| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เหตุผลในการกำหนดอิริยาบถ ตอนจบ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=3588
ดังนั้น ที่สำนักปฏิบัติวิปัสสนาอ้อมน้อยของมูลนิธิฯ จะไม่ให้กำหนดอย่างอื่นเลย นอกจากกำหนด รูปยืน เดิน นั่ง นอน เท่านั้น ในกรณีที่เป็นผู้ปฏิบัติใหม่
เพราะง่ายกว่า
ถ้ามีเสียงมา กำหนดให้ยินนิดหนึ่ง แล้วกลับมาที่รูปนั่ง รูปนอน
ถ้ามีจิตฟุ้งไปมาก รู้สึกฟุ้งไปมาก ก็ดูนามที่ฟุ้งไป แล้วกลับมารูปนั่ง รูปนอนใหม่
ถ้าจิตเป็นอย่างไรก็ดูอย่างนั้น แต่ให้ดู รูปยืน เดิน นั่ง นอน เป็นหลัก
และเมื่อเข้าปฏิบัติไปถึง 10 วัน ก็ให้กำหนดอิริยาบถย่อยได้ คือ สัมปชัญญะบรรพ ซึ่งแปลว่า ความรู้สึกตัว แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนมีความชำนาญมากขึ้น
หลายท่านไม่เข้าใจว่าทำไมทางสำนักฯ จึงให้กำหนดดู รูปยืน เดิน นั่ง นอน ในครั้งแรกๆ ก่อน
เพราะถ้าให้กำหนดอิริยาบถย่อยด้วย จะทำให้สับสนวุ่นวาย และจะกลายเป็นการแกล้งทำ เป็นอัตตาภาวนา เป็นเรา เป็นเขา เข้ามา ทำให้ไม่เห็นเป็นรูปเป็นนาม
อีกประการหนึ่งเราจะสกัดกั้นไม่ให้ตัณหาหนุนหลัง เพราะความอยากจะได้รูปนาม จึงทำให้ดูเอาๆ สัมปชัญญะ ความรู้สึกตัวก็ไม่เกิด
โดย ธัญธร...นำเสนอ [24 ส.ค. 2546 , 21:22:56 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
สลักธรรม 1มีตัวอย่าง เกี่ยวกับตัณหาหนุนหลัง ที่จะยกมาเล่าให้ฟังดังนี้
มีผู้ปฏิบัติท่านหนึ่งตั้งใจมาเข้าปฏิบัติ และเคร่งเครียดเอาจริงเอาจัง
พอปฏิบัติได้ 2 วัน นั่งอยู่ในห้องดี ๆ ก็เดินออกจากห้อง แล้วมองไปที่โรงครัว กับศาลา
เพราะว่าอำนาจของตัณหา หนุนหลังให้ลุกขึ้น แต่ไม่ได้ทันดูว่าลุกขึ้นทำไม
ตัณหาหนุนหลังให้ไปที่โรงครัว และศาลา เพราะมีผู้คนเข้า ๆ ออก ๆ จึงอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศไม่ให้หยอยเหงา
เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า เราตกเป็นทาสรับใช้ตัณหามาอย่างโชกโชน ไม่รู้กี่หมื่นชาติแล้ว
ตัณหาเป็นตัวการ ทำให้เราต้องติดอยู่ในภพ ทำให้ต้องเวียนว่ายตายเกิด
ตัณหาเป็นตัวการทำให้การปฏิบัติล้มเหลว เพราะจะเข้าไปหนุนทุกอารมณ์
หากเปรียบปัญญาเป็นตำรวจ ตัณหาคือผู้ร้าย ถ้าปล่อยให้ตำรวจไม่เข้มแข็ง ผู้ร้ายก็กำเริบ
ด้วยเหตุนี้ เราต้องดู แม้เผลอก็ต้องดู บางครั้งเผลอลุกขึ้น ก็ต้องดูว่าทำไมถึงลุก การเผลอก็ต้องดูว่านาม(จิต)เผลอ เป็นปัญญาบารมีเพราะดูนาม
อาการจะหลับ จะตื่นขึ้น การพูด เป็นสัมปชัญญะ เช่น จะหลับ เวลานี้ง่วงมาก เราก็ควรกำหนดรู้ เวลาตื่นขึ้น กำหนดรู้ กำหนดความรู้สึกตื่น
ถ้าเผลอแล้วรู้ทีหลัง ก็ไม่เป็นไร รู้สึกตัวเมื่อไรก็กำหนดเมื่อนั้น
ถ้าเรากำหนดอยู่เสมอ ๆ จิตก็จะเป็นขณิกสมาธิต่อ ๆ กัน
ส่วนการพูดให้กำหนดรู้ตัวก่อนว่าจะพูด
โดย ธัญธร...นำเสนอ [24 ส.ค. 2546 , 21:38:32 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
สลักธรรม 2เมื่อผู้ใดได้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ดังที่ได้แสดงมานี้ โดยความละเอียดละออ พิถีพิถัน ประกอบด้วยเหตุผล และการวางใจดี
มองเห็น รูปนาม ตามนัยของการปฏิบัติ คือ เห็นรูปนั่ง ท่าทางที่นั่ง เป็นรูป
เห็นอิริยาบถปิดปังทุกข์ ก็จะได้ชื่อว่า ได้เห็นรูปนาม ตามนัยของการปฏิบัติ เรียกว่า เป็นญาณที่ 1 ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว
ถ้ามีการฟังแล้วเข้าใจ ก็จะเห็นรูปนามตามทฤษฏี ตามนัยของปริยัติ
เพราะศึกษาเล่าเรียนพิจารณาแล้วเข้าใจ เป็นปัญญาบารมีอันหนึ่ง
เพราะว่า เรายึดโลกเอาไว้ในมือของเราทั้งมือ บางคนก็ยึดโลก เป็นจริงเป็นจัง
บางคนก็ยึดโลกไม่จริงนัก เป็นครั้งคราวไป
แต่ถ้าใครผู้ใด พิจารณารูป พิจารณานามแล้ว ก็ได้ชื่อว่า ทำลายโลก
โลก คือ โลกะ แปลว่า ความพินาศ
การปฏิบัติเห็นรูป เห็นนาม เป็นการทำลายความยึดมั่น ความพินาศให้หมดไป
เพราะฉะนั้น สิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนแต่ไม่เที่ยง ล้วนแต่ พึ่งพาอาศัยมิได้ ตายแล้วก็ไม่มีอะไรกำติดมือไป
โดย ธัญธร...นำเสนอ [24 ส.ค. 2546 , 21:52:28 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
สลักธรรม 3ฉะนั้น แม้การศึกษา ได้รูป-นามตามนัยปริยัติ ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายโลก ที่เราหลงยึดผิดไป
ยึดว่าเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นสิ่งของ เป็นเรา เป็นของๆ เรา
ถ้ายึดไว้มากเท่าไร ความเหนียวแน่นในการยึด จะทำให้เราเวียนว่ายตายเกิด หนักเข้าเท่านั้น
เมื่อมีการพิจารณาแล้วเท่ากับเป็นการทำลายโลก เป็นขณะ ๆ
เพราะได้ชื่อว่า ทำลายความยึดมั่นนี้ออกไป
แม้ว่าได้พิจารณานิดๆ หน่อยๆ ก็ได้ชื่อว่ามีปัญญาติดตัวแล้ว
เมื่อเกิดในชาติข้างหน้าก็จะได้เป็น ติเหตุกบุคคล
หมายถึงมีเหตุ 3 คือ อโลภะเหตุ (ไม่มีความโลภ) อโทสะเหตุ (ไม่มีความเสียใจ) อโมหะเหตุ (ไม่มีความหลง) ปนอยู่ด้วย
คนที่ไม่เคยศึกษาเล่าเรียน เอาแต่ทำบุญ ให้ทาน
เพราะคิดว่า ทำบุญให้ทานแล้วดี ประเสริฐ
แต่จะประเสริฐอย่างยิ่งไม่ได้ เพราะผู้ที่ทำบุญ ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ธรรมดา
เมื่อไปเกิดในชาติหน้า ผู้นั้นจะมีกินมีใช้ มีฐานะ มีความเป็นอยู่ดี
ถ้ารักษาศีล จะมีจิตใจสงบ มีรูปร่างสวยงาม แต่ก็หนีการเกิดไม่พ้น
เพราะอำนาจของการทำบุญ ให้ทาน รักษาศีล ทำให้ไปเกิดชาติหน้า มีความเป็นอยู่สบาย
ซึ่งอาจจะมีโอกาส ทำบาปอีกก็ได้ เพราะไม่เชื่อบุญ ไม่เชื่อบาป ด้วยเหตุที่ไม่มีปัญญาติดตัว
โดย ธัญธร...นำเสนอ [24 ส.ค. 2546 , 22:08:11 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
สลักธรรม 4แต่เมื่อใด มีการปฏิบัติวิปัสสนาแล้ว โอกาสที่ โมหะอวิชชาจะเข้าก็ไม่ได้
ในระหว่างการพิจาณา ก็จะได้มหากุศลญาณสัมปยุต
และเมื่อทำเช่นนั้นเสมอๆ แล้วต้องสิ้นชีวิตลง
จะไปเกิดชาติหน้า จะมีความกินดีอยู่ดี สบาย และมีปัญญาร่วมด้วย
เราก็ไม่เถลไถล ออกนอกเส้นทาง ใครจะมาชักชวน ชักนำให้เราไปสู่อันตราย เราก็ไม่เดิน
และปัญญานี้ จะชักชวนให้เราทำต่อ และติดตามไปในชาติต่อ ๆ ไป
การตอบแทนคุณ พ่อ-แม่ ตอบแทนอย่างไรก็ไม่สาสม
จะเลี้ยงดู จะให้กินอยู่ หลับนอนอย่างดีเท่าไรๆ เพื่อให้พ่อแม่สบาย
ป่วยเจ็บก็รักษาพยาบาลกัน อย่างถึงขนาด ก็ยังไม่สาสม เพราะบุญคุณของพ่อแม่นั้น มากเหลือเกิน
และเราก็ทำให้พ่อแม่ มีกินมีใช้ ก็ในชาตินี้เท่านั้น
แต่ถ้าให้พ่อแม่มีความรู้ มีปํญญาติดตัวไป เช่นนี้แหละสาสม เพราะปัญญาบารมีนั้น จะติดตัวไปทั้งในชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อ ๆ ไป
จนสามารถเข้าสู่หนทางพ้นทุกข์ได้ การเวียนว่ายตายเกิดก็จะได้หมดลง
ดังนั้น จึงเห็นได้ว่า ถ้าท่านศึกษาเล่าเรียน และหมั่นปฏิบัติวิปัสสนา ทั้งที่บ้านบ้าง
หมั่นศึกษาและปฏิบัติ ดูรูป ดูนามบ้าง ปัญญาก็จะเกิด
อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ควรจะสวดมนต์แล้วนอนเลย
ควรสวดมนต์ภาวนาบ้าง
และควรกำหนดพิจาณาให้เป็นรูปเป็นนามบ้าง
ปัญญาบารมีก็เกิด
ถ้าปฏิบัติมากขึ้นทุกคืน ๆ ปัญญาบารมีจะติดตามไปชาติหน้า
ปัญญาบารมีเทียบกันไม่ได้กับกุศลธรรมดา
เพราะกุศลธรรมดาก็ยังมีการเวียนว่ายตายเกิดอยู่
แต่ปัญญาบารมีจะทำให้การเวียนวายตายเกิดยุติลง
ขอความเจริญ ความผาสุก ความมีปัญญา โดยเฉพาะ ปัญญาบารมี จงเกิดแก่ทุก ๆ ท่าน
...
โดย ธัญธร...นำเสนอ [24 ส.ค. 2546 , 22:39:23 น.] ( IP = 203.113.71.166 : : )
สลักธรรม 5ขอกุศลอันเกิดจากการพิมพ์และอ่าน การบรรยายการปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ของท่านพระอาจารย์บุญมี
จงได้เป็นพลวปัจจัย ให้ทุกท่าน ได้ถึงความเป็นผู้สันทัดในการปฎิบัติที่ชอบ ประกอบด้วยสติ และสัมปชัญญะ ได้โดยทั่วกันค่ะ
ขอกราบถวายกุศล แด่.. คุณครูทุกๆท่าน
ขอมอบผลงานถวาย ท่านอาจารย์วิชิตค่ะ
รู้สึกปิติดีใจ ที่ได้มีส่วนช่วย ทำงานเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้กว้างขวางมากขึ้นค่ะ
ขอบพระคุณทุกท่าน ที่ติดตามอ่านค่ะ
..
..
โดย ธัญธร [24 ส.ค. 2546 , 23:13:41 น.] ( IP = 203.113.71.168 : : )
สลักธรรม 6สาธุ
โดย เณรวัส [25 ส.ค. 2546 , 12:32:14 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
สลักธรรม 7ขออนุโมทนากุศลกับปัญญาอันประเสริฐค่ะ
โดย Mashima [26 ส.ค. 2546 , 10:50:31 น.] ( IP = 169.210.6.236 : : )
สลักธรรม 8
อนุโมทนาสาธุ ..สาธุ..สาธุ..ขอบพระคุณมากค่ะพี่ธัญธร..
โดย น้องกิ๊ฟ [26 ส.ค. 2546 , 21:35:10 น.] ( IP = 202.129.46.116 : : )
สลักธรรม 9โดย พี่ดา [27 ส.ค. 2546 , 13:17:35 น.] ( IP = 203.113.32.13 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |