| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
๚ ๛วิปัสสนา..คืออะไรแน่ ๛๚ 2.
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1วิธีการปฏิบัติของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ท่านนั้น
ไม่ต้องไปรู้คนอื่น... รู้ตัวของตัวเสียก่อน
เพราะถ้ารู้ตัวเราแล้วคนอื่นๆเหมือนกัน
มันไม่ผิดกันเลย
มันอย่างเดียวกันโดยสภาพธรรมนั้นๆ
แต่รู้คนอื่นน่ะไม่แน่นอนเสมอไป
เช่นอย่างเวลานี้จิตใจเขาเป็นอย่างไร
จะรู้เขาได้อย่างไรเราก็ไม่มีทางรู้
...แต่เวลานี้จิตใจเราเป็นอย่างไร
การเห็นนั้นเราเห็นได้อย่างไร
ประกอบด้วยอะไรเรารู้ได้
ประกอบด้วยความไม่พอใจ
หรือประกอบด้วยความพอใจ
เวทนาเราเป็นสุขหรือเป็นทุกข์เวลานี้
เรารู้ของเราก่อนและเข้าใจถึงเหตุได้
เพราะว่าร่างกายเรานี้ก็เป็นโลกโลกหนึ่ง
ซึ่งมีแต่ความพินาศไปสิ้น
พอเรารู้ของเราอย่างนี้แล้วคนอื่นก็เหมือนกัน
เช่น พอความโกรธเกิดขึ้นแก่จิตใจของเรา
มีลักษณะอย่างไร ความโกรธของคนอื่นก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปรู้ของใคร
เพราะฉะนั้น การแสดงออกมาภายนอก
ทางกายก็ดี วาจาก็ดี
กิริยาอาการที่แสดงออกมาให้เราเห็น
เราก็รู้แล้วว่า ออกมาจากจิตใจ
กิริยาอย่างนี้ออกมาจากจิตอะไร
พอใจหรือไม่พอใจ มันจะบอกได้ทีเดียว
เพราะฉะนั้น มันก็เป็นโลกชนิดหนึ่งนั่นเองนะคะโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 06:02:20 น.] ( IP = 203.107.207.75 : : )
สลักธรรม 2ในการกำหนดดูรูป
..การพิจารณาให้ดูรูปนามเฉพาะอิริยาบถ ๔
คือ นั่ง นอน ยืน เดิน
ที่รู้ว่านั่ง รู้ว่านอน รู้ว่ายืน รู้ว่าเดิน เป็นนาม
แต่ไม่ต้องไปกำหนดนาม
สำหรับผู้หัดปฏิบัติใหม่ให้ท่าน กำหนดรูปก่อน
เพราะตัวนามนั้น มันเป็นตัวดูรูปอยู่แล้ว ไม่ต้องไปกำหนดนามที่รู้
เช่น อย่างเวลาที่นั่งก็มี รูปนั่ง อันหนึ่ง
และมี รู้ว่านั่ง อีกอันหนึ่ง
เรา รู้ว่ารูปนั่ง เท่านั้นก็พอแล้ว
ในการที่เรามากำหนดรูปนามนั้น
ก็เท่ากับมาศึกษาชีวิตนั่นเอง
เพื่อจะได้เข้าไปเห็นการทำงานของชีวิตนั้น
ไม่ใช่ทำด้วยกาย แต่ทำด้วยใจ
ไม่ใช่เอากายไปเที่ยวทำงานต่างๆ
ต้องทำงานทางใจ
ใจทำงานตอนไหน?
![]()
ตอนที่ทำความรู้สึกลงไปในอารมณ์นั่นเอง
เป็นการงานของใจคะ
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 06:15:00 น.] ( IP = 203.107.207.75 : : )
สลักธรรม 3เวลาดูต้องรู้ว่า ดูอะไรที่เป็นอยู่ในขณะนั้น
ไม่ใช่สร้างขึ้นมา
ข้อสำคัญ เวลาที่เราดูจะต้องรู้ว่า ดูอะไร
เวลานี้เราทำอะไรอยู่ เวลานี้เราดูอะไรอยู่
แล้วเราจึงจะได้ความจริงจากที่พิจารณา
คือว่า ไม่ใช่เราไปสอน หรือเราไปสร้างอะไรขึ้นมา
ในความจริงของรูปนามเป็นอยู่อย่างไรก็รู้ตามนั้น
เช่น อุปมาว่าเรามีเพื่อนฝูงซึ่งเพิ่งคบกันใหม่ ๆ
รู้จักกันใหม่ ๆ ไม่รู้ว่านิสัยใจคอเขา
ว่าเป็นอย่างไร ยังไม่รู้ ต้องคบกันไปนาน ๆ
ทีแรกเราก็คิดว่าเป็นคนดี
พอคบกันไปนานๆ จึงรู้ว่านิสัยคบไม่ได้
เป็นคนโมโหง่าย เป็นคนเห็นแก่ตัว
อะไรทำนองนี้ละคะ
อย่างนี้ เราจะต้องตามดูเราจึงจะรู้ความจริง
อันนั้น ไม่ใช่ว่าเราไปสร้างขึ้นมา
เขามีอยู่แล้ว ไม่มีหน้าที่จะไปแก้ไขอะไร
มีหน้าที่ดูเท่านั้น
แต่ถ้าดูไม่ถูก ก็ไม่เห็นเหมือนกันนะค่ะความจริงที่เรายังไม่รู้นะคะโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 06:24:02 น.] ( IP = 203.107.207.75 : : )
สลักธรรม 4เราเรียนรูป ๔ อย่างมา นั่ง นอน ยืน เดิน
เราก็ไปดูรูปนั่ง รูปนอน รูปเดิน รูปยืน
ดู หรือ พิจารณา หรือ เรียกว่า กำหนด ก็ได้
ดูด้วยใจไม่ได้ดูด้วยตา
เพราะการนั่งนั้นไม่ได้เห็นด้วยตา
ต้องเห็นด้วยใจ
เวลาที่เราดูนั้น..เราต้องทำความรู้สึกว่า
เวลานี้เราดูอะไร คือ ต้องทำความรู้สึกตัวว่า
เราดูอะไร
เพราะ เวลาเรามองออกไปนั้น
มันต้องมีวัตถุอย่างหนึ่ง
เราจึงจะต้องรู้สึกว่าจะดูอะไร
เปรียบว่าเหมือนการดูเหมือนคนเดินมา
ถ้าอยากจะรู้ว่า คนเดินมา นั่นเป็นใคร
คือว่าเรามีวัตถุที่เราจะดู แต่ถ้าดูโดยไม่ตั้งใจ
ก็จะรู้เห็นเหมือนกัน เราก็เห็นแต่เห็นอะไรไม่รู้
เพราะเราไม่ตั้งใจจะดู
เมื่อไม่รู้ว่าดูอะไรเราไม่ได้พิจารณา
ก็เลยไม่ได้ความจริง ที่เราเห็น
นั้นมันอะไรก็ไม่รู้
อย่างนี้แหละค่ะเวลานั่ง ท่านก็พิจารณารูปนั่ง
คือว่า ดูรูปนั่ง แต่ต้องทำความรู้สึกว่า
เวลานี้ ดูรูปนั่งด้วยทุกครั้งนะคะ
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 06:35:13 น.] ( IP = 203.107.207.75 : : )
สลักธรรม 5ที่สำคัญอีกอย่างนั้นก็ได้แก่
อารมณ์ปัจจุบัน
ต้องให้ได้อารมณ์ปัจจุบัน คือ
ต้องจับอารมณ์ "รูปนั่ง" ที่กำลังปรากฏเฉพาะหน้า โดยที่อารมณ์นั้นเกิดขึ้นเอง
ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความปรารถนาของผู้ปฏิบัติ
อย่าบังคับจิต ให้ติดอยู่ในอารมณ์
ด้วยความปรารถนา
เพราะจะเป็นไปตามอำนาจของตัณหา
ซึ่งเป็นตัวกิเลส
มีหน้าที่เพียงแต่สำรวม ไว้
อย่างให้จิตนี้ออกไปจากอารมณ์ คือ ท่าที่นั่ง
ถ้าจิตออกไปแล้ว ดูไปมันก็ไม่เห็น
เหมือนกับเราอ่านหนังสือมันฟุ้งซ่าน
บางทีจิตก็ส่ายไปทางโน้น วิ่งไปทางนี้
เรียนหนังสือไม่รู้เรื่องรำคาญ
มันต้องที่เงียบสงัดเป็นต้น
เราก็จะต้องสำรวมในร่างกายของเรา
ในจิตของเรา ด้วยว่า
สิ่งใดที่ไม่จำเป็นแล้ว..อย่าปล่อยให้จิต
ของเราตกไป อย่างให้มันไป
เราต้องคอยคุมไม่ให้มันไถลไป
ถ้ามันไปมันก็เที่ยวได้เพลิน
จะดูมันก็ไม่เห็น และปัญญาก็เกิดไม่ได้
ต้องจำกัดอารมณ์คือ.. ต้องมีปัจจุบันดูรูปนั่ง
เวลานั่งดูรูปนั่งนั่นเองค่ะโดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 06:43:42 น.] ( IP = 203.107.207.75 : : )
สลักธรรม 6วันนี้ก็ได้นำท่านมาสู่การกำหนด
หรือการดูรูปดูนามแล้ว
และเสนอในสิ่งสำคัญมากๆต่อการปฎิบัติ
วิปัสสนา โดยที่เราท่านทั้งหลายจะต้องทราบถึงวิธีการอันแยบคายเช่นนี้นะคะ
คงไม่พาท่านไปในเนื้อหาสาระมากไปกว่านี้คะ
เพราะต้องการให้ท่านมีเวลาอ่านทบทวนหลายๆรอบจนเกิดความเข้าใจจะดีกว่านะคะ
เพราะคุณภาพย่อมดีกว่าปริมาณเสมอ
พบกันใหม่ในคราวหน้าตอนที่ 3 นะคะ
![]()
ขออำนาจคุณพระรัตนตรัย
จงคุ้มครองให้ท่านทั้งหลายปลอดภัย
และสร้างสมบารมีธรรม
ได้ดังปรารถนาทั่วกันทุกคนนะคะ
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 06:53:56 น.] ( IP = 203.107.207.75 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ และวันนี้ยิ่งเห็นขั้นตอนที่ชัดยิ่งขึ้นจริงๆ จริงๆนะคะหากผู้ปฏิบัติใหม่ๆได้เริ่มต้นด้วยการเข้าใจเช่นนี้ จะเพิ่มพลังใจ หรือเรียกว่าศรัทธาที่พร้อมจะให้ปฏิบัติตามได้โดยไม่เคลือบกับความสงสัย เรื่องของการทำความรู้สึก ที่อาจารย์เน้นมาโดยตลอดทำให้เห็นความแตกต่างจากความคิดได้ชัดเจนค่ะ ขอเป็นนักเรียนใหม่ด้วยนะคะอาจารย์บุษกร
โดย น้องอุ๊ [5 มิ.ย. 2546 , 11:56:03 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )
สลักธรรม 8เข้ามาอ่านต่อค่ะ
กราบขอบพระคุณ อาจารย์บุษกรมากค่ะ
.
นับเป็นคำเตือนที่ดีที่กล่าวว่า..
ยิ่งรู้ยาวออกไป..
กิเลสมันก็ยิ่งยืดยาวออกไปด้วย
. ทำให้เห็นความสำคัญของปัจจุบันอารมณ์ที่กำหนด
อ่านแล้วมีประโยชน์อย่างมากๆ
เป็นการตรวจสอบการปฏิบัติของตนเองได้เป็นอย่างดี
กราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ .
โดย วยุรี [5 มิ.ย. 2546 , 12:42:29 น.] ( IP = 203.113.39.12 : : )
สลักธรรม 9หมายเดินทางอย่างถูกต้องในคลองสุข
เพื่อละทุกข์ที่ติดตามมาถามหา
เพื่อละเหตุแห่งทุกข์รุกชีวา
หมายค้นหาทางเจริญดำเนินตน
เพียรศึกษาบทธรรมที่พร่ำชี้
เพียรท่องจำบาลีทุกแห่งหน
เพียรกำหนดหลักจำไว้เตือนตน
เพียรคิดค้นตีความนิยามธรรม
มิอาจพบความหมายในชีวิต
ซ้ำยึดติดบัญญัติอย่างลึกล้ำ
ใจซัดซ่ายยืดยาวสาวความจำ
บัญญัติธรรมตรึงตรามาเนิ่นนาน
ได้มาพบครูธรรมที่ล้ำเลิศ
ใจประเสริฐ....สอนธรรมะละสังสาร
มอบความรู้ให้ไว้เป็นสะพาน
แล้วสอนให้เดินผ่านบนความจริง
ปริยัติรู้เป็นรากเพื่อถากริด
ปรับชีวิตทิฏฐิตรงคงรู้ยิ่ง
ว่าชีวิตคืออะไรในความจริง
รูปนามคือสองสิ่งที่มีมา
สอนให้รู้ดูเป็นเห็นรอยต่อ
สอนกำหนดละเอียดลออในปัญหา
สอนให้รู้อิริยาบถของกายา
สอนให้ละอวิชชาที่ปัจจุบัน
ค่อยค่อยมอบทางจริงสิ่งพ้นทุกข์
หมายปลอบปลุกให้กล้าก้าวไปสู่ฝัน
ค่อยค่อยสอนให้รู้ปัจจุบัน
คุณภาพย่อมเฉิดฉันท์กว่าปริมาณ
กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง
เพราะวิปัสสนาเป็นเรื่องของปัญญาที่พาพ้นทุกข์
การสอนให้รู้จักวิปัสสนาอย่างถูกต้องและแท้จริงนั้น เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การเคารพอย่างยิ่ง
เพราะทำให้ชีวิตของผู้ศึกษาเรียนรู้สามารถพาตนไปพ้นทุกข์ได้จริง
และขอกราบขอบพระคุณในการให้ด้านปริยัติไว้ที่นี้ด้วยค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [5 มิ.ย. 2546 , 19:18:06 น.] ( IP = 202.129.12.58 : : )
สลักธรรม 10
![]()
ได้มาอ่านกลอนธรรมที่ล้ำเลิศ
แสนประเสริฐน้ำคำพร่ำเฉลย
งามจากใจใคร่ประสงค์จำนงเคย
ปริยัติปฏิบัติเอ่ยคุ้นเคยธรรม
กตัญญูรู้คุณเป็นบุญหนัก
บุญจะล้อมพิทักษ์และรักษา
ดังดวงแก้วโอบกั้นกันชีวา
บุญจะพาพ้นภัยในวังวน
สิ่งใดที่ให้ครูเชิดชูจิต
จงคุ้มครองให้ศิษย์สุขหรรษา
เจริญมรรคเจริญผลพ้นโลกา
พระนิพพานที่ล้ำค่าพบพาเทอญ
ขอบคุณมากนะคะน้องกิ้ฟ
และทุกๆท่านด้วยค่ะ
![]()
โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [5 มิ.ย. 2546 , 23:44:23 น.] ( IP = 203.107.212.233 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |