| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
น้องแก้ว..ถามหลวงตา
สลักธรรม 1
. คำว่านั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ในพระไตรปิฎกอธิบาย
มาจากปปัญจสูทนี
อรรถกถามัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
อรรถกถาภยเภรวสูตร
การนั่งที่มีโทษ ๖ อย่าง
บทว่า นิสีทิ แปลว่า ...ไปนั่งใกล้ เพราะว่าคนที่เป็นบัณฑิต เข้าไปหาบุคคลผู้ตั้งอยู่ในฐานะเป็นครูแล้วย่อมนั่งลง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง
เนื่องจากเป็นผู้ฉลาดในที่นั่ง และพราหมณ์นี้ก็เป็นบัณฑิตคนหนึ่ง ในจำนวนบัณฑิตเหล่านั้น.
เพราะฉะนั้น จึงนั่งลง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง.
ถามว่า ก็บุคคลนั่งอย่างไร จึงชื่อว่านั่งลง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง ?
ตอบว่า นั่งเว้นโทษของการนั่ง ๖ อย่าง.
ถามว่า โทษการนั่ง ๖ อย่างมีอะไรบ้าง ?
ตอบว่า มีดังนี้คือ
๑. อติทูร? นั่งไกลเกินไป
๒. อจฺจาสนฺน? นั่งใกล้เกินไป
๓. อุปริวาต? นั่งในที่เหนือลม
๔. อุนฺนตฺปฺปเทส? นั่งในที่สูง
๕. อติสมฺมุข? นั่งตรงหน้าเกินไป
๖. อติปจฺฉา นั่งล้ำไปข้างหลังมาก
โดย หลวงตา [22 พ.ค. 2546 , 10:34:24 น.] ( IP = 203.107.208.9 : : )
สลักธรรม 2กราบนมัสการค่ะหลวงตา ..สวัสดีค่ะน้องแก้ว
....มาขอเข้าห้องเรียนเพื่อรับความรู้ด้วยคนนะคะ...
..นั่งในที่ควรส่วนส่วนข้างหนึ่ง.... น่าสนใจมากเลยค่ะ ..เพราะอ่านบ่อยๆในพระสูตร แต่ยังไม่เคยคิดจะถามเหมือนน้องแก้วนะคะ....พอมาอ่านคำตอบแล้วก็เห็นว่าน่าจะสำคัญมิใช่น้อย ....จะขอรอฟังเหตุผลต่อไปค่ะว่าเพราะอะไรจึงไม่ควรนั่งอย่างนั้น....
..ขอบพระคุณค่ะ....รอบแรกโดย น้องกิ๊ฟ [22 พ.ค. 2546 , 12:05:25 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )
สลักธรรม 3
![]()
ขอบพระคุณค่ะ น้องแก้ว อ่านไป ก็หาคำตอบให้ตนเองด้วย ขออนุญาตลองตอบนะคะ
๑.นั่งไกลเกินไป ก็ทำให้ขาดโอกาสได้ยินสิ่งทีมีประโยชน์อย่างชัดเจน แถมหากจะถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจก็ไกลเกินไป จะตะโกนถามก็ไม่เหมาะสม
๒. นั่งใกล้เกินไป ก็ทำให้ต้องคอยระวังตนเองมาก และอาจก่อความไม่สะดวกต่อผู้พูด อีกอย่างหากมีอะไรอาจจะเผลอแสดงอาการที่ไม่เหมาะสมต่อหน้าบัณฑิตได้
๓. นั่งในที่เหนือลม อันนี้ต้องระวัง เพราะเราไม่รู้ว่าบางทีตัวเราอาจจะทำกลิ่นที่ไม่ดีได้ หรืออาจมีกลิ่นตัวที่ทำให้ผู้พูดเกิดความอึดอัดได้
๔.นั่งในที่สูง ก็ทำให้ขาดความเคารพต่อบัณฑิต และอยู่ในที่นั่งอันเกินฐานะตน
๕.นั่งตรงหน้าเกินไป ตรงนี้ก็อันตราย เพราะการฟังแบบเผชิญหน้าจะทำให้ผู้พูดก็อึดอัด แถมการจ้องมองที่ใกล้เกินไป บางทีก็ทำให้ไปสนใจส่วนอื่นมากกว่าที่ฟังสาระธรรมต่างๆได้ และยิ่งกว่านี้หากถูกคำถามที่ไม่ได้ตั้งตัวให้ดี ผู้ฟังก็อาจขาดสติได้ง่าย เช่นร้อง อุ้ยตายแล้ว เช่นที่เคยประสบมา
๖.นั่งล้ำไปข้างหลังมาก ตรงนี้ก็เหมือนว่าไม่ได้สนใจจะฟัง แถมทำให้ได้ยินไม่ถนัดอีกต่างหาก
ยังไงก็ขอนั่งใกล้ๆที่เหมาะสม พร้อมอยู่ในฐานะอันควร ตั้งใจฟังอย่างมีสติ และพร้อมที่ไต่ถามหากสงสัย และพร้อมที่จะตอบโดยไม่ขาดสติจะดีกว่า
งั้นขอนั่งที่เดิมนะคะ![]()
โดย น้องอุ๊ [22 พ.ค. 2546 , 12:32:04 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 4
สวัสดีครับน้องกิ้ฟคนดีพบกันที่สภานี้อีกแล้ว
ธรรมดาเนอะคนรักอย่างไรก็ไปหาอย่างนั้น
พี่เณรยังไม่ได้ไปในกระทู้เลยครับแวะมาที่นี้ก่อนอิอิ
หลังจากได้สำรวจตรวจชีวิตไปสองชั่วโมงเศษครับน้องกิ้ฟ
เรื่องการนั่งน้องอุ๊เก่งมากๆเลยนะที่แสดงความเข้าใจมานะครับ
แต่ที่พี่เณรพอทราบมีอยู่อธิบายไว้ว่า...
อธิบายว่า คนที่นั่งในที่ไกลเกินไป ถ้าประสงค์จะพูดกันก็ต้องพูดด้วยเสียงดัง.
นั่งในที่ใกล้เกินไปก็จะเบียดเสียดท่าน
นั่งในที่เหนือลมก็จะรบกวนท่านด้วยกลิ่นตัว
นั่งในที่สูงก็จะเป็นการแสดงความไม่เคารพ
นั่งตรงหน้าเกินไป ถ้าประสงค์จะมองดู (หน้ากัน ) ก็จะต้องจ้องตากัน
นั่งล้ำข้างหลังมาก ถ้าประสงค์จะมองดู จะต้องยื่นคอไป (เหลียว) ดู
...เพราะเหตุนั้น... พราหมณ์นี้จึงนั่งเว้นโทษแห่งการ
นั่ง ๖ อย่างนี้เสีย.
... เพราะ เหตุนั้น... ท่านจึงกล่าวว่า พราหมณ์นั่งลง
ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่งครับน้องกิ้ฟ.โดย พี่เณร [22 พ.ค. 2546 , 15:58:00 น.] ( IP = 203.107.208.78 : : )
สลักธรรม 5
ขอบพระคุณค่ะ
ทำให้ทราบว่า ควรจะนั่งอย่างไรจึงจะพอเหมาะ สมควร และไม่เป็นโทษโดย เซิ่น [22 พ.ค. 2546 , 19:27:23 น.] ( IP = 203.170.157.221 : : )
สลักธรรม 6
ภารกิจของพระพุทธเจ้าพระองค์ท่าน
เท่าที่น้องแก้วฟังและอ่านมาเกิดความซาบซึ้งมาก
น้องแก้วขอรบกวนหลวงตา
ขอรายละเอียดการปฏิบัติทั้ง ๓ ยาม
ตลอด ๔๕ พรรษา
เพื่อเก็บไว้เป็นอนุสติ
ระลึกถึงพระกรุณาธิคุณของท่าน
นะเจ้าคะหลวงตาเจ้าขาโดย น้องแก้ว [23 พ.ค. 2546 , 06:07:56 น.] ( IP = 203.107.209.114 : : )
สลักธรรม 7เจริญสุขๆๆกันนะ
วันเวลาผ่านไปเร็วมากพร้อมๆกับอายุของทุกคนที่มากขึ้น
แต่ปัญญาที่เสมือนอาวุธที่จำเป็นนั้น
มีมากขึ้นกันไหม
ควรใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ที่สุด
ดังเช่นพระพุทธองค์ท่าน...ในวันหนึ่งๆ
ท่านได้กระทำทุกอย่างเป็นไปด้วยดีคือ..
มีกิจประจำวัน ๕ อย่าง.
. กิจในปุเรภัต ๑
กิจในปัจฉาภัต ๑
กิจในปุริมยาม ๑
กิจในมัชฌิมยาม ๑
กิจในปัจฉิมยาม ๑.
ใน ๕ อย่างนั้น กิจในปุเรภัต ดังนี้โดย หลวงตา [23 พ.ค. 2546 , 08:13:08 น.] ( IP = 203.107.202.174 : : )
สลักธรรม 8
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงลุกแต่เช้าทีเดียว
ทรงทำบริกรรมพระวรกายมีบ้านพระโอษฐ์ เป็นต้น
เพื่ออนุเคราะห์ภิกษุผู้อุปัฏฐาก
และเพื่อสำราญพระวรกาย
แล้วทรงให้เวลาล่วง ณ เสนาสนะ
ที่สงัดจนถึงเวลาเสด็จภิกขาจาร
ถึงเวลาเสด็จภิกขาจารก็ทรงนุ่งสบงคาดประคดเอวแล้วทรงห่มจีวร
ทรงถือบาตร บางทรงเสด็จพระองค์เดียว
บางคราวแวดล้อมไปด้วยภิกษุสงฆ์
เสด็จเข้าไปยังคามหรือนิคมเพื่อบิณฑบาต
บางครั้งก็เสด็จเข้าไปตามปกติ บางครั้งก็มีปาฏิหาริย์หลายอย่างเป็นไปอยู่
คือ เมื่อพระโลกนาถเสด็จเที่ยวบิณฑบาต
ลมอ่อนพัดชำระแผ่นดินให้สะอาดไปข้างหน้า
เมฆฝนหลั่งน้ำลงเป็นหยด ๆ ให้ละอองในหนทางเรียบราบกั้นเป็นเพดานอยู่เบื้องบน
ลมอีกอย่างพัดเอาดอกไม้มาเบื้องบนเกลี่ยลงในหนทาง
ภูมิประเทศที่สูงขึ้นก็ต่ำลง
ภูมิประเทศที่ต่ำลงก็สูงขึ้น
![]()
โดย หลวงตา [23 พ.ค. 2546 , 08:17:35 น.] ( IP = 203.107.202.174 : : )
สลักธรรม 9
ในสมัยทอดพระบาทลงพื้นแผ่นดินย่อมเรียบเสมอ
ดอกประทุมที่เป็นสุขสัมผัส ย่อมรับพระบาท
พอพระองค์วางพระบาทขวาภายในเสาเขื่อนรัศมี
มีพรรณ ๖ สร้านออกจากพระสรีระ
กระทำเรือนยอดปราสาท ให้มีสี่เหลี่อมพรายด้วยน้ำทอง
และให้เป็นเหมือนแวดล้อมด้วยแผ่นผ้าอันวิจิตรสร้านไปข้างโน้นข้างนี้ ช้างม้าและวิหคเป็นต้น ยืนอยู่ในที่ของตน ๆ ส่งเสียงด้วยอาการอันไพเราะ ดนตรีมีกลองและพิณเป็นต้น
และอาภรณ์ที่สวมกายพวกมนุษย์อยู่ ก็เป็นอย่างนั้น ด้วยสัญญาณนั้น
พวกมนุษย์ย่อมรู้กันว่าวันนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า
เสด็จเข้ามาบิณฑบาตในที่นี้ พวกเขานุ่งห่มเรียบร้อยถือของหอมและดอกไม้เป็นต้น ออกจากเรือนเดินไประหว่างถนน
บูชาพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยดอกไม้เป็นต้น โดยเคารพ ถวายบังคมแล้วทูลขอว่าพระเจ้าข้า ขอพระองค์โปรดประทานภิกษุแก่พวกข้าพระองค์ ๑๐ รูป แก่พวกข้าพระองค์ ๒๐ รูป แก่พวกข้าพระองค์ ๑๐๐ รูป พระเจ้าข้า รับบาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วให้ปูลาดอาสนะ ต้อนรับด้วยบิณฑบาตโดยเคารพ.
![]()
โดย หลวงตา [23 พ.ค. 2546 , 08:21:56 น.] ( IP = 203.107.202.174 : : )
สลักธรรม 10พระผู้มีพระภาคเจ้า
เสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว
ทรงตรวจดูสันดานของมนุษย์เหล่านั้น
แล้วทรงแสดงธรรมอย่างนั้น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอนุเคราะห์มหาชน
โดยประการที่ชนบางพวกดำรงอยู่ในสรณคมน์
บางพวกดำรงอยู่ในศีล ๕
บางพวกดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล
สกทาคามิผลและอนาคามิผลอย่างใดอย่างหนึ่ง
บางพวกบวชแล้วดำรงอยู่ในอรหัตซึ่งเป็นผลอันเลิศ
ทรงลุกจากอาสนะเสด็จไปพระวิหาร.
ประทับนั่งเหนือบวรพุทธอาสน์ที่ปูลาดไว้
ในโรงกลมใกล้พระคันธกุฎี
ทรงรอคอยให้ภิกษุทั้งหลายฉันเสร็จ
ต่อแต่นั้น เมื่อภิกษุทั้งหลายฉันเสร็จ
ภิกษุผู้อุปัฏฐากก็กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า
ให้ทรงทราบ ลำดับนั้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าพระคันธกุฎีนี้
เป็นกิจในปุเรภัตเป็นอันคับแรก.
![]()
โดย หลวงตา [23 พ.ค. 2546 , 08:26:54 น.] ( IP = 203.107.202.174 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |