| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระเจ้าเตมีย์ทรงบำเพ็ญเนกขัมมบารมี..ต่อค่ะ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระราชโอรสทรงสมบูรณ์ด้วยองคาพยพ มีพระรูปงดงามสมส่วน
มีพระวาจาสละสลวย มีพระปัญญา ทรงดำรงอยู่ในมรรคาแห่งสวรรค์
ถ้าพระแม่เจ้ามีพระราชประสงค์ จะทอดพระเนตรเห็นพระราชโอรสของพระองค์
ก็ขอเชิญเสด็จเถิด ข้าพระองค์ จะนำเสด็จพระแม่เจ้าไปให้ถึงที่
ที่พระเตมิยราชโอรสประทับอยู่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิสฎฺฐวจโน ได้แก่ มีพระดำรัสบริสุทธิ์.
บทว่า อกรา อาลเย พหู ความว่า ได้กระทำการลวงพระองค์เป็นอันมาก.
บทว่า ปญฺโญ แปลว่า มีปัญญา.
บทว่า สเจ ตฺวํ ความว่า นายสารถีกระทำพระราชาให้เป็นธุระ กราบทูลอย่างนี้กะทั้งสองพระองค์นั้น.
บทว่า ยตฺถ สมฺมติ ความว่า นายสารถีกราบทูลว่า
พระโอรสของพระองค์ทรงรับปฏิญญาไว้กับข้าพระองค์
ประทับอยู่ ณ ที่ใด ข้าพระองค์จักพาพระองค์ไป ณ ที่นั้น ควรรีบเสด็จไปโดยไม่เนิ่นช้า.
ฝ่ายเตมิยกุมารครั้นส่งนายสารถีไปแล้ว ใคร่จะทรงผนวช
ครั้งนั้น ท้าวสักกเทวราชทรงทราบพระหฤทัยของพระกุมารนั้น
จึงตรัสสั่งพระวิสสุกรรมเทพบุตรว่า
พ่อวิสุกรรม พระเตมิยกุมารใคร่จะทรงผนวช
ท่านจงไปสร้างบรรณศาลา และเครื่องบริขารแห่งบรรพชิตแก่พระกุมารนั้น.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:46:30 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 2พระวิสสุกรรมเทพบุตรรับเทวโองการ แล้วลงมาจากสวรรค์
เนรมิตอาศรมขึ้นในราวป่าสามโยชน์ เนรมิตที่พักกลางคืน และกลางวัน
และสระโบกขรณี ทำสถานที่นั้นให้สมบูรณ์ด้วยต้นไม้มีผลไม้ไม่จำกัดกาล
เนรมิตที่จงกรมประมาณ ๒๕ ศอก ในที่ใกล้บรรณศาลา
เกลี่ยทรายมีสี ดังแก้วผลึกภายในที่จงกรม
และเนรมิตเครื่องบริขาร สำหรับบรรพชิตทุกอย่าง
แล้วเขียนอักษรบอกไว้ที่ฝาว่า
กุลบุตรผู้ใดผู้หนึ่งใคร่จะบวช จงถือเอาเครื่องบริขารสำหรับบรรพชิตเหล่านี้ บวชเถิด.
แล้วให้เนื้อและนกใกล้อาศรมหนีไป เสร็จแล้วกลับไปยังที่อยู่ของตน.
ขณะนั้น พระมหาสัตว์ทอดพระเนตรเห็นอาศรมบทนั้น
ทรงอ่านหนังสือแล้วก็ทรงทราบว่า ท้าวสักกราชประทานให้
จึงแสดงเข้าบรรณศาลา เปลื้องภูษาของพระองค์
ทรงนุ่งผ้าเปลือกไม้สีแดง ทรงห่มผ้านั้นผืนหนึ่ง ทำหนังเสือเฉวียงพระอังสา
ทรงผูกมณฑลชฎา ยกคานเหนือพระอังสา
ทรงถือธารพระกร เสด็จออกจากบรรณศาลา
เมื่อจะให้สิริแห่งบรรพชิตเกิดขึ้น จึงเสด็จจงกรมกลับไปกลับมา
ทรงเปล่งอุทานขึ้นว่า การบรรพชาที่เราได้แล้ว เป็นสุข เป็นสุขยิ่งหนอ
แล้วเสด็จเข้าบรรณศาลา ประทับนั่งบนที่ลาดด้วยใบไม้
ยังอภิญญาห้า และสมาบัติแปดให้เกิด
เสด็จออกจากบรรณศาลาในเวลาเย็น เก็บใบหมากเม่าที่เกิดอยู่ท้ายที่จงกรม
นึ่งในภาชนะที่ท้าวสักกะประทานด้วยน้ำร้อนอันไม่มีรสเค็ม ไม่มีรสเปรี้ยว ไม่เผ็ด
เสวย ดุจบริโภคอมฤตรส เจริญพรหมวิหารที่สำเร็จอิริยาบถอยู่ในที่นั้น.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:47:01 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 3ฝ่ายพระเจ้ากาสิกราชได้ทรงสดับคำของสุนันทสารถี
จึงตรัสสั่งให้เรียกมหาเสนาคุต รีบร้อนใคร่ให้ทำการตระเตรียมเสด็จ ตรัสว่า
เจ้าหน้าที่ทั้งหลายจงเทียบรถเทียบม้า จงผูกเครื่องประดับช้าง
จนกระทั่งสังข์และบัณเฑาะว์ จงตีกลองหน้าเดียว
จงตีกลองสองหน้า และรำมะนาอันไพเราะ ขอชาวนิคมจงตามเรามา
เราจักไปให้โอวาทแก่ลูกชาย.
นางสนม กุมาร พ่อค้า และพราหมณ์ทั้งหลาย จงรีบเตรียมยาน
เราจักไปให้โอวาทแก่ลูกชาย.
พวกกองพลช้าง กองพลม้า กองพลรถ กองพลราบ จงรีบเตรียมยาน
เราจักไปให้โอวาทแก่ลูกชาย.
ชาวชนบทและชาวนิคม จงมาประชุมรีบเตรียมยาน
เราจักไปให้โอวาทแก่ลูกชาย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุทฺธริยนฺตุ ได้แก่ จงบรรเลงสนั่น.
บทว่า นทนฺตุ ได้แก่ จงเปล่งเสียง.
บทว่า เอกโปกฺขรา ได้แก่ กลองหน้าเดียว.
บทว่า สนฺนทฺธา ได้แก่ หุ้มไว้อย่างดี.
บทว่า วคฺคู ได้แก่มีเสียงไพเราะ.
บทว่า คจฺฉํ แปลว่า จักไป.
บทว่า ปุตฺตนิวาทโก ความว่า เราจักไปกล่าวสอน คือให้โอวาทแก่ลูกชาย
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:47:56 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 4พระเจ้ากาสิกราชตรัสอย่างนี้ ด้วยมีพระราชประสงค์ว่า
เราจะไปเพื่อกล่าวสอนเตมิยกุมาร ให้เชื่อถือคำของเรา
แล้วอภิเษกตั้งเขาไว้ในกองรัตนะ ณ ที่นั้นแหละแล้วนำมา.
บทว่า เนคมา ได้แก่ พวกคนมีทรัพย์.
บทว่า สมาคตา ความว่า จงประชุมกันตามเรามา.
นายสารถีทั้งหลาย ที่พระราชาตรัสสั่งอย่างนี้แล้ว
ก็เทียมม้าจอดรถไว้ แทบประตูพระราชวัง แล้วกราบทูลให้ทรงทราบ.
พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความข้อนั้น ตรัสว่า
นายสารถีทั้งหลาย จูงม้าที่เทียมรถและม้าสินธพ ซึ่งเป็นพาหนะว่องไว
มายังประตูพระราชวัง แล้วกราบทูลว่า ม้าทั้งสองพวกนี้เทียมเสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สินฺธเว ได้แก่ ม้าที่เกิดลุ่มน้ำสินธุ.
บทว่า สีฆพาหเน ความว่า จูงม้าทั้งหลายที่ถึงพร้อมด้วยความเร็ว.
บทว่า สารถี แปลว่า นายสารถีทั้งหลาย.
บทว่า ยุตฺเต ได้แก่เทียม ที่รถทั้งหลาย.
บทว่า อุปาคญฺฉุ? ความว่า นายสารถีเหล่านั้นจูงม้าทั้งหลาย ที่เทียมไว้ที่รถทั้งหลายมา
ครั้นมาแล้วได้กราบทูลว่า ม้าสองพวกเหล่านี้ เทียมไว้แล้ว.
แต่นั้น พระราชาตรัสว่า
ม้าอ้วนเสื่อมความว่องไว ม้าผอมเสื่อมถอยเรี่ยวแรง
จงเว้นม้าผอมและม้าอ้วนเสีย จัดเทียมแต่ม้าที่สมบูรณ์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สํสฎฺฐา ความว่า พระราชาตรัสว่า พวกท่านอย่าถือเอาเหล่าม้า เห็นปานนี้.
บทว่า กีเส ถูเล วิวชฺชิตูวา ความว่า พวกท่านอย่าถือเอาเหล่าม้าผอมและเหล่าม้าอ้วน.
บทว่า สํสฎฺฐา โยชิตา หยา ความว่า เทียมม้าที่ประกอบด้วยวัย วรรณะ ความว่องไว และกำลัง.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:48:36 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 5ลำดับนั้น พระราชาเมื่อเสด็จไปสำนักพระราชโอรส
ตรัสสั่งให้ประชุมวรรณะ ๔ เสนี ๑๘ และพลนิกายทั้งหมด ประชุมอยู่สามวัน
ในวันที่สี่ พระเจ้ากาสิกราชเสด็จออกจากพระนครพร้อมด้วยเสนา
ให้เอาทรัพย์ที่พอจะเอาไปได้ไปด้วย เสด็จถึงอาศรมแห่งเตมิยราชฤาษี
ทรงยินดีกับพระราชฤาษีผู้เป็นราชโอรส ทรงทำปฏิสันถารแล้ว.
แต่นั้น พระราชารีบเสด็จขึ้นประทับบนม้าสินธพอันเทียมแล้ว
ได้ตรัสกะนางข้างในว่า จงตามเราไปทุกคน
เตรียมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ๕
คือ พัด วาลวิชนี พระอุณหิส พระขรรค์ เศวตฉัตร และฉลองพระบาททอง
ให้ขนขึ้นรถไปด้วย
แต่นั้นพระราชาตรัสสั่ง ให้นายสารถีนำทางเสด็จเคลื่อนขบวน
เข้าไปถึงสถานที่ ที่พระเตมิยราชฤาษีประทับอยู่โดยพลัน
พระเตมิยราชฤาษี ทอดพระเนตรเห็นพระราชบิดากำลังเสด็จมา
ทรงรุ่งเรืองด้วยพระเดชานุภาพ ทรงแวดล้อมไปด้วยหมู่อมาตย์ จึงถวายพระพรว่า
ขอถวายพระพร มหาบพิตรทรงปราศจากพระโรคาพาธหรือ
ทรงเป็นสุขสำราญดีหรือ ราชกัญญาของพระองค์
และโยมมารดาของอาตมภาพ ไม่มีพระโรคาพาธหรือ.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:49:10 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 6พระราชาตรัสตอบว่า.
พระลูกรัก ดิฉันไม่มีโรคาพาธ สุขสำราญดี
ราชกัญญาทั้งปวงของดิฉัน และโยมมารดาของพระลูกรัก หาโรคภัยมิได้.
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ทูลถามพระราชาว่า.
ขอถวายพระพร มหาบพิตรไม่เสวยน้ำจัณฑ์ ไม่ทรงโปรดน้ำจัณฑ์หรือ
พระหฤทัยของมหาบพิตร ทรงยินดีในสัจจะ ในธรรม และในทานบ้างหรือ.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสตอบว่า.
พระลูกรัก ดิฉันไม่ดื่มน้ำจัณฑ์ ไม่โปรดน้ำจัณฑ์
อนึ่ง ใจของดิฉันยินดีในสัจจะ ในธรรม และในทาน.
พระมหาสัตว์ทูลถามว่า
พาหนะมีม้าและโคเป็นต้นของมหาบพิตร ที่เขาเทียมในยาน ไม่มีโรคหรือ
นำอะไรๆ ไปได้ หรือ มหาบพิตรไม่มีพยาธิที่เข้าไปแผดเผาพระสรีระหรือ.
พระราชาตรัสตอบว่า
พาหนะมีม้าและโคเป็นต้นของดิฉัน ที่เขาเทียมในยาน ไม่มีโรค
อนึ่ง พาหนะนำอะไรๆ ไปได้ และดิฉันไม่มีพยาธิที่เข้าไปแผดเผาสรีระ.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:49:36 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 7พระมหาสัตว์ทูลถามว่า
ปัจจันตชนบทของมหาบพิตรยังเจริญดีอยู่หรือ
คามนิคมในท่ามกลางรัฐสีมาของมหาบพิตร ยังเป็นปึกแผ่นดีหรือ
ฉางหลวงและพระคลังของมหาบพิตรยังบริบูรณ์ดีอยู่หรือ.
พระราชาตรัสว่า
ปัจจันตชนบทของดิฉันยังเจริญดีอยู่
คามนิคมในท่ามกลางรัฐาสีมาของดิฉันยังเป็นปึกแผ่นดีอยู่
ฉางหลวงและพระคลังของดิฉันทั้งหมดยังบริบูรณ์ดีอยู่.
พระมหาสัตว์ทูลถามว่า
ขอถวายพระพร มหาบพิตรเสด็จมาดีแล้ว พระองค์เสด็จมาไกลก็เหมือนใกล้
ราชบุรุษทั้งหลาย จงทอดราชบัลลังก์ให้ประทับเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปาที รถมารุยฺห ความว่า ขนฉลองพระบาททองขึ้นรถ
พระราชาทรงสั่งว่า พวกท่านจงเอาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ๕ อย่างไปด้วย
เพื่ออภิเษกลูก ณ ที่ตรงนั้นแหละ ดังนี้ จึงตรัสทั้งสามเหล่านี้.
บทว่า สุวณฺเณหิ อลงฺกตา ตรัสหมายฉลองพระบาท.
บทว่า อุปาคญฺฉิ แปลว่า ได้เสด็จเข้าไปแล้ว เวลาอะไร
เวลาที่พระมหาสัตว์ทรงนึ่งใบหมากเม่าดับไฟแล้วประทับนั่ง.
บทว่า ชลนฺตมิว เตชลา ได้แก่ เหมือนรุ่งเรืองด้วยเดชานุภาพแห่งพระราชา.
บทว่า ขคฺคสํฆปริพฺยุฬฺหํ ความว่า แวดล้อมไปด้วยหมู่อมาตย์ผู้มีความผาสุกด้วยกล่าวถ้อยคำ.
บทว่า เอตทพฺรวิ ความว่า พระเตมิยฤาษีทรงต้อนรับพระเจ้ากาสิกราช ผู้พักกองทัพไว้ภายนอก
เสด็จมาบรรณศาลาด้วยพระบาท ถวายบังคมพระองค์แล้วประทับนั่ง ได้ตรัสคำนี้.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:50:13 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 8พระเตมิยราชฤาษี ตรัสถามถึง ความไม่มีโรคเท่านั้น ด้วยบทแม้ทั้งสองว่า กุสลํ อนามยํ.
บทว่า กจฺจิ อมชฺชโป ตาต ความว่า พระเตมิยราชฤาษีทูลถามพระเจ้ากาสิราชว่า
พระองค์เป็นผู้ไม่เสวยน้ำจัณฑ์ จะไม่เสวยน้ำจัณฑ์บ้างละหรือ.
ปาฐะว่า อปฺปมชฺโช ดังนี้ก็มี ความว่า ไม่ประมาทในกุศลกรรมทั้งหลาย.
บทว่า สุรทปฺปิยํ ความว่า การดื่มสุราไม่เป็นที่รักของพระองค์
ปาฐะว่า สุรมปฺปิยา ดังนี้ก็มี ความว่า สุราไม่เป็นที่รักของพระองค์.
บทว่า ธมฺเม ได้แก่ ทศพิธราชธรรม.
บทว่า โยคํ ความว่า พาหนะมีม้าและโค เป็นต้น ที่ควรเทียมในยานทั้งหลาย.
บทว่า กจฺจิ วหติ ความว่า ไม่มีโรคยังนำไปได้หรือ.
บทว่า พาหนํ ได้แก่ พาหนะทั้งหมดมีช้างเป็นต้น.
บทว่า สรีรสฺสุปตาปิยา แปลว่า เข้าไปแผดเผาสรีระ.
บทว่า อนฺตา ได้แก่ ปัจจันตชนบท.
บทว่า ผิตา แปลว่า มั่งคั่ง มีภิกษาหาได้ง่าย อยู่กันหนาแน่น.
บทว่า มชฺเฌ จ ได้แก่ ท่ามกลางรัฐ .
บทว่า พหลา ความว่า ชาวคามและชาวนิคมอยู่กันเป็นปึกแผ่น.
บทว่า ปฏิสณฐิตํ ความว่า ปกปิดแล้ว คือคุ้มครองดีหรือบริบูรณ์.
บทว่า นิสกฺกติ ความว่า พระมหาสัตว์ตรัสว่า จงทอดบัลลังก์ซึ่งเป็นที่ที่พระราชาจักประทับนั่ง
พระราชาไม่ประทับนั่งบนบัลลังก์ ด้วยความเคารพพระมหาสัตว์.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:50:43 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 9...ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ตรัสว่า ถ้าพระราชาไม่ประทับนั่งบนบัลลังก์
ท่านทั้งหลายจงปูลาดเครื่องปูลาดใบไม้ให้ทีเถิด
เมื่อทรงเชื้อเชิญพระราชาให้ประทับนั่งบนเครื่องปูลาดที่ปูลาดไว้นั้น ตรัสคาถาว่า
ขอเชิญมหาบพิตรประทับนั่งบนเครื่องปูลาดใบไม้ ที่เขากำหนดลาดไว้เพื่อพระองค์ในที่นี้
จงทรงเอาน้ำแต่ภาชนะนี้ ล้างพระบาทของมหาบพิตรเถิด.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิยเต ได้แก่ จัดตั้งไว้อย่างดี
พระมหาสัตว์ตรัสแสดงน้ำสำหรับบริโภค ด้วยบทว่า เอตฺโต.
ด้วยความเคารพต่อพระมหาสัตว์
พระราชามิได้ประทับนั่งบนเครื่องปูลาดใบไม้ ประทับนั่ง ณ พื้นดิน
พระมหาสัตว์เสด็จเข้าบรรณศาลา นำใบหมากเม่านั้นออกมา
เมื่อจะเชิญพระราชาให้เสวย จึงตรัสคาถาว่า
มหาบพิตร ใบหมากเม่าของอาตมภาพนี้เป็นของสุก ไม่มีรสเค็ม
ขอมหาบพิตรผู้เสด็จมาเป็นแขกของอาตมภาพจงเสวยเถิด.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะพระมหาสัตว์ว่า
ดิฉันไม่บริโภคใบหมากเม่า โภชนะของดิฉันไม่ใช่อย่างนี้เลย
ดิฉันบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลี ที่ปรุงด้วยมังสะอันสะอาด.
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:52:01 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : )
สลักธรรม 10ก็แลครั้นตรัสห้ามแล้ว
พระราชาทรงสรรเสริญโภชนะของพระองค์
แล้วทรงหยิบใบหมากเม่าหน่อยหนึ่ง วางไว้ในฝ่าพระหัตถ์
ด้วยทรงเคารพในพระมหาสัตว์ แล้วตรัสถามว่า
พ่อเสวยโภชนะ อย่างนี้ดอกหรือ.
พระมหาสัตว์ทูลรับว่า ใช่ มหาบพิตร.
พระราชาประทับนั่งรับสั่งพระวาจาเป็นที่รักกับพระโอรส.
ขณะนั้น พระนางจันทาเทวีแวดล้อมไปด้วยหมู่นางสนมเสด็จมา
ทรงจับพระบาททั้งสองของพระปิโยรส ทรงไหว้แล้วกันแสง
มีพระเนตรทั้งสองนองไปด้วยพระอัสสุชล ประทับนั่ง ณ ที่ควรแห่งหนึ่ง.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะพระนางว่า
ที่รัก เธอจงดูโภชนาหารของลูกเธอ
แล้วทรงหยิบใบหมากเม่าหน่อยหนึ่งวางในพระหัตถ์ของพระนาง
แล้วประทานแก่นางสนมอื่นๆคนละหน่อย นางสนมทั้งปวงเหล่านั้นกล่าวว่า
พระองค์เสวยโภชนะเห็นปานนี้ หรือพระเจ้าข้า.
แล้วรับใบหมากเม่านั้นมาวางไว้บนศีรษะของตนๆ กล่าวว่า
พระองค์ทำสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง พระเจ้าข้า แล้วถวายนมัสการนั่งอยู่.
ลำดับนั้น พระราชาตรัสกะพระมหาสัตว์ว่า
ลูกรัก เรื่องนี้ปรากฏเป็นอัศจรรย์แก่ดิฉัน แล้วตรัสคาถาว่า
ความอัศจรรย์ย่อมแจ่มแจ้งแก่ดิฉัน เพราะได้เห็นลูกรักอยู่ในที่ลับแต่ผู้เดียว
บริโภคอาหารเช่นนี้ เหตุไรจึงมีผิวพรรณผ่องใส.
ยังมีต่อค่ะ
โดย น้องแก้วค่ะ [22 พ.ค. 2546 , 00:52:25 น.] ( IP = 202.183.178.147 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |