มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เมตตา..คือรักแท้..ตอน ๒





เพียงมีศีลกันคนละ ๕ ข้อเท่านั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะอยู่ด้วยกันอย่างผาสุก


ศีลข้อที่ ๑ เว้นการฆ่าสิ่งมีชีวิต
ซึ่งได้แก่ มนุษย์และสัตว์ เรารู้กันดีทุกคนว่า
การถูกฆ่าเป็นทุกข์หนัก
เราเองก็ไม่อยากให้ใครมาฆ่าเรา
หรือแม้เพียงมาทำร้ายเราให้บาดเจ็บ

เพราะฉะนั้นเราก็ไม่ควรฆ่าผู้อื่น สัตว์อื่น
ทั้งไม่ควรใช้ผู้อื่นฆ่าแทนเราด้วย

การฆ่านั้นนอกจากจะทำให้ผู้ถูกฆ่า
ได้รับทุกข์หนักแล้ว
ยังเป็นการก่อเวรก่ออภัยแก่สัตว์ทั้งหลายด้วย

แม้เราผู้ฆ่าเองก็ได้รับความทุกข์
ยิ่งฆ่าบ่อยก็ยิ่งทุกข์มาก

พระพุทธองค์ตรัสว่า
ผู้ฆ่าสัตว์ตายไปแล้ว หากกรรมคือการฆ่าสัตว์
ให้ผลย่อมให้ผลนำเกิดในอบาย

แม้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็จะเป็นผู้มีอายุไม่ยืน

คือตายเสียตั้งแต่ในวัยอันไม่ควรจะตาย

แม้ไม่ได้ฆ่าสัตว์
เพียงเบียดเบียนสัตว์ให้เดือดร้อน
ก็ยังทำให้เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีโรคภัยเบียดเบียนอยู่เสมอ
หรือที่เรียกว่าเป็นโรคมากนั่นเองคะ

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [23 พ.ค. 2546 , 22:48:21 น.] ( IP = 203.107.210.243 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

ตั้งแต่นั้นมา นางอุตตรา
ก็ตระเตรียมอาหาร
ด้วยมือของตนแต่เช้าตรู่ทุกวัน
ถวายพระบรมศาสดาและภิกษุสงฆ์

อธิษฐานอุโบสถศีล แล้วขึ้นไปอยู่บนปราสาท
ระลึกถึงศีลของตนอยู่ นางทำดังนี้
จนครบครึ่งเดือน
ในวันที่จะสละอุโบสถ
ได้จัดแจงข้าวปลาอาหารเป็นอันมาก
เตรียมจะถวายพระศาสดาอยู่ในครัว
กับพวกทาสีแต่เช้าตรู่

สามีอยู่บนปราสาทกับนางสิริมา
มองลงมาแล้วก็ยิ้มด้วยคิดว่า
หญิงนี้ละทิ้งสมบัติมากมาย
มาทำครัวจนเนื้อตัวเปรอะเปื้อน
มอมแมมไปด้วยเขม่าไฟ

นางอุตตราเห็นแล้วทราบความคิดของสามี
จึงคิดว่า สามีเรานี้โง่แท้ๆ

สำคัญว่าสมบัติมากมายของตนจะมั่นคงถาวร
ทุกเวลา แล้วก็ยิ้มบ้าง
นางสิริมาเห็นแล้วโกรธว่า

ดูสิ ทั้งที่เราก็ยืนอยู่ที่นี่
นางทาสีนี้ก็ยังยิ้มแย้มกับสามีเรา
ได้รีบลงจากปราสาทมาโดยเร็ว



โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [23 พ.ค. 2546 , 23:53:32 น.] ( IP = 203.107.210.243 : : )


  สลักธรรม 12

ตอนนี้นางสิริมา ลืมตัวว่า
ตนรับจ้างนางอุตตราปรนนิบัติสามี
ของนางอุตตรา

คิดว่าตนเป็นภรรยา

นางอุตตราเป็นทาสีมายิ้มกับสามีของตน
จึงโกรธ นางอุตตราเห็นอาการของนางสิริมาแล้ว
รู้ว่านางโกรธ

จึงเข้าเมตตาฌาน แผ่เมตตาไปในนางสิริมา
นางสิริมาลงมาแล้ว

ก็เอากระบวยตักน้ำมันร้อน ๆ
ในกระทะทอดขนม ราดลงบนศีรษะ
ของนางอุตตรา แต่ด้วยอำนาจเมตตาฌาน

น้ำมันเดือด ๆ นั้นก็ไหลกลับไป
เหมือนน้ำที่ราดลงบนในบัวฉะนั้น

พวกทาสีของนางอุตตราเห็นเช่นนั้น
ก็บริภาษนางสิริมาว่า

รับค่าจ้างจากนายของพวกเราแล้ว

ยังมาทำร้ายนายของพวกเราอีก
นางสิริมาฟังแล้วก็ได้สำนึกว่า

ตนเป็นเพียงภรรยาที่เขาจ้างมาเท่านั้น
จึงหมอบลงแทบเท้านางอุตตราขอโทษ
นางอุตตราบอกให้ไปขอโทษพระพุทธองค์

ถ้าพระพุทธองค์ทรงยกโทษให้
ตนก็จะยกโทษให้

ดังนั้นเมื่อพระศาสดาเสด็จมาเสวย
ที่เรือนของนางอุตตรา

นางสิริมาจึงเข้าไปหมอบแทบพระบาท

กราบทูลถึงความผิดของตน

พร้อมกับทูลขอให้พระศาสดาทรงยกโทษให้

พระศาสดาก็ทรงยกโทษให้

นางสิริมาจึงไปขอให้นางอุตตรายกโทษให้

ซึ่งนางอุตตราก็ยกโทษให้

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [23 พ.ค. 2546 , 23:56:58 น.] ( IP = 203.107.210.243 : : )


  สลักธรรม 13

ในวันนั้น เมื่อพระศาสดา

ทรงอนุโมทนาภัตทานของนางอุตตรา

ได้ตรัสพระคาถาว่า.... พึงชนะคนโกรธ
ด้วยความไม่โกรธ

พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

พึงชนะคนพูดเท็จด้วยคำจริง

พอจบคาถา นางสิริมา

ก็ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล เป็นพระโสดาบัน

เป็นอันว่า การเจริญเมตตาของนางอุตตรา

นอกจากจะทำให้นางอุตตราไม่เป็นอันตรายจาก

น้ำมันเดือดๆแล้ว

ยังเป็นปัจจัยให้นางสิริมาสำนึกถึงความผิดของตน

ได้ฟังพระธรรมเทศนาบรรลุเป็นพระโสดาบันด้วย

…

เมตตา จึงมีอานิสงส์มาก อย่างนี้

ในการแสดงเมตตานี้
พระพุทธองค์ทรงสอนให้ผู้เจริญเมตตา
ได้รับอานิสงส์ทั้ง ๓ ประการ

คือ อานิสงส์ที่พึงได้รับในปัจจุบัน ๑
อานิสงส์ที่จะพึงได้รับในอนาคต ๑
และอานิสงส์อันเป็นปรมัตถประโยชน์
คือ การบรรลุมรรค ผล นิพพาน อีก ๑

นั่นคือมิให้หยุดอยู่เพียงได้เมตตาฌานเท่านั้น
แต่ยังทรงสอนให้ใช้ฌานนั้นเป็นบาท
ก้าวขึ้นสู่วิปัสสนา

จนผ่านวิปัสสนาญาณไปตามลำดับ บรรลุ มรรค ผล นิพพาน เป็นพระอรหันต์

ผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้วเท่านั้น
ที่เป็นผู้ทำที่สุดทุกข์ได้

คือปรินิพพานแล้วไม่เกิดอีก

อันเป็นจุดหมายสูงสุดในพระศาสนานี้
ไม่มีในศาสนาอื่น

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [24 พ.ค. 2546 , 00:01:01 น.] ( IP = 203.107.210.243 : : )


  สลักธรรม 14


นี่คือ พระมหากรุณาธิคุณ

ที่พระพุทธองค์ทรงมีแก่สรรพสัตว์โดยแท้
และนี่แหละ คือ อานิสงส์ที่แท้จริงของการอยู่
ด้วยกัน ด้วยความรัก คือเมตตา



ดังนี้จึงขอให้ท่านสมาชิกทุกท่าน

พึงสร้างความรักแท้ให้มีเกิดขึ้นในใจนะคะ

ด้วยความรักและความปรารถนาดีคะ..


โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [24 พ.ค. 2546 , 00:05:49 น.] ( IP = 203.107.210.243 : : )


  สลักธรรม 15

มหัศจรรย์แห่งรัก.....จริงๆค่ะ

ได้ความรู้อย่างจริงจังในเรื่องของมหาทาน ..... สาราณียธรรมที่พึงมี.....

พออ่านมาถึงตอนที่..ราดน้ำมันลงบนศีรษะ ...รู้สึกว่า ใจกระสับกระส่ายเล็กน้อยด้วยความไม่ชอบ ..พออ่านถึงตอนที่เจริญฌาน ..ก็รู้สึกภูมิใจอย่างไรก็ไม่ทราบ...กับพลานุภาพของความเมตตา

....จนกระทั่งจบความบรรทัดสุดท้าย ....ใจปลอดโปร่งสบายมากเลยค่ะ


....แค่เพียงสัมผัสความปรารถนาดีที่เกิดขึ้นจากการอ่านยังให้ความรู้สึกที่ดีขนาดนี้ ....หากเราสามารถบรรจุเมตตาไว้ในใจได้สม่ำเสมอ....ความสุขสงบต้องเกิดขึ้นอย่างที่อาจารย์กล่าวไว้แน่นอน ..ความเอื้ออาทรและความรักแท้จะต้องเกิดขึ้นตามมาแน่ๆ ......

...กราบขอบพระคุณค่ะอาจารย์บุษกร ..ขอบพระคุณในความห่วงใยและความปรารถนาดีที่มีมาให้เสมอค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [24 พ.ค. 2546 , 00:25:02 น.] ( IP = 203.170.148.76 : : )


  สลักธรรม 16

ขอบพระคุณมากค่ะ สาธุ

โดย oui [24 พ.ค. 2546 , 05:11:07 น.] ( IP = 210.203.180.237 : : )


  สลักธรรม 17



อ่านเรื่องนี้แล้ว เห็นด้วยอย่างยิ่งกับชื่อเรื่อง เมตตาคือรักแท้ จริงๆค่ะ

คงเป็นความร่มเย็นเป็นสุขอย่างแท้จริงสำหรับผู้ที่สามารถเจริญเมตตาได้อย่างที่สุด

ขอบคุณ อ.บุษกรมากค่ะ


โดย ทวีพร [24 พ.ค. 2546 , 09:54:18 น.] ( IP = 203.144.181.252 : : )


  สลักธรรม 18


มาร่วมรับและเรียนรู้ความเมตตาจากอาจารย์บุษกร ค่ะ

โดย ธัญนันทน์ [24 พ.ค. 2546 , 12:29:32 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.112 )


  สลักธรรม 19

ทำให้ทราบอานิสงส์ของความเมตตามีมากมายหลายประการ
ดังนั้น จึงต้องมีความเมตตาให้เกิดกับจิตของตนเองให้มาก ๆ
กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรค่ะ

โดย เซิ่น [25 พ.ค. 2546 , 14:03:35 น.] ( IP = 203.170.128.43 : : )


  สลักธรรม 20

เมตตา เป็นธรรมอันน่าอัศจรรย์ยิ่ง มีอานิสงส์ให้บังเกิดความสุขสงบร่มเย็น ทั้งผู้ให้และผู้รับ

สัมผัสได้ถึงความเมตตาและปราถนาดีของอาจารย์บุษกร ที่มีให้ต่อทุกคนเสมอมาค่ะ

กราบขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ
สาธุ สาธุ

โดย ธัญธร [25 พ.ค. 2546 , 21:19:39 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org