| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เมตตา..คือรักแท้
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1พระพุทธเจ้า ตรัสเรียก "ขันติ" คืออโทสะ ความไม่โกรธ
คนที่ไม่โกรธ จึงเป็นคนน่ารักมาก
หรือแม้จะโกรธ แต่ระงับไว้ได้ ไม่แสดงให้ปรากฏ
ก็ยังน่ารัก
สำหรับบุคคลที่เรารักเราชอบ
แม้ว่าเขาจะทำให้เราไม่พออกพอใจบ้าง
เราก็สามารถจะเมตตาได้ง่าย
ด้วยการใช้ขันติ ความอดทนอดกลั้นเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
แต่สำหรับบุคคลที่เราไม่รักไม่ชอบนั้น
แม้เขาจะไม่ได้ทำอะไรให้ขัดเคือง
ก็ยากที่จะเมตตาเป็นมิตรด้วยอยู่แล้ว
ถ้ายิ่งทำให้เราขัดเคืองไม่พอใจแม้สักนิด
เราก็จะพาลโกรธ พาลเกลียดมากขึ้น
เราจึงต้องใช้ความอดทนมากเหลือเกิน
ในการที่จะไม่โกรธ หรือไม่แสดงอาการขุ่นเคืองให้ปรากฏ และในการที่จะอภัยให้
ทั้งๆ ที่รู้กันทุกคนว่า ความโกรธเป็นของไม่ดี
ความผูกโกรธเป็นของไม่ดี
ความอาฆาตเป็นของไม่ดี
เพราะทำให้จิตใจเร่าร้อน กระวนกระวายไม่เป็นสุข ทั้งหน้าตาก็พลอยเศร้าหมองเป็นทุกข์
แต่ทุกคนก็ยากที่จะตัดมันออกไปจากใจ
ซ้ำบางคนยังชอบเก็บสะสมเอาไว้อีกด้วย
ก็ทำไมเราจะลืมความไม่พออกพอใจ
ที่ใครๆ เขาทำต่อเราเสียไม่ได้หรือ
อภัยให้แก่กันเสียไม่ได้หรือ ใช้เมตตาเข้าหากัน
ถ้าทำได้จิตใจก็จะไม่เร่าร้อน ไม่กระวนกระวาย
หน้าตาก็พลอยแจ่มใสเบิกบานเป็นสุขทุกเมื่อ
รักกันไว้เถิด จะเกิดสุข
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [22 พ.ค. 2546 , 04:57:08 น.] ( IP = 203.107.209.92 : : )
สลักธรรม 2คนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันเพียงไม่กี่วัน
ก็ยังยากที่จะหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกัน
ยิ่งถ้าต้องมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก
ก็ดูจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งกันไม่ได้หากเราไม่เมตตารักใคร่กันไว้
เราจะอยู่ร่วมกันด้วยความรักและเป็นสุขได้อย่างไร
พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมะไว้หมวดหนึ่ง
ให้ผู้ที่อยู่ร่วมกันประพฤติปฏิบัติ
ธรรมะหมวดนั้นคือ..สาราณียธรรม
ธรรมที่เป็นเหตุให้ระลึกถึงกัน
ถ้าทุกคนใช้สาราณียธรรมกันแล้ว
ความผาสุกต้องเกิดขึ้นแน่นอน
สาราณียธรรมมีอยู่ ๖ ประการคือ
๑. การเข้าไปตั้งเมตตากายกรรมต่อกัน
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
นั่นคือทรงสอนให้มีน้ำใจช่วยเหลือกันทางกาย
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
การช่วยเหลือกันต่อหน้านั้น
ทุกคนทราบดีและเคยทำ
แต่การช่วยเหลือลับหลังนั้นทำอย่างไร?
เป็นต้นว่า เราเห็นเสื้อผ้าของคนอื่นเขาตากไว้กลางแจ้ง แต่ฝนเกิดตกในขณะที่เจ้าของไม่อยู่
เราก็สงเคราะห์ช่วยเก็บให้พ้นจากเปียกฝน โดยไม่คำนึงว่าเจ้าของเสื้อผ้านั้นเป็นคนที่เรารักหรือไม่รัก เมื่อเจ้าของกลับมาทราบการกระทำของเรา
หากเป็นคนที่ชอบพอกัน ก็แน่ละ
เขาต้องขอบอกขอบใจ
แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่ชอบหน้ากัน
เขาอาจจะไม่เอ่ยปากขอบใจเรา
แต่แน่นอนที่ใจของเขาจะต้องนึกถึงการกระทำของเรา นี่ก็เป็นการค่อย ๆ ปลูกความรักลงในใจของผู้อื่นแล้วมิใช่หรือคะ
๒. การเข้าไปตั้งเมตตาวจีกรรมต่อกัน
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
การพูดถึงผู้อื่นในด้านดีทั้งต่อหน้าและลับหลังนั่นแหละชื่อว่าได้แสดงความรักใคร่กันด้วยวาจา
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [22 พ.ค. 2546 , 05:08:07 น.] ( IP = 203.107.209.92 : : )
สลักธรรม 3๓. การเข้าไปตั้งเมตตามโนกรรมต่อกัน
ข้อนี้หมายถึงให้นึกถึงผู้อื่นในด้านดี
คิดช่วยเหลือผู้อื่นสงเคราะห์ผู้อื่น
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เป็นการแสดงความรักใคร่กันทางใจ
๔. แบ่งปันลาภที่ได้มาโดยชอบธรรมแก่ผู้อยู่ร่วมกัน
๕. เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์
๖. มีทิฏฐิ คือความเห็นเสมอกัน
จากสาราณียธรรม ๖ ประการนี้
สามประการแรก
พระพุทธองค์ทรงสอนให้เมตตากันทั้งทางกาย วาจา ใจ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ไม่ใช่ว่าต่อหน้าก็ทำเป็นเมตตารักใคร่ แต่ลับหลังก็นินทาว่าร้ายหรือยุยงส่อเสียด ให้เกิดความโกรธ ความเกลียด ความแตกแยก หรือความคิดอยากให้เขามีอันเป็นไปในทางร้าย
ถ้าเราเมตตากันเฉพาะต่อหน้า แต่ลับหลังขาดเมตตาแล้ว เราก็ยังอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกโดยแท้จริงไม่ได้
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [22 พ.ค. 2546 , 05:16:26 น.] ( IP = 203.107.209.92 : : )
สลักธรรม 4
นอกจากพระพุทธองค์จะทรงสอนให้เรา
มีเมตตาต่อกันทั้งทางกาย วาจา ใจ
และทั้งต่อหน้าและลับหลังแล้ว
ก็ยังทรงสอนให้เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันด้วย
ได้สิ่งใดมาก็แบ่งปันกัน
ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวกันใช้แต่ลำพัง
เพราะการให้เป็นการผูกมิตรไว้ได้ประการหนึ่ง
พระพุทธองค์ตรัสว่า
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักของผู้อื่น และคนหมู่มากย่อมคบหาสมาคมด้วย ยิ่งให้ของดี ของที่เราชอบใจ ของที่เลิศ นอกจากผู้รับจะชื่นชมแล้ว ผู้ให้ก็จะได้รับแต่ของดี ของชอบใจ ของเลิศ เป็นการตอบแทนในอนาคตด้วย
ยิ่งให้บ่อยๆ บุญของผู้ให้ย่อมมากขึ้น เจริญขึ้นเกิดชาติใดก็ไม่ขัดสนยากจนทั้งทรัพย์สมบัติและคนรักใคร่เอ็นดู
สาราณียธรรมข้อที่ ๕
ทรงสอนให้เป็นผู้มีศีลบริสุทธิ์..เพราะการเป็นผู้มีศีล ก็เป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้ด้วยความสุข คฤหัสถ์ผู้ครองเรือนอย่างพวกเรา ไม่จำเป็นต้องมีศีลมากมายเหมือนพระภิกษุ
เพียงมีศีลกันคนละ ๕ ข้อเท่านั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [22 พ.ค. 2546 , 05:24:45 น.] ( IP = 203.107.209.92 : : )
สลักธรรม 5
รอพบกับเมตตา..คือรักแท้
ในตอนต่อไปนะคะ..เพราะจะช่วย
ให้ท่านนำไปเสริมสร้างชีวิตให้มีความสุขได้อย่างแน่นอนค่ะ
ขอความสุขความสวัสดี
จงเป็นของท่านนะคะ
บุษกร เมธางกูร
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [22 พ.ค. 2546 , 05:33:49 น.] ( IP = 203.107.209.92 : : )
สลักธรรม 6
ขอคุณครับผม
เมตตานำพาสุขจริงๆนะครับ
จะคอยรออ่านตอนต่อไปครับผมโดย ฮิเดชิ [22 พ.ค. 2546 , 10:14:53 น.] ( IP = 203.107.208.9 : : )
สลักธรรม 7ขอบคุณ อ.บุษกร มากค่ะ ต้องบอกว่าอ่านแล้วรู้สึกชื่นใจมากๆ เพราะกำลังแห้งใจอย่างไรชอบกล
รู้สึกกระชุ่มกระชวย ได้พลังในการใช้ชีวิตมากขึ้นค่ะ
...
...
![]()
โดย ทวีพร [22 พ.ค. 2546 , 11:26:45 น.] ( IP = 203.144.181.252 : : )
สลักธรรม 8อ่านแล้วเหมือนฝนประโลมใจค่ะ
ชีวิตที่อยู่ด้วยความเมตตา ก็คล้ายกับเวลาที่กำลังเล่นน้ำฝน เย็นและสดชื่นได้ตลอดเวลา
ขอบพระคุณค่ะ อ. บูษกร และขอให้ท่านอาจารย์มีแต่ความเย็นกายใจตลอดไปนะคะ
และมีสุขภาพที่แข็งแรงทุกๆวัน
จะได้เอาเมตตาตอนต่อไปมาแจกอีกไงคะ![]()
อ้อ.น้องทวีพรกำลังแห้งใจ ก็ขอให้ดื่มน้ำใจจาก อ. บุษกรเยอะๆ เดี๋ยวใจก็หายแห้งใจค่ะโดย น้องอุ๊ [22 พ.ค. 2546 , 12:09:30 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 9
...ในการอยู่ร่วมกัน ...ความเมตตาเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ..... ได้รับประโยชน์หลายอย่างจากการอ่านในครั้งนี้ โดยเฉพาะการทบทวนตนเองค่ะ....กราบขอบพระคุณมากค่ะอาจารย์
โดย น้องกิ๊ฟ [22 พ.ค. 2546 , 12:09:43 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )
สลักธรรม 10....กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะสำหรับความเมตตาที่มีให้เสมอมา และพร้อมจะให้อยู่ทุกเมื่อ...... โดย แป้ง [22 พ.ค. 2546 , 12:29:42 น.] ( IP = 203.146.171.199 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |