มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุผลในการกำหนดอิริยาบถ (๕)




ความในตอนก่อนๆ เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3503

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3506

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3516

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3529



ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ ท่านผู้ปฎิบัติควรจะรู้ว่า เรามีหรือไม่
มีเราอยู่ในที่นี้หรือไม่
ในเวลานั่งมีเราอยู่หรือไม่
เมื่อได้ให้เหตุผลไปแล้วว่า เรานั่งไม่มี ไม่มีเราเลย มีแต่รูปอันหนึ่งกับนามอันหนึ่ง นามเป็นผู้สั่งเป็นผู้บังคับ
รูปเป็นผู้รับคำสั่ง รับคำบังคับแล้วก็เป็นไป
เพราะฉะนั้น รูปกับนาม ๒ อย่างเท่านั้นที่เราเห็น
เวลากำหนด จึงดูแต่รูปเท่านั้น เวลาทำความเข้าใจ ก็รู้ว่ามีนามด้วย


เมื่อได้เหตุผล เพื่อให้เกิดความเข้าใจก่อน การปฎิบัติจึงจะได้ผล เช่น ผู้ปฎิบัติเรียนรู้อยู่แล้วว่า ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นรูป มีนามเป็นตัวสั่ง เป็นตัวทำเจตนาให้เกิดรูปยืน เดิน นั่ง นอน อย่างไร
ถ้าหากว่าเรานั่ง ก็ต้องมีจิตเป็นตัวเจตนาว่าให้นั่งท่าไหน ถ้าไม่มีจิตเป็นตัวเจตนาให้นั่งท่าไหนแล้ว ก็นั่งท่านั้นไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีจิตคือนาม และมีรูปรวมกันไปแล้ว เรากลับไปหลงผิดคิดว่า เราเป็นผู้นั่ง
เมื่อเราเป็นผู้นั่ง อภิชฌาและโทมนัส ก็เข้ามา คือความชอบใจไม่ชอบใจก็เกิดขึ้นมา
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ได้ชื่อว่า กำลังหลงผิดอยู่ เพราะคิดว่า เรายืน เดิน นั่ง นอน อยู่ทุกวัน ความจริงไม่มีเรายืน เดิน นั่ง นอนเลย มีแต่รูปกับนาม มีแต่เหตุปัจจัยมาประชุมกันเท่านั้น ประชุมกันแล้วก็หายไป ไม่ได้อยู่นาน


โดย ธัญธร...นำเสนอ [15 ส.ค. 2546 , 21:18:42 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การยกมือก็เช่นเดียวกัน มีเหตุมาประชุมให้ยกมือถึง ๖ ประการเหมือนกัน เคลื่อนไปที มันก็ประชุมกันที
ให้ยกมือขึ้นไปสูงอีก เหตุเก่าต้องไปแล้ว เหตุใหม่ก็เข้ามาแทน
เพราะฉะนั้น ทุกขณะจิตที่เปลี่ยนอิริยาบถไป เช่น เดิน จะต้องมีเหตุมาประชุมกันตลอด ไม่ใช่ประชุมกันครั้งเดียวแล้วเดินก้าวไปนะ ประชุมทุกครั้งที่เคลื่อนที่ เคลื่อนไปหน่อยก็ประชุม
เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีการประชุมแล้ว เท้าจะเคลื่อนที่ไม่ได้ ถ้าเหตุไม่มาประชุมกันทั้ง ๖ ประการนี้ เท้าจะเคลื่อนที่ได้อย่างไร


พระสารีบุตร ผู้เป็นอัครสาวกเบื้องขวา มีปัญญาดี เมื่อปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จึงเห็น รูปนาม ทั้ง ๖ ในขณะก้าวเดินก้าวหนึ่ง
เมื่อเวลายกเท้าก็เห็นเป็นเหตุมาประชุมกัน เห็นเหตุผล เห็นรูป เห็นนาม เมื่อยกเท้าก็เห็น ยกส้นเท้าก็เห็น ยกเท้าก็เห็น เคลื่อนไปก็เห็น ลงก็เห็น กดลงไปก็เห็น เห็นหมด ๖ ครั้ง
ของเรานี่ไม่ต้อง ๖ ครั้งหรอก เอาครั้งเดียว เดินตั้งร้อยตั้งพัน เอาหนเดียวพอ
พราะสารีบุตรท่านเห็น ๖ คือ ยกส้นเท้าเห็นรูปนาม แล้วไม่ใช่ค่อยๆยก ค่อยๆดูนะ แต่เป็นการยกเท้าก้าวเดินครั้งเดียวเห็น ๖ เหมือนเราก้าวเดินธรรมดานี่ละ แต่เพราะความไวของจิตท่าน ที่ได้อบรม มีปัญญาบารมีมาก จึงเห็น ๖

ยกเท้าก็เห็นรูปนาม เห็นเป็นรูปเป็นนาม
ยกส้นเท้าก็เห็นเป็นรูป เป็นนาม
ยกเท้าขึ้นก็เห็นเป็นรูป เป็นนาม
เคลื่อนไปก็เห็นเป็นรูป เป็นนาม
ลงมาก็เห็นเป็นรูป เป็นนาม
และกดลงไปก็เห็นเป็นรูป เป็นนาม
เห็นเช่นนี้ถึง ๖ ครั้ง คนจึงเอาไปเป็นตัวอย่างทำกันมาก ค่อยๆยก ค่อยๆย่าง ซึ่งเป็นการแกล้งทำ

โดย ธัญธร...นำเสนอ [15 ส.ค. 2546 , 22:06:04 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 2

เมื่อกล่าวเหตุผลมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็จะรู้ว่าไม่มีเรานั่ง เพราะเราไม่มี
แล้วใครเป็นผู้นั่ง ท่าทางที่นั่งไขว่ห้างนั้น ใครนั่ง ท่าทางนี้คือรูปใช่ไหม แล้วใครทำให้รูปนี้เกิดขึ้น
ก็นามทำให้รูปนี้เกิดขึ้นใช่ไหม ถ้าไม่มีนาม จะทำให้รูปนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร สองอย่างเท่านั้นเอง
เราจะดูรูปนั่งให้เห็นรูป และไม่ให้เห็นเป็นเรา ให้รู้อยู่ในใจว่า

อภิชฌา ความยินดีชอบใจติดใจจะเข้าไม่ได้ เพราะเมื่อได้เห็นเป็นรูปก็จะไม่มีเราแล้ว โทมนัส ความเสียใจไม่ชอบใจก็เข้าไม่ได้
เอาสติตั้งบนรูปนี้ พร้อมกับปัญญาที่เข้าไปร่วมด้วย คือ สัมปชัญญะ รู้เห็นว่านี้เป็นรูป ไม่ใช่เป็นเรา เท่านั้นเอง

ดังนั้น ถ้าเข้าใจเหตุผลข้างต้น เมื่อเข้าปฎิบัติแล้ว จะได้มีเหตุผลในใจ เวลากำหนดจะได้รู้ว่า จะดูรูป ดูนามเท่านั้นเอง
เมื่อเห็นเป็นรูป โมหะก็จะเข้าไม่ได้


ข้อที่สอง เรามีวิปลาส ซึ่งทางโลกแปลว่าเป็นบ้า แต่ละคนๆ เป็นบ้ากันทุกคน รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย คือ เป็นบ้าโดยความคิดเห็น เข้าใจผิดไปว่า ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นสบาย เราหลงเข้าใจผิดมาตั้งแต่เด็ก จนเติบใหญ่ และแก่เฒ่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ความหลงเข้าใจผิดนั้นเป็นวิปลาส เป็นบ้า คนบ้าคิด
บางทีเราห็นคนบ้าที่โรงพยาบาลโรคจิตร้องเพลงงิ้ว และมีคนบ้าด้วยกันพูดว่า คนที่ร้องเพลงงิ้วนั้นเป็นบ้า ทั้งๆที่ตัวเองก็เป็นบ้า
เช่นเดียวกัน ขณะนี้ เราทุกคนกำลังคิดว่าเป็นเราอยู่ เท่ากับเป็นบ้าตรงที่เข้าใจผิด หลงผิด คิดผิด ซึ่งเรียกว่าวิปลาส

โดย ธัญธร...นำเสนอ [15 ส.ค. 2546 , 22:40:26 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 3

จิตวิปลาส แปลว่า จิตวิปริตไปจากความเป็นจริง คือ เข้าใจผิดคิดว่า ยืน เดิน นั่ง นอน สบาย
ถ้าถามว่านั่งสบายไหม
หากไปเดินมาเมื่อย แล้วไปนั่ง เราจะรู้สึกว่าสบาย
แต่ถ้าให้นั่งนานๆก็ไม่ได้ เมื่อนั่งนานไม่ได้ แล้วจะบอกว่านั่งสบายได้อย่างไร
อาจจะแย้งได้ว่า นั่งใหม่ๆยังสบายอยู่ ความจริง นั่งใหม่ๆทุกข์ยังน้อยอยู่ ทุกข์ยังน้อยมากที่สุด เรามองไม่เห็น จึงเข้าใจผิด คิดว่านั่งสบาย
ความจริงนั่งใหม่ๆ จะใหม่แค่ไหนก็ตาม ทุกข์ทั้งนั้น
เพราะชื่อว่า นั่ง เป็นทุกข์ ยืน เดิน นอน เป็นทุกข์ เพราะถ้าสบายแล้วอย่าเปลี่ยน นั่งสบายแล้วก็นั่งไป นอนสบายแล้วก็นอนไป
ยืน เดิน นั่ง นอน หาสบายไม่ ที่เข้าใจว่าสบายนั้น เป็นความเข้าใจผิดของเราเอง


การหลงเข้าใจผิดนั้น เพราะเราไม่เคยดู เดี๋ยวเมื่อยก็เดินแล้ว เดี๋ยวเมื่อยก็นอนแล้ว มีเปลี่ยนอยู่เรื่อย แล้วจะเห็นได้อย่างไรเล่า
ท่านลองสังเกตุว่า ท่านนั่งนานๆไม่ได้ เดี๋ยวขยับ เดี๋ยวก้ม เปลี่ยนไปท่านั้นท่านี้ นั่งเฉยไม่ได้ ทนไม่ไหว
นั่งเฉยๆสัก ๑๐ นาที นั่งให้นิ่งๆ จะไหวหรือไม่
ถ้าไม่ได้นั่งสมาธิ ก็จะนิ่งไม่ได้ ต้องขยับตัว บางทีตรงนี้มันตึง ตรงนี้มันหย่อน การที่ขยับไปขยับมานั้น เป็นการแก้ปัญหาของเรา ไม่ได้ขยับไป เพราะอยากขยับ แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ค่อยสบาย ที่เมื่อย
เพราะฉะนั้น เราจะบอกว่า ยืน เดิน นั่ง นอน สบายนั้นมีหรือ



โดย ธัญธร...นำเสนอ [15 ส.ค. 2546 , 23:15:37 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )


  สลักธรรม 4

พี่เณรขอขอบคุณมากๆนะครับ
ขอให้ความเจริญในธรรม
จงอนุเคราะห์...รักษาปกป้อง
ให้พี่ธัญธร..มีความสุขในกุศลบารมีนะครับผม......

โดย พี่เณร [16 ส.ค. 2546 , 13:50:16 น.] ( IP = 203.107.210.209 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณในความเมตตาของพี่เณรค่ะ
ที่ชี้แนะให้ได้มีความเพียรในกุศล
ได้มีโอกาสทำงานกุศล ที่ทำให้สุขใจค่ะ

ขอน้อมรับคำอวยพรของพี่เณรด้วยความปิติยินดีค่ะ

โดย ธัญธร [16 ส.ค. 2546 , 20:56:00 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : )


  สลักธรรม 6

อนุโมทนาค่ะ
ที่ช่วยกันสร้างงานกุศล

โดย น้องฟู [17 ส.ค. 2546 , 00:29:35 น.] ( IP = 203.107.206.230 : : )


  สลักธรรม 7

อนุโมทนาค่ะ

โดย เล็ก [18 ส.ค. 2546 , 09:39:27 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 8

สาธุ

โดย เณรวัส [20 ส.ค. 2546 , 12:05:25 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org