มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


-*-มิลินทปัญหา-*-...ถามถึงความสืบต่อแห่งธรรม...++ธัมมสันตติปัญหา++





ถามความสืบต่อแห่งธรรม
พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า
“ข้าแต่พระนาคเสน ผู้ใดเกิดก็เป็นผู้นั้นหรือว่ากลายเป็นผู้อื่น?”
พระเถรเจ้าถวายพระพรตอบว่า
“ไม่ใช่ผู้นั้น และไม่ใช่ผู้อื่น”
“ขอนิมนต์อุปมา”
“ขอถวายพระพร มหาบพิตรเข้าพระทัยว่าอย่างไร
คือ มหาบพิตรเข้าพระทัยว่า เมื่อมหาบพิตรยังเป็นเด็กอ่อน ยังนอนหงายอยู่ที่พระอู่นั้น
บัดนี้ มหาบพิตรเป็นผู้ใหญ่แล้วก็คือเด็กอ่อนนั้น…อย่างนั้นหรือ? ”
“ไม่ใช่ พระผู้เป็นเจ้า คือ เด็กอ่อนนั้นเป็นผู้หนึ่งต่างหาก
มาบัดนี้โยมซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้วก็เป็นอีกผู้หนึ่งต่างหาก”
“มหาราช เมื่อเป็นอย่างนั้น มารดาก็จักนับว่าไม่มี บิดาก็จักนับว่าไม่มี อาจารย์ก็จักนับว่าไม่มี
ผู้มีศีลก็จักนับว่าไม่มี ผู้มีศิลปะก็จักนับว่าไม่มี ผู้มีปัญญาก็จักนับว่าไม่มี
ทั้งนี้เพราะอะไร…เพราะว่ามารดาของผู้ยังเป็น กะละละ อยู่ เป็นผู้หนึ่งต่างหาก
มารดาของผู้เป็น อัพพุทะ คือผู้กลายจากกะละละ อันได้แก่กลายจากน้ำใส ๆ เล็กๆ มาเป็นน้ำคล้ายกับน้ำล้างเนื้อ ก็ผู้หนึ่งต่างหาก
เมื่อผู้นั้นกลายเป็นก้อนเนื้อ มารดาก็ผู้หนึ่งต่างหาก
เมื่อผู้นั้นกลายเป็นแท่งเนื้อ มารดาก็เป็นอีกผู้หนึ่ง
เมื่อผู้นั้นยังเล็กอยู่ มารดาก็เป็นผู้หนึ่งอีกต่างหาก
เมื่อผู้นั้นโตขึ้น มารดาก็เป็นอีกผู้หนึ่งต่างหาก อย่างนั้นหรือ…
ผู้ศึกษาศิลปะ ก็เป็นผู้หนึ่งต่างหาก ผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว ก็เป็นผู้หนึ่งต่างหาก
ผู้ทำบาปกรรมก็เป็นผู้หนึ่งต่างหาก ผู้มีมือด้วนเท้าด้วย ก็เป็นผู้หนึ่งต่างหาก อย่างนั้นหรือ ? ”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ผู้เป็นเจ้า ในเมื่อโยมกล่าวอย่างนี้ ส่วนพระผู้เป็นเจ้าจะกล่าวว่าอย่างไร?”

โดย กมลชนก...นำมาเสนอเจ้าค่ะ [7 ส.ค. 2546 , 00:42:15 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

“ขอถวายพระพร อาตมานี่แหละได้เป็นเด็กอ่อนอยู่เมื่อก่อน มาเป็นผู้ใหญ่ในบัดนี้
อวัยวะทั้งปวงนั้น รวมเข้าเป็นอันเดียวกัน เพราะอาศัยกายอันนี้แหละ ขอถวายพระพร”
“ ขอนิมนต์อุปมา ”
“ มหาราช เหมือนอย่างว่า บุรุษคนหนึ่งจุดประทีปไว้ ประทีปนั้นจะสว่างอยู่ตลอดคืนหรือ? ”
“ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า ประทีปนั้นต้องสว่างอยู่ตลอดคืน”
“ มหาราชะ เปลวประทีปในยามต้น ก็คือเปลวประทีปในยามกลางอย่างนั้นหรือ? ”
“ ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า ”
“ เปลวประทีปในยามกลาง ก็คือเปลวประทีปในยามปลายอย่างนั้นหรือ ? ”
“ ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า ”
“ มหาราช เปลวประทีปในยามต้น ก็เป็นอย่างหนึ่ง
เปลวประทีปในยามกลาง ก็เป็นอย่างหนึ่ง
เปลวประทีปในยามปลาย ก็เป็นอย่างหนึ่ง อย่างนั้นหรือ ? ”
“ ไม่ใช่อย่างนั้น ผู้เป็นเจ้า คือเปลวประทีปนั้นได้สว่างอยู่ตลอดคืน ก็เพราะอาศัยประทีปดวงเดียวกันนั้นแหละ”
“ ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาราช คือ...
...ธรรมสันตติ ความสืบต่อแห่งธรรม ย่อมสืบต่อกัน เมื่อสิ่งหนึ่งเกิด สิ่งหนึ่งดับ ย่อมติดต่อกันไม่ก่อนไม่หลัง...
เพราะฉะนั้น จะว่าผู้นั้นก็ไม่ใช่ จะว่าผู้อื่นก็ไม่ใช่ ย่อมถึงซึ่งการจัดเข้าในวิญญาณดวงหลัง ขอถวายพระพร”

โดย กมลชนก [7 ส.ค. 2546 , 00:44:57 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 2

“ ขอนิมนต์อุปมาให้ยิ่งขึ้นไปอีก ”
“ มหาราช ในเวลาที่คนทั้งหลายรีดนม ขีระนมสดก็กลายเป็นทธิ คือ นมส้ม
เปลี่ยมจากทธิคือนมส้มก็กลายเป็นนวนิตคือนมข้ม เมื่อเปลี่ยนจากนมข้น ก็กลายเป็นฆฎะคือเปรียง
ผู้ใดกล่าวว่า นมสดนั้นแหละคือนมส้ม นมส้มนั้นแหละคือนมข้น นมข้นนั้นแหละคือเปรียง จะว่าผู้นั้นกล่าวถูกต้องดีหรืออย่างไร ? ”
“ ไม่ถูก พระผู้เป็นเจ้า คือเปรียงนั้นก็อาศัยนมสดเดิมนั้นแหละ”
“ ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร ธรรมสันตติ คือความสืบต่อแห่งธรรม ก็ย่อมสืบต่อกันไป อย่างหนึ่งเกิด อย่างหนึ่งดับ สืบต่อกันไปไม่ก่อนไม่หลัง
เพราะฉะนั้น จะว่าผู้นั้นก็ไม่ใช่ จะว่า ผู้อื่นก็ไม่ใช่ ว่าได้แต่เพียงว่า
ถึงซึ่งการสงเคราะห์เข้าในวิญญาณดวงหลังเท่านั้น ขอถวายพระพร ”
“ พระผู้เป็นเจ้าแก้ไขนี้สมควรแล้ว ”

โดย กมลชนก [7 ส.ค. 2546 , 00:48:52 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 3

อธิบายแทนฏีกา
ในปัญหาข้อนี้ ท่านมุ่งกล่าวถึง ความสืบต่อกันแห่งธรรมะ คือ ความสืบต่อกันแห่งสภาวธรรมทั้งปวง อันรวมลงในขันธ์ ๕
ว่าขันธ์ ๕ นั้น แรกเกิดก็เป็นกะละละ คือ น้ำใสๆ เล็กๆ เท่ากับหยาดน้ำมันงาที่ติดปลายหญ้าคา อันกลัดแล้วได้ ๗ หน แล้วกลายเป็นอัพพุทะ คือ น้ำสีแดงคล้ายกับน้ำล้างเนื้อ แล้วกลายเป็นเปสิ คือ ข้นเข้าเป็นชิ้น เนื้อ แล้วกลายเป็น ฆนะคือเป็นก้อนเนื้อ แล้วแตกออกเป็นปัญจสาขา คือ มือ ๒ เท้า ๒ ศรีษะ ๑
ซึ่งเป็นของที่น่าคิดว่า เมื่อสภาวธรรมกลายไปเป็นลำดับอย่างนี้ จะจัดว่าเป็นสภาวธรรมเดิมนั้นหรือไม่
ท่านจึงตั้งเป็นปัญหาขึ้นว่า ผู้ใดเกิด ก็เป็นผู้นั้นแหละ หรือว่าเป็นผู้อื่น แล้วมีคำแก้ว่า ไม่ใช่ผู้นั้น และไม่ใช่ผู้อื่น คือ จะว่าผู้นั้นก็ไม่ใช่ จะว่าผู้อื่นก็ไม่ใช่ ว่าได้แต่เพียงว่า ผู้นั้นถึงซึ่งอันจัดเข้าในวิญญาณดวงหลังเท่านั้น
เปรียบเหมือนกับเปลวประทีปและนมสด ซึ่งกลายไป ดังที่ว่ามาแล้วนั้น เมื่อกลายไปแล้ว จะว่าเป็นของอื่นก็ไม่ใช่ ว่าได้แต่เพียงว่า ของนั้นอาศัยของเดิมเท่านั้น จึงเป็นอย่างนั้นได้
จบธัมมสันติปัญหา ฯ


จาก...มิลินทปัญหา ฉบับพร้อมด้วยอรรถกถา ฎีกา แปลโดย...ปุ้ย แสงฉาย

โดย กมลชนก [7 ส.ค. 2546 , 00:54:47 น.] ( IP = 202.28.179.1 : : unknown )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนาในความตั้งใจอันเป็นกุศลนี้ครับ .
ภาพสวยมากครับ .

โดย แววตะวัน [7 ส.ค. 2546 , 00:59:14 น.] ( IP = 203.150.11.11 : : 203.113.37.7 )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากค่ะคุณกมลชนก ...ที่นำมิลินทปัญหากลับมาสู่ลานธรรมนี้อีกครั้ง .......อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 ส.ค. 2546 , 09:13:51 น.] ( IP = 203.113.67.40 : : )


  สลักธรรม 6


ขอบคุณมากค่ะ
ดีใจจังที่เห็น..มิลินทปัญหา...
อ่านแล้วชอบมาก ยังไม่ได้ไปหาซื้อหนังสือเลย..ฮิฮิ

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [8 ส.ค. 2546 , 09:47:49 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.74 )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org