มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระอานนท์หลังพุทธปรินิพพาน-๓





[font size=3 , font color=0099ff] บุคคลหว่านพืชชนิดใด เขาย่อมได้ทานผลของพืชชนิดนั้น/font]

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์พืชชนิดเดียวกัน หากหว่านลงในที่ดินต่างที่กัน เมล็ดพันธุ์อันเดียวกันนั้นย่อมให้ผลที่ต่างกัน เมล็ดพันธุ์ในดินที่อุดมสมบูรณ์กว่าย่อมให้ผลรวดเร็วกว่าและให้มากมายกว่า เมล็ดพันธุ์ในดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์ย่อมให้ผลช้าและน้อย
สมเด็จพระบรมศาสดาเคยตรัสบอกเอาไว้ว่า ภิกษุเป็นเนื้อนาบุญของโลก นั่นย่อมเท่ากับว่า ไม่มีที่แห่งใดในโลก ที่จะเหมาะสมในการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งบุญลงในที่นาแห่งนี้ การที่บุคคลกระทำบุญอันมีทานเป็นต้นลงในพระภิกษุทั้งหลาย ย่อมได้รับผลอันรวดเร็วและให้ผลอันไพบูลย์แก่บุคคลผู้นั้น พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบให้เห็นดังนี้


การให้ทานในบุคคลธรรมดาประมาณ๑๐๐ ยังมีผลน้อยกว่าทานที่ให้ในบุคคลผู้มีศีลคนเดียว
การให้ทานในบุคคลผู้มีศีลประมาณ๑๐๐ ยังมีผลน้อยกว่าทานที่ให้แก่พระโสดาบันท่านเดียว


ผลของทานที่ให้ในพระโสดาบันนั้น ก็มากมายสุดที่จะพรรณาได้หมดแล้ว จะกล่าวไปใยกับทานที่ได้ให้แก่พระอรหันต์ทั้งหลายนั้น ย่อมให้ผลเป็นอเนกอนันต์และไพบูลย์ไปจนตลอดชั่วอายุกัปป์ทีเดียว ผลของการให้ทานนั้นย่อมทำให้บังเกิดโภคสมบัติ เมื่อมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ ก็ได้เกิดอยู่ในตระกูลที่มีความมั่งคั่งพรั่งพร้อมไปด้วยโภคทรัพย์และบริวารรับใช้ ดังนั้นเขาจึงมีชีวิตที่สะดวกสบาย โดยไม่ต้องตรากตรำลำบากในการแสวงหาทรัพย์เลย
แต่ความ อนิจจัง เป็นสัจจะในโลกเสมอ แม้ว่าผลบุญที่ได้รับนั้นจะมีมากมายสักปานใดก็ตาม ก็ย่อมมีหมดไปในที่สุด มนุษย์ผู้ใดที่ฉลาด เมื่อได้รับโอกาสอันดีเช่นนี้แล้ว เขาย่อมสั่งสมบุญที่ยิ่งกว่า เลิศกว่า นั่นคือการพ้นไปจาก วัฏสงสาร อันเป็นการข้ามพ้นไปจากห้วงทุกข์และความเศร้าโศกทั้งมวล

โดย น้ำใส [17 มิ.ย. 2546 , 15:39:23 น.] ( IP = 202.133.131.245 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สมัยหนึ่งพระอานนท์เถระตามเสด็จพระบรมศาสดาขึ้นบนเขาแห่งหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงหยุดอยู่บนเชิงผาแห่งเขาลูกนั้น เบื้องหน้ามองออกไปเป็นห้วงทะเล มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ พระพุทธองค์ทรงตรัสถามพระอานนท์ว่า

พ.ดูก่อนอานนท์ เธอเห็นห้วงมหาสมุทรนั่นไหม
อ.เห็น พระเจ้าข้า
พ.เธอว่าหยดน้ำในมหาสมุทรจักมีมากมายสักเท่าใด
อ.มีมากมายจนไม่อาจนับได้ พระเจ้าข้า
พ.อานนท์ เธอรู้ไหมว่า ทำให้เรานึกถึงอะไร
อ.หม่อมฉัน ไม่ทราบ พระเจ้าข้า
พ.ทำให้เรานึกถึงน้ำตาของสัตว์โลก


พ.ในห้วงวัฏสงสาร
อันสัตว์โลกต้องเวียนเกิดเวียนตายกัน
ไม่รู้จักจบสิ้นนี้
มวลมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น
ย่อมต้องประสบกับความทุกข์และความเศร้าโศก
มากบ้างน้อยบ้าง
น้ำตาของสัตว์โลก
ที่หลั่งไหลออกมา
ด้วยความคับแค้นใจบ้าง
ด้วยความรันทดโศกเศร้าบ้าง
ด้วยต้องทนทรมานด้วยโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายบ้าง
ด้วยต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปบ้าง
หยดน้ำตาของสัตว์โลกเหล่านั้น
นำมารวมกันเข้าแล้ว
มีปริมาณมากมายกว่า
น้ำในมหาสมุทรที่เห็นนี้เสียอีก..........




โอ้อนิจจา มนุษย์โดยมากมักตกอยู่ในความลุ่มหลง
ไม่ใช้โอกาสอันดีที่ได้เกิดมาสะดวกสบายกว่านี้
รีบขวนขวายให้พ้นจากวัฏฏะแห่งความโศกเศร้านี้ไปเสีย
กลับใช้โอกาสและเวลาเกือบทั้งหมด
ไปกับการแสวงหาสิ่งบำรุงบำเรอต่างๆ
สนุกสนานเพลิดเพลิน
ไปกับความบันเทิงเริงรมย์ บำเรอกาย บำเรอใจ
เสียเวลาของชีวิตไปกับการแย่งชิง
ประหัตประหารกันเอง
ดังพระนางมาคัณฑิยา
พระมเหสีของพระเจ้าอุเทนราชนี้


โดย น้ำใส [17 มิ.ย. 2546 , 15:41:41 น.] ( IP = 202.133.131.245 : : )


  สลักธรรม 2



ณ.บ้านพราหมณ์หลังหนึ่งภายนอกนครโกสัมพีนี้ ได้มีบุตรสาวอันเลอโฉมงดงามเป็นที่โจกขานไปทั่วทั้งใกล้และไกล ความงามของนางเป็นที่ตราตรึงของบุคคลที่ได้พบเห็นยิ่งนัก จนกระทั่งถ้าบ้านใดมีบุตรคลอดออกมาเป็นหญิง ก็จะอวยพรกันว่า ขอให้เจริญวัยขึ้นมีรูปงามดั่งบุตรสาวของบ้านพราหมณ์ดังกล่าว อันมีนามว่า มาคัณฑิยา
ด้วยความงามของนาง จึงกลายเป็นที่ใฝ่ฝันของบุรุษทั้งหลาย มีตั้งแต่ชายหนุ่มจนกระทั่งชายมีอายุที่ตกพุ่มหม้าย ต่างพากันมาสู่ขอต่อบิดาของนางเพื่อเป็นภรรยา แต่บิดาของนางมิได้ตัดสินใจยกบุตรสาวของตนให้แก่ผู้ใด ด้วยว่ายังไม่เล็งเห็นผู้ใด ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมดังที่กำหนดไว้ในใจนั่นเอง
วันหนึ่งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จผ่านมาทางบ้านพราหมณ์นี้ พราหมณ์ผู้บิดาได้เห็นแล้วก็ชื่นชมในความสง่างามของพระพุทธองค์ รำพึงในใจว่า โอ้หนอ...ตั้งแต่เราเกิดมา ยังมิเคยเห็นผู้ใดที่มีความสง่างามดุจสมณะรูปนี้เลย ดูแล้วบุตรสาวของเราช่างเหมาะสมควรคู่กับสมณะท่านนี้เสียจริงๆ
อย่ากระนั้นเลย เรายกนางให้แก่สมณะท่านนี้เถิด คิดดังนั้นแล้วจึงร้องขึ้นว่า


“หยุดก่อนท่านสมณะ ท่านเหมาะสมกับบุตรสาวของเรายิ่งนัก เชิญท่านหยุดรอ อยู่ที่นี่ก่อนประเดี๋ยวหนึ่ง ข้าพเจ้าจักเข้าเรือนไปแต่งตัวบุตรสาวให้งดงามเสียก่อน แล้วจักมอบนางให้เป็นภรรยาแด่ท่าน ”

ว่าแล้วพราหมณ์ก็เข้าเรือนไปบอกภรรยาให้รีบแต่งตัวบุตรสาวให้งดงามโดยไว ครั้นเสร็จแล้วก็พากันมาที่หน้าเรือน แต่หาได้พบพระพุทธองค์ไม่

โดย น้ำใส [17 มิ.ย. 2546 , 15:44:06 น.] ( IP = 202.133.131.245 : : )


  สลักธรรม 3

พราหมณ์จึงชักชวนให้ออกเดินตามหา แต่ภรรยาพราหมณ์ได้สังเกตเห็นรอยพระบาทที่พระพุทธองค์ทรงประทับทิ้งเอาไว้ จึงกล่าวแก่สามีว่า
“ท่านอย่าตามหาให้เหนื่อยเปล่าเลย เพราะอันธรรมดารอยเท้าของบุคคลที่มีโทสะจะหนักส้น บุคคลที่มีโมหะจะจิกปลาย บุคคลที่มีราคะจะแอ่นกลาง แต่รอยเท้านี้มีความราบเรียบเสมอกันตลอด ตั้งแต่ต้นจรดปลาย ย่อมเป็นรอยเท้าของผู้ที่ปราศจากกิเลสโดยสิ้นเชิง ท่านย่อมไม่มีความปรารถณาในบุตรสาวของเราดอก ”
แต่พราหมณ์สามียังคงดื้อดึง ออกตาม หาจนมาพบพระบรมศาสดาที่โคนไม้แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปถวายบังคมยืนยันจุดประสงค์เดิมที่จะมอบนาง มาคัณฑิยา ให้พระพุทธองค์ แต่พระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ

พ.ดูก่อนพราหมณ์ แม้ว่าบุตรสาวของท่านจะเลอโฉมงดงามก็จริง แต่เราใช่ว่าจะไม่เคยพบเห็นสตรีที่เลอโฉมก็หาไม่ สมัยที่เรายังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะอยู่ เราห้อมล้อมด้วยเหล่านางสนมที่ล้วนแล้วแต่งดงามเลือกเฟ้นมาอย่างดี แต่เราก็เกิดความเบื่อหน่ายในที่สุด เพราะความงามนั้นไม่ยั่งยืน
แท้จริงร่างกายอันมีอาภรณ์ปกปิดนี้ เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูล อันมี น้ำมูก น้ำลาย น้ำปัสสาวะ อุจจาระ เป็นต้น หลั่งไหลออกจากทวารทั้ง ๙ อยู่เสมอๆ อย่าว่าแต่จะสัมผัสบุตรสาวท่านด้วยปลายนิ้วมือเราเลย แม้แต่ปลายเท้า เราก็ไม่อยากจะสัมผัส
ต่อจากนั้นพระพุทธองค์ก็ทรงแสดงธรรมเทศนา แสดงโทษของกาม อานิสงค์ของทาน ศีล ภาวนา และการดำริออกจากกาม เพื่อกล่อมเกลาจิตใจของพราหมณ์ทั้งสองให้อ่อนโยนลงแล้ว จึงแสดงธรรมอันละเอียดลุ่มลึกอันมี อริยสัจจ์สี่ เป็นต้น จนกระทั่งพราหมณ์ทั้งสองบังเกิดความแจ่มแจ้งได้บรรลุ อนาคามีผล และทูลขอบรรพชา ต่อมาก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ .....





โดย น้ำใส [17 มิ.ย. 2546 , 15:45:38 น.] ( IP = 202.133.131.245 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาในจิตอันเป็นประณีตกุศลของคุณน้ำใสค่ะ... ขอบคุณที่นำความงดงามมาฝากพร้อมกับสาระธรรมเสมอ.....ขอบคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 มิ.ย. 2546 , 18:46:10 น.] ( IP = 202.129.12.53 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาค่ะ คุณน้ำใส

โดย ธัญธร [17 มิ.ย. 2546 , 21:16:44 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณคุณน้ำใสค่ะ

โดย เซิ่น [17 มิ.ย. 2546 , 22:46:05 น.] ( IP = 169.210.26.85 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [18 มิ.ย. 2546 , 11:34:11 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.87 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org