มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สังขาร ..แบ่งอย่างไรแน่?คะ




สืบเนื่องจากกระทู้ ที่กล่าวถึงสังขารนั้น อยากทราบว่าจริงแล้วสังขารนั้นแบ่งอย่างไรคะ

โดย มัณฑนา [26 ก.ค. 2546 , 14:42:29 น.] ( IP = 203.107.207.190 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สังขาร ในพระไตรปิฎกมีความหมายหลายนัย คือ

สังขารธรรม ๑


สังขารขันธ์ ๑
อภิสังขาร ๑
อสังขาริก และสสังขาริก ๑


สังขารธรรม คือ สภาพธรรมที่เกิดขึ้นเพราะปัจจัยปรุงแต่ง เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป สังขารธรรมทั้งหลายไม่เที่ยง เกิดขึ้นเพียงชั่วขณะ ที่เล็กน้อยที่สุด ก็ดับไปหมดสิ้น

สังขารธรรม ได้แก่ จิต เจตสิก และรูป


ปรมัตถธรรม มี ๔ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน ปรมัตถธรรม ๓ คือ จิต เจตสิก รูป เป็นสังขารธรรม มีปัจจัยปรุงแต่งให้เกิดขึ้น และตั้งอยู่ชั่วขณะ ที่สั้นมาก แล้วก็ดับไป นิพพาน ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง นิพพานจึงเป็นสภาพธรรมที่ไม่เกิดดับ นิพพานเป็นวิสังขารธรรม


สังขารธรรม ๓ คือ จิต เจตสิก รูป จำแนกเป็น ขันธ์ ๕ คือ


…รูปทุกรูป เป็น รูปขันธ์

เวทนาเจตสิก ๑ ดวง เป็น เวทนาขันธ์

สัญญาเจตสิก ๑ ดวง เป็น สัญญาขันธ์

เจตสิกที่เหลือ ๕๐ ดวง เป็น สังขารขันธ์

จิตทุกดวง เป็น วิญญาณขันธ์

ฉะนั้น สังขารขันธ์จึงได้แก่ เจตสิก ๔๐ ดวง เว้น เวทนาเจตสิก และสัญญาเจตสิก

โดย พี่ดอกแก้ว [26 ก.ค. 2546 , 20:18:38 น.] ( IP = 203.107.209.167 : : )


  สลักธรรม 2

ส่วนสังขารธรรมได้แก่
จิตทั้งหมด ๘๙ ดวง
เจตสิกทั้งหมด ๕๒ ดวง
รูปทั้งหมด ๒๘ รูป



ความหมายของสังขารธรรมกว้างกว่าสังขารขันธ์

เพราะจิตเจตสิก รูป เป็นสังขารธรรม
แต่เฉพาะเจตสิก ๕๐ เท่านั้นที่เป็นสังขารขันธ์
และในเจตสิก ๕๐ ดวงซึ่งเป็นสังขารขันธ์นั้น

เฉพาะเจตนาเจตสิกดวงเดียวเท่านั้น
ที่เป็นอภิสังขาร

ในปฎิจจสมุปปาท อวิชชาเป็นปัจจัยแก่สังขาร
สังขารเป็นปัจจัยแก่วิญญาณ ฯลฯ

สังขารในปฎิจจสมุปปาท หมายถึงเจตนาเจตสิก
ซึ่งเป็นอภิสังขาร
เป็นสภาพที่ปรุงแต่งอย่างยิ่ง
คือ เป็นกุศลกรรม หรืออกุศลกรรม
ซึ่งจะทำให้เกิดผล คือวิบากจิตและเจตสิก

แม้ว่าเจตสิกอื่นๆ ก็ปรุงแต่งให้จิตเกิดขึ้น
เช่น ผัสสเจตสิก
ถ้าไม่มีผัสสเจตสิก
ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่กระทบอารมณ์
จิตเห็นก็มีไม่ได้ จิตได้ยิน จิตได้กลิ่น จิตลิ้มรส
จิตรู้สิ่งกระทบสัมผัส จิตคิดนึกต่างๆ ก็มีไม่ได้

แต่ผัสสเจตสิก ก็ไม่ใช่อภิสังขาร
เพราะเพียงกระทบอารมณ์แล้วก็ดับหมดสิ้นไป


ฉะนั้น ในสังขารขันธ์ ๕๐ ดวงนั้น

เฉพาะเจตนาเจตสิกดวงเดียวเท่านั้น
ที่เป็นอภิสังขาร คือ เป็นสภาพที่ปรุงแต่งอย่างยิ่ง โดยเป็นกุศลกรรม หรืออกุศลกรรม
เป็นกัมมปัจจัยที่ทำให้ผล คือ วิบากจิตเกิดขึ้นค่ะ

…

โดย พี่ดอกแก้ว [26 ก.ค. 2546 , 20:24:01 น.] ( IP = 203.107.209.167 : : )


  สลักธรรม 3

สังขารในปฎิจจสมุปปาทมี ๓ คือ

ปุญญาภิสังขาร ๑

อปุญญาภิสังขาร ๑

อเนญชาภิสังขาร ๑



ปุญญาภิสังขาร ได้แก่
เจตนาเจตสิกที่เกิดกับกามาวจรกุศลจิต
และรูปาวจรกุศลจิต

อปุญญาภิสังขาร ได้แก่
เจตนาเจตสิกที่เกิดกับอกุศลจิต

อเนญชาภิสังขาร ได้แก่
เจตนาเจตสิกที่เกิดกับอรูปญานกุศลจิต
ซึ่งเป็นกุศลที่มั่นคงไม่หวั่นไหว

…

โดย พี่ดอกแก้ว [26 ก.ค. 2546 , 20:26:29 น.] ( IP = 203.107.209.167 : : )


  สลักธรรม 4

กามาวจรกุศลจิตเกิดขึ้นชั่วขณะเล็กๆ น้อยๆ
และหวั่นไหวง่าย เพราะเกิดขึ้นวาระหนึ่งๆ
เพียงชั่ว ๗ ขณะเท่านั้น

การให้ทาน การวิรัติทุจริต การเจริญกุศลอื่นๆ
ย่อมเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว

นอกจากนั้น อกุศลจิตก็เกิดมากมายหลายวาระทีเดียว

รูปาวจรกุศลจิต เป็นกุศลญาณสัมปยุตต์
ประกอบด้วยปัญญาเจตสิก
เป็นจิตที่สงบถึงขั้นอัปปนาสมาธิ
ที่มีรูปเป็นอารมณ์
จึงเป็นมหัคคกุศลที่ใกล้เคียงกับกามาวจรกุศล เพราะยังมีรูป เป็นอารมณ์

อเนญชาภิสังขารเป็นอรูปฌาน
คือ เป็นปัญจมฌานที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ์
จิตในขณะไม่หวั่นไหว
เพราะไม่มีรูปเป็นอารมณ์

จึงให้ผล อย่างไพบูลย์ คือ
ทำให้อรูปฌานวิบากจิต เกิดในอรูปพรหมภูมิ
ซึ่งมีอายุที่ยืนยาวมาก
ตามกำลังของอรูปฌานกุศล

การเกิดในสวรรค์เป็นสุข
เพราะไม่มี โรคภัยไข้เจ็บ ทุกข์ยาก ลำบากกาย
อย่างในภูมิมนุษย์ และในอบายภูมิ
แต่มีอายุไม่ยืนยาวเท่ารูปพรหมภูมิ
และรูปพรหมภูมิ ก็มีอายุไม่ยืนยาวเท่ากับ อรูปพรหมภูมิ

เพราะอรูปพรหมภูมิเป็นผลของอรูปฌานกุศล
ซึ่งเป็นอเนญชาภิสังขาร

โดย พี่ดอกแก้ว [26 ก.ค. 2546 , 20:30:13 น.] ( IP = 203.107.209.167 : : )


  สลักธรรม 5

สังขารธรรม ได้แก่จิต เจตสิก รูป

สังขารขันธ์ ได้แก่เจตสิก ๕๐
(เว้นเวทนาเจตสิก และสัญญาเจตสิก)

อภิสังขาร ได้แก่เจตนาเจตสิก ๑ ดวง
(เป็นสังขารขันธ์ ๑ ในสังขารขันธ์ ๕๐ ดวง)



ดังนั้นการจำแนกความต่างกันของจิต
โดยประเภทอสังขาริกและสสังขาริกนั้น
แสดงให้เห็นว่า แม้กุศลจิต หรืออกุศลจิต
หรือวิบากจิต หรือกิริยาจิต
ซึ่งเกิดร่วมกับเจตนาเจตสิกนั้น
ก็ยังต่างกันออกไป
โดยประเภทที่เป็นอสังขาริกบ้าง และเป็นสสังขาริกบ้าง

ชื่อว่า สสังขาร เพราะเป็นไปกับด้วยสังขาร
(เครื่องชักจูง) สังขารในที่นี้ หมายความถึง
ชักจูงด้วยตนเอง หรือผู้อื่นชักจูง
หรือสั่งให้กระทำ นี่เป็นสภาพจิตในชีวิตประจำวัน
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นกุศล หรืออกุศลก็ตาม

บางครั้งก็เกิดขึ้นเอง โดยอาศัยการสะสมมาในอดีต เป็นปัจจัยแรงกล้า ที่ทำให้กุศลหรืออกุศล
ประเภทหนึ่งประเภทใด มีกำลังเกิดขึ้นเอง
ไม่ต้องอาศัยการชักจูงใดๆ เลย

คือ ไม่อาศัยการชักจูง
แต่ว่าบางขณะ ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศลก็ตามที่เกิดขึ้นนั้น มีกำลังอ่อน เกิดขึ้นได้เพราะอาศัยการชักจูงของตนเอง

หรือการชักจูงของบุคคลอื่นก็ได้
อกุศลและกุศลที่มีกำลังอ่อน
ที่อาศัยการชักจูงนั้น เป็นสสังขาริกจิต

โดย พี่ดอกแก้ว [26 ก.ค. 2546 , 20:35:51 น.] ( IP = 203.107.209.167 : : )


  สลักธรรม 6

…บางครั้งอกุศลจิต มีกำลังเกิดขึ้นทันที
ตามการสะสมที่พอใจหรือไม่พอใจ
อารมณ์ขณะนั้น

แต่บางครั้งไม่เป็นอย่างนั้นเช่น
ไม่ค่อยอยากไปดูหนัง ไปไหนๆ
แต่เมื่อญาติพี่น้องเพื่อนฝูงชวนก็ไป

จิตในขณะนั้นอยากจะไปหรือเปล่า
ไปดูก็ได้ไม่ดูก็ดี
แต่เมื่อมีใครชวนก็ไป
ถ้าลำพังคนเดียวก็ไม่ไป
หรือบางครั้งก็นึกว่า หนังเรื่องนี้ก็คงจะสนุกน่าดู
ก็อยากจะไปเหมือนกัน

แต่ไม่ไปเพราะว่ายังไม่มีกำลังกล้า
ถึงกับจะไปทันที

ชีวิตประจำวันจริงๆ นั้นรู้ได้ว่า
ขณะใดเป็นจิตที่กำลังกล้า
หรือขณะใดเป็นจิตที่มีกำลังอ่อน

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอกุศลที่เป็นโลภะ โทสะ หรือฝ่ายกุศลก็ตาม

บางคนเมื่อทราบ ข่าวว่ามีการทอดกฐิน
ก็อยากจะไปทันที และชักชวนคนอื่นไปด้วย

แต่บางคนนั้น ถึงแม้ว่าจะถูกชักชวนแล้ว

แต่ถ้าคนนี้ไม่ไป คนนั้นไม่ไป ก็ไม่ไปด้วย

และนั้น สภาพของกุศลจิต และอกุศลจิต ก็มีกำลังต่างกันตามเหตุปัจจัย ที่ปรุงแต่งให้เกิดขึ้น
เป็นไปในขณะนั้น แม้ว่าจะมีเจตสิกประกอบเท่ากันก็ตาม

ขอตอบสั้นๆแค่นี้ก่อนนะค่ะ
จะให้ละเอียดพี่ดอกแก้วคิดว่า
คุณควรมาศึกษาพระอภิธรรมจะเข้าใจได้หมดค่ะ



โดย พี่ดอกแก้ว [26 ก.ค. 2546 , 20:41:51 น.] ( IP = 203.107.209.167 : : )


  สลักธรรม 7

มาขออ่านบ้างนะคะ ....ได้ทราบเรื่องสังขารอย่างชัดเจนขึ้น เพราะคำอธิบายและการยกตัวอย่างประกอบทำให้เข้ามากเลยค่ะ โดยเฉพาะสังขาร ๓ และอภิสังขาร..

ขอบพระคุณน้องแก้วมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [26 ก.ค. 2546 , 22:28:31 น.] ( IP = 169.210.5.30 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากๆ ขอรับ
ได้รับความเข้าใจอย่างมากในเรื่องสังขารที่พี่ดอกแก้วอธิบาย อยากบอกว่าเป็นความเข้าใจกว่าที่เคยอ่านๆ มาเสียอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน...เรื่องอภิสังขาร... จึงขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนาพี่ดอกแก้วขอรับ

โดย ซาโย [26 ก.ค. 2546 , 23:19:56 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 9

อนุโมทนาครับ.
ชัดเจน เห็นภาพรวมและรายละเอียดไปได้พร้อมๆกัน ทุ่นเวลาผมไปได้มากเลยครับ.

โดย แววตะวัน [27 ก.ค. 2546 , 02:04:45 น.] ( IP = 203.113.37.8 : : )


  สลักธรรม 10

มาอ่านคำตอบจากพี่ดอกแก้วด้วยค่ะ
ได้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสังขารที่แบ่งออกเป็นประเภทต่างๆอย่างชัดเจนค่ะ

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วมากค่ะ

โดย ธัญธร [27 ก.ค. 2546 , 21:45:32 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org