มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุผลในการกำหนดอิริยาบถ (๖)




ตอนที่ ๑ - ๕ เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3503

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3506

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3516


http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3529


http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3548


ตามหลักพระปรมัตถธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนว่า ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นทุกข์
เราทำไมไม่เห็น เพราะเราเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อย นั่งท่านี้ไม่สบาย เราก็เปลี่ยน นั่งไขว่ห้างเดี๋ยวนอนแล้ว ทำไมไม่นั่งไขว่ห้างนานๆ เปลี่ยนอยู่เรื่อยๆทำไม เพราะเราจะแก้ไขทุกข์ของเราเอง แต่ไม่ได้สังเกตุ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่วันยังค่ำ ทั้งอิริยาบถใหญ่ อิริยาบถย่อย วันหนึ่งๆเราเปลี่ยนกันกี่หน การเปลี่ยนแต่ละครั้งนั้น มาจากสาเหตุอะไร
มาจากความทุกข์ทั้งนั้น มันบีบคั้นให้ต้องเปลี่ยน ไม่เปลี่ยนไม่ได้

แต่เราไปหลงผิดคิดว่าเราสบาย เพราะเราไม่ได้สังเกตุในการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อแก้ไขปัญหาของเรา
เมื่อเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทุกข์ก็ไม่ได้ประจันหน้ากับเราอย่างจริงจัง เราจึงหลงผิดคิดว่า ยืน เดิน นั่ง นอน สบาย

ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงสอนว่า การปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อทำลายโมหะ คือความหลงใหลเข้าใจผิด คิดว่าสบาย ทำลายวิปลาส
เพราะเราเข้าใจผิด คิดว่า ยืน เดิน นั่ง นอน สบาย ความจริงมันเป็นทุกข์ มีการปลี่ยนหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน ขยับไปมาวันยังค่ำ เพราะปัญหาทุกข์มันเข้ามา
เราไม่รู้ว่านอนนั้นเป็นทุกข์ เราหลงว่าสบาย
คนซึ่งเพลิดเพลิน รื่นเริง แจ่มใส ก็คิดว่าสบาย เว้นแต่ทุกข์ร้อนไม่มีเงินจะใช้ จึงคิดว่าเป็นทุกข์

โดย ธัญธร...นำเสนอ [17 ส.ค. 2546 , 21:35:10 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

จะเห็นได้ว่า ชีวิตของเราตกอยู่ในกองทุกข์ ตั้งแต่ตื่นนอนเช้าไปจนนอน และตื่นอีก ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีแม้แต่วินาทีเดียวที่เราจะสบายจริงๆ เพราะอิริยาบถทั้งใหญ่และย่อยนั้น มีการผันแปรอยู่ตลอดเวลา ไม่ผันแปรไม่ได้
แม้แต่การหายใจยังหยุดไม่ได้ หายใจเข้า ไม่หายใจออกก็ไม่ได้ เราต้องผจญกับความลำบากตลอดเวลา แต่ที่ไม่รู้ เพราะอำนาจโลภะ เช่น เมื่อคนพูดว่า " เธอช่างสวยงามเหลือเกิน " ก็รักใคร่ชอบใจกัน เอาสุขเวทนาอย่างนั้น อย่างนี้ มาทับถมปิดบังหมด
ความสุขจากการกิน การอยู่ การได้ยิน การเที่ยวเตร่ สารพัดอย่าง ความจริงทุกข์ทั้งสิ้น การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เป็นทุกข์ทั้งนั้น ทนอยู่ในสภาพหนึ่งไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไปอีกสภาพหนึ่ง
แม้แต่การเห็น เราบอกว่าเห็นแล้ว เห็นดี สบายดี สนุกด้วย
ถามว่าเห็นนานๆได้ไหม ได้ยินนานๆได้ไหม ได้กลิ่นนานๆ ได้คิดนานๆ ทุกอย่างไม่ว่าอารมณ์อะไร มันนานไม่ได้ เพราะเป็นทุกข์


เพราะเหตุนี้ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่า ชีวิตเป็นทุกข์นั้น ไม่ได้หมายถึงว่า จะต้องไปผจญกับการกินอยู่หลับนอนไม่ดี หรือไม่มีเงินจะใช้ ไม่มีบ้านจะอยู่ แต่ว่ารวมทุกอย่าง นี่ว่าโดยปรมัตถ์
แต่ถ้าเป็นการว่าโดยบัญญัติ การเที่ยวเตร่ก็มีความสุขได้ แต่เป็นสุขวิปลาส คือเข้าใจผิด หลงผิดคิดว่าเป็นสุข
เพราะเมื่อว่าโดยปรมัตถ์แล้ว ขณะจิตใด ขณะจิตหนึ่ง จะหาความสุขนั้นไม่มีเลย

โดย ธัญธร...นำเสนอ [17 ส.ค. 2546 , 22:05:06 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )


  สลักธรรม 2



ตามมาอ่านต่อค่ะ
อ่านแล้วหดหู่นะคะ ยิ่งกล่าวว่า

...ขณะจิตใด ขณะจิตหนึ่ง จะหาความสุขนั้นไม่มีเลย ....

อนุโมทนาค่ะ

โดย พี่ดา [17 ส.ค. 2546 , 22:25:05 น.] ( IP = 203.113.91.106 : : )


  สลักธรรม 3

ดังนั้น อิริยาบถก็ดี เห็นก็ดี ได้ยินก็ดี หายใจก็ดี ทำอะไรๆ ทั้งอิริยาบถใหญ่ อิริยาบถย่อย ตลอดจนทุกอย่างที่มีชีวิตอยู่ขึ้นมา ไม่มีสุขทั้งนั้น
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงแสดง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
ทำไมท่านถึงไม่เอาสุขขึ้นมา เพราะไม่มีสุขอริยสัจ เอาทุกข์ขึ้นต้น เราะว่าทุกข์มาจากรูป นาม ทุกข์เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ต่อๆกันไม่จบสิ้น ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นแม้แต่วินาทีเดียว


จะเห็นได้ว่า การปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ถ้าเข้าใจเหตุไม่ดีไปหน่อยเดียว การปฎิบัติก็ล้มเหลว เหตุผลในใจไม่มีไม่ได้
กำหนดพิจารณาอย่างไร ถ้าไม่มีปัญญา มีแต่สติ มันก็ไม่เป็นวิปัสสนากรรมฐาน
เพราะฉะนั้น ความเข้าใจที่ถูกต้องเท่านั้น จะช่วยผู้ปฎิบัติได้อย่างแท้จริง

โดย ธัญธร...นำเสนอ [17 ส.ค. 2546 , 22:39:33 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )


  สลักธรรม 4

อนุโมทนากับพี่ธัญธรมากค่ะ ที่ทำให้ได้ทบทวนการปฏิบัติวิปัสสนาค่ะ

โดย เล็ก [18 ส.ค. 2546 , 09:31:24 น.] ( IP = 203.144.173.240 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณมากค่ะพี่ธัญธร ที่กรุณานำเสนอให้ทราบเป็นการสาธารณะทั่วกัน

โดย น้องกิ๊ฟ [19 ส.ค. 2546 , 01:01:12 น.] ( IP = 202.129.46.101 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากุศลกับปัญญาที่พี่ธัญธรนำมามอบให้ค่ะ

โดย Mashima [26 ส.ค. 2546 , 16:20:32 น.] ( IP = 169.210.6.236 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากครับผม
ที่มีความตั้งมั่นที่จะนำความรู้
มีกรุณาจิตนำเสนอให้ทราบ
เป็นการสาธารณะทั่วกันตลอดมานะครับผม…

โดย พี่เณร [26 ส.ค. 2546 , 16:38:04 น.] ( IP = 203.107.212.51 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org