| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี (๒)
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1![]()
พระจันทกุมารเสด็จมาถวายบังคมพระราชบิดาแล้ว ก็ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
ลำดับนั้น พระราชาจึงตรัสกะท่านว่า
แน่ะ พ่อได้ยินว่า เจ้าได้ตัดสินความเรื่องหนึ่งหรือ?
พระจันทกุมารทูลว่า ข้าแต่สมมติเทพ ข้าพระบาทได้ตัดสินเรื่องหนึ่ง พระเจ้าข้า
พระราชาตรัสว่า ถ้ากระนั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เจ้าคนเดียวจงยังการตัดสินอรรถคดีให้ดำเนินไปเถิด
แล้วทรงประทานหน้าที่วินิจฉัยอรรถคดีแก่พระกุมาร
ผลประโยชน์ของกัณฑหาลพราหมณ์ ย่อมขาดไป
เขาก็ผูกอาฆาตประพฤติเป็นผู้เพ่งโทษ จะจับผิดในพระจันทกุมาร ตั้งแต่นั้นมา
ส่วนพระราชานั้นเป็นผู้มีปัญญาอ่อน
วันหนึ่งเวลาใกล้รุ่ง ได้ทรงสุบินเห็นปานนี้ว่า ได้ทอดพระเนตรเห็นดาวดึงส์พิภพ
มีซุ้มประตูอันประดับแล้ว มีกำแพงแล้วไปด้วยแก้ว ๗ ประการ
มีวิถีอันแล้วไปด้วย ทรายทอง กว้างประมาณ ๖๐ โยชน์
ประดับไปด้วยเวชยันตปราสาทสูงพันโยชน์ เป็นที่รื่นรมย์ไปด้วยสวนมีนันทวันเป็นต้น
ประกอบด้วยสระโบกขรณี อันน่ายินดี มีนันทโบกขรณีเป็นต้น มีหมู่เทพเกลื่อนกล่น
นางเทพอัสปร เป็นอันมากก็ฟ้อนรำขับร้อง และประโคมดนตรี
ในเวชยันตปราสาท ในดาวดึงส์พิภพนั้น
พระราชาได้ทรงเห็นดังนั้น ครั้นทรงตื่นบรรทม ใคร่จะเสด็จไปสู่พิภพนั้น
จึงทรงดำริว่า พรุ่งนี้ในเวลาที่อาจารย์กัณฑหาละมาเฝ้า
เราจะถามถึงหนทางอันเป็นที่ไปยังเทวโลกแล้ว
เราจักไปสู่เทวโลกโดยทางที่อาจารย์บอกให้นั้น
พระราชานั้นก็เสด็จสรงสนานแต่เช้าตรู่ ทรงนุ่งห่มภูษา เสวยโภชนาหาร อันมีรสเลิศต่างๆ
ทรงไล้ทาเครื่องหอมแล้วเสด็จประทับนั่ง
ส่วนกัณฑหาลพราหมณ์ อาบน้ำแต่เช้าตรู่ นุ่งผ้า บริโภคอาหาร
ไล้ทาเครื่องหอมแล้ว ไปยังที่บำรุงพระราชา เข้าไปยังพระราชนิเวศน์
แล้วทูลถามถึง พระสำราญในที่พระบรรทม
ลำดับนั้น พระราชาประทานอาสนะแก่กัณฑหาลพราหมณ์นั่นแล้ว จึงทรงถามปัญหา
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:03:35 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 2![]()
พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้น จึงตรัสคาถาว่า
พระราชาพระนามว่า เอกราช เป็นผู้มีกรรมอันหยาบช้า อยู่ในพระนคร ปุปผวดี
ท้าวเธอตรัสถามกัณฑหาลปุโรหิต ผู้เป็นเผ่าพันธุ์พราหมณ์ เป็นผู้หลงว่า
ดูก่อนพราหมณ์ ท่านเป็นผู้ฉลาดในธรรมวินัย ขอจงบอกทางสวรรค์แก่เรา
เหมือนอย่างนรชนทำบุญแล้ว ไปจากภพนี้สู่สุคติภพ ฉะนั้นเถิด
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ราชาสิ ความว่า ท่านเป็นพระราชา
บทว่า ลุทฺทกกมฺโม ได้แก่ ท่านเป็นผู้มีกรรมอันหยาบช้าทารุณ
บทว่า สคฺคานมคฺคํ ความว่า ทางแห่งสวรรค์
บทว่า ธมฺมวินยกุสโล ความว่า ด้วยบทว่า ยถา นี้
ท่านถามว่า เหมือนอย่างว่าคนทั้งหลาย ทำบุญแล้วจากโลกนี้ไปสุคติ ด้วยประการใด
ขอท่านจงบอกทางแห่งสุคติแก่ข้าพเจ้า โดยประการนั้น
ก็ปัญหานี้ ท่านควรจะถามกะพระสัพพัญพุทธเจ้า หรือกะพระโพธิสัตว์
เพราะไม่เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า หรือพระสาวก
ส่วนพระราชาทรงถามกะกัณฑหาลพราหมณ์ ผู้ไม่รู้อะไรๆ เหมือนบุรุษผู้หลงทาง ๗ วัน
พึงถามกะบุรุษคนอื่นผู้หลงทาง มาประมาณกึ่งเดือน
กัณฑหาลพราหมณ์คิดว่า เวลานี้เป็นเวลาที่จะได้เห็นหลังปัจจามิตรของเรา
บัดนี้เราจักกระทำพระจันทกุมารให้ถึงสิ้นชีวิตแล้ว จักทำมโนรถของเราให้สำเร็จบริบูรณ์
ครั้งนั้นกัณฑหาลพราหมณ์ ครั้นกราบทูลพระราชาแล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ
คนทั้งหลายให้ทานอันล่วงล้ำทาน ฆ่าแล้วซึ่งบุคคลอันไม่พึงฆ่า
ชื่อว่าทำบุญแล้ว ย่อมไปสู่สุคติ ด้วยประการฉะนี้
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:04:07 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 3![]()
ความแห่งคำในคาถานั้นมีดังนี้ว่า ดูก่อนมหาราช
ชื่อว่า บุคคลผู้ไปสวรรค์ ย่อมให้ทานล่วงล้ำทาน ย่อมฆ่าบุคคลอันไม่ควรฆ่า
ถ้าท่านปรารถนาจะไปสุคติไซร้ แม้ท่านก็จงทำอย่างนั้นนั่นแล
ลำดับนั้น พระราชา จึงตรัสถามถึง อรรถแห่งปัญหากะกัณฑหาลพราหมณ์ นั้นว่า
ก็ทานอันล่วงล้ำทานนั้นคืออะไร ใครเป็นบุคคลอันไม่พึงฆ่าในโลกนี้
ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่เรา เราจักบูชายัญ เราจะให้ทาน
กัณฑหาลพราหมณ์ ทูลแก้ปัญหาแก่พระราชานั้นว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ
ยัญพึงบูชาด้วยพระราชบุตรทั้งหลาย
ด้วยพระมเหสีทั้งหลาย ด้วยชาวนิคมทั้งหลาย
ด้วยโคอุสภราชทั้งหลาย ด้วยม้าอาชาไนยทั้งหลาย อย่างละ ๔
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพยัญพึงบูชาด้วยหมวด ๔ แห่งสัตว์ทั้งปวง
กัณฑหาลพราหมณ์นั้น เมื่อจะถวายพยากรณ์แก่พระราชานั้น
ถูกพระราชานั้นทรงถามถึงทางไปสู่สวรรค์ แต่กลับพยากรณ์ทางไปนรก
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุตฺเตหิ ความว่า
พระราชบุตรเป็นที่รักทั้งหลาย พระธิดาทั้งหลายผู้เกิดแล้วแก่พระองค์ด้วย
บทว่า มเหสีหิ ได้แก่ ด้วยพระชายาทั้งหลาย
บทว่า เนคเมหิ แปลว่า ด้วยเศรษฐีทั้งหลาย
บทว่า อุสเภหิ ความว่า อุสภราชทั้งหลายอันขาวปลอด
บทว่า อาชานีเยหิ ความว่า ด้วยม้าอันเป็นมงคลทั้งหลาย
บทว่า จตูหิ ความว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พึงบูชายัญด้วยหมู่ ๔ แห่ง สัตว์ทั้งปวงอย่างนี้
คือ สัตว์เหล่านี้ และสัตว์เหล่าอื่นทั้งหมด และสัตว์ ๔ เหล่ามีช้างเป็นต้น
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:04:36 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 4![]()
กัณฑหาลพราหมณ์ ให้พระราชาทรงเข้าพระทัยว่า พระราชาทั้งหลาย ผู้ทรงบูชายัญ
เมื่อได้ตัดศีรษะแห่งสัตว์ทั้งหลาย มีพระราชบุตรเป็นต้นเหล่านั้น ด้วยพระขรรค์
ถือเอาโลหิตในลำคอด้วยถาดทองคำ ทิ้งลงไปในหลุมยัญแล้ว
ย่อมเสด็จไปสู่เทวโลก พร้อมทั้งพระสรีระกายนั่นเอง
ข้าแต่มหาราช อันการให้ทาน มีให้ของกิน และเครื่องนุ่งห่มเป็นต้น
แก่สมณพราหมณ์ คนยากไร้ คนเดินทางวณิพกและยาจก
จะได้เป็นอติทาน ทานอันล่วงล้ำทานหามิได้เลย
ส่วนการฆ่าบุคคลที่ไม่ควรฆ่า มีบุตรและธิดาเป็นต้น
แล้วกระทำยัญบูชา ด้วยเลือดในลำคอของคนจำพวกนั้น ชื่อว่าอติทาน
กัณฑหาลพราหมณ์นั้น คิดดังนี้ว่า ถ้าเราจักจับแต่พระจันทกุมารคนเดียว
คนทั้งหลายจักสำคัญ ถึงเหตุเพราะจิตมีเวร
เพราะฉะนั้น เขาจึงรวมพระจันทกุมาร เข้าในระหว่างมหาชน
ฝ่ายชนชาวพระราชวังใน ได้สดับเรื่องที่พระราชาและกัณฑหาละเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้
จึงตกใจกลัว ร้องขึ้นด้วยเสียงอันดังพร้อมเป็นเสียงเดียวกัน
พระศาสดา เมื่อจะประกาศความข้อนั้น จึงตรัสพระคาถาว่า
เสียงกึกก้องน่ากลัว ได้เกิดขึ้นในพระราชวัง
เพราะได้สดับว่า พระกุมาร และพระมเหสีทั้งหลาย จะต้องถูกฆ่า
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตํ ความว่า เพราะได้ฟังว่า
พระราชกุมาร และพระมเหสีทั้งหลาย จะต้องถูกฆ่า
บทว่า เอโก ความว่า ได้มีเสียงกึกก้องเป็นอันเดียวกัน ทั่วพระราชนิเวศน์
บทว่า เภสฺมา แปลว่า น่ากลัว
บทว่า อจฺจุคฺคโต ความว่า ได้เกิดขึ้นอื้ออึง ในกาลนั้น ราชตระกูลทั้งสิ้น ได้เป็นดังป่าไม้รัง
อันลมยุคันตวาตพัดต้อง หักโค่นลงแล้ว
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:05:04 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 5![]()
ฝ่ายพราหมณ์ ทูลถามพระราชาว่า ข้าแต่พระมหาราช
พระองค์อาจเพื่อกระทำยัญบูชานี้ หรือไม่อาจ
ราชาตรัสว่า ดูก่อนอาจารย์ ท่านกลัวอย่างไร เราบูชายัญแล้ว จักไปสู่เทวโลก
กัณฑหาลพราหมณ์ ทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า
บุรุษทั้งหลายเกิดมาเป็นคนขลาด มีอัธยาศัยอ่อนกำลัง
ไม่ชื่อว่าเป็นผู้สามารถเพื่อจะบูชายัญได้
ขอพระองค์จงให้ประชุมสัตว์ มีลมปราณทั้งปวงไว้ในที่นี้
ข้าพระองค์จักกระทำกรรมในหลุมยัญ
ดังนี้แล้วจึงพาพรรคพวก ผู้มีกำลังสามารถของตนอันพอเพียง ออกจากพระนคร
ไปกระทำหลุมยัญให้มี พื้นราบเรียบสม่ำเสมอ แล้วล้อมรั้วไว้
เพราะเหตุไร? เพราะว่า สมณะหรือพราหมณ์ผู้ทรงธรรม พึงมาแล้วห้ามการกระทำยัญนั้น
เพราะเหตุนั้น พราหมณ์ในโบราณกาล จึงบัญญัติตั้งไว้ว่า หลุมยัญต้องล้อมรั้วจึงจะเป็นจารีต
ฝ่ายพระราชา ทรงมีรับสั่งให้เรียกราชบุรุษทั้งหลายมาแล้วสั่งว่า
ดูก่อนพ่อทั้งหลาย เราฆ่าบุตร ธิดาและภรรยาทั้งหลายของเราบูชายัญแล้ว เราจักไปสู่เทวโลก
เจ้าจงไปทูลพระราชบุตร พระราชธิดา และพระมเหสีเหล่านั้น แล้วพามาสู่ที่นี้ทั้งสิ้น
ดังนี้แล้ว เพื่อจะให้ราชบุรุษนำพระราชบุตรทั้งหลายมาก่อน จึงได้ตรัสว่า
พวกเจ้าจงไปทูลพระกุมารทั้งหลาย คือพระจันทกุมาร พระสุริยกุมาร
พระภัททเสนกุมาร พระสูรกุมาร พระรามโคตตกุมารว่า
ขอท่านทั้งหลายจงอยู่เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่ยัญ อันจะพึงบูชา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จนฺทญฺจ สุริยญฺจ ความว่า
พระจันทกุมารและพระสุริยกุมารทั้ง ๒ เป็นพระราชบุตรของพระนางโคตมีเทวี พระอัครมเหสี
พระภัททเสนกุมาร พระสูรกุมาร พระรามโคตตกุมาร
เป็นพระภาดาต่างมารดาของ พระจันทกุมารแลพระสุริยกุมารเหล่านั้น
บทว่า ปสุ กิร โหถ ความว่า ขอท่านจงอยู่เป็นเป็นหมู่เป็นกองในที่เดียวกัน
อธิบายว่า จงอย่ากระจัดกระจายกัน
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:05:57 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 6![]()
ราชบุรุษเหล่านั้นไปยัง สำนักพระจันทกุมารก่อนแล้วทูลว่า
ดูก่อนพ่อกุมาร ดังได้สดับมาว่า
พระราชบิดาของพระองค์ ทรงพระประสงค์จะฆ่าพระองค์แล้ว
เสด็จไปสู่เทวโลก ทรงสั่งพวกข้าพระองค์มาเพื่อคุมพระองค์ไป
พระจันทกุมารตรัสว่า พระราชานั้นใช้ให้ท่านมาจับเราตามคำของใคร?
ราชบุรุษทูลว่า ตามคำของกัณฑหาลพราหมณ์ พระเจ้าข้า
จันทกุมาร ตรัสถามว่า อย่างไรพระองค์ทรงใช้ให้ท่านมาจับเราคนเดียว หรือว่าให้จับคนอื่นด้วย.
ราชบุรุษทูลว่า พระองค์โปรดให้จับผู้อื่นด้วย
ได้ยินว่า พระองค์ทรงใคร่ จะบูชาด้วยหมวด ๔ แห่งสัตว์ทั้งปวง
พระจันทกุมารคิดว่า กัณฑหาลพราหมณ์นี้มิได้จองเวรกับด้วยผู้อื่น
แต่เมื่อไม่ได้กระทำการปล้นทางวินิจฉัยอรรถคดี
ก็จะฆ่าคนเสียเป็นอันมาก เพราะจิตคิดจองเวรในเราแต่ผู้เดียว
เมื่อเราได้ช่องเฝ้าพระราชบิดา ความพ้นภัยของคนทั้งหมดนี้ จักเป็นภาระของเราเป็นแน่
ลำดับนั้น พระจันทกุมารจึงตรัสแก่ราชบุรุษว่า
ถ้าเช่นนั้น ท่านจงทำตามพระราชบัญชาของพระบิดาเถิด
ราชบุรุษเหล่านั้นนำพระจันทกุมารมา ให้ประทับที่พระลานหลวง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง
นำพระราชกุมารอื่นอีก ๓ พระองค์มาประทับใกล้ๆ กันแล้ว ก็ทูลแด่พระราชาว่า
ข้าแต่พระสมมติเทพ ข้าพระองค์ได้นำพระราชโอรสทั้งหลายของพระองค์มาแล้ว
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:11:50 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 7![]()
พระราชานั้น ได้ทรงสดับคำของราชบุรุษเหล่านั้นแล้วตรัสว่า
ดูก่อนพ่อทั้งหลาย บัดนี้เจ้าจงไป นำพระราชธิดาทั้งหลายของเรามาแล้ว จึงให้ประทับในที่ใกล้แห่งพระภาดาของเธอ
เพื่อจะให้เขานำพระราชธิดาทั้ง ๔ มา จึงตรัสพระคาถานอกนี้ว่า
เจ้าทั้งหลายจงไปทูลพระกุมารีทั้งหลาย คือพระอุปเสนากุมารี พระโกกิลากุมารี พระมุทิตากุมารี และพระนันทากุมารีว่า
ขอท่านหลายจงอยู่เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ.
ราชบุรุษเหล่านั้นไปสู่ สำนักพระราชธิดาทั้งหลายด้วยคิดว่า เราจักกระทำด้วยอาการอย่างนี้
ดังนี้แล้วนำพระธิดาเหล่านั้น ผู้กำลังทรงกรรแสงคร่ำครวญ ให้มาประทับในที่ใกล้พระภาดา
จากนั้นพระราชา เมื่อจะให้ราชบุรุษไปคุมพระมเหสีทั้งหลายของพระองค์มา จึงตรัสพระคาถานอกนี้ว่า
อนึ่ง เจ้าทั้งหลายจงไปทูลพระนางวิชยา พระนางเอราวดี พระนางเกศินีและพระนางสุนันทา
ผู้เป็นมเหสีของเรา ผู้สมบูรณ์ด้วยพระลักษณะอันประเสริฐว่า
ขอท่านทั้งหลายจงอยู่เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ลกฺขณวรูปปนฺนา ความว่า
ท่านทั้งหลาย จงทูลพระมเหสีแม้เหล่านี้ ผู้เลอโฉม ผู้สมบูรณ์ด้วยลักษณะแห่งสัตว์ อันอุดม ๖๔ ประการ.
ราชบุรุษเหล่านั้น ก็นำพระนางทั้ง ๔ อันกำลังปริเทวนาการคร่ำครวญอยู่ แม้เหล่านั้นมา ให้ประทับอยู่ในที่ใกล้พระกุมาร
ลำดับนั้นพระราชา เมื่อจะทรงให้ราชบุรุษนำเศรษฐีทั้ง ๔ มา ตรัสพระคาถานอกนี้ว่า
เจ้าทั้งหลายจงไปบอกคฤหบดีทั้งหลายคือ ปุณณมุขคฤหบดี ภัททิยคฤหบดี สิงคาลคฤหบดี และวัฑฒคฤหบดีว่า
ขอท่านทั้งหลายจงอยู่เป็นหมู่กัน เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญ
ยังมีต่อค่ะ
![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [29 พ.ค. 2546 , 11:12:19 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
สลักธรรม 8
![]()
ขอบคุณและอนุโมทนามากค่ะ อ่านแล้วก็นึกถึงคำว่า ปัญญา และการคบคนพาลพาลพาไม่หาผิดค่ะ เร่งรีบศึกษาธรรมกันเถอะค่ะจะได้ไดม่หลงทางเชานเดียวกับพระราชา สนุกดีค่ะและจะอ่านต่อในตอนต่อไปค่ะ
โดย เล็ก [29 พ.ค. 2546 , 14:00:45 น.] ( IP = 203.144.174.37 : : )
สลักธรรม 9สาธุ..สาธุ...สาธุ....ขอบพระคุณค่ะน้องแก้ว.... โดย น้องกิ๊ฟ [29 พ.ค. 2546 , 20:09:34 น.] ( IP = 202.183.178.202 : : )
สลักธรรม 10ขอบพระคุณค่ะน้องแก้ว อาจจะขาดหายไปบ้างนะคะแต่ก็พยายามกลับมาติดตามสิ่งที่ค่าค่ะ
โดย น้องอุ๊ [29 พ.ค. 2546 , 21:25:26 น.] ( IP = 202.57.182.115 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |