้ย อดทนต่อเครื่องล่อสิ่งภายนอกอีกมากมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ในบุคคลธรรมดาทั่วไป
แต่เป็นการบำเพ็ญบารมีอันยิ่งยวดของพระโพธิสัตว์
ช่างน่ามหัศจรรย์ และน่าสรรเสริญเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ควรที่จะนำมาเป็นเครื่องเตือนใจ เป็นแบบอย่างของการบำเพ็ญบารมีที่ยิ่งใหญ่นะคะโดย ธัญธร [18 พ.ค. 2546 , 22:18:18 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |