มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปุจฉา...ปัญญาทั้งนั้นมาอีกแล้ว





สวัสดีครับผม
พี่เณรกระโดดมาเปิดกระทู้ใหม่
เพราะน้องๆไม่ชอบตระเวรกันนิ
ชอบเปิดปุ้ปเห็บปั้ปกันเลย
ด้วยเกรงว่าจะขาดความรู้
เลยยกมาให้ดูใกล้ๆเลยครับผม


ขอบอกสมาชิกทุกท่านว่ากระทู้ต่อไป
นี้น่าอ่านมากครับไม่ควรพลาด
นั่นคือกระทู้ที่...03052 - 03056 - 03057
03074 - 03075 - 03088


แต่ทุกๆกระทู้นั้น
สร้างความรู้สร้างปัญญาทั้งนั้นนะครับผม
พี่เณรหวังดีนะ

โดย พี่เณรครับ [24 พ.ค. 2546 , 05:50:37 น.] ( IP = 203.107.211.118 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 11

ไม่เป็นลายคิดมากๆสมองจะได้ไม่ฟ่อไงอิอิ

การอยู่ในท้องมารดาเรียกว่า..ชลาพุชปฏิสนธิ

การเกิดเป็นฟองไข่ เช่น ไข่ไก่ ที่เป็นปฏิสนธิภายในเปลือกไข่เช่นนี้เรียกว่า อณฺฑชปฏิสนธิ

การถือปฏิสนธิ เช่นในดอกบัว, ในเกษรบัว. เป็นการปฏิสนธิที่คราบเยื่อ อันชื้นเปียกนั้น เรียกว่า
สังเสทชปฏิสนธิ

ส่วนการถือปฏิสนธิอย่างเทวดา พรหม ที่บังเกิดโผล่ขึ้นมาให้ปรากฎชัดเช่นนี้ เรียกว่า โอปปาติกปฏิสนฺธิ ครับน้องๆคนดีของพี่เณร



โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2546 , 15:47:07 น.] ( IP = 203.107.206.107 : : )


  สลักธรรม 12

นั้นพี่เณรถามต่อเลยนะไม่ยากเลยครับ
ขอถามว่า......


ความแก่ชรานั้นมีกี่ประเภท อะไรบ้าง ต่างกันอย่างไร?

โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2546 , 15:51:23 น.] ( IP = 203.107.206.107 : : )


  สลักธรรม 13

มาอีกแล้ว....คำถามไม่ยากของพี่เณรแต่ยากของคนอื่น

ชรามี ๒ แบบ ....เหมือนเดิมค่ะ ....นามชรา กับรูปชรา

นามชรา คือ ฐีติขณะของนาม
รูปชรา มี ๒ แบบ คือ ชราปกปิด กับชราเปิดเผย

รูปชราเปิดเผย คือ ความชราที่ปรากฏชัดให้เห็นได้ เช่น ผมหงอก ผิวเหี่ยวย่น ฟันหัก

รูปชราปกปิด คือ ชรตา ...ฐีติขณะของรูป ไม่สามารถมองเห็นได้ค่ะ

ตอบแล้วๆ..แหะ..แหะ


โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ค. 2546 , 16:51:50 น.] ( IP = 203.170.156.118 : : )


  สลักธรรม 14


เย้ๆๆๆน้องกิ้ฟเก่งจังเลย
แต่พี่เณรจะแต้มเติมให้สมบรูณ์นะคร๊าบบบ


แก่ชรานั้นมี ๒ แบบคือ

๑. อปากฎชรา=ชราที่ไม่ปรากฏชัด
คือก่อนกาลที่รูปแก่ยังไม่เปิดเผยแต่เขาค่อยๆแก่หง่อมอยู่ตลอด


๒.ปากฎชรา+ชราที่ปรากฏชัด
คือการที่รูปแก่โผล่ขึ้นเด่นชัด เช่น ผมหงอก หลังโกง ตาฟาง หูตึงไงน้องกิ้ฟ

เอิ๊กๆๆๆน้องกิ้ฟตลกจังมีนามชราด้วย
555555555




โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2546 , 17:16:26 น.] ( IP = 203.107.206.107 : : )


  สลักธรรม 15

ต่อไปนี้ก็ไม่ยากอีกละน้องๆ
อาศัยความเข้าใจนิดเดียวสบายมากเลย




ขอถามว่า ตัณหา ตามเทศนานัยนั้นมีกี่ประการ

และตัณหาตามนัยพระอภิธรรมมีกี่ประการ


พี่เณรถามแค่ ๒ ข้อแค่นี้เท่านั้นนะครับ

โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2546 , 17:35:08 น.] ( IP = 203.107.206.107 : : )


  สลักธรรม 16

มาตอบแบบดันทุรังนะคะ.....เพราะรู้ว่าตอบไม่ถูกหรอกค่ะ ..แต่ก็ขอมีส่วนร่วมในการเผยแผ่ธรรมสักหน่อยก็ยังดี..อิอิ

รู้จักหลายแบบค่ะ ..(รู้จากการเรียนนะคะ)


อย่างแรกก็ตัณหา ๓ แบบ คือ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา

อย่างที่สองก็ตัณหา ๖ คือ รูปตัณหา...สัททตัณหา...คันธตัณหา...รสตัณหา ....โผฏฐัพตัณหา....ธัมมตัณหา

อย่างที่สามก็ตัณหา ๑๐๘ คือ ตัณหา ๖ คูณกับ ตัณหา ๓ คูณ กับ ๒ (ภายนอกและภายใน) และก็คูณกับกาล ๓ รวมเป็นตัณหา ๑๐๘ พอดี..อิอิ

อย่างที่สี่ก็ตัณหามีหนึ่งเดียว คือ ตัณหา(สมุทัย) เหตุให้เกิดทุกข์ .....ได้แก่ โลภเจตสิก

..... แต่เคยจำได้ว่า พี่ดอกแก้วบอกว่า ตัณหายังมีชื่อเรียกเป็นอย่างอื่นๆอีกตั้งหลายชื่อ .....ก็เลยไม่รู้ว่า พี่เณรน่ะต้องการชื่อตัณหาตรงๆ หรือชื่ออื่นด้วย เช่น โลภะ หรือราคะ ...อะไรอย่างนี้....

ขอตอบว่า ....

โดยเทศนานัยมี ๓ ค่ะ คือ ตัณหา ๓ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

โดยนัยพระอภิธรรมมีหนึ่งเดียว คือ โลภเจตสิก นั่นเอง...อิอิ ....ไม่ถูก...ไม่เอาคะแนน

โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ค. 2546 , 20:10:46 น.] ( IP = 203.170.154.27 : : )


  สลักธรรม 17


โถๆๆๆน้องกิ้ฟเอ๋ย
ตอบถูกแล้วจ๊ะแต่สรุปผิดไปนิดเอง
คงเป็นเพราะที่น้องกิ้ฟบอกว่า

รู้จักหลายแบบค่ะ ..(รู้จากการเรียนนะคะ) อิอิ..เลยหยิบแบบสัปสนมา


โดยเทศนานัยมี ๓ ค่ะ คือ ตัณหา ๓ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา

ส่วน…โดยนัยพระอภิธรรมมี ๖

คือ รูปตัณหา...สัททตัณหา...คันธตัณหา...
รสตัณหา ....โผฏฐัพตัณหา....ธัมมตัณหา


เอิ๊กๆๆ น้องกิ้ฟ โลภเจตสิก นั่นจัดเป็นองค์ธรรมของตัณหา
เจ้าข้าเอ๋ย เอิ๊กๆๆๆ…

โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2546 , 20:38:49 น.] ( IP = 203.107.204.8 : : )


  สลักธรรม 18

ขออภัยที่จำพลาดไปเล็กน้อยจนทำให้พี่เณรต้องออกมาหัวเราะเยาะนะคะ



คือไปจำในปริจเฉทที่ ๗ ว่า เหตุให้เกิดทุกข์โดยสุตตันนัยนั้นมี ๓ คือ ตัณหาทั้งสามนั่นแหละ........
และโดยนัยพระอภิธรรมเหตุให้เกิดทุกข์ก็คือ โลภเจตสิก ....

ขออภัยอีกครั้งค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [25 พ.ค. 2546 , 22:20:20 น.] ( IP = 203.170.159.122 : : )


  สลักธรรม 19

เอิ๊กๆๆ สนุกจังเลยค่ะ มาดูคำถามแต่ละข้อของพี่เณร พร้อมทั้งคำตอบ คำเฉลย
ได้ความรู้แบบทบทวนความจำอย่างดีเลยค่ะ

อนุโมทนาพี่เณร น้องแก้ว น้องกิ๊ฟค่ะ

โดย ธัญธร [25 พ.ค. 2546 , 22:20:44 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )


  สลักธรรม 20


สวัสดีน้องธัญธรครับ
สนุกเนาะน้องกิ้ฟตาหลกไหมอิอิ
เข้ามาช่วยตอบบ้างซิครับผม

โดย พี่เณร [25 พ.ค. 2546 , 22:40:03 น.] ( IP = 203.107.207.213 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org