มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เหตุผลในการกำหนดอิริยาบถ (๙)




http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3577


การพิจารณาอิริยาบถย่อย หรือ สัมปชัญญะ ๗ ได้แก่
๑. ก้าวไปข้างหน้า และถอยไปข้างหลัง
๒. แลไปข้างหน้า เหลียวไปข้างซ้าย เหลียวไปข้างขวา
๓. คู้แขนเข้า เหยียดแขนออก
๔. กิริยาที่นุ่งผ้า ห่มผ้า และใช้เครื่องใช้สอยอื่นๆ
๕. การเคี้ยว การกิน การดื่ม การลิ้มรส
๖. การถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ
๗. การเดิน ยืน นั่ง นอน หลับ ตื่น การพูด การนั่ง

ด้วยหลักการแล้ว ในการพิจารณาดูอิริยาบถใหญ่ และอิริยาบถย่อยทั้ง ๗ นี้ จะคล้ายกัน
กล่าวคือ ผู้ปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน จำเป็นต้องมีเหตุผลอยู่ในใจ เช่น เมื่อเวลายืน เดิน เราหลงผิดคิดว่า เราเป็นผู้ยืน ผู้เดิน
แต่ความจริง การยืน การเดิน หาได้มีเราอยู่ในนั้นไม่ เพราะว่า นาม (จิต) อันหนึ่ง รูปอันหนึ่ง
จิตเป็นผู้มีเจตนาทำให้รูปผันแปรไป เช่น ให้รูปนั่งท่านี้ ท่านั้น ให้รูปนอนในท่าต่างๆ เกิดขึ้น อำนาจจิต ทำให้รูปนั้นๆเกิดขึ้น
ดังได้กล่วมาข้างต้นแล้วว่า การที่เรานั่งได้นั้น มีเหตุ ๖ ประการ คือ
มีกรรมชรูปดี
มีจิตคิดจะนั่ง
มีจิตสั่ง คือเจตนาที่จะนั่ง
มีจิตตชวาโยธาตุ
มีอุตุชวาโยธาตุ
และอาหารชรูป
เมื่อเหตุทั้ง ๖ นี้มาประชุมพร้อมกัน การนั่งจึงเกิดขึ้นได้ ถ้าขาดเหตุไปแม้แต่อันเดียว เราจะนั่งไม่ได้

โดย ธัญธร...นำเสนอ [23 ส.ค. 2546 , 21:04:16 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ความสำคัญอยู่ที่ว่า การปฎิบัติให้เห็นรูปนั่งเป็นรูปนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะให้เห็นเป็นกรรมชรูป
๖ เหตุนี้ ให้เข้าใจอยู่ในใจเท่านั้นเอง เวลาทำไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่ต้องนึกถึงด้วย แต่ให้เห็นรูปเฉยๆ
เหมือนเวลาสุนัขผ่านมา เห็นหน้าตาเช่นนี้ เห็นอย่างไรก็ให้รู้สึกเช่นนั้น เพราะเห็นเท่านี้ เราก็นึกออกแล้ว
และการเห็นรูปนั้น เป็นการเห็นท่าทาง ไม่ใช่เห็นกาย เช่น ท่าทางนั่งท่าไหน
เพราะรูปนี้เกิดจากจิต อำนาจจิตทำให้มีรูปนี้ขึ้นมา แล้วเราก็เห็นเป็นรูป ไม่ใช่เป็นเรา
เพราะวัตถุประสงค์ ที่เราปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อพิจารณา
๑ ดูรูปนั่ง นอน ยืน เดิน ให้เห็นเป็นรูป ไม่ใช่ตัวเรา
๒ ดูรูปนั่ง นอน ยืน เดิน ให้เห็นเป็นทุกข์ ไม่ใช่สุข
การพิจารณาดูอิริยาบถใหญ่ ต้องทำความเข้าใจให้ดี ให้ถูกต้อง
เพื่อเป็นการปูพื้นฐาน ไปพิจารณาอิริยาบถย่อยต่อไปได้
ทั้งนี้ เพราะการพิจารณาดูอิริยาบถใหญ่ ๔ นั้น จะคล้ายกันกับ การพิจารณาอิริยาบถย่อย เช่น ผู้ปฎิบัติจะก้าวไปข้างหน้า จะถอยไปข้างหลัง ก็ให้พิจารณาก่อน
และดูว่าการก้าวไปข้างหน้า เป็นรูป ไม่ใช่เป็นเรา
จะถอยไปข้างหลัง เป็นรูป ไม่ใช่เป็นเรา
และต้องดูด้วยว่า ทำไมเราก้าวไปข้างหน้า เราถอยไปข้างหลัง
ดูเสียหน่อย นิดเดียวเท่านั้น ให้รู้สึกในใจ
ไม่ใช่ดูเอาๆ ไม่ใช่จะก้าวที ดูที เช่นนี้ไม่ได้
อิริยาบถย่อยนี้ ไม่ใช่การเดิน การก้าวไปข้างหน้า หมายถึง จะสืบไปข้างหน้าก้าวเดียวเท่านั้น หรือจะถอยหลังไป ก็ก้าวเดียวเท่านั้น

โดย ธัญธร...นำเสนอ [23 ส.ค. 2546 , 21:17:01 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )


  สลักธรรม 2

วิธีดูอิริยาบถย่อย จะต่างจากการดูอิริยาบถใหญ่นิดเดียว คือ รู้สึกเท่านั้น เช่น รู้สึกว่า จะก้าวไปข้างหน้า เพราะยืนตรงนี้ตากแดด หรือจะแลไปข้างหน้า เหลียวไปข้างหลัง
จะต้องมีเหตุว่า ทำไมต้องแลไปข้างหน้า หรือจะเหลียวไปข้างหลัง
มีเหตุอะไรให้ทำ เหตุนี้ คือ เหตุ ๖ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เช่น จะเห็นต้องรู้สึกตัวก่อน แล้วเราจึงหันไป
เราจะต้องรู้สึกตัวว่าหันไป ให้มีความรู้สึกไว้ในใจ ไม่ให้ท่อง ไม่ให้บ่น ไม่ให้รู้สึกนานๆ
ให้ตั้งใจนิดเดียวว่า จะไปทำอะไร และมีเหตุอะไร ที่ให้เราทำ เหตุทั้งหลายล้วนเป็นทุกข์ทั้งสิ้น
การเปลี่ยนอิริยาบถย่อย ถ้าไม่เข้าใจ ไปดูแล้ว จะกลายเป็นเราไปหมด และจะกลายเป็นอัตตาภาวนาไป

สำหรับการนุ่งผ้าจะดูอย่างไร เพราะเราใช้สองมือ จิตเกิดดับทุกขณะเร็วมาก
เราจะดูแต่เฉพาะที่สำคัญ ที่เด่น เช่น เวลานุ่งผ้า มือซ้ายไม่เด่น เราก็กำหนดดูรูปที่มือขวา
ไม่ต้องดูผ้า เพราะเป็นของภายนอกไม่มีทุกข์เกี่ยวกับเรา
ให้ดูที่เกี่ยวข้องกับเรา และเราเป็นทุกข์ เพราะอิริยาบถเป็นทุกข์ไม่ว่าอิริยาบถใหญ่เล็ก มันบังคับให้เราต้องทำ

โดย ธัญธร...นำเสนอ [23 ส.ค. 2546 , 21:34:12 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )


  สลักธรรม 3

การเคี้ยว ก็กำหนดการเคลื่อนไหว เหมือนกับการกำหนดเดิน
การกิน และ การดื่มก็กำหนดหมด แต่กำหนดความรู้สึกนิด ๆ หน่อย ๆ ปนลงไป
ไม่ต้องกำหนดหมด ตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะจะกลายเป็นอัตตาภาวนา เช่น จะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำ ไม่ใช่ค่อย ๆ เอื้อม แต่ให้กำหนดรู้สึกนิดเดียวว่าหิวน้ำ เป็นทุกข์ และก็เอื้อมมือ รู้สึกมือเคลื่อนนิดเดียวเท่านั้น

ในการกำหนดอิริยาบถย่อย ถ้าค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ ดู ก็จะกลายเป็นอัตตาภาวนา แกล้งทำเสียแล้ว เพราะคนธรรมดาจะไม่ทำเช่นนั้น คือ ค่อย ๆ ทำ นอกจากคนป่วย คนเจ็บ
ดังนั้นเอื้อมก็เอื้อมธรรมดา จะก้ม จะเงย จะคู้ จะเหยียด จะอาบน้ำ จะนุ่งผ้า ให้เหมือนธรรมดาที่สุด ถ้าใครขืนไปทำผิดธรรมชาติ ผิดธรรมดา ก็จะหลายเป็นแกล้งทำ ความจงใจทำเกิดขึ้นแล้ว

ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าย่อยหรือใหญ่ ควรปฏิบัติให้เหมือนที่บ้าน
เพียงแต่เวลาเข้าปฏิบัติให้สังเกตดู แล้วปัญญาจะเกิดขึ้นรู้ว่ารูปนี้เป็นรูป ไม่ใช่เรา
และการเคลื่อนอิริยาบถทุกอย่าง เป็นทุกข์ ไม่ใช่สุข
การเคี้ยวก็กำหนดนิดเดียว ไม่ใช่ค่อย ๆ เคี้ยว
บางแห่งสอนให้ค่อย ๆ เคี้ยว กว่าจะรับประทานเสร็จร่วมชั่วโมง
หรือการเดิน ก็สอนให้ค่อยๆ เดิน คนภายนอกที่ไม่ได้เรียนธรรมะ เขาก็จะเห็นว่าแปลก
เมื่อจงใจทำหรือแกล้งทำ ก็จะมีตัณหาหนุนหลัง
อำนาจของความอยากทำให้เราค่อย ๆ ก้าว ค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ หยิบ
แต่ทำแล้วจะได้สมาธิดี จะมีสมาธิทั้งวัน เว้นเวลานอนหลับเท่านั้น
บางคนปฏิบัติแน่วแน่มาก ถึงขนาดเอาเข็มไปจิ้มก็ไม่เจ็บ

โดย ธัญธร...นำเสนอ [23 ส.ค. 2546 , 21:46:25 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )


  สลักธรรม 4

สำหรับผู้ปฏิบัติที่อยากได้รูปนาม มักจะปฏิบัติจริง ๆ จัง ปฏิบัติเกินขอบเขต คือ ดูเอา ๆ เลยกลายเป็นอัตตาภาวนา
ควรปฏิบัติให้เหมือนกับ เราทำอยู่ที่บ้านให้มากที่สุด คอยสังเกตุนิด สังเกตุหน่อย
จะเอื้อมมือ ก็คอยสังเกตมือที่เอื้อม นิดเดียวเท่านั้นพอ ให้รู้ว่ามือที่เอื้อมออกไปเป็นรูป
สำหรับการถ่ายอุจจาระปัสสาวะ เช่นกัน ทำความรู้สึกตัวนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้น

การที่ได้กล่าวว่า ให้พยายามพิจารณาให้ดี ๆ อย่าให้มีกำลังแรง หรือดูติดกันเกินไป
อย่าให้มันผิดธรรมชาติ เพราะจะกลายเป็นว่ามีตัณหาหนุนหลัง
ขณะนี้ตัณหายังไม่เกิด แต่ถ้าตัณหามันหนุนหลังให้เกิด มันจะไม่เป็นวิปัสสนากรรมฐาน
ด้วยเหตุนี้ผู้ปฏิบัติใหม่ ๆ อาจารย์จะไม่แนะนำให้ดูอิริยาบถย่อย
แต่จะให้พิจารณาอิริยาบถใหญ่ คือดู รูปยืน เดิน นั่ง นอน ซึ่งง่ายกว่า การเปลี่ยนอิริยาบถก็ง่าย
พอเอาอิริยาบถย่อยมาพิจารณาจะทำให้วุ่นวายใจ เพราะจะกลายเป็นค่อย ๆ เอื้อม ค่อย ๆ จับ
ความจริงแล้วทำทุกข์อย่างได้หมด ยืน เดิน นั่ง นอน จะก้ม จะเงย จะคู้ จะเหยียด หรือบางทีพิจารณานามด้วย

..

โดย ธัญธร...นำเสนอ [23 ส.ค. 2546 , 21:59:42 น.] ( IP = 203.113.71.164 : : )


  สลักธรรม 5



อนุโมทนาในกุศลจิตของพี่ธัญธรค่ะ

โดย น้องฟู [23 ส.ค. 2546 , 23:18:31 น.] ( IP = 203.113.38.7 : : )


  สลักธรรม 6

ขออนุโมทนากับการนำคำบรรยายธรรมะของพระอาจารย์บุญมีมาเผยแพร่ค่ะ

โดย Mashima [26 ส.ค. 2546 , 13:44:05 น.] ( IP = 169.210.6.236 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณมากครับผม
ที่มีความตั้งมั่นที่จะนำความรู้
มีกรุณาจิตนำเสนอให้ทราบ
เป็นการสาธารณะทั่วกันตลอดมานะครับผม…


โดย พี่เณร [26 ส.ค. 2546 , 16:40:43 น.] ( IP = 203.107.212.51 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org