| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การตอบปัญหาในพระพุทธศาสนา
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1วิธีการตอบปัญหาในพระพุทธศาสนา 4 ประการ
วิธีการตอบปัญหา 4 ประการนี้
พระพุทธเจ้าได้ทรงใช้มาตลอดสมัยของพระองค์
ในการโต้ตอบกับพวกสมณพราหมณ์
เดียรถีนิครนถ์ต่างๆ
ที่เข้ามาลองดีพุทธิปัญญาของพระองค์
หรือผู้ที่เข้ามาตั้งคำถามโดยความเจตนาบริสุทธิ์ ต้องการจะมีความรู้ความสว่างจากพระองค์
ก็ต้องอาศัยการพิจารณาของพระองค์ว่า
ปัญหาเหล่านี้ควรจะตอบด้วยวิธีอะไร
ควรที่จะตอบด้วยเอกังสพยากรณ์
ก็ตอบด้วยเอกังสพยากรณ์
ควรที่จะตอบด้วยวิภัชชพยากรณ์
ก็ตอบด้วยวิภัชชพยากรณ์
ควรที่จะตอบด้วยปฏิปุจฉาพยากรณ์
ก็ตอบด้วยปฏิปุจฉาพยากรณ์
แล้วควรที่จะตอบด้วยฐปนียพยากรณ์
ก็ตอบด้วยฐปนียยพยากรณ์ไปตามเรื่องนั้นๆ
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 16:03:36 น.] ( IP = 203.107.210.115 : : )
สลักธรรม 2คราวนี้พี่เณรจะสมมติปัญหาขึ้นว่า
ตายแล้วเกิดจริงไหม ?
ในข้อนี้ถ้าจะเอาวิธีการตอบปัญหา 4 ประเด็น
มาตอบปัญหาตายแล้วเกิดละครับ
ท่านลองนึกซิครับว่า
ควรจะเอาอะไรมาตอบ ในวิธีการ 4 ข้อ
ก็ต้องดูเหตุการณ์อีกนะครับว่าถูกถามนั้น
มีจุดประสงค์อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่นว่ามีปริพาชกคนหนึ่งเป็นคนถือ
สัสสตทิฏฐิ ถือว่าตายแล้วอัตตาของเขานี่
อัตตาตัวนี้แหละหรือเรียกว่าวิญญาณ
จะไปเวียนว่ายตายเกิด
อัตตาตัวนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่แปรผัน
มั่นคงดุจเสาระเนียด ชื่อว่า วัชชโคตรปริพาชก
วัชชโคตรมีทิฏฐิอย่างนี้
เมื่อตั้งปัญหาถามพระพุทธเจ้าว่า
...พระสมณโคดม... ตายแล้วเอาอะไรไปเกิด
พระพุทธเจ้าไม่ตอบ
ปัญหาข้อนี้แก่วัชชโคตร
วัชชโคตรก็เสียใจ ก็ตัดพ้อพระพุทธเจ้าว่า
แหม ช่างกระไรเลย
เขาเองมีความสงสัยในปัญหาข้อนี้
ผูกใจมานานนักหนาแล้ว
นึกว่าได้รับความสว่างในสำนักของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ากลับไม่ตอบปัญหา
เขาตัดพ้อพระพุทธเจ้าว่าอย่างนั้น
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 16:14:18 น.] ( IP = 203.107.210.115 : : )
สลักธรรม 3พระพุทธเจ้าก็บอกว่าวัชชโคตรว่า
ถ้าหากว่าตถาคตจะตอบปัญหาข้อนี้แก่เธอ
เธอเป็นสัสสตทิฉฐิอยู่แล้วนะ
ถ้าตอบปัญหาข้อนี้แก่เธอเมื่อไหร่ละก็
เธอจะเข้าใจผิด
ยิ่งจะเป็นสัสสตทิฉฐิยิ่งขั้นไปอีก เป็นทวีคูณ เพราะฉะนั้นปัญหาข้อนี้เราจึงไม่ตอบเธอ
เพราะว่าโดยความจริงแล้วคนที่ยังมีกิเลสอยู่
ตายแล้วก็ต้องเกิด
ท่านครับ.. ถ้าพระองค์ตรัสบอกกับวัชชโคตรบอกว่าคนเราตายแล้วเกิด
วัชชโคตรซึ่งกำลังหลงผิดยึดถืออยู่แล้ว
ว่าอัตตาของตัวนี่แหละมั่นคงดุจจะเสาระเนียด
เป็นผู้ไปเวียนว่ายตายเกิดในชาติภพต่างๆ
ก็ยิ่งจะเตลิดเปิดเปิงนึกวา
พระพุทธเจ้ามาสนับสนุนทิฏฐิของตัวว่าจริงไงครับ
เมื่อคนเราตายแล้วต้องเกิด
สิ่งที่ไปเกิดเป็นตัวนั่นแหละ
คือตัวอัตตาที่ข้ากำลังถืออยู่
จะนึกไปยินดีว่า
พระพุทธเจ้ามาสนับสนุนทิฏฐิของตัว
อย่างนี้แหละ พระพุทธเจ้าจึงไม่ตอบ
คำถามของวัชชโคตรก่อน
เพราะจะเป็นเหตุให้เขาเกิดความสงสัยยิ่งขึ้น
เมื่อตัดพ้อเช่นนี้แล้วพระองค์จึงแสดง
ปฏิจจสมุปบาท
ให้เห็นเป็นการทำลายสัสสตทิฏฐิ
ของวัชชโคตรปริพาชกครับผม
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 16:23:07 น.] ( IP = 203.107.210.115 : : )
สลักธรรม 4ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ
ถ้าไปตอบอย่างง่ายๆ บอกว่า..
เออ คนเราตายแล้วก็ต้องไปเกิดซิ
วิญญาณนี่แหละไปเกิด ตอบง่าย ๆ อย่างนี้
คนที่เป็นสัสสตทิฏฐิก็จะ หลงผิดเป็นสัสสตทิฏฐิยิ่งขึ้น
จึงไม่ทรงตอบในเบื้องแรก
แล้วก็แสดง ปฏิจจสมุปบาท ในเบื้องปลาย
เป็นการทำลายความเข้าใจผิดของวัชชโคตรปริพาชกไปเสีย
นี่เป็นตัวอย่างอันหนึ่งที่น่าศึกษาประดับความรู้มากๆนะครับผม
คราวนี้ถ้าหากว่าคนที่เชื่ออยู่แล้วว่ากฏแห่งกรรมมีจริง
การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง
แล้วสิ่งที่ไปเวียนว่ายตายเกิดนี่ ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวตน เราเขาอะไร
แต่ทว่าเป็นสังขารธรรมที่เกิดดับสืบสันตติกันได้ ถ้าคนมีความเชื่อถือเช่นนี้
มาตั้งปัญหากับพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าก็ทรงพยากรณ์ไปตามเหตุคือ
พยากรณ์ใช้วิธีวิภัชชพยากรณ์
บอกว่าถ้าคนยังมีกิเลสตัณหาอยู่
ก็ต้องทำอะไรที่เป็นกรรม
เมื่อมีกรรมแล้วก็มีวิบากเป็นผล
ชีวิตของสัตว์ที่ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดนั้น
ย่อมเป็นไปอย่างแน่นอนตราบใดที่ยังไม่หมดเหตุครับ
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 16:32:17 น.] ( IP = 203.107.210.115 : : )
สลักธรรม 5พี่เณรจะขอยกเรื่องราวที่พระองค์ทรงตรัส
กับท่านพระอานนท์เถระมาให้ท่านได้อ่าน
เพื่อเข้าใจในเรื่องราวชีวิตที่เกิดแก่เจ็บตาย
ภายใต้กฏแห่งกรรมนะครับผม
อย่างเช่นมีอุบาสก
อุบาสกหรือชาวพุทธในพระศาสนา
ที่มีความเข้าใจในเรื่องกฎของกรรมดีพอแล้ว
ได้ตั้งปัญหาถามพระองค์
...พระองค์ก็แสดงโดยวิภัชชพยากรณ์...
หรือแม้ไม่ต้องตั้งปัญหา
พระองค์ก็แสดงอยู่แล้ว
เช่นว่าแสดงกับพระอานนท์เถรเจ้า
พยากรณ์คติพจน์ของบรรดาอุบาสก อุบาสิกา
ในนาลันทคามว่า.....
อุบาสกชื่อนั้นๆมรณะไปแล้ว
กำลังเสวยอยู่ในสวรรค์ชั้นนั้น ๆ
ตาม ทิฏฐานุคติอันชอบของผู้นั้น
ทรงพยากรณ์ทิฏฐิอยู่แล้ว
ทรงพยากรณ์คติของผู้ล่วงลับไปแล้ว
ให้กับพระอานนท์เถระเจ้าฟัง
แล้วก็ตรัสบอกว่าดูก่อนอานนท์
ที่ตถาคตพยากรณ์คติสัปรายภพ
ของอุบาสกชื่อนั้น อุบาสิกาชื่อนั้น
ณ. ตำบลบ้านนั้น ๆ เพราะเหตุไร
.. ก็เพื่อว่าจะเป็นเครื่องพยุงใจ
ให้แก่ปัจฉิมาชนตาชน คือชนที่เกิดภายหลัง
ได้มีความกระปรี้กระเปร่า
มีกำลังใจในการประกอบกุศลกรรม
มีกำลังใจในการทำความดี
เพราะมีข้อยืนยันว่าเมื่อทำกรรมดีอย่านี้แล้ว
ตายไปแล้วก็ได้เสวยผลกรรมดีในคติสัมปรายภพนั้น ๆนั่นเอง
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 17:33:50 น.] ( IP = 203.107.205.201 : : )
สลักธรรม 6ทรงแสดงอย่างนี้คนที่ไม่เข้าใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวตะวันตก
ที่เริ่มศึกษาพุทธศาสนาใหม่ ๆ
พอรู้ว่า..
พระพุทธเจ้าปฏิเสธเรื่องโซล
คือ วิญญาณหรือตัวอาตมัน
เรื่องเวียนว่ายตายเกิดนั้นบางคนบางพวก
กล่าวว่า.. เรื่องเวียนว่ายตายเกิดเป็นเรื่องไร้สาระ
เรื่องเวียนว่ายตายเกิดนี้เป็นเรื่องนอกคอก
นอกบาลี มีที่ไหนพระพุทธเจ้าจะมาสนใจเรื่องนี้
และตัดสินเองว่า
ควรจะพูดแต่เรื่องทางพ้นทุกข์ลัดนิ้วมือเดียว
ทำอย่าไรถึงจะพ้นทุกข์ดีกว่าไม่เสียเวลา
พูดเรื่องพุทธภาวะในจิตเดิมดีกว่า
จะได้พ้นทุกข์ไปไว ๆ ตรัสรู้เร็ว ๆ
ดีกว่าจะไปมัวแต่พูดเรื่องเนิ่นช้า
เรื่องเวียนว่ายตายเกิด เรื่องวัฏสงสาร
เป็นเรื่องทำให้คนเนิ่นช้า ไปพูดเรื่องนี้ทำไม
ปฏิจจสมุปบาทว่าที่จริงแล้วก็มีขณะ
ปัจจุบันขณะเดียว นี่มติของบางท่านนะครับ
แต่ไม่ใช่ทั่วไป
บางท่านว่าปฏิจจสมุปบาทอยู่ในขณะจิต ปัจจุบันขณะเดียวอย่างนี้
โดยปฏิเสธ..อตีตอัทธา.. อนาคตอัทธา
ปฏิเสธหมด ว่าเรื่องการแบ่งปฏิจจสมุปบาท
เป็นเรื่องอดีต ปัจจุบัน อนาคต
เป็นมติของพระอรรถกถาจารย์
ที่ไหนจะมีในบาลีพุทธพจน์
ปฏิเสธอย่านี้ก็มีอยู่
ซึ่งถ้าหากว่าจะพิจารณาแล้ว
จะเห็นว่าธรรมะในพุทธศาสนานี้
ไม่ใช่จะเกณฑ์คนทุกคน
ให้เป็นพระอรหันต์ในพริบตาเดียวหมดใช่ไหมครับ
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 17:46:09 น.] ( IP = 203.107.205.201 : : )
สลักธรรม 7เพราะว่าธรรมะในพุทธศาสนามีหลายชั้น
หลายวิธีการเหมือนกับอัธยาศัยของสัตว์
ตั้งแต่โง่กระทั่งถึงคนฉลาด
เพราะฉะนั้นพุทธศาสนา
จึงเป็นสาธารณะประโยชน์แก่ผู้ที่น้อมนำไปปฏิบัติ
ได้ทุกชั้นทุกวัย
ไม่ใช่จะกะเกณฑ์คน
ให้เป็นพระอรหันต์กันหมดในพริบตาทั้งโลก
เป็นไปไม่ได้
เพราะเรายังต่างกรรมต่างวาระ
ต่างอัธยาศัย
เรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนี้
นี้เป็นประเด็นสำคัญที่สุดในพุทธศาสนา
เราจะเป็นชาวพุทธที่สมบูรณ์ไม่ได้
ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 17:51:30 น.] ( IP = 203.107.205.201 : : )
สลักธรรม 8สัมมาทิฏฐิในองค์มรรค ๘ นี่
สัมมาทิฏฐิแบ่งเป็น 2 ชั้น
คือ โลกียสัมมาทิฏฐิและ โลกุตตรสัมมาทิฏฐิ
โลกียสัมมาทิฏฐิ ได้แก่ กัมมัสสกตาญาณ
ถ้าคนที่มีกัมมสกตาญาณเชื่อในเรื่องว่า
ทำกรรมได้รับผลแห่งกรรมนั้น
เท่ากับเชื่อว่าจะต้องมีเวียนว่ายตายเกิด
ถ้าเชื่อกรรมก็ต้องเชื่อเวียนว่ายตายเกิด
เป็นเงาตามตัว
ใครก็ตามนะครับถ้าขาดโลกียสัมมาทิฏฐิแล้ว
โลกุตตรสัมมาทิฏฐิก็เกิดไม่ได้
โลกุตตรสัมมาทิฏฐิได้แก่
การเห็นแจ้ง ในอริยสัจจ์ ๔
แต่การที่จะเห็นแจ้งในอริยสัจจ์ ๔ ได้นั้น
คนนั้นจะต้องมี โลกียสัมมาทิฏฐิเป็นบุพภาค
ไม่มีโลกียสัมมาทิฏฐิเป็นบุพภาคแล้ว
การเห็นแจ้งในอริยสัจจ์เป็นไปไม่ได้
ข้อนี้พี่เณรจำได้ขึ้นใจเลย
เพราะหลวงพ่อแสวงท่านสอนย้ำมากๆเลยครับ
![]()
![]()
![]()
โดย เณรชิต [30 ก.ค. 2546 , 18:01:30 น.] ( IP = 203.107.205.201 : : )
สลักธรรม 9
วันนี้พี่เณรขอจบลงเพียงเท่านี้นะครับ
เพราะยังมีงานอื่นๆอีกมากที่ต้องสะสาง
แล้วจะกลับมาพบกับท่านอีกครับ
ขอความเจริญในธรรม
จงบังเกิดแก่พี่ๆน้องๆทุกๆท่านนะครับ
สวัสดีครับ
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ก.ค. 2546 , 18:12:17 น.] ( IP = 203.107.205.201 : : )
สลักธรรม 10กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ..สาธุ ..สาธุ..สาธุ
ตาสว่างขึ้นเยอะเลยค่ะกับความรู้เรื่องการตอบคำถาม
เพราะมีตัวอย่างประกอบด้วยก็เลยยิ่งเข้าใจง่าย
ตอบสั้นเกินไปก็อันตราย ตอบผิดวิธีก็ทำให้คนฟังไขว้เขวได้
....และก็ชอบเรื่อง..บุพภาค..ด้วยค่ะเพราะเห็นถึงความสัมพันธ์กันดี![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [30 ก.ค. 2546 , 21:40:55 น.] ( IP = 202.129.12.37 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |