มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระเจ้าเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี..ต่อค่ะ




ลำดับนั้น กาลเมื่อพระโพธิสัตว์มีพระชนม์ได้สิบหกพรรษา

หมู่อมาตย์และพราหมณ์เป็นต้น คิดกันว่า

พระกุมารเป็นง่อยเปลี้ยก็ตาม เป็นใบ้ก็ตาม

เป็นคนหนวกก็ตาม หรือไม่เป็นก็ตาม จงยกไว้

เมื่อวัยเปลี่ยนแปรไป บุคคลชื่อว่าไม่กำหนัดในอารมณ์ที่น่ากำหนัด ย่อมไม่มี

ชื่อว่าไม่ดูในอารมณ์ที่น่าดู ย่อมไม่มี.

ชื่อว่าไม่ยินดีในอารมณ์ที่น่ายินดี ย่อมไม่มี.

เมื่อถึงคราวแล้ว ความกำหนัดยินดีนี้ย่อมมีเป็นธรรมดา

เหมือนความแย้มบานของดอกไม้ ฉะนั้น.



พวกเราจักให้เหล่านางสนมนักฟ้อนรำบำเรอพระกุมาร

ทดลองพระกุมารด้วยนางสนมนักฟ้อนรำเหล่านั้น




ลำดับนั้น พระเจ้ากาสิกราชมีรับสั่งให้เรียกหญิงฟ้อนรำ

ทรงรูปอันอุดม สมบูรณ์ด้วยความงามดังเทพอัปสร

ตรัสกะหญิงทั้งหลายว่า บรรดาเธอทั้งหลาย

หญิงใดสามารถทำให้พระกุมารร่าเริง หรือผูกพันไว้ด้วยอำนาจกิเลสได้

หญิงนั้นจักได้เป็นอัครมหสีของพระกุมารนั้น


โดย น้องแก้วค่ะ [20 พ.ค. 2546 , 00:25:05 น.] ( IP = 169.210.8.217 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

ลำดับนั้น พระมหาสัตว์เมื่อจะสำแดงตนให้แจ้งและแสดงธรรม

จึงตรัสคาถาว่า เรามิใช่เทวดา มิใช่คนธรรพ์ มิใช่ท้าวสักกะผู้ให้ทานในก่อน

เราที่ท่านจะฆ่าเสียในหลุม เป็นโอรสของพระเจ้ากาสิกราช

เราเป็นโอรสของพระราชา ผู้ที่ท่านพึงพระบารมีเลี้ยงชีพอยู่เสมอ

แน่ะนายสารถี ถ้าท่านฝังเราเสียในป่า ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม

บุคคลนั่งหรือนอนที่ร่มเงาของต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งของต้นไม้นั้น

เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนลามก

พระราชาเป็นเหมือนต้นไม้ เราเป็นเหมือนกิ่งไม้

ตัวท่านเป็นเหมือนคนอาศัยร่มเงา

ถ้าท่านฝังเราเสียในป่า ท่านก็ทำสิ่งที่ไม่เป็นธรรม.



บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิหญฺญสิ แปลว่า จักฝัง

พระมหาสัตว์ แสดงว่า ท่านขุดหลุม ด้วยหมายว่า จักฝังผู้ใดในที่นี้ เราคือผู้นั้น

แม้เมื่อพระมหาสัตว์ตรัสว่า เราเป็นพระราชโอรส นายสารถีนั้นก็ยังไม่เชื่ออยู่นั่นเอง

แต่รู้ได้ด้วยมธุรกถาของพระมหาสัตว์นั้น จึงได้ยืนฟังธรรมอยู่.

บทว่า มิตฺตทุพฺโภ ได้แก่ คนฆ่ามิตร คือ คนเบียดเบียนมิตรทั้งหลาย.

บทว่า รุกฺขสฺส ความว่า บุคคลหักราก ลำต้น ผล ใบ

หรือหน่อของต้นไม้ที่มีร่มเงาอันตนได้ใช้สอยอยู่

ย่อมเป็นผู้ฆ่ามิตร คือเบียดเบียนมิตร.

บทว่า ปาปโก ได้แก่เป็นคนลามก ก็จะป่วยกล่าวไปไยถึงผู้ที่ฆ่ามนุษย์.

ด้วยบทว่า ฉายูปโค พระมหาสัตว์ตรัสว่า แน่ะนายสารถี ท่านอาศัยพระราชาเลี้ยงชีพอยู่

เหมือนคนเข้าไปสู่ร่มเงาของต้นไม้ เพื่อต้องการจะใช้สอยฉะนั้น


เมื่อพระโพธิสัตว์แม้ตรัสถึงอย่างนี้ นายสารถีก็ยังไม่เชื่ออยู่นั่นเอง.


ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ทรงดำริว่า เราจักทำให้นายสารถีนั้นเชื่อ

ทรงทำป่าชัฏให้บันลือลั่นด้วยเสียงสาธุการของเหล่าเทวดา

และด้วยคำโฆษณาของพระองค์.

โดย น้องแก้วค่ะ [20 พ.ค. 2546 , 00:33:50 น.] ( IP = 169.210.8.217 : : )


  สลักธรรม 12

เมื่อจะตรัสคาถาบูชามิตร ๑๐ คาถา จึงตรัสว่า


๑. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
ชนเป็นอันมากอาศัยบุคคลผู้นั้นเลี้ยงชีพ
บุคคลผู้นั้นจากเรือนของตนไปที่ไหนๆ ย่อมมีภักษาหารมากมาย.


๒. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
บุคคลผู้นั้นไปสู่ชนบท นิคม ราชธานีใดๆ
ย่อมเป็นผู้อันหมู่ชนในที่นั้นๆ ทั้งหมดบูชา.


๓. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
โจรทั้งหลายไม่ข่มเหงบุคคลผู้นั้น กษัตริย์ก็มิได้ดูหมิ่นบุคคลผู้นั้น
บุคคลผู้นั้นย่อมข้ามพ้นหมู่อมิตรทั้งปวง.


๔. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
บุคคลผู้นั้นจะมาสู่เรือนของตนด้วย มิได้โกรธเคืองใครๆ มา
ได้ความยินดีปรีดาในสภาที่ประชุม เป็นผู้สูงสุดของหมู่ญาติ.


๕. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
บุคคลผู้นั้นสักการะคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่นสักการะตน
เคารพคนอื่น ก็จะเป็นผู้อันคนอื่น เคารพตน ย่อมเป็นผู้ได้รับความยกย่องและเกียรติคุณ.


๖. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
บุคคลผู้นั้นบูชาผู้อื่น ก็ย่อมได้บูชาตอบ
ไหว้ผู้อื่น ก็ย่อมได้ไหว้ตอบ และย่อมถึงยศและเกียรติ.


๗. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
บุคคลผู้นั้นย่อมรุ่งเรืองดุจกองเพลิง ย่อมไพโรจน์ดุจเทวดา มีสิริประจำตัว.


๘. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
โคทั้งหลายของบุคคลผู้นั้นย่อมเกิด พืชที่หว่านไว้ในนาย่อมงอกงาม
บุคคลผู้นั้นย่อมได้บริโภคผลของพืชที่หว่านไว้.


๙. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
บุคคลผู้นั้นตกเหว ตกภูเขา หรือตกต้นไม้ ย่อมได้ที่พึ่งอาศัยไม่เป็นอันตราย.


๑๐. บุคคลผู้ใดมิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร
เหล่าอมิตรย่อมย่ำยีบุคคลผู้นั้นไม่ได้ ดุจต้นไทรมีรากและย่านงอกงาม
พายุไม่อาจพัดพานให้ล้มได้ ฉะนั้น.

โดย น้องแก้วค่ะ [20 พ.ค. 2546 , 00:34:29 น.] ( IP = 169.210.8.217 : : )


  สลักธรรม 13

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พหุตพฺภกฺโข ได้แก่ ได้ภิกษามาง่าย

. บทว่า สกํฆรา ได้แก่ จากเรือนของตน อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะก็อย่างนี้แหละ.

บทว่า น ทุพฺภติ แปลว่า ไม่ประทุษร้าย.

บทว่า สพฺพตฺถ ปูชิโต โหติ นี้พึงพรรณนาด้วยเรื่องพระสีวลี.

บทว่า นาสฺสโจรา ปสหนฺติ ความว่า พวกโจรไม่อาจทำการข่มขี่

บทนี้พึงแสดงด้วยเรื่องสังกิจจสามเณร.

บทว่า นาติมญฺเญติ ขตฺติโย นี้พึงแสดงด้วยเรื่องโชติกเศรษฐี

บทว่า ตรติ ได้แก่ ย่อมก้าวล่วง.

บทว่า สฆรํ เอติ ความว่า ผู้ประทุษร้ายมิตร แม้มาเรือนของตน ก็มีจิต หงุดหงิดโกรธมา

แต่ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรนี้ ย่อมไม่โกรธมาเรือนของตน.

บทว่า ปฏินนฺทิโต ความว่า ย่อม กล่าวคุณกถาของ ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร

ในสถานที่ประชุมของคนเป็นอันมาก

ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตรนั้น ย่อม เป็นผู้ชื่นชมเบิกบานด้วยเหตุนั้น.

บทว่า สกฺกตฺวา สกฺกโต โหติ ความว่า สักการะผู้อื่นแล้ว แม้ตนเองก็เป็นผู้อันผู้อื่นทั้งหลายสักการะ.

บทว่า ครุ โหติ สคารโว ความว่า มีความเคารพในผู้อื่นทั้งหลาย

แม้ตนเองก็เป็นผู้อัน ผู้อื่นทั้งหลายเคารพ.

บทว่า วณฺณกิตฺติภโต โหติ ความว่า ได้รับยกย่องและสรรเสริญ

คือ ยกคุณความดีและเสียงสรรเสริญเที่ยวป่าวประกาศ.


โดย น้องแก้วค่ะ [20 พ.ค. 2546 , 00:35:17 น.] ( IP = 169.210.8.217 : : )


  สลักธรรม 14

บทว่า ปูชโก ความว่า เป็นผู้บูชามิตรทั้งหลาย แม้ตนเองก็ย่อมได้การบูชา.

บทว่า วนฺทโก ความว่า ผู้ไหว้กัลยาณมิตรทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อมได้ไหว้ตอบในภพใหม่

บทว่า ยโสกิตฺตึ ความว่า ย่อมถึงอิสริยยศ และบริวารยศ และเสียงสรรเสริญคุณความดี

พึงกล่าวเรื่องของจิตตคฤหบดี ด้วยคาถานี้.

บทว่า ปชฺชลติ ความว่า ย่อมรุ่งเรืองด้วยอิสริยยศ และบริวาร ยศ

ในบทว่า สิริยา อชฺชหิโต โหติ นี้ควรกล่าวเรื่องของอนาถบิณฑิกเศรษฐี.

บทว่า อสฺนาติ แปลว่า ย่อมบริโภค.

บทว่า ปติฎฐํ ลภติ พึงแสดงด้วยจุลปทุมชาดก.

บทว่า วิรุฬฺหมูลสนฺตานํ แปลว่า มีรากและย่านเจริญ.

ในบทว่า อมิตฺตา นปฺปสหนฺติ นี้พึงกล่าวเรื่องโจรเข้าเรือนของมารดาพระโสณเถระในเรือนตระกูล.



สุนันทสารถีได้ฟังดังนั้น แม้พระมหาสัตว์ทรงแสดงธรรมด้วยคาถามีประมาณเท่านี้

ก็ยังจำพระองค์ไม่ได้ หยุดขุดหลุมด้วยคิดว่า

คนนี้ใครหนอแล้วลุกขึ้นเดินไปใกล้รถ

ไม่เห็นพระมหาสัตว์และห่อเครื่องประทับทั้งสองอย่าง

จึงกลับมาแลดูพระองค์ก็จำพระองค์ได้

จึงหมอบลงแทบพระบาทแห่งพระมหาสัตว์

ประคองอัญชลีทูลวิงวอน กล่าวคาถานี้ว่า...



ยังมีต่อค่ะ


โดย น้องแก้วค่ะ [20 พ.ค. 2546 , 00:35:59 น.] ( IP = 169.210.8.217 : : )


  สลักธรรม 15

กำลังสนุกทีเดียวค่ะ
ในที่สุด พระเจ้าเตมีย์ก็ได้แสดงตนแล้วแก่นายสารถี ว่าพระองค์มิได้เป็นใบ้หนวก และง่อยเปลี้ยแต่อย่างใด
สาธุ สาธุ กับการบำเพ็ญบารมีของพระองค์ถึง 16 ปีเต็ม
จะได้ติดตามอ่านต่อไปค่ะ

ขอบพระคุณน้องแก้วมากค่ะ

โดย ธัญธร [21 พ.ค. 2546 , 22:10:29 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 16

ขอบพระคุณน้องแก้วค่ะ
ทำให้ได้ทราบถึงความพยายามของพระโพธิสัตว์
ที่กระทำมาสิบหกปี ก็ถึงที่สุดแห่งมโนรถ
และคุณประโยชน์ของบุคคลผู้ที่มิได้ประทุษร้ายเหล่ามิตร 10 ข้อ

โดย เซิ่น [21 พ.ค. 2546 , 22:54:23 น.] ( IP = 203.170.155.115 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org