มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระเจ้าเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี..ต่อค่ะ




คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า

ขอเดชะ ธรรมดาทารกสิบขวบย่อมกลัวเสียง

ควรจะใช้เสียงทดลองพระกุมารว่า หนวกหรือไม่

กราบทูลดังนี้แล้ว จึงให้แวดวงที่บรรทมด้วยม่าน ทำช่องไว้สี่ข้าง

ให้คนเป่าสังข์นั่งอยู่ใต้ที่บรรทมไม่ให้พระโพธิสัตว์เห็นตัว

ให้เป่าสังข์ขึ้นพร้อมกันได้มีเสียงกังวานพร้อมกัน

นางนมทั้งหลายให้พระมหาสัตว์ บรรทมเหนือที่บรรทม

อมาตย์ ๔ คน ยืนอยู่ที่ข้างทั้ง ๔ แลดูอิริยาบถของพระมหาสัตว์ตามช่องม่าน

มิได้เห็นวิการแห่งพระหัตถ์พระบาท หรือเพียงกระดิกไหว

อันเผลอพระสติของพระมหาสัตว์ แม้วันหนึ่ง



พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษว่า ลูกของเราไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?

ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า หามิได้เลย พระเจ้าข้า.

ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร. แม้ทดลองด้วยเป่าสังข์ ในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง

ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์เลย.


โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:24:28 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า

ขอเดชะ ธรรมดาทารกสิบเอ็ดขวบ ย่อมกลัวเสียงกลอง

ควรจะทดลองพระกุมารด้วยเสียงกลอง (เมื่อล่วงไปหนึ่งปี)

. อมาตย์ทั้งหลาย แม้ทดลองด้วยเสียง กลองในระหว่างๆ อย่างนั้นแลเป็นเวลาปีหนึ่ง

ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.



แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า

ขอเดชะ ธรรมดาทารกสิบสองขวบ ย่อมกลัวประทีป

พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยประทีป

กราบทูลดังนี้แล้ว ให้พระโพธิสัตว์บรรทมในที่มืดเวลาราตรี คิดว่า

พระกุมารจะยังพระหัตถ์หรือพระบาทให้ไหวหรือไม่หนอ

ทำประทีปให้ลุกโพลงในหม้อทั้งหลาย ให้ดับประทีปอื่นๆ เสีย

ให้พระโพธิสัตว์บรรทมหน่อยหนึ่ง ในที่มืด

แล้วยกหม้อประทีปน้ำมันทั้งหลายขึ้น ทำให้สว่างพร้อมกันทีเดียว

พิจารณาดูอิริยาบถของพระโพธิสัตว์ ก็มิได้เห็นแม้สักว่า ความไหวพระกายของพระมหาสัตว์

. แม้ทดลองด้วยประทีปในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง

ก็มิได้เห็นแม้เพียงความไหวอะไรๆ ของพระโพธิสัตว์.

โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:26:45 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : )


  สลักธรรม 2

พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษว่า

ลูกของเราไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?

ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า หามิได้เลย พระเจ้าข้า

. ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร.


แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า

ขอเดชะ ธรรมดาทารกสิบสามขวบย่อมกลัวแมลงวัน

พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยน้ำอ้อย

กราบทูลดังนี้แล้ว จึงเอาน้ำอ้อยทาทั่วพระสรีระพระโพธิสัตว์

แล้วให้บรรทมในสถานที่มีแมลงวันชุกชุม เลี้ยงบำรุงแมลงวันทั้งหลาย

แมลงวันเหล่านั้นก็ตอมพระสรีระทั้งสิ้นแห่งพระโพธิสัตว์ กินน้ำอ้อย ดุจแทงด้วยเข็มเป็นอันมาก.



พระโพธิสัตว์ทรงดำริว่า

เราตายในปากแมลงวันทั้งหลายดีกว่า ตายในนรกอเวจี

จึงอดกลั้นทุกขเวทนา ไม่หวั่นไหวเลย ดุจพระมหาเถระเข้านิโรธสมาบัติ.



แม้ทดลองด้วยน้ำอ้อยในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง

ก็มิได้เห็น แม้เพียงความไหวอะไรๆ ของพระโพธิสัตว์.

พระราชาตรัสถามพวกราชบุรุษว่า ลูกของเราไหวมือหรือเท้าบ้างหรือไม่?

ราชบุรุษทั้งหลายกราบทูลว่า หามิได้เลย พระเจ้าข้า.

โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:27:27 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : )


  สลักธรรม 3

ทรงหารือว่า พวกเราจะทำอย่างไร.

แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า

ขอเดชะ เมื่อเวลาทารกมีอายุได้สิบสี่ขวบ ก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว

บัดนี้พระกุมารนี้เป็นผู้ใหญ่ ใคร่ของสะอาด รังเกียจของโสโครก


พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยของโสโครก

กราบทูลดังนี้แล้ว ตั้งแต่นั้นมาไม่สรงสนานพระโพธิสัตว์

ไม่จัดให้ลงบังคน ไม่ช่วยให้ลุกจากที่บรรทม.



พระโพธิสัตว์ก็ลงบังคนหนักเบา

บรรทมเกลือกกลั้วอยู่ในที่นั้นนั่นเอง

ก็เพราะกลิ่นเหม็น. กาลนั้นได้เป็นเสมือน

กาลสำแดงพระอัธยาศัยภายในแห่งพระโพธิสัตว์ออกมาภายนอก

แมลงวันทั้งหลายก็มาตอมกิน อยู่ที่พระสรีระของพระโพธิสัตว์.

โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:28:00 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : )


  สลักธรรม 4

คราวนั้นพระชนกพระชนนีประทับนั่งล้อม พระโพธิสัตว์

ตรัสอย่างนี้ว่า พ่อเตมิยกุมาร บัดนี้พ่อก็โตแล้ว

ใครเขาจะประคับประคองพ่อเสมอไป

พ่อไม่ละอายหรือ พ่อนอนอยู่ทำไม ลุกขึ้นชำระร่างกายซิ

แล้วตรัสตัดพ้อบริภาษ

พระโพธิสัตว์ แม้จมอยู่ในกองคูลซึ่งปฏิกูลอย่างนั้น

ก็ทรงวางพระอารมณ์เป็นกลาง

เพราะทรงพิจารณาเห็นความมีกลิ่นเหม็นของคูถนรก

ซึ่งสามารถฟุ้งตลบขึ้นในใจของผู้ที่แม้ยืนอยู่ในที่สุดของร้อยโยชน์ เพราะมีกลิ่นเหม็น

แม้ทดลองด้วยของโสโครกในระหว่าง ๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง

ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.



แต่นั้น คณะอมาตย์กราบทูลพระราชาว่า

ขอเดชะ ธรรมดาทารก สิบห้าขวบย่อมกลัวความร้อน

พวกข้าพระองค์จักทดลองพระกุมารด้วยถ่านเพลิง.

ลำดับนั้น อมาตย์ทั้งหลายได้วางกระเบื้อง เต็มด้วยไฟไว้ใต้พระแท่นของพระโพธิสัตว์

ด้วยคิดว่า อย่างไรเสีย พระกุมารถูกความร้อนเบียดเบียน เสวยทุกขเวทนา

เมื่ออดกลั้นทุกขเวทนาไม่ได้ ก็พึงแสดงความกระดิกไหวพระหัตถ์ หรือพระบาทบ้าง.

โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:28:32 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : )


  สลักธรรม 5

นางนมทั้งหลายให้พระมหาสัตว์บรรทมเหนือพระแท่นแล้วออกมาเสีย

พระมหาสัตว์ถูกความร้อนเบียดเบียน

เปลวไฟ ปรากฎเหมือนลุกโพลงทั่วพระสรีระของพระมหาสัตว์



แม้พระมหาสัตว์ก็ทรงโอวาทพระองค์เองว่า

แน่ะ พ่อเตมิยกุมาร ความร้อนในนรกอเวจีแผ่ไปตั้งร้อยโยชน์

ทำลายนัยน์ตาของบรรดาสัตว์ที่อยู่ในที่ร้อยโยชน์ได้

ความร้อนแห่งเพลิงนี้ยังดีกว่าความร้อนในนรกนั้นตั้งร้อยเท่า พันเท่า แสนเท่า

ดังนี้แล้วทรงอดกลั้น ความร้อนนั้นเสีย มิได้หวั่นไหวเลย เหมือนผู้เข้านิโรธสมาบัติ



ลำดับนั้น พระชนกพระชนนีของพระโพธิสัตว์

ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์ถูกความทุกข์เบียดเบียน

ก็เป็นเหมือนพระหฤทัยจักแตก

จึงแหวกฝูงชนเข้าไปนำพระโพธิสัตว์ออกมาจากความร้อนของไฟนั้น


โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:29:09 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : )


  สลักธรรม 6

แล้วตรัสวิงวอนพระโพธิสัตว์ว่า

พ่อเตมิยกุมาร พวกเรารู้ว่า มิใช่คนง่อยคนเปลี้ย เป็นต้น

เพราะคนพิการเหล่านั้นมิได้มี มือ เท้า ปาก และช่องหูอย่างนี้

พ่อเป็นบุตรที่พวกเราปรารถนาจึงได้ พ่ออย่าให้พวกเราฉิบหายเลย

พ่อจงเปลื้องพวกเราจากครหาแต่สำนักพระราชาทั่วชมพูทวีปเถิด.



แม้พระชนกพระชนนีวิงวอนถึงอย่างนี้

พระโพธิสัตว์ก็บรรทมนิ่ง เหมือนมิได้ทรงสดับพระวาจานั้น.



ลำดับนั้น พระชนกพระชนนีของพระโพธิสัตว์ก็ทรงกันแสงเสด็จหลีกไป

บางคราวพระชนกของพระโพธิสัตว์แต่พระองค์เดียว

เสด็จเข้าไปวิงวอนพระโพธิสัตว์

บางคราวก็พระชนนี แต่พระองค์เดียวเสด็จเข้าไปวิงวอนพระโพธิสัตว์

บางคราวทั้งสองพระองค์เสด็จเข้าไปวิงวอนด้วยกัน.


แม้ทดลองด้วยถ่านเพลิงในระหว่างๆ อย่างนี้เป็นเวลาปีหนึ่ง

ก็มิได้เห็นความพิรุธของพระโพธิสัตว์.




ยังมีต่อค่ะ


โดย น้องแก้วค่ะ [19 พ.ค. 2546 , 07:30:22 น.] ( IP = 169.210.8.24 : : )


  สลักธรรม 7


สวัสดีค่ะน้องแก้ว
พี่ตามมาติดๆมิให้พลาด ยิ่งอ่านก็ยิ่งศรัทธา
พระองค์ทรงมุ่งตรงต่อเป้าหมายไม่เสื่อมคลายแม้เวลาผ่านมาหลายปี แต่เล็กจนเติบใหญ่..สาธุ..สาธุ

โดย พี่ดา [19 พ.ค. 2546 , 09:33:28 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.18 )


  สลักธรรม 8

พระเตมีย์ใบ้

โดย เณรวัส [19 พ.ค. 2546 , 17:06:45 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 9

เตมีย์คำกลอน : โพธิสัตว์ปฏิสนธิ์

กล่าวฝ่ายจันทาราชินี
ครั้นหลายล่วงราตรีพลีแถน
ผ่องโฉมโสมนัสพิพัฒน์แพน
สุขล้ำด่ำแดนดวงฤดี

ปฏิบัติองค์ภัสด์มิบกพร่อง
คัลลองอัครมเหสี
ปางเทพปฏิสนธิ์บันดลมี
จินตน์การกรณีศรีสุบิน

ว่าเห็นเนาวรัตน์ประภัสสร์แก้ว
พราวแพรวจำรัสมหัตสิน
ฟูมฟายสายแสงแจรงมิญช์
หลอมรวมเป็นจินดามณี

ลอยเลื่อนสู่หัตถ์ภัทรา
ดรงค์ดารารัศมี
นิมิตรึงรัดดรรชนี
ธำมรงค์เรือนดีนรีกราย

ครั้นรางสางแสงอุษาโยค
ตื่นตาคว้าโชควิโยคหาย
หยาดยมขมขื่นสะอื้นงาย
ทูลถวายสวามีที่สุบิน

จึงโปรดให้หาพยากรณ์
ทำนายนิวรณ์อรถวิล
เหตุผลกลแกล้งสำแดงจินต์
จงชัดทุกระบิลระบุความ

โหราธิบดีผู้มีศาสตร์
เลขผามิผาดทุกบาทขาม
สังขยายิ่งยวดพยายาม
อุบาทว์ปัดข้ามค้นความควร

ครั้นแจ้งจำทูลพูนสนอง
ลบองแบบบรรพ์มิผันผวน
เดชะราชันย์อันชนวน
บอกฉนวนชนนีจะมีมา

จันทาเทวีจะทรงครรภ์
ร่มเย็นอัศจรรย์ดุจพรรษา
พระโอรสบรรยงในบุญญา
จักเป็นกษัตราสง่างาม

องค์เจ้ากาสีสดับถ้อย
ทยอยหทยาสุธาหวาม
โฉมยงพงศ์นรินทร์เหมือนยินยาม
สรรเสริญพระนามมุขอมร

มินานองค์กัลยาณี
โสภีทราบทรงปล่งสมร
ประพันธ์ครรภะนยะจร
โฉมแจ้งภูธรธิบดี


ดำรัสคัดสนมภิรมย์วรรณ
ผดุงครรภ์จันทามารศรี
พิทักษ์ลักขณาทุกราตรี
รอองค์เทวีประสูติกาล/.


คุณ
ราม ลิขิต เป็นผู้ประพันธ์ครับ
…

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 พ.ค. 2546 , 20:29:35 น.] ( IP = 203.107.208.91 : : )


  สลักธรรม 10

เตมีย์คำกลอน : สมภพพระกุมาร

คืนวันผันบถทศมาส
ครบวาสครองวรอุทรฐาน
นางชวรป้วนชั้นเป็นสันธาน
มีทรรศนาการจะพานพัง

กำนัลเร่งนำหมอตำแย
ยักแย่ยักยันดันระสัง
ถ้วยโถโอหม้อกะละมัง
หอบกันเก้กังงังงังมา

ครั้นถึงยายหมอให้ก่อไฟ
ต้มน้ำเดือดไว้ผจงท่า
ท่อนฟืนไร้ติตามวิชา
แกพิจารณาตำรามี

เข้าห้ององค์ขวัญครรโภทร
ที่หลับปรับนอนจรศรี
เกศาหันสู๋อุดรดี
พักตราผินที่บูรพา

ข้าวของครบทำอุปเท่ห์
ยาดมลมเพประจบหา
ผิวรวกบางเฉียบเรียบชรา
แพทยาวางคนชนนี

ชะแม่กำยำประกำหลัง
ซ้ายขวาคอยนั่งประคองศรี
เปลื้องผมปมเผ้าทุเลาลี
จึงทูลภูมีให้คลี่คลาย

ปลดปล่อยปวงสัตว์แก้ขัดข้อง
ชั่วคราวค่อยจ้องประจำหมาย
ตามเคล็ดขับอุดอันตราย
แล้วยายตำแยก็แซ่มนต์

บูชาเจ้าที่สมาโทษ
จงโปรดคุ้มครองสมปองผล
ผีป่าห่าเถื่อนเผือนผจญ
ขอไล่ภัยพ้นกลับพนพง

หมอเฒ่าเจนจัดจบหัตถะ
กระชั้นพระประชวรกระสวนสง
พร้อมเพรียงเคียงงานการพระองค์
ตำแยเล้งล้งลูกมือลน

อัศจรรย์สรรค์สมปฐมบท
ตกฟากปรากฏจรดฝน
สมภพลบแล้งระแหงชนม์
มณฑลฉ่ำชรก็ผ่อนคลาย

พระเจ้ากาสีเกษมสันต์
โดยเหตุแห่งพรรษ์ศรัณย์หลาย
วินิจโดยนุตในบุตรชาย
ตั้งนามตามหมายว่าเตมีย์

ธ ให้ชุมนุมเสนามาตย์
อธิราชแจ้งสาสนสำราญศรี
แล้วตรัสว่าตัวเราเจ้าธานี
พึงมีบุตราสิราการ

ใคร่หาชาวชนปรนมกุฎ
เยาวราชบุตรสุทธิสาร
เกิดเกี่ยวเดียวกันมหันต์วาร
จงแจ้งแหล่งบ้านประสานคาม/.

โดย เทพธรรม..นำมาฝาก [19 พ.ค. 2546 , 20:31:47 น.] ( IP = 203.107.208.91 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org