มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความรัก..คือการให้ใช่การรับ




ความรักคือการให้.
ข้อความ : หลายครั้งหลายหนที่เรารู้สึกเจ็บปวดเพราะรัก เพราะรักเป็นทุกข์งั้นหรือ.. //flowe
หากมองให้ดีๆ รักอาจจะไม่ใช่ตัวกำหนดทุกข์นั้นก็ได้ แต่เป็นความคาดหวังที่จะได้รับรักจากอีกฝ่ายมากกว่า ลองย้อนถามตัวคุณเองสิว่า ทุกๆครั้งที่เราร้องไห้ เราผิดหวัง เป็นเพราะเรารักเขา หรือเป็นเพราะเขาไม่รักเรามากอย่างที่เราต้องการกันแน่

ความรักไม่เคยทำร้ายใคร แต่เป็นความคาดหวังจากความรักนั้นมากกว่าที่คอยจะย้อนมาทำร้ายเราทุกครั้งที่คาดหวังสูงเกินไป ไม่มีใครในโลกที่สามารถเป็นอย่างเจ้าชาย เจ้าหญิงในฝันของเราได้ การเรียกร้องจากอีกฝ่ายรังแต่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดสำหรับคนทั้งคู่ เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจจากการร้องหาความรักจากผู้อื่น ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง แล้วลองสร้างความรักให้เกิดขึ้นในใจของตัวเองดูบ้าง..

ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายได้รับอยู่ตลอดเวลา ความรักในใจของตัวเองไม่ต้องใช้เงินใช้ทองซื้อมา หากแต่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างง่ายๆ และมีล้นเหลือมากพอที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังสิ่งตอบแทนกลับมา.. เมื่อใดที่รักใครสักคน ลองให้ความรักแก่เขาเท่าที่เราจะทำได้ โดยไม่ต้องคาดหวังถึงสิ่งที่จะได้รับกลับมา ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเรียกร้องให้เขารักเราตอบเท่าเทียมกับที่เรารักเขา เพียงแค่แบ่งปันรักในใจ.. เท่านั้น... เราก็จะสัมผัสถึงคำว่า "ความสุขจากความรัก" จากการให้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เราจะสามารถควบคุมความสุขของตัวเองให้อยู่ในมือของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ความสุขของเราอยู่ในมือของคนอื่นเหมือนที่แล้วๆมา เพราะเราเองที่เป็นบ่อเกิดของความรัก เป็นคนให้มิใช่ฝ่ายรับ แล้วยิ่งให้มากเท่าไหร่.. เราก็ยิ่งได้รับความรักกลับคืนมาเท่านั้น เมื่อเราบริสุทธิ์ใจที่จะให้รักแก่ใครก็ตาม อีกฝ่ายก็จะรู้สึกสบายใจที่จะให้รักแก่เราโดยไม่ต้องคำนึงว่า เราต้องการอะไรตอบแทนจากเค้ากันแน่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ...
ความรักและการให้เป็นบ่อเกิดของความสุขได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครก็ตามเป็นคนสร้างความสุขให้เราอีกแล้ว..
ถ้าเราได้สร้างความเห็นถูกให้แก่ตนเอง. และจะรู้ซึ้งถึงคำว่า……"ความรักคือการให้" และต้องมีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยรักเสมอ….
จากดอกแก้วค่ะ

หากมองให้ดีๆ รักอาจจะไม่ใช่ตัวกำหนดทุกข์นั้นก็ได้ แต่เป็นความคาดหวังที่จะได้รับรักจากอีกฝ่ายมากกว่า ลองย้อนถามตัวคุณเองสิว่า ทุกๆครั้งที่เราร้องไห้ เราผิดหวัง เป็นเพราะเรารักเขา หรือเป็นเพราะเขาไม่รักเรามากอย่างที่เราต้องการกันแน่

ความรักไม่เคยทำร้ายใคร แต่เป็นความคาดหวังจากความรักนั้นมากกว่าที่คอยจะย้อนมาทำร้ายเราทุกครั้งที่คาดหวังสูงเกินไป ไม่มีใครในโลกที่สามารถเป็นอย่างเจ้าชาย เจ้าหญิงในฝันของเราได้ การเรียกร้องจากอีกฝ่ายรังแต่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดสำหรับคนทั้งคู่ เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจจากการร้องหาความรักจากผู้อื่น ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง แล้วลองสร้างความรักให้เกิดขึ้นในใจของตัวเองดูบ้าง.. ข้อความ : หลายครั้งหลายหนที่เรารู้สึกเจ็บปวดเพราะรัก เพราะรักเป็นทุกข์งั้นหรือ..

หากมองให้ดีๆ รักอาจจะไม่ใช่ตัวกำหนดทุกข์นั้นก็ได้ แต่เป็นความคาดหวังที่จะได้รับรักจากอีกฝ่ายมากกว่า ลองย้อนถามตัวคุณเองสิว่า ทุกๆครั้งที่เราร้องไห้ เราผิดหวัง เป็นเพราะเรารักเขา หรือเป็นเพราะเขาไม่รักเรามากอย่างที่เราต้องการกันแน่

ความรักไม่เคยทำร้ายใคร แต่เป็นความคาดหวังจากความรักนั้นมากกว่าที่คอยจะย้อนมาทำร้ายเราทุกครั้งที่คาดหวังสูงเกินไป ไม่มีใครในโลกที่สามารถเป็นอย่างเจ้าชาย เจ้าหญิงในฝันของเราได้ การเรียกร้องจากอีกฝ่ายรังแต่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดสำหรับคนทั้งคู่ เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจจากการร้องหาความรักจากผู้อื่น ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง แล้วลองสร้างความรักให้เกิดขึ้นในใจของตัวเองดูบ้าง..

ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายได้รับอยู่ตลอดเวลา ความรักในใจของตัวเองไม่ต้องใช้เงินใช้ทองซื้อมา หากแต่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างง่ายๆ และมีล้นเหลือมากพอที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังสิ่งตอบแทนกลับมา.. เมื่อใดที่รักใครสักคน ลองให้ความรักแก่เขาเท่าที่เราจะทำได้ โดยไม่ต้องคาดหวังถึงสิ่งที่จะได้รับกลับมา ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเรียกร้องให้เขารักเราตอบเท่าเทียมกับที่เรารักเขา เพียงแค่แบ่งปันรักในใจ.. เท่านั้น... เราก็จะสัมผัสถึงคำว่า "ความสุขจากความรัก" จากการให้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เราจะสามารถควบคุมความสุขของตัวเองให้อยู่ในมือของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ความสุขของเราอยู่ในมือของคนอื่นเหมือนที่แล้วๆมา เพราะเราเองที่เป็นบ่อเกิดของความรัก เป็นคนให้มิใช่ฝ่ายรับ แล้วยิ่งให้มากเท่าไหร่.. เราก็ยิ่งได้รับความรักกลับคืนมาเท่านั้น เมื่อเราบริสุทธิ์ใจที่จะให้รักแก่ใครก็ตาม อีกฝ่ายก็จะรู้สึกสบายใจที่จะให้รักแก่เราโดยไม่ต้องคำนึงว่า เราต้องการอะไรตอบแทนจากเค้ากันแน่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ... ความรักและการให้เป็นบ่อเกิดของความสุขได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครก็ตามเป็นคนสร้างความสุขให้เราอีกแล้ว..

ถ้าเราได้สร้างความเห็นถูกให้แก่ตนเอง. และจะรู้ซึ้งถึงคำว่า……"ความรักคือการให้" และต้องมีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยรักเสมอ….
จากดอกแก้วค่ะ


ไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายได้รับอยู่ตลอดเวลา ความรักในใจของตัวเองไม่ต้องใช้เงินใช้ทองซื้อมา หากแต่ก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างง่ายๆ และมีล้นเหลือมากพอที่จะแบ่งปันให้ผู้อื่น โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังสิ่งตอบแทนกลับมา.. เมื่อใดที่รักใครสักคน ลองให้ความรักแก่เขาเท่าที่เราจะทำได้ โดยไม่ต้องคาดหวังถึงสิ่งที่จะได้รับกลับมา ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเรียกร้องให้เขารักเราตอบเท่าเทียมกับที่เรารักเขา เพียงแค่แบ่งปันรักในใจ.. เท่านั้น... เราก็จะสัมผัสถึงคำว่า "ความสุขจากความรัก" จากการให้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เราจะสามารถควบคุมความสุขของตัวเองให้อยู่ในมือของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ความสุขของเราอยู่ในมือของคนอื่นเหมือนที่แล้วๆมา เพราะเราเองที่เป็นบ่อเกิดของความรัก เป็นคนให้มิใช่ฝ่ายรับ แล้วยิ่งให้มากเท่าไหร่.. เราก็ยิ่งได้รับความรักกลับคืนมาเท่านั้น เมื่อเราบริสุทธิ์ใจที่จะให้รักแก่ใครก็ตาม อีกฝ่ายก็จะรู้สึกสบายใจที่จะให้รักแก่เราโดยไม่ต้องคำนึงว่า เราต้องการอะไรตอบแทนจากเค้ากันแน่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ... ความรักและการให้เป็นบ่อเกิดของความสุขได้ด้วยตัวของมันเอง ไม่จำเป็นต้องให้ใครก็ตามเป็นคนสร้างความสุขให้เราอีกแล้ว..

ถ้าเราได้สร้างความเห็นถูกให้แก่ตนเอง. และจะรู้ซึ้งถึงคำว่า……"ความรักคือการให้" และต้องมีหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยรักเสมอ….

จากดอกแก้วค่ะ

โดย ดอกแก้ว - [16 ก.ค. 2544 , 18:41:12 น.] ( IP = 203.170.156.25 : : 203.170.156.25 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

โครงการอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

(หลักสูตรเร่งรัด)




หลักการและเหตุผล



ปัจจุบันพุทธศาสนิกชนชาวไทยจำนวนมากมีความสนใจที่จะฝึกหัดการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งมีสถานปฏิบัติธรรมหลายแห่งประชาสัมพันธ์ตนเองว่า เป็นสถานที่อบรมการปฏิบัติวิปัสสนา แต่เมื่อผู้ที่สนใจและมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาตามแนวสติปัฏฐาน ได้ไปเข้ารับการอบรมและฝึกหัดปฏิบัติแล้ว ปรากฏว่าการอบรมหลักสูตรดังกล่าวมิใช่เป็นการอบรมด้านวิปัสสนากรรมฐานโดยตรง จึงทำให้ผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้านการปฏิบัติวิปัสสนามาเพียงเล็กน้อยเกิดความเข้าใจที่สับสน และที่เป็นปัญหาสำคัญมากก็คือมีผู้ที่ไม่เคยทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาตามแนวทางสติปัฏฐานมาก่อน เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าวิปัสสนาและสมาธิเป็นสิ่งเดียวกัน หรือมีวิธีการอย่างเดียวกัน จนกระทั่งนำคำว่าวิปัสสนาไปใช้เรียกแทนการเจริญสมาธิก็มีเป็นจำนวนมาก นับเป็นการชักจูงผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ให้หลงเดินไปบนทางที่ผิดสายโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ววิธีการปฏิบัติของกรรมฐานทั้งสองนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง


ด้วยเหตุนี้มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิซึ่งเป็นสถานที่เผยแผ่พระอภิธรรมปิฎกและการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่ตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแผ่ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาทั้งด้านปริยัติและการปฏิบัติ จึงเห็นสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความอนุเคราะห์แก่พุทธศาสนิกชนผู้ที่สนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจอย่างถูกตรงและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน


จึงกำหนดให้มีการจัดอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแก่พุทธศาสนิกชนที่สนใจในทางพ้นทุกข์ และมีศรัทธาที่จะเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ตามกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร โดยจะอบรมรุ่นละไม่เกิน 30 คน ณ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170



โดย 1 [28 มิ.ย. 2546 , 21:54:46 น.] ( IP = 203.170.154.12 : : )


  สลักธรรม 2

โครงการอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

t color=ff0000 size=4>(หลักสูตรเร่งรัด)


หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันพุทธศาสนิกชนชาวไทยจำนวนมากมีความสนใจที่จะฝึกหัดการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งมีสถานปฏิบัติธรรมหลายแห่งประชาสัมพันธ์ตนเองว่า เป็นสถานที่อบรมการปฏิบัติวิปัสสนา แต่เมื่อผู้ที่สนใจและมีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาตามแนวสติปัฏฐาน ได้ไปเข้ารับการอบรมและฝึกหัดปฏิบัติแล้ว ปรากฏว่าการอบรมหลักสูตรดังกล่าวมิใช่เป็นการอบรมด้านวิปัสสนากรรมฐานโดยตรง จึงทำให้ผู้ที่มีความรู้พื้นฐานด้านการปฏิบัติวิปัสสนามาเพียงเล็กน้อยเกิดความเข้าใจที่สับสน และที่เป็นปัญหาสำคัญมากก็คือมีผู้ที่ไม่เคยทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติวิปัสสนาตามแนวทางสติปัฏฐานมาก่อน เกิดความเข้าใจผิดคิดว่าวิปัสสนาและสมาธิเป็นสิ่งเดียวกัน หรือมีวิธีการอย่างเดียวกัน จนกระทั่งนำคำว่าวิปัสสนาไปใช้เรียกแทนการเจริญสมาธิก็มีเป็นจำนวนมาก นับเป็นการชักจูงผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์ให้หลงเดินไปบนทางที่ผิดสายโดยตรง เพราะในความเป็นจริงแล้ววิธีการปฏิบัติของกรรมฐานทั้งสองนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิซึ่งเป็นสถานที่เผยแผ่พระอภิธรรมปิฎกและการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่ตั้งขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเผยแผ่ความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง ตรงตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาทั้งด้านปริยัติและการปฏิบัติ จึงเห็นสมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความอนุเคราะห์แก่พุทธศาสนิกชนผู้ที่สนใจในการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจอย่างถูกตรงและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน

จึงกำหนดให้มีการจัดอบรมการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานแก่พุทธศาสนิกชนที่สนใจในทางพ้นทุกข์ และมีศรัทธาที่จะเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ตามกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร โดยจะอบรมรุ่นละไม่เกิน 30 คน ณ มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170

โดย 2 [28 มิ.ย. 2546 , 21:58:36 น.] ( IP = 203.170.154.12 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org