มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


-*-มิลินทปัญหา-*-ถามเรื่อง...ผู้ถือเวท...




ปัญหาที่ ๖ ถามเรื่องผู้ถึงเวท


พระเจ้ามิลินท์ตรัสถามว่า: “ ข้าแต่พระนาคเสน เวทคู คือผู้ถึงเวทมีอยู่หรือ? ”
พระเถระตอบว่า: “ในข้อนี้ใครชื่อว่าเวทคู ? ”

พระเจ้ามิลินท์ตรัสตอบว่า: “ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า อัพภันตรชีพ คือ สิ่งที่เป็นอยู่ในภายในนี้ ย่อมเห็นรูปด้วยจักษุได้ยินเสียงด้วยโสต สูดดมกลิ่นด้วยฆานะ ลิ้มรสด้วยชิวหา ถูกต้องสัมผัสด้วยกาย รู้นามธรรมด้วยใจ นี้แหละชื่อว่า เวทคู ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า เราทั้งสองนั่งอยู่ที่ปราสาทนี้ประสงค์จะแลดูออกไปทางพระแกล(ช่องหน้าต่าง)ใด ๆ ก็แลดูออกไปทางช่องพระแกลนั้น ๆ เป็นทางตะวันออก หรือทางตะวันตก ทางเหนือ ทางใต้ ก็ได้ตามประสงค์ฉันใด อัพภันตรชีพ คือสิ่งที่เป็นอยู่ในภายในร่างกายนี้ ต้องการจะดูออกไปทางทวารใด ๆ ก็ดูออกไปทางทวารนั้น ๆ แล้วก็ได้เห็นรูปด้วยจักษุได้ฟังเสียงด้วยโสต ได้สูดดมกลิ่นด้วยฆานะได้รู้รสด้วยชิวหา ได้ถูกต้องสัมผัสด้วยกาย ได้รู้ธรรมด้วยใจ ฉันนั้น ”
พระเถระเจ้าจึงถวายพระพรต่อไปว่า: “ อาตมภาพจะกล่าวให้ยิ่งขึ้นไป คือเราทั้งสองนั่งอยู่ที่ปราสาทนี้ ต้องการจะแลออกไปทางช่องพระแกลใด ๆ จะเป็นทางตะวันออกหรือตะวันตก ทางเหนือ ทางใต้ ก็ได้เห็นรูปต่าง ๆ ฉันใด
บุคคลต้องได้เห็นรูปด้วยจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ อันเป็น อัพภันตรชีพ อย่างนั้น
หรือต้องได้ฟังเสียงด้วยจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ฉันนั้น
หรือต้องได้สูดกลิ่นด้วยจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ฉันนั้น
หรือต้องได้รู้รสด้วยจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ฉันนั้น
หรือต้องถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ฉันนั้น
หรือต้องรู้ธรรมด้วยจักษุ โสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ฉันนั้นหรือ? ”

พระเจ้ามิลินท์: “ ไม่ใช่ฉันนั้น พระผู้เป็นเจ้า ”

โดย กมลชนก [20 ส.ค. 2546 , 23:58:16 น.] ( IP = 203.209.12.58 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระเถระเจ้า: “ ขอถวายพระพร คำหลังกับคำก่อน หรือคำก่อนกับคำหลังของมหาบพิตร ย่อมไม่สมควรแก่กัน เหมือนอย่างว่าเราทั้งสองนั่งอยู่ที่ปราสาทนี้ เมื่อเปิดช่องพระแกลเหล่านี้ไว้ แล้วแลออกไปภายนอกทางอากาศอันกว้างใหญ่ ก็ต้องเห็นรูปได้ดีฉันใด อัพภันตรชีพ นั้น เมื่อเปิดจักษุทวารหันหน้าออกไปภายนอกทางอากาศอันกว้างใหญ่ก็เห็นรูปได้ดี เมื่อเปิดโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มนะ ไว้แล้วหันหน้าออกไปภายนอกทางอากาศอันกว้างใหญ่ ต้องเห็นรูปได้ดีฉันนั้น อย่างนั้นหรือ ? ”
พระเจ้ามิลินท์: “ ไม่ใช่อย่างนั้น พระผู้เป็นเจ้า ”

พระเถระเจ้า: “ ขอถวายพระพร คำหลังกับคำก่อนหรือคำก่อนกับคำหลังของมหาบพิตร ย่อมไม่สมควรแก่กัน เหมือนอย่างว่า มียาจกเข้ามารับพระราชทานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากมหาบพิตร แล้วออกไปยืนอยู่ที่ซุ้มประตูภายนอก มหาบพิตรทรงรู้หรือไม่? ”
พระเจ้ามิลินท์: “รู้ พระผู้เป็นเจ้า ”

พระเถระเจ้า: “ ขอถวายพระพร ผู้ที่ได้รับพระราชทานแล้วเข้าไปภายใน ยืนอยู่ตรงพระพักตร์ของมหาบพิตร พระองค์รู้หรือว่าผู้นี้เข้ามาในภายใน มายืนอยู่ข้างหน้าเรา ? ”
พระเจ้ามิลินท์: “ รู้ พระผู้เป็นเจ้า ”

พระเถระเจ้า: “ ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร คือ อัพภันตรชีพ นั้น เมื่อวางรสไว้ที่ชิวหา ก็รู้ว่าเป็นรสเปรี้ยว หรือรสเค็ม รสขม รสเผ็ด รสฝาด รสหวานหรือไม่ ? ”
พระเจ้ามิลินท์: “ รู้ พระผู้เป็นเจ้า ”

พระเถระเจ้า: “ เมื่อรสเหล่านั้นไม่เข้าไปภายใน อัพภันตรชีพ นั้น รู้หรือไม่ว่าเป็นรสเปรี้ยว รสเค็ม รสขม รสเผ็ด รสฝาด รสหวาน ? ”
พระเจ้ามิลินท์: “ไม่รู้ พระผู้เป็นเจ้า ”

โดย กมลชนก [21 ส.ค. 2546 , 00:00:37 น.] ( IP = 203.209.12.58 : : )


  สลักธรรม 2

พระเถระเจ้า: “ นี่แหละ มหาบพิตร จึงว่าคำหลังกับคำก่อน หรือคำก่อนกับคำหลังของมหาบพิตรไม่สมควรแก่กัน ไม่สมกัน เหมือนเหมือนอย่างว่า มีบุรุษผู้หนึ่งให้บรรทุกน้ำผึ้งตั้ง ๑๐๐หม้อ มาเทลงในรางน้ำผึ้ง แล้วมัดปากบุรุษนั้นไว้ จึงเอาทิ้งลงไปในรางน้ำผึ้งบุรุษนั้นจะรู้จักรสน้ำผึ้งหรือไม่? ”
พระเจ้ามิลินท์: “ ไม่รู้ พระผู้เป็นเจ้า ”

พระเถระเจ้า: “ เพราะอะไรล่ะ มหาบพิตร ? ”
พระเจ้ามิลินท์: “ เพราะน้ำผึ้ง ไม่เข้าไปในปากของเขา ”

พระเถระเจ้า: “ ขอถวายพระพร ด้วยเหตุนี้แหละ จึงว่าคำหลังกับคำต้น หรือคำต้นกับคำหลังของมหาบพิตร ไม่สมควรแก่กัน เข้ากันไม่ได้”
พระเจ้ามิลินท์: “ ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า โยมไม่อาจสนทนากับพระผู้เป็นเจ้าในข้อนี้ได้แล้ว ขอพระผู้เป็นเจ้าจงแสดงข้อนึ้ให้โยมเข้าใจเถิด ”

พระเถระก็แสดงให้พระเจ้ามิลินท์เข้าพระทัย ด้วยถ้อยคำอันเกี่ยวกับ อภิธรรม ว่า
พระเถระเจ้า: “ ขอถวายพระพร จักขุวิญญาณ ย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะอาศัยจักษุ (ตา) กับ รูป แล้วจึงมี เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ อันเกี่ยวข้องกับจักขุวิญญาณนั้น เกิดขึ้นตามปัจจัย
ถึง โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ ก็เกิดขึ้นได้เพราะอาศัย โสตะกับเสียง ฆานะกับกลิ่น ชิวหากับรส กายกับโผฏฐัพพะ มนะกับธรรมารมณ์
แล้วจึงเกิด เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ เหมือนกัน เป็นอันว่าผู้ชื่อว่า “ เวทคู ” ไม่มีในข้อนี้ ขอถวายพระพร”

พระเจ้ามิลินท์: “ ข้าแต่พระนาคเสน พระผู้เป็นเจ้าวิสัชนานี้ สมควรแล้ว ”

โดย กมลชนก [21 ส.ค. 2546 , 00:01:26 น.] ( IP = 203.209.12.58 : : )


  สลักธรรม 3


อธิบาย

คำว่า เวทคู แปลว่า ผู้ถึงเวท ท่านหมายความว่า เป็นผู้ถึงชึ่งความรู้ คือผู้รับรู้สิ่งต่าง ๆ พระเจ้ามิลินท์เข้าใจว่า เวทคู นั้นเป็น สัตว์ บุคคล ตัวตน เป็นของมีชีวิตอยู่ภายใน อันเรียกว่า อัพภันตรชีพ ว่าเป็นผู้เห็นรูปด้วยตา ฟังเสียงด้วยหู หรือดมกลิ่นด้วยจมูก เป็นต้น ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด
ส่วนที่ถูกนั้น พระนาคเสนท่านกล่าวว่า ไม่มีสัตว์ บุคคล ตัวตน หรือ อัพภันตรชีพ คือสิ่งที่เป็นอยู่ในภายในเป็นเวทคูเลย การที่รู้อารมณ์ต่าง ๆ นั้น ได้แก่ วิญญาณ อันเกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กับ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ ต่างหากดังนี้
คือข้อนี้ท่านมุ่งแสดงเป็นปรมัตถ์ ( คือเรื่องของจิตและเจตสิก) ไม่ได้มุ่งแสดงเป็นสมมุติ ( คือธรรมะทั่วไป ) ถ้าว่าเป็นสมมุติ เวทคู นั้นก็มีตัวตน ดังนี้

จาก...มิลินทปัญหา ฉบับพร้อมด้วยอรรถกถา ฎีกา แปลโดย...ปุ้ย แสงฉาย

อัตตา (ตัวตน) เรียกว่า เวทคู เพราะอรรถว่า มีปกติถึงเวทคู (ความรู้)
คำว่า ตัวอัพภันตรชีวะนั้น เมื่อได้วางรสไว้ที่ลิ้น พึงรู้ได้หรือไม่ว่าเป็นรสเปรี้ยว เป็นต้น ประกอบความว่า ตัวอัพภันตรชีวะนั้น เมื่อได้วางรสไว้ที่ลิ้น มิได้วางไว้ภายนอกปาก พึงรู้ทางทวารลิ้นนั้นหรือไม่ว่าเป็นรสเปรี้ยวเป็นต้น ชื่อว่า วางรสไว้ที่ลิ้น ท่านกล่าวถึงบริเวณจับตั้งแต่คอหอยจนถึงด้านนอกปาก
คำว่า เมื่อมิได้เอารสใส่เข้าไปในปาก ตัวอัพภันตรชีวะนั้น พึงรู้หรือไม่ว่าเป็นรสเปรี้ยว เป็นต้น ประกอบความว่า เมื่อมิได้เอารสใส่เข้าไปในปาก วางอยู่ภายนอกปากไม่กระทบลิ้น ตัวอัพภันตรชีวะนั้น พึงรู้ทางทวารลิ้นนั้นหรือไม่ว่าเป็นรสเปรี้ยว เป็นต้น

จาก...มิลินทปัญหา เล่ม ๑ จัดพิมพ์เผยแผ่โดยมูลนิธิปราณี สำเริงราชย์



โดย กมลชนก [21 ส.ค. 2546 , 00:05:24 น.] ( IP = 203.209.12.58 : : )


  สลักธรรม 4

ที่รังสรรพจนามาสู่ที่
นับว่าดีมีประโยชน์เกินโกฏแสน
อันมณีมีค่ามากในดินแดน
มิอาจแม้นเทียบค่า-*-มิลินทปัญหา-*-เอย

โดย พี่เณรชิต [21 ส.ค. 2546 , 08:02:50 น.] ( IP = 203.107.207.52 : : )


  สลักธรรม 5

อนุโมทนาและขอบคุณน้องกมลชนก มากค่ะ..

อ่านแล้วก็งงดีจัง
...คำหลังกับคำก่อน หรือคำก่อนกับคำหลัง...

§§§§
อ่านทวนแล้วดูเหมือนจะเข้าใจอย่างงงงงงอย่างไรก็ไม่ทราบสิน้อง
§§§§

โดย พี่ดา [21 ส.ค. 2546 , 10:06:40 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.32 )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณมากค่ะคุณกมลชนก อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 ส.ค. 2546 , 15:52:53 น.] ( IP = 203.113.67.38 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณ น้องกมลชนกมากค่ะ
ที่นำ มิลินทปัญหา ที่น่าสนใจมาให้ได้อ่านกัน
อนุโมทนาค่ะ

โดย ธัญธร [22 ส.ค. 2546 , 22:12:40 น.] ( IP = 203.113.71.165 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org