| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระจันทกุมารทรงบำเพ็ญขันติบารมี (๔)
สลักธรรม 1![]()
เพราะเหตุนั้น พระจันทกุมาร เมื่อจะยังพระราชบิดาให้ทรงทราบจึงทูลว่า
ขอเดชะ เหตุไรในกาลก่อน พระองค์จึงรับสั่งให้ พราหมณ์กล่าวคำเป็นสวัสดีแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย
มาบัดนี้จะรับสั่งให้ฆ่า ข้าพระองค์ทั้งหลาย เพื่อต้องการบูชายัญ โดยหาเหตุมิได้เลย.
ข้าแต่พระบิดา เมื่อก่อนในเวลาที่ข้าพระองค์ยังเป็นเด็ก พระองค์มิได้ทรงฆ่า และมิได้ทรงสั่งให้ฆ่า
บัดนี้ ข้าพระองค์ทั้งหลายถึงความเจริญวัย เป็นหนุ่มแน่นแล้ว มิได้คิดประทุษร้ายพระองค์เลย
เพราะเหตุไร จึงรับสั่งให้ฆ่าเสีย.
ข้าแต่พระมหาราชา ขอพระองค์จงทอดพระเนตรข้าพระองค์ทั้งหลาย
ผู้ขึ้นคอช้าง ขี่หลังม้า ผูกสอดเครื่องรบ ในเวลาที่รบมาแล้ว หรือเมื่อกำลังรบ.
ก็บุตรทั้งหลายเช่นดัง ข้าพระองค์ทั้งหลาย ย่อมไม่ควรจะฆ่า เพื่อประโยชน์แก่การบูชายัญเลย.
ข้าแต่พระราชบิดา เมื่อเมืองชายแดน หรือเมื่อพวกโจรในดงกำเริบ เขาใช้คนเช่นดังข้าพระองค์ทั้งหลาย.
แต่ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกฆ่าให้ตายโดยมิใช่เหตุ ในมิใช่ที่.
ขอเดชะ แม่นกเหล่าไรๆ เมื่อทำรังแล้วย่อมอยู่ ลูกทั้งหลายเป็นที่รักของแม่นกเหล่านั้น.
ส่วนพระองค์ได้ตรัสสั่งให้ฆ่า ข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะเหตุไร.
ขอเดชะ อย่าได้ทรงเชื่อกัณฑหาลปุโรหิต.
กัณฑหาลปุโรหิตไม่พึงฆ่าพระองค์เพราะว่า เขาฆ่าข้าพระองค์แล้วก็จะพึงฆ่าแม้พระองค์ ในลำดับต่อไป.
ข้าแต่พระมหาราชา พระราชาทั้งหลาย ย่อมพระราชทานบ้านอันประเสริฐ
นิคมอันประเสริฐ. แม้โภคะแก่พราหมณ์นั้น.
อนึ่ง พวกพราหมณ์ แม้ได้ข้าวน้ำอันเลิสในตระกูล บริโภคในตระกูล
ยังปรารถนาจะประทุษร้าย ต่อผู้ให้ข้าวน้ำเช่นนั้นอีก เพราะพวกพราหมณ์เหล่านั้น โดยมากเป็นคนอกตัญญู.
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 20:53:40 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 2
![]()
ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย.
โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของกัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า.
ถึงแม้ว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะเลี้ยงช้างและม้าให้เขา.
ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย.
โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของกัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า
ถึงแม้ว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลช้างให้เขา.
ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย.
โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของกัณฑหาลปุโรหิตเถิด พระเจ้าข้า
ถึงแม้ว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกจองจำด้วยโซ่ใหญ่ ก็จะขนมูลม้าให้เขา.
ขอเดชะ อย่าได้ทรงฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเสียเลย.
โปรดพระราชทานข้าพระองค์ทั้งหลาย ให้เป็นทาสของกัณฑหาลปุโรหิต
ตามที่พระองค์มีพระราชประสงค์เถิด พระเจ้าข้า.
ถึงแม้ว่า ข้าพระองค์ทั้งหลายจะถูกขับไล่จากแว่นแคว้น ก็จักเที่ยวภิกขาจารเลี้ยงชีวิต.
![]()
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปุพฺเพ ความว่า
ข้าแต่พระบิดา ถ้าข้าพระองค์เป็นบุตรอันพระองค์พึงฆ่าไซร้ เมื่อเป็นเช่นนี้เพราะเหตุไรเล่า.
ในกาลก่อน คือในกาลที่ข้าพระองค์เกิดแล้ว ชนผู้เป็นญาติของข้าพระองค์ทั้งหลาย
จึงได้ให้พราหมณ์ทั้งหลายกล่าวคำเป็นสวัสดีมงคล.
ได้สดับมาว่า ในกาลนั้น กัณฑหาลพราหมณ์เองด้วย ตรวจตราลักษณะทั้งหลายของข้าพระองค์แล้ว
ได้ทำนายว่า ภัยอันมาในระหว่างใดๆ จักไม่มีแก่พระราชกุมารองค์นี้.
ในกาลเป็นที่สุดของพระองค์ พระราชกุมารองค์นี้จักยังรัฐให้เป็นไป.
คำหลังของกัณฑหาลพราหมณ์ฟังไม่สมกับคำต้นดังนี้.
พราหมณ์คนนี้ ย่อมเป็นคนกล่าวเท็จ.
แต่บัดนี้พระองค์ทรงถือเอาคำของกัณฑหาลพราหมณ์
จักฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลายเพื่อบูชายัญ โดยหาเหตุอันควรมิได้เลย
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 20:54:12 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 3![]()
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ขอพระองค์อย่าฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลาย
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมนรชน ขอพระองค์จงกำหนดให้จงดีว่า
กัณฑหาลพราหมณ์คนนี้แล เป็นผู้ปรารถนาจะฆ่าชนหมู่ใหญ่ เพราะความเป็นเวรในข้าพระองค์คนเดียว.
บทว่า ปุพฺเพวโน ความว่า ข้าแต่พระมหาราชา ถ้าแม้พระองค์ทรงใคร่จะฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะเหตุไร.
ในกาลก่อน คือในกาลที่ข้าพระองค์ทั้งหลายยังเยาว์วัย
พระองค์จึงมิได้ฆ่าเอง หรือให้ผู้อื่นฆ่าซึ่งข้าพระองค์ทั้งหลาย.
แต่มาบัดนี้ ข้าพระองค์ทั้งหลายรุ่นขึ้นเป็นหนุ่มตั้งอยู่ในปฐมวัย
เจริญพร้อมด้วยบุตรและธิดาทั้งหลาย.
เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าพระองค์เกิดมามิได้คิดปองร้ายต่อพระองค์เลย.
พระองค์จักฆ่าข้าพระองค์ทั้งหลาย เพราะเหตุไรเล่า.
![]()
บทว่า ปสฺส โน ความว่า ขอพระองค์จงพิจารณาดู ซึ่งข้าพระองค์ผู้พี่น้องชายทั้ง ๔ คน
. บทว่า ยุชฺฌมาเน ความว่า ในการที่ศัตรูทั้งหลายล้อมพระนครแล้วตั้งอยู่.
ขอพระองค์จงทอดพระเนตรดู ซึ่งพระราชบุตรทั้งหลายเช่นข้าพระองค์
รบอยู่ด้วยข้าศึกเหล่านั้น ก็พระราชาทั้งหลายอันไร้พระราชบุตร ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีที่พึ่ง.
บทว่า มาทิสา ความว่า พระราชบุตรทั้งหลายอันกล้าหาญ มีกำลัง จึงไม่เป็นบุคคลที่ควรฆ่าเพื่อบูชายัญ.
บทว่า นิโยชนฺติ ความว่า ท่านย่อมใช้เพื่อประโยชน์อันจับกุมปัจจามิตรทั้งหลาย.
บทว่า อถ โน แก้เป็น อถ อมฺเห .
บทว่า อกรณสฺมา ความว่า เพราะเหตุอันไม่สมควร.
บทว่า อภูมิยํ ความว่า ในโอกาสอันไม่สมควรเลย.
อธิบายว่า เพราะเหตุไร พ่อ พวกเราจึงถูกฆ่า.
บทว่า มา ตสฺส สทฺทเหสิ ความว่า ดูก่อนมหาราช กัณฑหาลพราหมณ์มิได้ฆ่าเรา
ท่านอย่าเชื่อกัณฑหาลพราหมณ์แม้นั้น.
บทว่า โภคํ ปิสฺส ความว่า พระราชาทั้งหลายไม่ให้แม้โภคะแก่พราหมณ์นั้น.
บทว่า อถคฺคปิณฺฑิกาปิ ความว่า ก็พราหมณ์เหล่านั้น เมื่อได้ซึ่งน้ำอันเลิศ ก้อนข้าวอันเลิศ
จึงชื่อว่า ได้ก้อนข้าวอันเลิศ.
บทว่า เตสํปิ ความว่า พวกเขาบริโภคในตระกูลของคนเหล่าใด
พวกเขาอยากจะทำร้าย แม้คนผู้ให้ซึ่งก้อนข้าว เห็นปานนี้แม้เหล่านั้น.
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 20:55:32 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 4![]()
พระราชา ครั้นทรงสดับคำพร่ำกล่าวของกุมารนั้น จึงตรัสว่า
เจ้าทั้งหลายพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ย่อมก่อทุกข์ให้เกิดแก่เรานักแล.
จงปล่อยกุมารทั้งหลายไป ณ บัดนี้. เราขอเลิกเอาบุตรบูชายัญ.
พระราชา ครั้นทรงกล่าวคาถานี้แล้ว ก็โปรดให้ปล่อยกุมารทั้งหลาย แม้อีก
กัณฑหาลพราหมณ์มาแล้ว กล่าวอีกว่า
ข้าพระองค์ได้ทูลไว้แล้วก่อนเทียว การบูชายัญนี้ ทำได้ยาก ให้ยินดีได้แสนยาก.
บัดนี้ พระองค์ทรงกระทำยัญที่ข้าพระองค์เตรียมไว้แล้ว ให้กระจัดกระจาย.
เพราะเหตุไร ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี และชนเหล่าใดให้ผู้อื่นบูชายัญก็ดี.
อนึ่ง ชนเหล่าใดอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ ของบุคคลผู้บูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่สุคติ.
ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว ก็ให้จับพระราชกุมารเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง.
![]()
ลำดับนั้น พระกุมารเพื่อต้องการจะกล่าวไป ตามกระแสความของกัณฑหาลพราหมณ์ จึงทูลว่า
ข้าแต่พระราชา ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้ไปสู่เทวโลก ดังที่เล่ากันมาไซร้.
พราหมณ์จงบูชายัญก่อน พระองค์จักทรงบูชาในภายหลัง.
ถ้าชนทั้งหลายบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลาย จุติจากโลกนี้แล้วย่อมไปสู่เทวโลก ดังที่เล่ากันมาไซร้.
กัณฑหาลพราหมณ์ผู้นี้แล จงบูชายัญด้วยบุตรทั้งหลายของตน.
ถ้ากัณฑหาลพราหมณ์รู้อยู่อย่างนี้ เหตุไรจึงไม่ฆ่าบุตรทั้งหลาย
ไม่ฆ่าคนที่เป็นญาติทุกคนและตนเองเล่า.
ชนเหล่าใดบูชายัญเองก็ดี และชนเหล่าใดให้ผู้อื่นบูชายัญก็ดี.
อนึ่ง ชนเหล่าใดอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ ของบุคคลผู้บูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นย่อมไปสู่นรกทั้งหมด.
![]()
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พฺราหฺมโณ ตาว ความว่า จงบูชากัณฑหาลพราหมณ์ก่อน.
บทว่า สเกหิ ความว่า แปลว่า จงบูชาด้วยบุตรทั้งหลายของตน.
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 20:55:55 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 5![]()
ลำดับนั้น พระจันทกุมาร เมื่อจะแสดงจึงได้ทูลอย่างนี้ว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ เมื่อกัณฑหาลพราหมณ์นั้นบูชายัญอย่างนี้ แล้วไปสู่เทวโลก.
พระองค์จึงจักทรงบูชายัญภายหลัง แม้โภชนะมีรสอร่อย พระองค์จะเสวย ต่อเมื่อคนอื่นได้ลองชิมแล้ว
ก็นี่ความตายของบุตรทีเดียว.
เหตุไร พระองค์จึงไม่โปรดให้คนอื่น ทดลองก่อนแล้วจึงทรงกระทำ.
บทว่า เอวํ ชานํ ความว่า เมื่อรู้อย่างนี้ว่า คนทั้งหลายฆ่าบุตรและธิดา แล้วไปสู่เทวโลก.
เพราะเหตุไร กัณฑหาลพราหมณ์จึงไม่ฆ่า บุตรทั้งหลาย และพวกญาติของตน และตนเองเล่า.
ถ้าบุคคลใดรู้คุณแห่งการบูชายัญอย่างนี้ว่า ถ้าฆ่าผู้อื่นแล้วย่อมไปสู่เทวโลก
ถ้าฆ่าตนเองแล้วจะได้ไปถึงพรหมโลกดังนี้ไซร้.
ก็ไม่พึงฆ่าคนอื่น พึงฆ่าตนเองนั้นแล.
แต่กัณฑหาลพราหมณ์คนนี้ ไม่กระทำอย่างนั้น กลับจะยังพระองค์ให้ฆ่าข้าพระองค์.
ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ขอพระองค์จงทรงทราบซึ่งความกระทำของกัณฑหาลพราหมณ์
แม้ด้วยเหตุนี้ว่า เมื่อไม่ได้เพื่อจะกระทำการปล้นลูกความในการวินิจฉัย เขาจึงกระทำดังนี้.
บทว่า เอทิสํ ได้แก่ ยัญที่ฆ่าบุตรเห็นปานนี้.
![]()
พระราชกุมาร เมื่อทูลความมีประมาณเท่านี้ ก็ไม่อาจจะกระทำให้พระราชบิดาทรงถือเอาถ้อยคำของพระองค์.
จึงทรงปรารภราชบริษัทที่ห้อมล้อมพระราชาอยู่นั้น ตรัสว่า
ได้ยินว่า พ่อเจ้าเรือนและแม่เจ้าเรือนทั้งหลายผู้รักบุตร ซึ่งมีอยู่ในพระนครนี้.
ไฉนจึงไม่ทูลพระราชา อย่าให้ทรงฆ่าพระราชบุตรอันเกิดแต่พระอุระ.
เราปรารถนาประโยชน์แก่พระราชาด้วย ทำประโยชน์แก่ชาวชนบททั้งปวงด้วย.
ใครๆ จะมีความแค้นเคืองกับเรา ไม่พึงมี. ชาวชนบทไม่ช่วยกราบทูลให้ทรงทราบเลย.
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 20:56:26 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 6![]()
บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยบทว่า ปุตฺตกามาโย ท่านกล่าวหมายเอา แม่เจ้าเรือนเท่านั้น.
อนึ่ง พ่อเจ้าเรือนก็ชื่อว่า เป็นผู้ปรารถนาบุตร.
บทว่า น อุปวทนฺติ ความว่า ไม่เข้าไปกล่าวโทษ คือไม่ว่ากล่าว.
บทว่า อตฺรชํ แปลว่า เกิดด้วยตน. แม้เมื่อท่านกล่าวอย่างนี้
ใครๆ ชื่อว่าเป็นผู้สามารถเพื่อจะทูลกับพระราชา ไม่ได้มีเลย.
บทว่า น โกจิ อสฺส ปฏิฆํ มยา ความว่า ใครๆ แม้เพียงคนเดียว ชื่อว่า กระทำความแค้นเคืองกับเราว่า
พระราชกุมารองค์นี้รับสินบนของเรา หรือว่าก่อทุกข์ชื่อนี้ให้แก่เรา
เพราะความเมาด้วยความเป็นใหญ่ ดังนี้มิได้มีเลย.
บทว่า ชนปโท น ปเวเทติ ความว่า ชาวชนบท ไม่ช่วยกันประกาศ
คือกราบทูลให้พระราชาทรงทราบว่า เราเป็นผู้ปรารถนาประโยชน์ของพระราชา
และของชาวชนบท ด้วยประการฉะนี้.
ทำไม ชาวชนบทนี้จึงไม่กราบทูลพระราชบิดาของเราว่า
พระราชบุตรของพระองค์ เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยคุณธรรม.
![]()
แม้เมื่อพระจันทกุมารตรัสอย่างนี้แล้ว ใครๆ มิได้พูดอะไรเลย.
เพราะเหตุนั้น พระกุมารเมื่อจะส่งพระชายาของพระองค์ ๗๐๐ นาง ให้ไปเพื่อวิงวอนจึงตรัสว่า
ดูก่อนแม่เจ้าเรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงไปกราบทูลพระราชบิดา
และวิงวอน กัณฑหาลพราหมณ์ว่า ขอจงอย่าฆ่าพระราชกุมารทั้งหลาย
ผู้ไม่คิดประทุษร้าย ผู้องอาจดังราชสีห์.
ดูก่อนแม่เจ้าเรือนทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงไปกราบทูลพระราชบิดา
และวิงวอน กัณฑหาลพราหมณ์ว่า ขอจงอย่าฆ่าพระราชกุมารทั้งหลาย
ผู้เป็นที่เพ่งที่หวังของโลกทั้งปวง.
แม่เจ้าเรือนเหล่านั้น ไปกราบทูลวิงวอนแล้ว.
พระราชาไม่ทอดพระเนตรดูเลย.
เพราะฉะนั้น พระราชกุมารไร้ที่พึ่งแล้ว จึงพร่ำเพ้อกล่าวคาถาว่า
ไฉนหนอ เราพึงเกิดในตระกูลนายช่างรถ ในตระกูลปุกุสะ
หรือพึงเกิดในหมู่พ่อค้า พระราชาก็ไม่พึงรับสั่งให้ฆ่า ในการบูชายัญวันนี้.
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 20:57:02 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 7ครั้นกล่าวดังนี้ พระกุมาร เมื่อจะส่งพระชายาทั้งหลายไปอีกครั้งหนึ่งจึงตรัสว่า
เจ้าผู้มีความคิดแม้ทั้งปวง จงไปหมอบลงแทบเท้าของผู้เป็นเจ้ากัณฑหาละ เรียนว่า เรามิได้เห็นโทษเลย.
ดูก่อนแม่เจ้าเรือนแม้ทั้งปวง เจ้าจงไปหมอบลงแทบเท้าของผู้เป็นเจ้ากัณฑหาละ เรียนว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าเราทั้งหลายได้ประทุษร้ายอะไรในท่าน ขอท่านจงอดโทษเถิด.
ลำดับนั้น พระกนิษฐภคินีของพระจันทกุมารทรงนามว่า เสลากุมารี
เมื่อไม่อาจอดกลั้นความโศกเศร้า ก็กราบลงแทบบาทมูลของพระราชบิดา แล้วคร่ำครวญ.
พระศาสดา เมื่อทรงประกาศความข้อนั้นจึงตรัสว่า
พระเสลาราชกุมารีผู้ควรการุญ ทรงเห็นพระภาดาทั้งหลาย อันเขานำมาเพื่อบูชายัญ
ทรงคร่ำครวญว่า ดังได้สดับมา พระราชบิดาของเรา ทรงปรารถนาสวรรค์ รับสั่งให้ตั้งยัญขึ้น.
พระองค์จักฆ่าพี่ชายเหล่านี้ แล้วไปสวรรค์หรือ? พระราชา ไม่ทรงยึดถือถ้อยคำแม้ของนาง.
ลำดับนั้น โอรสของพระจันทกุมาร ทรงนามว่า วสุละ.
ครั้นเห็นพระบิดาได้รับทุกข์ คิดว่า เราจักเข้าไปทูลวิงวอนพระอัยกา ให้ประทานชีวิตแก่บิดาของเรา.
ดังนี้แล้ว หมอบลงแทบบาทมูลแห่งพระราชา แล้วคร่ำครวญ.
พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้นจึงตรัสว่า
พระวสุลราชนัดดา กลิ้งไปกลิ้งมาเบื้องพระพักตร์พระราชากราบทูลว่า
ขอเดชะ ข้าพระบาทยังเป็นเด็กไม่ถึงความเป็นหนุ่ม.
ขอพระองค์ได้ทรงโปรด อย่าได้ฆ่าพระบิดาของข้าพระองค์เลย.
ยังมีต่อค่ะ![]()
โดย น้องแก้วค่ะ [2 มิ.ย. 2546 , 21:03:59 น.] ( IP = 169.210.15.174 : : )
สลักธรรม 8ขออนุโมทนาด้วยค่ะ น้องแก้ว
เรื่องขันตินี้ ...เป็นคำสั่งที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ทำค่ะ
จะพยายามนะคะโดย น้องอุ๊ [3 มิ.ย. 2546 , 12:26:56 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 9
ขอบพระคุณมากค่ะน้องแก้ว
โดย น้องกิ๊ฟ [3 มิ.ย. 2546 , 13:10:09 น.] ( IP = 169.210.10.208 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |