มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ปกิณณกาภิธรรมปุจฉาพยากรณ์ โดยพระครูศรีโชติญาณ ตอนที่ ๓๔




ถาม ปัญญา คือ สุตะ เป็นต้น มีในขณะไหน


ตอบ สัจจญาณ ปัญญาที่รู้ว่า นี้ทุกข์ นี้เหตุให้เกิดทุกข์ นี้ความดับทุกข์
นี่ทางให้ถึงความดับทุกข์ รู้อย่างนี้เรียกว่า
สุตามยปัญญา
ส่วน กิจจญาณ ปัญญาที่รู้ชัดว่า ทุกข์ควรกำหนดรู้ สมุทัยควรละ นิโรธควรทำให้แจ้ง
และมรรคควรเจริญให้มีขึ้น ญาณนี้จะมี
ได้ต่อเมื่อวิปัสสนาเกิด ซึ่ง
เรียกว่า ภาวนามยปัญญา
ส่วนกตญาณ ได้แก่ปัญญาที่มารู้ว่า ทุกข์ที่ควรกำหนดรู้ ก็ได้รู้แล้ว สมุทัยควรละ
ก็ได้ละแล้วนิโรธควรทำให้แจ้ง
ก็ทำให้แจ้งอยู่ ณ. บัดนี้แล้ว
และมรรคควรเจริญ
ก็ได้เจริญให้มีบริบูรณ์แล้ว และญาณนี้จะเกิดมีขึ้นได้ในขณะมรรคจิตเกิดเท่านั้น ในจิตดวงอื่นๆ กตญาณจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย



โดย เพ็ญภัทร์ [29 ก.ค. 2546 , 13:26:06 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ถาม การฆ่ากิเลสของมรรคที่ท่านจัดเป็นสมุจเฉทปหานนั้น คือปหานอย่างไร



ตอบ คือ ปหานครั้งสุดท้าย ท่านอุปมาการปหานกิเลส ซึ่งเป็นตทังคปหานของวิปัสสนาญาณ ว่าเหมือนการตัดสินอรรถคดีของศาลชั้นต้นๆ ซึ่งเรียกว่าศาลฎีกาบ้าง ศาลอุธรณ์บ้าง เป็นลำดับไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่เด็ดขาด คือคดีนั้นยังไม่สิ้นสุดลงได้ แต่พอพระราชา ซึ่งอุปมาเหมือนโลกุตตรมรรคประทับตรารับรองเท่านั้น คดีก็เป็นอันสิ้นสุดลงได้ เหตุนั้นการที่จะมารู้อริยสัจจ์อย่างสมบูรณ์ได้ ก็ต้องมารู้กันแน่นอนที่ตรงมรรคโลกุตตรนี้แหละ


ถาม ในตัณหาทั้ง ๓ พระอริยบุคคล ๔ ละตัณหาอะไรได้บ้าง



ตอบ พระโสดาและพระสกิทาคา ละวิภวตัณหาได้ เพราะพระอริยทั้งสองจำพวกนี้ละจิตที่เป็นทิฏฐิสัมปยุตตเสียได้แล้ว
พระอนาคามีละตัณหาได้เด็ดขาดจึงเป็นผู้หมดเชื้อกามไม่กลับมาสู่กามโลกนี้อีกต่อไป แต่ท่านยังเป็นผู้มีความยินดีในขันธ์และภพที่ท่านอาศัยอยู่อีกชาติหนึ่งนั้น จึงยังตัดภวตัณหาไม่ได้
พระอรหันต์ละภวตัณหาได้เด็ดขาด เป็นผู้หมดความอาลัยในขันธ์และภพ ไม่มีความยินดีแม้แต่น้อยหนึ่ง ท่านจึงเป็นผู้สิ้นชาติสิ้นภพไม่ต้องกลับมาเกิดในภพใดภพหนึ่งอีกต่อไป
รู้สึกว่าภวตัณหานี้ละได้ยากกว่ากามตัณหาและวิภวตัณหา สมเด็จพระบรศาสดาจึงจัดภวตัณหาเป็นสมุทัย ตามพระบาลีที่ว่า อวิชฺชา จ ภวตฺณหา จ


โดย เพ็ญภัทร์ [29 ก.ค. 2546 , 13:30:30 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 2

ขอบคุณมากค่ะคุณเพ็ญภัทร์.....ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกแล้วค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2546 , 22:35:52 น.] ( IP = 202.129.12.37 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org