| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี (๑)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1![]()
พระเทวทัตเรียกผู้เป็นใหญ่ ในบรรดาพวกนายขมังธนูเหล่านั้นมาแล้วกล่าวอย่างนี้ว่า
ท่านผู้มีอายุ พระสมณโคดมประทับอยู่ ณ เขาคิชฌกูฏ เสด็จจงกรมอยู่ในที่พักกลางวันในที่โน้น.
ส่วนท่านจงไปในที่นั้น
ยิงพระสมณโคดมด้วยลูกศรอาบด้วยยาพิษ ให้สิ้นพระชนมชีพแล้ว จงกลับโดยทางชื่อโน้น.
พระเทวทัตนั้น ครั้นส่งนายขมังธนูผู้ใหญ่นั้นไปแล้ว
จึงพักนายขมังธนูไว้ในทางนั้น ๒ คน ด้วยสั่งว่า
จักมีบุรุษคนหนึ่งเดินทางมา โดยทางที่พวกท่านยืนอยู่
พวกท่านจงปลงชีวิตบุรุษนั้นเสีย แล้วกลับมาโดยทางโน้น.
โดยทางที่พวกท่านยืนอยู่ จักมีบุรุษเดินมา ๒ คน ท่านจงปลงชีวิตบุรุษ ๒ คนนั้นเสีย
แล้วกลับมาโดยทางชื่อโน้น.
ในทางนั้น พระเทวทัตวางคนไว้ ๘ คน ด้วยสั่งว่า
โดยทางที่พวกท่านยืนอยู่ จักมีบุรุษ ๔ คนเดินทางมา พวกท่านจงปลงชีวิตบุรุษทั้ง ๔ คนนั้นเสีย.
แล้วกลับโดยทางชื่อโน้น.
ในทางนั้น พระเทวทัตวางบุรุษไว้ ๑๖ คน ด้วยสั่งว่า
โดยทางที่พวกท่านไปยืนอยู่ จักมีบุรุษเดินมา ๘ คน ท่านจงปลงชีวิตบุรุษทั้ง๘ คนนั้นเสีย.
แล้วจงกลับมาโดยทางชื่อโน้น
![]()
ถามว่า ก็เพราะเหตุไรพระเทวทัตจึงทำอย่างนั้น.
แก้ว่า เพราะปกปิดกรรมชั่วของตน.
ได้ยินว่า พระเทวทัตได้ทำดังนั้น เพื่อจะปกปิดกรรมชั่วของตน.
ลำดับนั้น นายขมังธนูผู้ใหญ่ ขัดดาบแล้วทางข้างซ้าย ผูกแล่งและศรไว้ข้างหลัง
จับธนูใหญ่ทำด้วยเขาแกะ ไปยังสำนักพระตถาคตเจ้า จึงยกธนูขึ้นด้วยสัญญาว่า
เราจักยิงดังนี้แล้ว จึงผูกสอดลูกศร ฉุดสายมาเพื่อจะยิง ก็ไม่สามารถจะยิงไปได้.
โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:25:52 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )
สลักธรรม 2พระศาสดา ได้ทรงให้คร่าธนูมาแล้ว หาได้ประทานให้ยิงไปได้ไม่.
นายขมังธนูผู้ใหญ่นั้น เมื่อไม่อาจแม้จะยิงลูกศรไปก็ดี ลดลงก็ดี
ก็ได้เป็นคนลำบากใจ เพราะสีข้างทั้งสองเป็นเหมือนจะหักลง น้ำลายก็ไหลนองออกจากปาก.
ร่างกายทั้งสิ้นเกิดแข็งกระด้าง ได้เป็นเสมือนถึงอาการอันเครื่องยนต์บีบคั้น.
นายขมังธนูนั้นได้เป็นคนอันมรณภัย คุกคามแล้วยืนอยู่.![]()
ลำดับนั้น พระศาสดาทรงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นแล้ว
ทรงเปล่งด้วยเสียงอันไพเราะ ตรัสปลอบนายขมังธนูว่า
พ่อบุรุษผู้โง่เขลา ท่านอย่ากล่าวเลย จงมาที่นี้เถิด.
![]()
ในขณะนั้น นายขมังธนูก็ทิ้งอาวุธเสีย กราบลงด้วยศีรษะ แทบพระบาทพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โทษได้ล่วงข้าพระพุทธเจ้าแล้ว โดยที่เป็นคนเขลา คนหลง คนชั่วบาป.
ข้าพระพุทธเจ้ามิได้รู้จักคุณของพระองค์ จึงได้มาแล้ว.
เพื่อปลงพระชนมชีพของพระองค์ ตามคำเสี้ยมสอนของพระเทวทัตผู้เป็นอันธพาล.
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระองค์จงอดโทษข้าพระพุทธเจ้า.
ข้าแต่พระสุคตขอพระองค์ จงอดโทษข้าพระพุทธเจ้า
ข้าแต่พระองค์ผู้รู้โลก ขอพระองค์จงอดโทษข้าพระพุทธเจ้า.
ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงอดโทษให้ตนแล้ว ก็นั่งลงในที่สุดส่วนข้างหนึ่ง.
ลำดับนั้น พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย ยังนายขมังธนูให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว
ดำรัสสอนว่า ท่านผู้มีอายุ ท่านอย่าเดินทางไปตามทางที่พระเทวทัตชี้ให้
จงไปเสียทางอื่น แล้วส่งนายขมังธนูนั้นไป.
ก็แล้วครั้นส่งนายขมังธนูไปแล้ว พระองค์ก็เสด็จลงจากที่จงกรมไป ประทับอยู่ ณ โคนไม้ต้นหนึ่ง.
โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:26:46 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )
สลักธรรม 3
![]()
ลำดับนั้น เมื่อนายขมังธนูผู้ใหญ่มิได้กลับมา
นายขมังธนูอีก ๒ คนที่คอยอยู่ก็คิดว่า
อย่างไรหนอเขาจึงล่าช้าอยู่ ออกเดินสวนทางไป.
ครั้นเห็นพระทศพล ก็เข้าไปถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่สุดส่วนข้างหนึ่ง.
พระศาสดา ครั้นทรงประกาศพระอริยสัจแก่ชนทั้ง ๒ ยังเขาให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล แล้วดำรัสสอนว่า
ท่านผู้มีอายุ ท่านอย่าเดินไปทางที่พระเทวทัตบอก
จงไปโดยทางนี้ แล้วก็ส่งเขาไป โดยอุบายนี้
เมื่อทรงประกาศพระอริยสัจ ยังนายขมังธนูแม้นอกนี้ ที่มานั่งเฝ้า
ให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว ก็ทรงส่งไปโดยทางอื่น.
![]()
ลำดับนั้น นายขมังธนูผู้ใหญ่นั้น กลับมาถึงก่อนก็เข้าไปหาพระเทวทัตกล่าวว่า
ข้าแต่พระเทวทัตผู้เจริญ ข้าพเจ้าหาได้อาจปลงพระชนมชีพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่
พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ย่อมทรงฤทธิ์อันยิ่งใหญ่ ทรงอานุภาพอันยิ่งใหญ่.
ส่วนบรรดานายขมังธนูเหล่านั้น รำพึงว่า
เราทั้งหมดนั้นอาศัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้รอดชีวิตแล้ว
ก็ออกบรรพชาในสำนักพระศาสดา แล้วทรงบรรลุพระอรหัตทุกท่าน.
โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:31:29 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )
สลักธรรม 4
![]()
เรื่องนี้ได้ปรากฏในภิกษุสงฆ์. ภิกษุทั้งหลาย สนทนากันในโรงธรรมสภาว่า
ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ได้ยินว่าพระเทวทัต ได้กระทำความพยายาม เพื่อจะปลงชีวิตชนเป็นอันมาก
เพราะจิตก่อเวรในพระตถาคตเจ้าพระองค์เดียว.
แต่ชนเหล่านั้น อาศัยพระศาสดาได้รอดชีวิตแล้วทั้งสิ้น
. ฝ่ายพระศาสดาเสด็จออกจากที่บรรทมอันประเสริฐ
ได้ทรงสดับถ้อยคำของภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ด้วยพระโสตธาตุอันเป็นทิพย์.
เสด็จมายังโรงธรรมสภาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้พวกเธอนั่งประชุมกันด้วยเรื่องอะไรหนอ.
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบ
จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น.
แม้ในกาลก่อน พระเทวทัต ก็กระทำความพยายาม เพื่อจะฆ่าชนเป็นอันมาก อาศัยเราผู้เดียว เพราะจิตมีเวรในเรา.
ดังนี้แล้วได้ทรงนิ่งเสีย.
เมื่อภิกษุเหล่านั้นทูลวิงวอน จึงทรงนำอดีตนิทานมาแสดงดังต่อไปนี้.
ยังมีต่อค่ะ![]()
![]()
![]()
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [27 พ.ค. 2546 , 21:32:56 น.] ( IP = 202.183.178.161 : : )
สลักธรรม 5
ขอขอบคุณมากเลยครับ
จะได้เล็งเห็นแนวทางที่จะมาปรับชีวิตตน
ให้แกร่งให้มีความอดทนยิ่งๆขึ้นไปครับผมโดย เทพธรรม [27 พ.ค. 2546 , 23:34:08 น.] ( IP = 203.107.207.54 : : )
สลักธรรม 6มีเม็ดทรายนับไม่ถ้วนจำนวนทราย
คนทั้งหลายนับไม่ถ้วนในคุณค่า
เม็ดทรายแกร่งก็เพราะผ่านกาลเวลา
คนมีค่าก็เพราะผ่านความอดทนโดย มัจจุราช [28 พ.ค. 2546 , 08:13:30 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )
สลักธรรม 7ใบไม้หล่นเปรียบได้คล้ายชีวิต
พรหมลิขิตเกณฑ์ชะตาน่าถวิล
เกิดมาแล้วต้องดับทับถมดิน
ชีพชีวินสิ้นสุดหยุดทำงาน
รีบสรรสร้างความดีวันนี้เถิด
ให้ประเสริฐปรีเปรมเกษมศานต์
โลกจะแจ่มเจิดจรัสชัชวาล
เพราะปราการคุณธรรมคอยค้ำใจ
ก่อนร่วงหล่นปนดินลงเป็นซาก
ใบไม้ฝากร่มเงาเราสดใส
เป็นมนุษย์ทั้งทีมีอะไร
ดีฝากไว้ให้สังคมได้ชมเชยโดย คนตอ [28 พ.ค. 2546 , 08:18:10 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )
สลักธรรม 8จปลาคาถา
ทานํ ธนพีชํ เส
สีลํ สุขพีชํ มิธ มนุชานํ
ตสฺมา สุทานทาตา
สิยา สุสิโล สหิทกาโก
ทานังดั่งพืชให้................โภคทรัพย์
ศีลดั่งพืชให้สรรพ...........สุขแผ้ว
ชนใดใคร่ลองลัพธ์..........รมเยศ
พึงปลูกหน่อธรรมแล้ว.....จึ่งรู้รสทำโดย กวินทรากร [28 พ.ค. 2546 , 08:20:09 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )
สลักธรรม 9โอ้ชีวิต หากคิดไป ให้สงสาร
เมื่อวันวาน ยังเป็นเด็ก ดูสดใส
กรุ่นความหวาน คราแรกรุ่น อุ่นทรวงใน
ไม่ทันไร กลับเปลี่ยนไป ชราพลัน
มองใบไม้ ที่ร่วงหล่น บนพื้นหญ้า
ก่อนนั้นหนา ช่างสดสวย ด้วยสีสัน
ต้นไม้ใหญ่ ได้ร่มเย็น เป็นเพื่อนกัน
คราถึงวัน ต้องปลิดปลิว ลิ่วลอยไป
ดวงตะวัน ใกล้ลาลับ กับขอบฟ้า
ดวงจันทรา เริ่มสว่าง กระจ่างใส
ครั้นรุ่งราง สร่างแสง อโณทัย
ต้องจากไกล ศศิธร จรจำลา
วัฎจักร แห่งโลกเห็น เป็นเช่นนี้
เกิดแตกดับ นั้นย่อมมี ให้ศึกษา
อยู่ที่ใจ ใฝ่เร่งเพียร สร้างปัญญา
เพื่อชีวา ได้หลุดพ้น กงเกวียนกรรม.....ฯ
โดย ราชิกา [28 พ.ค. 2546 , 08:22:24 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : )
สลักธรรม 10อนิจจังทุกขังอนัตตา
ดุจปัญญาหากรู้เช่นเห็นจัดแจ้ง
จักหลุดพ้นบ่วงกรรมยังเคลือบแคลง
ปัญญาแรงด้วยรู้เช่นเห็นความจริง
โดย ลำน้ำน่าน [28 พ.ค. 2546 , 08:26:03 น.] ( IP = 203.107.209.24 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |