มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี (๑)




พระจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี


น้องแก้วขอนำพระบารมีที่สำคัญอีกพระบารมีหนึ่ง

มาสู่สายตาสายใจพี่ๆน้องๆกันด้วยความรักและคิดว่า


..เมื่อท่านได้อ่านแล้วจะสามารถโน้มน้าวจิตของเราท่านได้มากทีเดียว

และมาสร้างขันติธรรมเพื่อชีวิตตนดีกว่าค่ะ..

ดังนั้นน้องแก้วไม่รีรอแล้ว..ลงมือเล่าเลยนะคะ......




เมื่อพระศาสดา เมื่อประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ ทรงปรารภพระเทวทัต

จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ราชาสิ ลุทฺทกมฺโม ดังนี้.

เรื่องของพระเทวทัตนั้น มาแล้วในสังฆเภทกขันธกะแล้วนั่นแล.

เรื่องนั้น นับจำเดิมแต่เวลาที่ท่านออกผนวชแล้ว ตราบเท่าถึงให้ปลงพระชนมชีพของพระเจ้าพิมพิสาร

พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในที่นั้นนั่นเอง.



ฝ่ายพระเทวทัต ครั้นให้ปลงพระชนมชีพพระเจ้าพิมพิสารแล้ว

ก็เข้าไปเฝ้าพระเจ้าอชาตศัตรูทูลว่า ดูก่อนมหาราช มโนรถของพระองค์ถึงที่สุดแล้ว

ส่วนมโนรถของของอาตมา ก็ยังหาถึงที่สุดก่อนไม่.

พระราชาได้ทรงฟัง ดังนั้นจึงตรัสถามว่า

ดูก่อนท่านผู้เจริญ ก็มโนรถของท่านเป็นอย่างไร?

พระเทวทัต.:ดูก่อนมหาราช เมื่อฆ่าพระทศพลแล้วอาตมาจักเป็นพระพุทธเจ้า มิใช่หรือ?

พระราชาตรัสถามว่า ก็ในเพราะเรื่องนี้ควรเราจะทำอย่างไรเล่า?

พระเทวทัต.:ดูก่อนมหาราช ควรจะให้นายขมังธนูทั้งหลายประชุมกัน.

พระราชาทรงรับว่า ดีละ ท่านผู้เจริญ

จึงให้ประชุมนายขมังธนู จำพวกที่ยิงไม่ผิดพลาดรวม ๕๐๐ ตระกูล

ทรงเลือกจากคนเหล่านั้นไว้ ๓๑ คน ตรัสสั่งว่า

พ่อทั้งหลาย พวกเจ้าจงทำตามคำสั่งของพระเถระ. ดังนี้แล้วจึงส่งไปยังสำนักพระเทวทัต.


โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:24:25 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


พระเทวทัตเรียกผู้เป็นใหญ่ ในบรรดาพวกนายขมังธนูเหล่านั้นมาแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

ท่านผู้มีอายุ พระสมณโคดมประทับอยู่ ณ เขาคิชฌกูฏ เสด็จจงกรมอยู่ในที่พักกลางวันในที่โน้น.

ส่วนท่านจงไปในที่นั้น

ยิงพระสมณโคดมด้วยลูกศรอาบด้วยยาพิษ ให้สิ้นพระชนมชีพแล้ว จงกลับโดยทางชื่อโน้น.


พระเทวทัตนั้น ครั้นส่งนายขมังธนูผู้ใหญ่นั้นไปแล้ว

จึงพักนายขมังธนูไว้ในทางนั้น ๒ คน ด้วยสั่งว่า

จักมีบุรุษคนหนึ่งเดินทางมา โดยทางที่พวกท่านยืนอยู่

พวกท่านจงปลงชีวิตบุรุษนั้นเสีย แล้วกลับมาโดยทางโน้น.



โดยทางที่พวกท่านยืนอยู่ จักมีบุรุษเดินมา ๒ คน ท่านจงปลงชีวิตบุรุษ ๒ คนนั้นเสีย

แล้วกลับมาโดยทางชื่อโน้น.


ในทางนั้น พระเทวทัตวางคนไว้ ๘ คน ด้วยสั่งว่า

โดยทางที่พวกท่านยืนอยู่ จักมีบุรุษ ๔ คนเดินทางมา พวกท่านจงปลงชีวิตบุรุษทั้ง ๔ คนนั้นเสีย.

แล้วกลับโดยทางชื่อโน้น.


ในทางนั้น พระเทวทัตวางบุรุษไว้ ๑๖ คน ด้วยสั่งว่า

โดยทางที่พวกท่านไปยืนอยู่ จักมีบุรุษเดินมา ๘ คน ท่านจงปลงชีวิตบุรุษทั้ง๘ คนนั้นเสีย.

แล้วจงกลับมาโดยทางชื่อโน้น



ถามว่า ก็เพราะเหตุไรพระเทวทัตจึงทำอย่างนั้น.

แก้ว่า เพราะปกปิดกรรมชั่วของตน.

ได้ยินว่า พระเทวทัตได้ทำดังนั้น เพื่อจะปกปิดกรรมชั่วของตน.



ลำดับนั้น นายขมังธนูผู้ใหญ่ ขัดดาบแล้วทางข้างซ้าย ผูกแล่งและศรไว้ข้างหลัง

จับธนูใหญ่ทำด้วยเขาแกะ ไปยังสำนักพระตถาคตเจ้า จึงยกธนูขึ้นด้วยสัญญาว่า

เราจักยิงดังนี้แล้ว จึงผูกสอดลูกศร ฉุดสายมาเพื่อจะยิง ก็ไม่สามารถจะยิงไปได้.


โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:25:52 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )


  สลักธรรม 2

พระศาสดา ได้ทรงให้คร่าธนูมาแล้ว หาได้ประทานให้ยิงไปได้ไม่.

นายขมังธนูผู้ใหญ่นั้น เมื่อไม่อาจแม้จะยิงลูกศรไปก็ดี ลดลงก็ดี

ก็ได้เป็นคนลำบากใจ เพราะสีข้างทั้งสองเป็นเหมือนจะหักลง น้ำลายก็ไหลนองออกจากปาก.

ร่างกายทั้งสิ้นเกิดแข็งกระด้าง ได้เป็นเสมือนถึงอาการอันเครื่องยนต์บีบคั้น.

นายขมังธนูนั้นได้เป็นคนอันมรณภัย คุกคามแล้วยืนอยู่.



ลำดับนั้น พระศาสดาทรงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นแล้ว

ทรงเปล่งด้วยเสียงอันไพเราะ ตรัสปลอบนายขมังธนูว่า

พ่อบุรุษผู้โง่เขลา ท่านอย่ากล่าวเลย จงมาที่นี้เถิด.



ในขณะนั้น นายขมังธนูก็ทิ้งอาวุธเสีย กราบลงด้วยศีรษะ แทบพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วทูลว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โทษได้ล่วงข้าพระพุทธเจ้าแล้ว โดยที่เป็นคนเขลา คนหลง คนชั่วบาป.

ข้าพระพุทธเจ้ามิได้รู้จักคุณของพระองค์ จึงได้มาแล้ว.

เพื่อปลงพระชนมชีพของพระองค์ ตามคำเสี้ยมสอนของพระเทวทัตผู้เป็นอันธพาล.

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงอดโทษข้าพระพุทธเจ้า.

ข้าแต่พระสุคตขอพระองค์ จงอดโทษข้าพระพุทธเจ้า

ข้าแต่พระองค์ผู้รู้โลก ขอพระองค์จงอดโทษข้าพระพุทธเจ้า.



ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอดโทษให้ตนแล้ว ก็นั่งลงในที่สุดส่วนข้างหนึ่ง.

ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย ยังนายขมังธนูให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว

ดำรัสสอนว่า ท่านผู้มีอายุ ท่านอย่าเดินทางไปตามทางที่พระเทวทัตชี้ให้

จงไปเสียทางอื่น แล้วส่งนายขมังธนูนั้นไป.



ก็แล้วครั้นส่งนายขมังธนูไปแล้ว พระองค์ก็เสด็จลงจากที่จงกรมไป ประทับอยู่ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง.

โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:26:46 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )


  สลักธรรม 3




ลำดับนั้น เมื่อนายขมังธนูผู้ใหญ่มิได้กลับมา

นายขมังธนูอีก ๒ คนที่คอยอยู่ก็คิดว่า

อย่างไรหนอเขาจึงล่าช้าอยู่ ออกเดินสวนทางไป.


ครั้นเห็นพระทศพล ก็เข้าไปถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่สุดส่วนข้างหนึ่ง.

พระศาสดา ครั้นทรงประกาศพระอริยสัจแก่ชนทั้ง ๒ ยังเขาให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วดำรัสสอนว่า

ท่านผู้มีอายุ ท่านอย่าเดินไปทางที่พระเทวทัตบอก

จงไปโดยทางนี้ แล้วก็ส่งเขาไป โดยอุบายนี้

เมื่อทรงประกาศพระอริยสัจ ยังนายขมังธนูแม้นอกนี้ ที่มานั่งเฝ้า

ให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว ก็ทรงส่งไปโดยทางอื่น.




ลำดับนั้น นายขมังธนูผู้ใหญ่นั้น กลับมาถึงก่อนก็เข้าไปหาพระเทวทัตกล่าวว่า

ข้าแต่พระเทวทัตผู้เจริญ ข้าพเจ้าหาได้อาจปลงพระชนมชีพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมทรงฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ ทรงอานุภาพอันยิ่งใหญ่.

ส่วนบรรดานายขมังธนูเหล่านั้น รำพึงว่า

เราทั้งหมดนั้นอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้รอดชีวิตแล้ว

ก็ออกบรรพชาในสำนักพระศาสดา แล้วทรงบรรลุพระอรหัตทุกท่าน.

โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:31:29 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )


  สลักธรรม 4




เรื่องนี้ได้ปรากฏในภิกษุสงฆ์. ภิกษุทั้งหลาย สนทนากันในโรงธรรมสภาว่า

ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ได้ยินว่าพระเทวทัต ได้กระทำความพยายาม เพื่อจะปลงชีวิตชนเป็นอันมาก

เพราะจิตก่อเวรในพระตถาคตเจ้าพระองค์เดียว.

แต่ชนเหล่านั้น อาศัยพระศาสดาได้รอดชีวิตแล้วทั้งสิ้น

. ฝ่ายพระศาสดาเสด็จออกจากที่บรรทมอันประเสริฐ

ได้ทรงสดับถ้อยคำของภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์.

เสด็จมายังโรงธรรมสภาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยเรื่องอะไรหนอ.

เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบ


จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น.

แม้ในกาลก่อน พระเทวทัต ก็กระทำความพยายาม เพื่อจะฆ่าชนเป็นอันมาก อาศัยเราผู้เดียว เพราะจิตมีเวรในเรา.

ดังนี้แล้วได้ทรงนิ่งเสีย.


เมื่อภิกษุเหล่านั้นทูลวิงวอน จึงทรงนำอดีตนิทานมาแสดงดังต่อไปนี้.

ยังมีต่อค่ะ






โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:32:56 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )


  สลักธรรม 5


ขอขอบคุณมากเลยครับ
จะได้เล็งเห็นแนวทางที่จะมาปรับชีวิตตน
ให้แกร่งให้มีความอดทนยิ่งๆขึ้นไปครับผม

โดย เทพธรรม [27 พ.ค. 2546 , 23:34:08 น.] ( IP = 203.107.207.54 : : )


  สลักธรรม 6

มีเม็ดทรายนับไม่ถ้วนจำนวนทราย
คนทั้งหลายนับไม่ถ้วนในคุณค่า
เม็ดทรายแกร่งก็เพราะผ่านกาลเวลา
คนมีค่าก็เพราะผ่านความอดทน

โดย มัจจุราช [28 พ.ค. 2546 , 08:13:30 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )


  สลักธรรม 7

ใบไม้หล่นเปรียบได้คล้ายชีวิต
พรหมลิขิตเกณฑ์ชะตาน่าถวิล
เกิดมาแล้วต้องดับทับถมดิน
ชีพชีวินสิ้นสุดหยุดทำงาน

รีบสรรสร้างความดีวันนี้เถิด
ให้ประเสริฐปรีเปรมเกษมศานต์
โลกจะแจ่มเจิดจรัสชัชวาล
เพราะปราการคุณธรรมคอยค้ำใจ

ก่อนร่วงหล่นปนดินลงเป็นซาก
ใบไม้ฝากร่มเงาเราสดใส
เป็นมนุษย์ทั้งทีมีอะไร
ดีฝากไว้ให้สังคมได้ชมเชย

โดย คนตอ [28 พ.ค. 2546 , 08:18:10 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )


  สลักธรรม 8

จปลาคาถา

ทานํ ธนพีชํ เส
สีลํ สุขพีชํ มิธ มนุชานํ
ตสฺมา สุทานทาตา
สิยา สุสิโล สหิทกาโก


ทานังดั่งพืชให้................โภคทรัพย์
ศีลดั่งพืชให้สรรพ...........สุขแผ้ว
ชนใดใคร่ลองลัพธ์..........รมเยศ
พึงปลูกหน่อธรรมแล้ว.....จึ่งรู้รสทำ

โดย กวินทรากร [28 พ.ค. 2546 , 08:20:09 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )


  สลักธรรม 9

โอ้ชีวิต หากคิดไป ให้สงสาร
เมื่อวันวาน ยังเป็นเด็ก ดูสดใส
กรุ่นความหวาน คราแรกรุ่น อุ่นทรวงใน
ไม่ทันไร กลับเปลี่ยนไป ชราพลัน

มองใบไม้ ที่ร่วงหล่น บนพื้นหญ้า
ก่อนนั้นหนา ช่างสดสวย ด้วยสีสัน
ต้นไม้ใหญ่ ได้ร่มเย็น เป็นเพื่อนกัน
คราถึงวัน ต้องปลิดปลิว ลิ่วลอยไป

ดวงตะวัน ใกล้ลาลับ กับขอบฟ้า
ดวงจันทรา เริ่มสว่าง กระจ่างใส
ครั้นรุ่งราง สร่างแสง อโณทัย
ต้องจากไกล ศศิธร จรจำลา

วัฎจักร แห่งโลกเห็น เป็นเช่นนี้
เกิดแตกดับ นั้นย่อมมี ให้ศึกษา
อยู่ที่ใจ ใฝ่เร่งเพียร สร้างปัญญา
เพื่อชีวา ได้หลุดพ้น กงเกวียนกรรม.....ฯ

โดย ราชิกา [28 พ.ค. 2546 , 08:22:24 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )


  สลักธรรม 10

อนิจจังทุกขังอนัตตา
ดุจปัญญาหากรู้เช่นเห็นจัดแจ้ง
จักหลุดพ้นบ่วงกรรมยังเคลือบแคลง
ปัญญาแรงด้วยรู้เช่นเห็นความจริง

โดย ลำน้ำน่าน [28 พ.ค. 2546 , 08:26:03 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org