มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อุบายกุศลที่พระสารีบุตรให้ละบาปธรรม ๑๔ ประการ




พระสารีบุตรท่านแสดงอุบายอันเป็นเครื่องละธรรมที่ต้องชำระ ๑๔ ประการ
มีดังต่อไปนี้
โกธะ คือความเคียดแค้น เดือดดาล ดุร้าย มีหน้าที่ผูกอาฆาต และทำผลให้ปรากฏคือการประทุษร้าย เช่น การโกรธผู้อื่นเมื่อเขาได้ลาภแต่ตนเองไม่ได้ลาภ

โดย เณรวัส [21 ก.ค. 2546 , 14:52:04 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อุปนาหะ คือการผูกโกรธ ไม่สลัดการจองเวรทิ้งไป โกรธติดต่อกันไปเรื่อย จำฝังใจ เป็นการเกิดต่อจากโกธะ แต่บุคคลบางคน อาจมีแค่โกธะชั่วอึดใจ แต่ไม่มีอุปนาหะก็มีอยู่ แต่โกธะไม่เป็นอย่างนั้น เช่นการโกรธผู้อื่นเมื่อเขาได้ลาภแต่ตนเองไม่ได้ลาภมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไป นึกขึ้นทีไรก็โกรธอย่างไรอย่างนั้น

มักขะ คือการหลบหลู่คุณของผู้มีคุณ ดูถูกดูแคลนในคุณของผู้อื่นที่ทำให้ ทำให้คุณของเขาพินาศไป ทำให้ด้อยลง ไม่กล่าวสรรเสริญแต่ปกปิดคุณของผู้นั้น ตรงข้ามกลับลบหลู่คุณของผู้นั้นเสียอีก เช่น บิดามารดานำอาหารเย็นมาให้ด้วยความรัก แต่บุตรกลับนึกเสียว่า แค่อาหารเย็นมื้อเดียว

ปฬาสะ คือการตีเสมองผู้อื่น หรือนำเอาคุณของตนไปตีเสมอหรือเปรียบเทียบเท่าคุณของผู้อื่น เช่น จะต้องให้ได้ลาภอย่างเขาบ้าง คอยแข่งดี ตีเทียบ

โดย เณรวัส [21 ก.ค. 2546 , 14:55:15 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 2

อิสสา คือการริษยาต่อสมบัติของผู้อื่น หรือทนไม่ได้เมื่อเห็นผู้อื่นมีอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ยินดีในสมบัติของผู้อื่น เกลียดชังไม่อยากเห็นผู้อื่นมี เช่น เกลียดชังในลาภที่ผู้อื่นได้มา ต้องการประทุษร้ายในลาภของผู้อื่นที่ได้มา ทำให้พินาศไป ดังเช่น พระกุลุปกะที่แอบเทอาหารต่างๆในบาตรทิ้งระหว่างทาง เพื่อไม่ให้ภิกษุอาคันตุกะได้บิณฑบาตนี้
มัจเฉระ คือการปกปิดสมบัติของตน กลัวว่าผู้อื่นจะมาร่วมใช้สอยด้วย และรู้สึกแค้นเคืองหากมีใครมาร่วมใช้สอย หรือมีส่วนแบ่ง เช่น เมื่อได้ลาภมาก็ปกปิด ไม่ให้ผู้อื่นรู้ ไม่ต้องการให้ผู้อื่นร่วมใช้สอย หรือ มีส่วนในลาภนั้นๆ
มายา คือการปกปิดบาปที่ตนเองทำไปแล้ว เช่น เมื่อได้ลาภมาแล้ว มีมัจเฉรจิต ก็พาลปกปิดบาปแห่งมัจเฉรจิตด้วยมายานั้นๆ

โดย เณรวัส [21 ก.ค. 2546 , 15:09:27 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 3

สาเถยะ คือการชอบเปิดเผยคุณที่ตนเองไม่มี ไม่ได้กระทำต่อผู้อื่น เช่น โอ้อวดว่า ตนได้ลาภสักการะมา ก็มีใจแบ่งปันให้กับผู้อื่นเสมอ โดยจริงมีมัจเฉรจิตอยู่
ถัมภะ คือความมีจิตใจผยอง เหิมเกริม ทำให้บุคคลไม่มีความเกรงใจในการกระทำต่างๆ ไม่มีความอ่อนโยน เช่น เมื่อได้ลาภมาก็มีจิตผยองเหิมเกริม ไม่มีความอ่อนโยน ไม่ฟังคำตักเตือนอันเป็นขุมทรัพย์
สารัมภะ คือการทำความดีให้เด่นกว่าผู้อื่นโดยตลอด และเป็นการแสดงความดีของตนเหนือผู้อื่น ทำให้ไม่มีความเคารพในผู้อื่น เช่น เมื่อเกิดความผยองในตนแล้ว พอถูกตักเตือนต่างๆนาๆ ก็จะ ไม่พอใจ ข่มผู้อื่น แข่งว่าตนนั้นดีกว่า
มานะ คือความเย่อหยิ่ง ถือว่าเป็นของเรา ตัวเรา ทำให้บุคคลมีแต่ความจองหอง เช่นเมื่อเกิด ถัมภะ และ สารัมภะแล้ว ก็พูดดูถูกบุคคลอื่นว่าเทียบไม่เท่าตน เช่น กระผมศึกษามามากกว่า กระผมทราบดีกว่า

โดย เณรวัส [21 ก.ค. 2546 , 15:10:59 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 4

อติมานะ คือความเย่อหยิ่ง ถือว่าเป็นของเราอย่างจัด ตัวเราอย่างมาก ทำให้บุคคลมีความหยิ่งจองหอง ดูถูกผู้อื่น เช่น ท่านเป็นใคร ท่านศึกษาอะไรมาหรือ ท่านศึกษาไม่เท่ากระผม อย่าได้พึงพูดเลย

มทะ คือความมัวเมา ทำให้บุคคลเกิดความคลั่งใคล้ หลงใหล เช่น เมื่อเกิดมานะ และ อติมานะแล้ว บุคคลนั้นย่อมมัวเมา หลงใหล
ปมาทะ คือ การปล่อยจิตในเบญจกามคุณ โดยที่ปมาทะ จะกระตุ้นให้ปล่อยจิตมากขึ้น และทำให้บุคคลนั้นขาดสติ เช่น เมื่อเกิดมทะแล้ว บุคคลย่อมเผลอสติ

ความก็เป็นดังนี้แล สทา โสตถี


โดย เณรวัส [21 ก.ค. 2546 , 15:13:15 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากๆครับเณรวัส
ดีจริงๆเลยทางออกจากบาปที่นำมาให้นี้นะครับ…

โดย เณรชิต [21 ก.ค. 2546 , 15:57:43 น.] ( IP = 203.107.212.198 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณค่ะเณรวัส ..ดีจังได้อ่านอย่างเต็มชุด..อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [22 ก.ค. 2546 , 00:09:37 น.] ( IP = 169.210.4.194 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณและอนุโมทนาเณรวัสค่ะ

โดย ธัญธร [24 ก.ค. 2546 , 22:09:09 น.] ( IP = 203.113.71.169 : : )


  สลักธรรม 8


ขอบคุณมากค่ะ
ขออนุญาต save ไว้อ่านเตือนใจตนนะคะ

โดย พี่ดา [28 ก.ค. 2546 , 17:29:49 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.121 )


  สลักธรรม 9

'ขออนุญาตนำไปอ้างอิงในบทกวี...
ชีวิตมีกาลเวลาเป็นพาหะในการเดินทาง
มีลมหายใจเป็นเชื้อเพลิง
มีสติเป็นสารถี
บุญคือคุณงามความดีเป็นเสบียง
บาป คืออุปสรรค
น้อยคนนักจักบรรลุจุดหมาย
เพราะปลายทางคือความสงบ
ฤา ท่านกำลังเดินไปทางใด
..,,............................,,..
นตถิ สนติปร สุข
สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี

(ดูอุบายกุศลที่พระสารีบุตรให้ละ" บาปธรรม" ๑๔ ประการ)
ขอบคุณครับ

โดย สุพิชัย พิมพ์ศิริจันทร์ - [3 ม.ค. 2559 , 07:09:42 น.] ( IP = 49.229.6.189 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org