| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เป็นบุญแล้ว...ที่เกิดมาเป็นมนุษย์
สลักธรรม 1
ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายเกิดมาด้วยกรรม
และดำเนินไปตามกรรมที่ตนทำไว้
มีกรรมจำแนกให้ผิดแผกแตกต่างกัน
...ในน้ำมี กุ้ง ปู เต่า ปลา
และสัตว์น้อยใหญ่ที่เรารู้จัก
และไม่รู้จักอีกมากมาย...
...บนบกมี มนุษย์ ช้าง ม้า วัว ควาย
สุนัข แมว เป็นต้น....
...ในอากาศมี นก ผีเสื้อ และแมลงต่างๆ...
นอกจากนั้นก็ยังมีเทพบุตร เทพธิดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ เปรต
อสุรกาย และสัตว์นรก![]()
ในบรรดาสัตว์เหล่านั้น มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่สุด
ที่ประเสริฐที่สุดเพราะมนุษย์มีโอกาส
ทำความดีได้ทุกชนิด
ตั้งแต่ความดีเล็กน้อย
ไปจนถึงความดีขั้นสูงสุด..
คือการบรรลุมรรค ผล นิพพาน
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า
"การได้อัตภาพเป็นมนุษย์นั้นแสนยาก" แต่การดำเนินชีวิต..ให้ถูกทางเมื่อมาแล้วยังยากกว่า
เพราะถ้าดำเนินชีวิตไม่ถูกทางแล้ว
ชีวิตในอนาคตมีแต่จะตกต่ำลง
ยากนักที่จะมีโอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก
ในเมื่อตายไป
การเกิดเป็นมนุษย์
ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างนำเกิดฉันใด
การดำเนินชีวิตให้ถูกต้องเมื่อเกิดมาแล้ว
ก็ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างฉันนั้น
การเกิดเป็นมนุษย์ต้องอาศัย บุญ
มีทานเป็นต้นนำเกิด
การดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง ก็ต้องอาศัยสมบัติ ๔ อย่าง
ที่พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า จักกะ ๔ หรือ
จักร ๔ เป็นสำคัญผู้ใดมีจักร ๔ อย่างนี้
ย่อมได้รับโภคทรัพย์ ยศ ชื่อเสียง
ความสุขและความเจริญตลอดชีวิต
จักร ๔ อย่าง คือ
๑. ปฏิรูปเทสวาสะ การได้อยู่ในประเทศที่สมควร
คำว่า ประเทศที่สมควร นั้นได้แก่
สถานที่ หรือถิ่นที่มีคำสอน
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแผ่ไปถึง
หรือเป็นที่อยู่ หรือเป็นที่ผ่านไปมาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระปัจเจกพุทธเจ้า
พระสงฆ์สาวก หรืออุบาสก อุบาสิกา
ผู้นับถือพระรัตนตรัยโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 20:16:07 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 2เมืองไทยที่ได้ชื่อว่า
ดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาบ้าง
บางแห่งก็ไม่มีพระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าอาศัยอยู่ หรือจาริกผ่านไป
บางแห่งมีวัดก็ไม่มีพระสงฆ์
ต้องการจะทำบุญ ถวายทานสักครั้ง
ก็หาภิกษุผู้รับทานไม่ได้
แม้การทำทานก็ยังยาก
จะป่วยกล่าวไปไยกับการรักษาศีล
หรือเจริญภาวนา
ที่ใดที่กุศลเกิดได้ยาก ที่นั้นไม่ชื่อว่าประเทศที่สมควร>
ผู้ที่อยู่ในถิ่นที่พระพุทธศาสนาแผ่ไปไม่ถึงนั้นน่าสงสารมาก
แม้การหาเลี้ยงชีพจะไม่ฝืดเคืองมีอาหารบริโภคสมบูรณ์
แต่เขาก็ดำเนินชีวิตไปตามยถากรรม
โดยไม่รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร
อะไรทำแล้วเป็นบุญ อะไรทำแล้วเป็นบาป
สักแต่ว่าทำตามๆกัน อย่างที่บรรพบุรุษเคยทำมา
แม้คนที่อยู่ในถิ่นที่พระพุทธศาสนาแผ่ไปถึง
แต่ไม่สนใจศึกษาหรือสดับพระธรรมคำสอนของ
พระพุทธเจ้า ก็ไม่ผิดอะไรกับคนป่าคนดอย
คนที่ไม่รู้จักพระพุทธศาสนานั้น เวลามีทุกข์ก็แสวงหาวิธีดับทุกข์ที่ไม่ถูกทาง
บางคนอาศัยอบายมุข มีการพนันเป็นต้น เป็นเครื่องดับทุกข์
บางคนบนบาน เทวดา ผีสาง นางไม้ เจ้าป่า เจ้าเขาให้ช่วย
บางคนคิดว่า ตายเสียได้คงพ้นทุกข์ จึงได้ฆ่าตัวตายด้วยวิธีต่างๆ ฯลฯ
ผู้ที่แสวงหาสิ่งดังกล่าวแล้วเป็นต้นนี้
เป็นที่พึ่ง.... เป็นที่ดับทุกข์
ชื่อว่าแสวงหาที่พึ่งผิดทาง
เพราะที่พึ่งเหล่านั้นไม่ใช่ที่พึ่งอันประเสริฐ
ไม่ใช่ที่พึ่งที่อาจดับทุกข์ได้ตลอดไป
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 20:22:31 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 3
เพราะอะไรเล่า
เพราะตัวของผู้เป็นทุกข์เองก็มีสภาพไม่เที่ยง
ยังต้องมีความเกิด แก่ เจ็บ ตาย
แตกดับเป็นธรรมดา
สิ่งที่ยึดเอาเป็นที่พึ่งนั้นเล่าก็ไม่เที่ยง
มีความแตกดับเป็นธรรมดาเช่นเดียวกัน
สิ่งที่มีสภาพไม่เที่ยง แตกดับด้วยกัน
จะดับทุกข์ของกันได้ตลอดไปได้อย่างไร
บางคนมีทุกข์ไม่ได้แสวงหาที่พึ่งดังกล่าวนั้น
แต่อาศัยพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เป็นที่พึ่ง
คนเช่นนี้ชื่อว่าแสวงหาที่พึ่งที่ถูกทาง
แสวงหาเครื่องดับทุกข์ที่ถูกทาง
เพราะอะไรเล่า
เพราะพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ๓ ประการนี้
ชื่อว่าที่พึ่งอันประเสริฐ
ชื่อว่าที่พึ่งอันสูงสุด
ชื่อว่าที่พึ่งอันเกษม
เพราะเป็นที่พึ่งที่เป็นปัจจัยให้เข้าถึงความเกษม คือพระนิพพาน
อันไม่มีความแตกดับ
ก้าวล่วงทุกข์ทั้งปวงได้ในที่สุด
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 20:31:27 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 4![]()
![]()
![]()
![]()
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ตรัสไว้ใน ธรรมบท พุทธวรรค ข้อ ๒๔ ว่า
"มนุษย์ทั้งหลายเป็นอันมาก
ถูกภัยคุกคามแล้ว
ย่อมถือเอาภูเขา ป่า อาราม
และรุกขเจดีย์ว่าเป็นที่พึ่ง
นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม
นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันสูงสุด
บุคคลอาศัยสิ่งเหล่านั้นแล้วย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้
ส่วนผู้ใดมาถึง
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นที่พึ่ง
เห็นแจ้งอริยสัจ ๔ คือ
ทุกข์,
สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์,
นิโรธ ธรรมเป็นเครื่องดับทุกข์,
และอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘
อันเป็นทางให้ถึงความดับทุกข์
ด้วยปัญญาอันชอบ นั่นเป็นที่พึ่งอันเกษม
นั่นเป็นสูงสุด
บุคคลอาศัยพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งแล้ว
ยังพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้"
เพราะฉะนั้น การอยู่ในประเทศที่สมควร
ประเทศที่มีพระพุทธศาสนาแผ่ไปถึง
จึงเป็นอุดมมงคล เป็นเหตุให้เกิดความเจริญ
เป็นปัจจัยให้เราดำเนินชีวิตได้ถูกทางประการหนึ่ง
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 20:40:09 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 5
![]()
๒. สัปปุริสูปัสสยะ
การเข้าไปอาศัยสัตบุรุษ หรือการคบหาสัตบุรุษ
อย่าว่าแต่คนที่อยู่ในดินแดนที่ไม่สมควรเลย
ที่จะแสวงหาที่พึ่งอันไม่ถูกทาง
แม้คนที่อยู่ในประเทศที่สมควร บางครั้งและบางคนก็ยังแสวงหาที่พึ่งไม่ถูกทางเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้เพราะเขามิได้เข้าไปคบหา สนทนากับสัตบุรุษผู้รู้ทั้งหลาย เขาจึงไม่มีโอกาสทราบว่า สิ่งใดควรประพฤติ สิ่งใดไม่ควรประพฤติสิ่งใดมีโทษ
สิ่งใดไม่มีโทษ
สิ่งใดเป็นประโยชน์ สิ่งใดไม่เป็นประโยชน์
เพราะฉะนั้น การคบหาสัตบุรุษจึงเป็นปัจจัยประการหนึ่งที่ ๒
ในการดำเนินชีวิตให้ถูกต้อง
สัตบุรุษนั้น ได้แก่ผู้สงบ คือ สงบจากกายทุจริต สงบจากวจีทุจริต สงบจากมโนทุจริต
อันเป็นบาปอกุศล
กายทุจริตการประพฤติชั่วทางกาย มี ๓ อย่าง คือ
การฆ่าสัตว์ทั้งด้วยตนเองและใช้ผู้อื่น ๑
การถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ด้วยเจตนาคิดจะลัก ๑
การประพฤติผิดประเวณี ๑
วจีทุจริตการประพฤติชั่วทางวาจา มี ๔ อย่าง คือ
การพูดเท็จ ๑ การพูดส่อเสียด ให้ผู้อื่น
แตกแยกกัน ๑
การพูดคำหยาบ ๑
การพูดเพ้อเจ้อ เหลวไหล ไร้สาระ ๑
มโนทุจริตการประพฤติชั่วทางใจ มี ๓ อย่าง คือ
อภิชฌา การคิดเพ่งเล็งอยากได้ของผู้อื่น
มาเป็นของตน ๑
พยาบาท การคิดให้ผู้อื่นพินาศ ๑
มิจฉาทิฏฐิ ความเห็นผิดว่าทานที่ให้แล้วไม่มีผล เป็นต้น ๑
สัตบุรุษนั้นเป็นผู้มีศรัทธา เชื่อมั่นในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
เชื่อกรรมและผลของกรรม
เชื่อว่าสัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน
เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีพาหุสัจจะ คือ สดับฟังตรับฟังมาก มีหิริ ความละอายบาป มีโอตตัปปะ ความกลัวบาป มีจาคะ ยินดีในการให้ไม่ตระหนี่ และมีปัญญารู้จัก อะไรควรไม่ควรตลอดจนมีปัญญาพาตนให้พ้นทุกข์ได้
พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอริยสาวก
ตลอดจนผู้ตั้งอยู่ในศีล ในธรรม
ชื่อว่าสัตบุรุษ
ในบรรดาสัตบุรุษเหล่านั้น
พระพุทธเจ้าประเสริฐที่สุด
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 20:48:19 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 6พระพุทธเจ้านั้นเกิดขึ้นได้แสนยาก
นานนักหนาว่าจะมีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้สักพระองค์
หนึ่ง
การบังเกิดขึ้นของพระองค์นำมาซึ่งประโยชน์
และความสุขแก่มนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
อย่างหาประมาณมิได้
พระองค์ทรงชี้ทางให้สัตว์ทั้งหลาย
ได้เข้าสู่สุคติโลกสวรรค์ และมรรค ผล นิพพาน
เป็นจำนวนมาก
การได้ฟังพระสัทธรรม
คือคำสั่งสอนของพระองค์ก็ยาก
เพราะเราอาจจะไปเกิดเสียในทุคติมีนรกเป็นต้น
หรือแม้ได้เกิดในสุคติมีมนุษย์
ก็ไม่แน่ว่าเราจะได้มีโอกาสฟังธรรมของพระองค์หรือไม่
ทั้งนี้เพราะใจของสัตว์นั้นมากด้วยความยินดีต้องการ
แต่พระองค์ทรงสอนให้ละความยินดีความต้อง
การ
เป็นการทวนกระแสกิเลส
ผู้ฟังที่ขาดปัญญาบารมี
จึงมิได้สนใจคำสอนของพระองค์เท่าที่ควร
เมื่อไม่สนใจก็ประพฤติผิดทาง
ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า
"ในโลกนี้ คนที่เห็นแจ้งมีน้อย
สัตว์ที่ไปสวรรค์มีน้อย
เหมือนนกพ้นจากข่ายมีน้อย"
และตรัสว่า "คนที่ไปถึงฝั่งคือพระนิพพานมีน้อย
ส่วนมากมักเลาะอยู่ริมฝั่ง"
ผู้ใดได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วประพฤติตาม
ย่อมได้รับความสุขชั่วนิรันดร
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 20:55:10 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 7
พระพุทธเจ้าและพระสาวกของพระพุทธเจ้า
เป็นผู้ที่ควรบูชา
ใครๆไม่ควรดูหมิ่นว่า
บุญที่เกิดจากการบูชาพระองค์
และสาวกของพระองค์เป็นบุญเล็กน้อย
เพราะว่าการบูชาบุคคลที่ควรบูชา
ผู้ประเสริฐเช่นกับด้วยพระองค์และสาวก
ของพระองค์ผู้หมดจดจากกิเลสนั้น
ใครๆ ไม่อาจประมาณบุญนั้นได้ว่า
มีประมาณเท่านั้นเท่านี้
เมื่อสัตบุรุษท่านเป็นผู้เพียบพร้อม
ด้วยคุณความดีดังกล่าวนี้
ท่านก็ปรารถนาให้ผู้อื่นได้เป็นเช่นเดียวกับท่าน
เมื่อผู้ใดเข้าไปหาท่าน
ท่านก็ย่อมจะสอนให้ผู้นั้นได้ตั้งอยู่ในคุณความดี
เช่นเดียวกับท่าน
นั่นคือสอนให้ละชั่ว ประพฤติดี
ได้แก่ละบาปทุจริต ประพฤติกุศลสุจริต
ปัจจุบันนี้แม้พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานไปแล้ว
แต่พระสงฆ์ผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบตลอดจนอุบาสก อุบาสิกา ผู้ตั้งอยู่ในศีล ในธรรม มั่นคงในพระรัตนตรัย ยังมีอยู่
ท่านเหล่านี้เป็นสัตบุรุษที่เราควรเข้าไปคบหาสมาคม และดำเนินรอยตามท่าน
การคบหาสัตบุรุษ จึงเป็นปัจจัยประการหนึ่งในการดำเนินชีวิตให้ถูกทาง![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 21:01:49 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 8๓. อัตตสัมมาปณิธิ การตั้งตนไว้ชอบ
แม้การคบสัตบุรุษจะเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งในการดำเนินชีวิตให้ถูกทาง
แต่ถ้าเป็นแต่เพียงเข้าไปคบหา มิได้สนใจที่จะประพฤติตามคำสอนของท่านแล้ว การคบหานั้นก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด
ในเมื่อเรามิได้ตั้งตนไว้ชอบ คือมิได้ตั้งอยู่ในธรรมของสัตบุรุษ
คือสุจริตธรรม ๑๐ ประการ มีการงดเว้น
จากการฆ่าสัตว์เป็นต้น
ก็สุจริตธรรม ๑๐ ประการ หรือกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนี้
ชื่อว่าธรรมของมนุษย์
เราเกิดเป็นมนุษย์แล้วมีกุศลกรรมบถไม่ครบ ๑๐
จะชื่อว่าเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้อย่างไร
ก็คำว่า "มนุษย์" นั้นแปลว่า ผู้มีใจสูง
คือสูงด้วยคุณธรรม มีเมตตากรุณา
ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนสัตว์ เป็นต้น
ทั้งเป็นผู้จักเหตุที่สมควรและไม่สมควร
เป็นผู้รู้จักว่าอะไรเป็นประโยชน์
อะไรไม่เป็นประโยชน์
และอะไรเป็นกุศล อะไรไม่เป็นกุศล
ถ้ามนุษย์ไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้
มนุษย์ก็ไม่ต่างกับสัตว์เดียรัจฉาน
มนุษย์ที่มีจิตใจเป็นมนุษย์ ท่านเรียกว่า มนุสสมนุสโส
มนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนเปรต คือหิวกระหาย อยากได้ ต้องการ อยู่เสมอ ไม่อิ่ม ไม่เต็ม ท่านเรียกว่า มนุสสเปโต
มนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนเดียรัจฉาน ไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว เอาแต่ กิน นอน และสืบพันธุ์เท่านั้น ท่านเรียกว่า มนุสสติรัจฉาโน
มนุษย์ที่มีจิตใจเหมือนเทวดา คือรู้จักละอายบาปและกลัวบาป รื่นเริงบันเทิงอยู่ ท่านเรียกว่า มนุสสเทโว
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 21:09:26 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 9
มนุษย์จึงควรมีศีล ๕ เป็นอย่างต่ำ
มีกุศลกรรมบถ ๑๐ เป็นอย่างสูง
ส่วนใครสามารถจะทำฌาน วิปัสสนา มรรค ผล
อันเป็นอุตตริมนุสสธรรม คือธรรมที่ยิ่งกว่า ธรรมของมนุษย์ให้เกิดได้ ยิ่งประเสริฐ
คนในสมัยพุทธกาลเป็นจำนวนมาก
ที่ได้เกิดในประเทศที่สมควร
คือเกิดในดินแดนของพระพุทธศาสนา
ในสมัยที่พระบรมศาสดาอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ยังทรงพระชนม์อยู่ ได้เข้าไปคบหาใกล้ชิดพระองค์ ได้ฟังธรรมของพระองค์
แต่ยังคงประพฤตินอกลู่ นอกทาง ผิดศีล ผิดธรรม อย่างนี้ชื่อว่าตั้งตนไว้ผิด
ดังพระเทวทัตเป็นตัวอย่าง
เมื่อตั้งต้นไว้ผิด ชีวิตของเขาจะพบกับความสุขความเจริญได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
"ตถาคตเป็นเพียงผู้บอกทาง"
คือบอกทางสวรรค์ และ มรรค ผล นิพพาน ให้เท่านั้น
ส่วนการดำเนินชีวิตให้ถึงจุดหมายปลายทางนั้น ท่านทั้งหลาย ต้องประพฤติด้วยตนเอง
๔. ปุพเพ กตปุญญตา
การได้ทำบุญไว้ในปางก่อน เป็นจักรข้อที่ ๔
ที่จะสนับสนุนให้เราดำรงชีวิตอยู่ในทางที่ชอบ กอปรด้วยประโยชน์
การเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้ ก็อาศัยบุญที่ได้ทำไว้ในปางก่อน
คือในชาติที่ล่วงมาแล้วนำเกิด..เมื่อมีชีวิตอยู่
มีโอกาสได้อยู่ในถิ่นที่สมควร ได้พบพระพุทธศาสนา ได้คบหาสัตบุรุษและฟังธรรมจากท่าน
ทำให้ตั้งตนไว้ชอบ สนใจในการทำบุญกุศล ตลอดจนการประพฤติปฏิบัติ เพื่อบรรลุ มรรค ผล นิพพาน อันเป็นกุศลสูงสุด ก็ล้วนอาศัย บุญ ที่ได้เคยทำไว้เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ได้รับผลสำเร็จทั้งสิ้น
ถ้าขาดบุญเสียแล้ว ท่านจะไม่มีโอกาสได้รับสิ่งเหล่านี้เลย
หากยังต้องเกิดอีกตราบใด
บุญที่ทำไว้ในชาติก่อนๆที่ยังไม่มีโอกาสให้ผล
รวมกับบุญที่ทำใหม่ในชาตินี้
ก็ยังติดตามไปให้ผลในชาติต่อไปด้วย
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 21:20:13 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
สลักธรรม 10
สิ่งทั้งหลายที่เราปรารถนา
และแสวงหามาไว้ ล้วนอยู่กับเราผู้เป็นเจ้าของไม่นานเลย
ของเหล่านั้นแม้จะเป็นที่รักสักเพียงใด
ก็ไม่อาจติดตามเจ้าของไปภพหน้าได้
แม้เมื่อเจ้าของยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่แน่
ว่าของนั้นจะอยู่กับเจ้าของตลอดไป
อาจสูญหาย หรือถูกทำลายไปด้วยไฟบ้าง
ด้วยโจรบ้าง ด้วยน้ำบ้าง
ด้วยผู้มีอำนาจบ้าง
ด้วยการล้างผลาญของทายาท
ที่มีความประพฤติไม่ดีบ้าง ฯลฯ
ส่วนบุญมิได้เป็นเช่นนั้น ใครๆไม่อาจทำลายบุญให้สูญหายไปได้
แม้โจรก็ลักไปไม่ได้
ไฟไหม้ไม่ได้ น้ำท่วมไม่ได้
ถูกผู้มีอำนาจริบไม่ได้
หรือถูกทายาทที่มีความประพฤติไม่ดีล้างผลาญ
ไม่ได้ ฯลฯ
แม้เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว บุญนั้นสามารถติดตามไปให้ความสุขแก่เจ้าของในภพหน้าได้ด้วย
เพราะเหตุนั้น บุญ ที่ทำไว้ จึงเป็นปัจจัยเกื้อกูลแก่ชีวิตของเรา
ให้พบกับความสุขและความ
สำเร็จ ประการหนึ่ง
ในทางตรงกันข้าม
บาปที่บุคคลสั่งสมไว้ในปางก่อน
ก็เป็นปัจจัยให้พบกับความทุกข์และความ
ผิดหวังนานาประการ
ทั้งยังติดตามไปให้ความทุกข์
แก่ผู้กระทำในภพหน้าด้วย
ผู้มีปัญญาจึงเพียรละบาป เร่งบำเพ็ญบุญ
เรื่องของการทำความดี คือบุญกุศลนั้น เมื่อมีจิตเลื่อมใสศรัทธาแล้ว อย่ารีรอจงทำทันที เพราะจิตนั้นกลับกลอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วนัก
มีปกติไหลไปหาบาป
ทั้งเราไม่อาจรู้ว่าความตายจะมาถึงเราเมื่อไร
เราอาจจะตายเสียในขณะที่ยังรีรออยู่ก็ได้![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [18 พ.ค. 2546 , 21:27:36 น.] ( IP = 203.107.209.244 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |