| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๚ ๛วิปัสสนา..คืออะไรแน่ ๛๚
สลักธรรม 1วิปัสสนา คืออะไร ?
เราก็มาเพียรในการเข้าใจก่อนที่จะทำวิปัสสนาว่า..
คำว่าวิปัสสนาคืออะไร
วิปัสสนา เป็นชื่อ ของปัญญา
มีปัญญา ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า วิปัสสนา
ปัญญามีชื่อเรียกมากทีเดียว มีชื่อต่าง ๆกัน
แต่ว่า ปัญญา ที่ชื่อวิปัสสนา ปัญญานี้รู้อะไร?
ปัญญาวิปัสสนารู้ว่า นามรูปนี้ไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร เป็นอนัตตา
ไม่มีตัวตน รู้อย่างนี้แหละเรียกว่า วิปัสสนาค่ะ
ท่านจะต้องเข้าใจหลักความรู้ของวิปัสสนาเสียก่อน
ถ้าปัญญาวิปัสสนาเกิดแล้ว
ก็แปลว่าต้องรู้ว่า รูปนาม ไม่เที่ยง
หรือรูปนามเป็นทุกข์
หรือรูปนามไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน
ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสารอะไร
อย่างนี้อันใดอันหนึ่งก็ได้
ที่รู้อย่างนี้นี่แหละ เรียกว่า วิปัสสนา
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 09:23:50 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 2ขอให้จำไว้ด้วยนะคะว่า
๛...ต้องมีนามรูปรองรับ...๛
ต้องนามรูปไม่เที่ยงมารับรองนะคะ
ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าอะไรไม่เที่ยง
เราจะเข้าไปทำวิปัสสนา เพื่อจะรู้ว่านามรูปนี้ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ไม่ใช่ตัวตนใช่ไหมคะ
ดังนั้นหลักที่จะเข้ามาทำวิปัสสนา
เพื่อจะรู้อย่างนี้ แล้ว เราจะดูอะไรอย่างอื่นเล่าคะ
ถึงจะเห็นนามรูปไม่เที่ยง
เราก็ต้องดูนามรูป เราจึงจะเห็นนามรูปไม่เที่ยง
เพราะฉะนั้นผู้ทำวิปัสสนานี้
จะต้องมี นามรูปรับรองความรู้อยู่เรื่อย
ถ้าคราวไหนไม่มีนาม ไม่มีรูปรับรองแล้ว
ก็แปลว่า.. รู้แล้วก็รู้นิ่งไป
ถึงแม้นิ่งไปไม่ฟุ้งก็ตาม แต่ว่าใช้ไม่ได้
ความรู้สึกเช่นนั้นใช้ไม่ได้นะคะ
จะต้องมี นาม มี รูป อยู่เสมอ
เหมือนกับคนไปเรียนหนังสือ
เด็กไปเรียนหนังสือเข้าโรงเรียนใหม่ ๆ
ต้องมี ก. ไก่ ข. ไข่ ต้องมีตัวหนังสืออยู่เรื่อย
ต้องอ่านหนังสือ ต้องมีตัวหนังสือรับรองอยู่เรื่อย
ไม่งั้นก็อ่านหนังสือไม่ออก
ถ้าไปโรงเรียนแต่ไม่ดูหนังสือ
ก็จะอ่านหนังสือไม่ออกใช่ไหมคะ
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 09:33:22 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 3นามรูปเฉพาะผู้ปฏิบัติใหม่ ก่อนที่จะดูนามรูป
ก็จะต้องรู้จักนามรูปเสียก่อน
มิฉะนั้นแล้วดูนามก็ไม่รู้ว่าดูอะไร
เพราะจะต้องให้ท่านที่มาปฏิบัติวิปัสสนานี้
เข้า ไปพิจารณานามรูป
ทีนี้ก็จะต้องรู้เสียก่อนว่า..
ดูนามน่ะ ดูอะไร
ดูรูปน่ะ ดูอะไร
จะต้องเรียนนามรูปเสียก่อนให้เข้าใจ
รูปนามมีมากมายเหลือเกิน
แต่เราก็จะเอาให้ง่ายที่สุด
สำหรับปัญญาของเรา
เพราะว่ายุคสมัยที่ล่วงผ่านมาจนถึงวันนี้แล้ว
พวกเราๆนี่ปัญญาน้อยแล้ว
เพราะอะไรละคะ..
ก็เพราะว่าเราถึงได้ล่าช้ามาอยู่จนป่านนี้
ต้องมาทรมานทนทุกข์
ประเดี๋ยวเจ็บ ประเดี๋ยวไข้
ประเดี๋ยวร้องไห้เสียใจ
พบกับสิ่งที่พอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง
สิ่งที่พอใจพลัดพรากไปบ้าง
นี่เราจะต้องพบอยู่เรื่อย
ความทุกข์นี่มีอยู่รอบตัวเราเลย
เราจะต้องพบ
นี่อันนี้ถึงได้บอกว่า เวลาที่เรามาอบรม
มาพิจารณานามรูปเวลานี้น่ะ
เรายังไม่รู้ว่า นามรูปมันดีหรือไม่ดี
ยังไม่รู้ต้องรู้เสียก่อน
เวลาไปพิจารณาจึงจะรู้ความจริงของนามรูปโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 09:41:34 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 4ทีนี้นามรูปที่เราจะต้องเรียน
สำหรับคนปัญญาน้อยนี่
เราก็เรียนแต่พอที่จะเอามาใช้งาน
ที่ยังไม่ใช้งานเวลานี้ ยังไม่ต้องเรียน
เพียงนำเอานามรูปไปพิจารณา
จนกระทั่งได้ความจริงด้วยการพิจารณา
คือด้วยความรู้สึกไม่ใช่ด้วยการคิดนึก
ด้วยการตรอง ด้วยการวิจารณ์ ไม่ได้ทั้งนั้น
นามรูปมีอะไรบ้างละคะ
ที่จริงถ้าเราจะสอนที่ถูกแล้ว
ก็ควรจะสอนอารมณ์ทั้ง ๖ เสียก่อน
แต่เกรงว่าจะต้องร่ายยาวเกินไป
เพราะฉะนั้น เวลาที่จะอบรมให้เข้าใจอารมณ์
ตามทวารทั้ง ๖ ที่เราใช้งานอยู่
ก็กลัวจะไม่พอทีจะอธิบายในกระทู้นะคะ
แต่ที่ถูกแล้วควรจะบอก
บอกแล้วเวลาทำงานก็ทำเฉพาะอิริยาบถ ๔ ก่อน
คือแรกๆลงมือกำหนดก็ไม่ต้องคอยดูมาก
ให้ดูแต่น้อย ๆหน่อย
จนกระทั่งคล้ายๆกับจิตที่อบรมเชื่องแล้ว
ดูได้สะดวกแล้ว
แล้วก็อารมณ์ทั้ง ๖ นั้นมันก็จะรู้ขึ้นมาเอง
เหมือนกัน แต่ว่ายังไงก็ตาม
อย่าลืมนะคะว่า..
จะต้องมีนามรูปเป็นพื้นฐาน
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 09:50:29 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 5จะต้องมีนามรูปเป็นพื้นฐาน
ไม่ว่าเวลาเห็น เวลาได้ยิน เช่น
เวลาเห็น ..ที่เห็น เป็นนาม..สิ่งที่ถูกเห็น เป็นรูป
เวลาได้ยิน..ที่ได้ยิน เป็นนาม..เสียงที่พูด เป็นรูป
เวลาได้กลิ่น ..ที่รู้กลิ่น เป็นนาม..กลิ่นหอม, เหม็น เป็นรูป
เวลาลิ้มรส..ที่รู้รส เป็นนาม..รสที่ถูกรู้ว่าเปรี้ยว หวาน เป็นรูป
เวลาถูกต้อง ..ที่รู้สึกถูกต้อง เป็นนาม..เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เป็นรูป
เวลานั่ง นอน ยืน เดิน...ที่รู้ว่า นั่ง นอน ยืน เดิน เป็นนาม...อิริยาบท นั่ง นอน ยืน เดิน เป็นรูป
นามรูปทั้งหลาย
จึงมีอยู่ที่ตัวเราในขณะรับอารมณ์
ตามทวารทั้ง ๖ นั่นเองคะโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 09:59:22 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 6ดังนั้น..ดูนามรูปให้รู้จากตัวเรา
ถ้าไม่ได้เรียนอารมณ์ของวิปัสสนาแล้ว
เราจะไม่รู้ตัวเรา
เห็นอะไรก็ไม่รู้ ได้ยินอะไรก็ไม่รู้
แล้วโดยมากการศึกษาเล่าเรียนในชีวิตของเรา
ที่เราเป็นอยู่นี่เราไม่ได้รู้เรื่องของเราเลย
รู้แต่เรื่องคนอื่นทั้งนั้น เรื่องคนโน้น
เรื่องคนนี้ เรื่องพระอาทิตย์ พระจันทร์
แทนที่จะรู้อยู่ที่ตัว เรากลับรู้ไปจนถึงโลกพระจันทร์
เดี๋ยวนี้เขาจะไปรู้โลกพระอังคารอีกแล้ว
มันรู้ยาวออกไปอย่างนี้
กิเลสมันก็ยืดยาวออกไปด้วย
นามรูปที่ตัวเองนี่ไม่รู้หรอก
![]()
แต่ว่าวิธีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่
ไม่ต้องไปรู้คนอื่น รู้ตัวของตัวเสียก่อน
แล้วก็คนอื่นกับตัวเราน่ะมันเหมือนกัน
มันไม่ผิดกันหรอก มันอย่างเดียวกันนั่นแหละ
แต่รู้คนอื่นน่ะไม่แน่ เช่น
อย่างเวลานี้จิตใจเขาเป็นอย่างไร
จะรู้เขาได้อย่างไม่รู้
แต่เวลานี้จิตใจเราเป็นอย่างไร
จะรู้เขาได้อย่างไรไม่รู้
แต่เวลานี้จิตใจเราเห็นอย่างไร ประกอบด้วยอะไรเรารู้ได้ ประกอบด้วยความไม่พอใจ หรือประกอบด้วยความพอใจ เวทนาเราเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เวลานี้
นี่เรารู้เรารู้ของเราก่อน เพราะว่าร่างกายเรานี้ก็เป็นโลกโลกหนึ่ง
โลกนี้ไม่ใช่ว่าหมายถึง ฟ้า ดิน อะไร ไม่ใช่อย่างนั้น นี่พอเรารู้ของเราอย่างนี้แล้วคนอื่นก็เหมือนกัน
เช่น อย่างพอเรารู้ของเราอย่างนี้แล้ว
คนอื่นก็เหมือนกัน
เช่น อย่างพอความโกรธเกิดขึ้นแก่จิตใจของเรา
มีลักษณะอย่างไร
ความโกรธของคนอื่นก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปรู้ของใคร เพราะฉะนั้น การแสดงออกมาภายนอก ทางกายก็ดี วาจาก็ดี กิริยาอาการที่แสดงออกมาให้เราเห็น เราก็รู้แล้วว่า ออกมาจากจิตใจ กิริยาอย่างนี้ออกมาจากจิตอะไร พอใจหรือไม่พอใจ มันจะบอกทีเดียว เพราะฉะนั้น มันก็เป็นโลกชนิดหนึ่งโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 10:11:25 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 7
สำหรับวันนี้
คงพอสมควรแล้วนะคะ
ขอเพียงตั้งใจทำความเข้าใจไปทีละนิด
แต่ต้องเข้าใจจริงๆรับรองได้ว่า
ท่านจะได้ประโยชน์มากมายจริงๆคะ
ไว้พบกันต่อไปในวันพรุ่งนี้นะคะ
ขอความเจริญความผาสุก
อันจะเกิดขึ้นจากปัญญาบารมี
จงประสบแด่ท่านทุกคนนะคะ
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [4 มิ.ย. 2546 , 10:18:03 น.] ( IP = 203.107.205.52 : : )
สลักธรรม 8กราบขอบพระคุณอาจารย์อย่างยิ่งค่ะ อ่านแล้วได้ทบทวนถึงการปฏิบัติ การอธิบายชัดเจนและเข้าใจมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะการเปรียบวิปัสนาเสมือนกับการอ่านหนังสือ ซึ่งเวลาอ่านก็จะต้องมีตัวหนังสือรับรองอยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกับการปฏิบัติ บทความนี้มีประโยชน์มากมายจริงๆค่ะ กราบขอบพระคุณถึงความเมตตาของท่านอีกครั้งนะคะ
โดย ปริญดา [4 มิ.ย. 2546 , 10:52:20 น.] ( IP = 203.146.171.165 : : )
สลักธรรม 9
.กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะ
นอกจากเป็นประโยชน์ตนแล้ว
ยังได้ข้อมูลนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
ในวิชา "ธรรมมานามัย". ..ด้วยค่ะ
.ขออนุญาตด้วยนะคะขอบพระคุณมากๆ ค่ะ
![]()
โดย วยุรี [4 มิ.ย. 2546 , 11:17:15 น.] ( IP = 203.113.38.6 : : )
สลักธรรม 10
ขอบพระคุณท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ
เพราะเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์
และผู้ที่ต้องการพ้นทุกข์นั้นจะต้องทราบเส้นทางดำเนินชีวิต ...จังหวะและลีลาชีวิต ...เพื่อที่จะเข้าถึงความเป็นจริงของชีวิตอย่างถูกต้อง
.....การเริ่มต้นจึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ
ของเริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิด ก็จะทำให้เกิดความเคยชินไปผิดๆจนยากจะแก้ไข และเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ ทั้งยังไม่พบความสำเร็จอย่างใดแม้เพียงเล็กน้อย ...แล้วก็อาจจะเกิดความเบื่อหน่ายคลายจากความเพียรไปง่ายๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ชีวิตต้องเสียโอกาสดีที่สุดไปอย่างน่าเสียดาย
...อ่านแล้วก็ได้ทบทวนความรู้ความเข้าใจของตนเองค่ะ..และจะนำไปใช้ปรับปรุงแก้ไขความเคยชินของตนที่มักจะมองออกไปที่ผู้อื่นเสมอๆ...
โดย น้องกิ๊ฟ [4 มิ.ย. 2546 , 12:11:57 น.] ( IP = 203.113.67.36 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |