| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
หลักธรรม..และกฏธรรมชาติ 2.
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1
จากรูปด้านบนนี้ที่พี่เณรทำมาให้ท่านดูนั้น
จะเห็นได้ว่า...
ทุกสรรพสิ่งในโลก
ต่างล้วนเป็นปัจจัยอาศัยกันและกันเกิดขึ้น
คือ สิ่งหนึ่งย่อมเป็นปัจจัยให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งได้
"ไอน้ำ" เป็นปัจจัยก่อให้เกิด "เมฆ"
เมฆเป็นปัจจัยก่อให้เกิด "ฝน"
ฝนตกลงสู่โลกเป็นปัจจัยก่อให้เกิด "น้ำ"
น้ำถูกความร้อนแผดเผาเป็นปัจจัยให้เกิด "ไอน้ำ"
วนเวียนเช่นนี้ไปไม่มีที่สิ้นสุด ดังรูปนี้ไงครับ!!
"น้ำ" ก็ดี "ไอน้ำ" ก็ดี "เมฆ" หรือ"ฝน" ก็ดี
ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ไม่มีตัวตนที่แท้จริง
ทุกอย่างเป็นไปตามปัจจัยที่ต่อเนื่องกัน
ชีวิตคนเรานั้นก็เช่นเดียวกันไม่มี
ตัวตนที่แท้จริง
ต่างล้วนเกิดขึ้นเนื่องจากการเป็นปัจจัยต่อกันครับ
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 09:49:22 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 2![]()
![]()
![]()
"อวิชชา" เป็นปัจจัยแก่ "สังขาร"
"อวิชชา" คือ ความไม่รู้ในทุกข์
ไม่รู้เหตุแห่งทุกข์
ไม่รู้ความดับทุกข์
ไม่รู้ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
อันเนื่องจาก กิเลสที่สะสมไว้ในจิต
จึงคิดปรุงแต่งมุ่งหมายที่จะกระทำในสิ่งต่าง ๆ
ทางกาย วาจา ใจ
คือ เกิด "สังขาร" นั่นเอง
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 09:57:59 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 3![]()
![]()
![]()
"สังขาร" เป็นปัจจัยแก่ "วิญญาณ"
"สังขาร" คือ สิ่งปรุงแต่งด้วยเจตนา
ให้เกิดการกระทำทางกาย วาจา ใจ
ได้แก่
"กายสังขาร วจีสังขาร มโนสังขาร"
เมื่อมีเจตนาที่จะมุ่งหมายกระทำในสิ่งใดแล้ว
ก็จะเกิดมี.. "วิญญาณ"
คือ เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัส
รู้คิดต่อสิ่งนั้น ๆ
"สังขาร" นี้เองจะปรุงแต่งจิต หรือ "วิญญาณ"
ให้กลายเป็นจิตที่ดีงาม หรือ ชั่วร้าย
ตามเจตนาที่ดี หรือ ชั่ว
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 10:05:34 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 4![]()
![]()
![]()
"วิญญาณ" เป็นปัจจัยแก่ "นามรูป"
"วิญญาณ" คือ การรับรู้ หรือ รู้แจ้งในอารมณ์ที่เกิดขึ้น
ได้แก่ วิญญาณ 6 คือ
1. จักขุวิญญาณ (ตาเห็นรูป)
2. โสตวิญญาณ (หูได้ยินเสียง)
3. ฆานวิญญาณ (จมูกได้กลิ่น)
4. ชิวหาวิญญาณ (ลิ้นลิ้มรส)
5. กายวิญญาณ (กายต้องสัมผัส)
6. มโนวิญญาณ (ใจนึกคิด)
เมื่อมี "วิญญาณ" ที่รับรู้อารมณ์ก็ย่อมเกิด "นามรูป" ที่ถูกรู้อยู่พร้อมกันไปด้วย
"วิญญาณ" ถูกปรุงแต่งเป็นอย่างไร
"นามรูป" ก็จะเป็นไปเช่นนั้นด้วย
หากว่า "วิญญาณ" เป็นไปในสภาพเช่นนั้นบ่อย ๆ "นามรูป"
ก็จะสืบสานก่อเป็นสิ่งที่เรียกว่า
"บุคลิกภาพ" ประจำตัว หรือความสันทัดไงครับ
ดังจริตที่แตกต่างกันไปด้วยครับผม
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 10:24:07 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 5![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
"นามรูป" เป็นปัจจัยแก่ "สฬายตนะ"
"นามรูป" คือ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์
หรือ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ
"รูป" คือ มหาภูตรูป
ได้แก่ รูปที่ปรากฏเป็นของใหญ่ได้
หรือ แปรสภาพไปเป็นสิ่งต่าง ๆได้
คือ ธาตุทั้ง 4 ได้แก่
"ปฐวี(ดิน).. อาโป(น้ำ).. วาโย(ลม)..เตโช(ไฟ)"
เมื่อ "นามรูป" พร้อมทำงาน
ก็จำต้องอาศัย "สฬายตนะ" หรือ อายตนะทั้งหก
เป็นช่องทาง หรือ สื่อในการรับรู้
และดำเนินพฤติกรรมต่างต่อไปครับผม
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 10:34:41 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 6![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
"สฬายตนะ" เป็นปัจจัยแก่ "ผัสสะ"
"สฬายตนะ" คือ เครื่องต่อ
คือเชื่อมต่อระหว่างภายนอกกับภายใน
ได้แก่ อายตนะ 6 คือ
"ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ"
เมื่ออายตนะใดทำหน้าที่ก็จะเกิด "ผัสสะ"
คือ การรับรู้อารมณ์โดยอาศัยอายตนะนั้นครับ
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 10:41:56 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 7![]()
![]()
![]()
![]()
"ผัสสะ" เป็นปัจจัยแก่ "เวทนา"
"ผัสสะ" คือ การกระทบถูกต้องสัมผัส
ผัสสะ ได้แก่ = เพราะอาศัยรูปและจักขุปสาท
จึงเกิดการเห็น
คืออาศัย -> วัตถุ วิญญาณ อารมณ์
เมื่ออาศัย 3 อย่างรวมกันแล้วจึงเรียกว่า..ผัสโส..
นี้หลวงพ่อแสวงสอนกำชับนักหนานะครับ
เมื่ออายตนะภายใน และภายนอกมากระทบกัน
ได้แก่ การสัมผัสที่เกิดขึ้นทาง
ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
การสัมผัสนี้เองย่อมทำให้เกิดความรู้สึก หรือ "เวทนา" ขึ้นมา ครับผม
![]()
โดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 10:51:39 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 8พี่เณรขอพักสายตาก่อนนะครับ
เพราะกว่าจะสร้างเสร็จแต่ละชิ้นงาน
ต้องใส่สีใส่รูป
เริ่มปวดตาแล้วครับผม
นั้นเดี๋ยวมาต่อครับผมโดย พี่เณร [30 ส.ค. 2546 , 10:54:51 น.] ( IP = 203.107.209.226 : : )
สลักธรรม 9ติดตามมาอ่านต่อจากครั้งที่หนึ่งค่ะ
ง่ายต่อการทำความเข้าใจในภาษที่ยาก และความเป็นปัจจัยส่งต่อให้กัน
ลำพังท่องได้ว่าอย่างนั้นเป็นปัจจัยให้เกิดอย่างนี้
แต่ถ้าไม่ได้พิจารณาของสภาพธรรมที่เป็นลักษณะที่แท้จริงของศัพท์ที่บัญญัติขึ้นแต่ละคำนั้น
ก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่า ทำไมจึงเป้นปัจจัยแก่กันได้
โดยเฉพาะการได้ดูรูปภาพที่พี่เณรทำขึ้นมาประกอบการอธิบายนั้น
จะยิ่งทำให้เข้าใจชัดเจนว่า ไอน้ำ....กับ น้ำฝน มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
โดยผ่านกระบวนการเกิดขึ้นทีละขั้น
และในการอธิบายความหมายของคำแต่ละคำ
ที่เป็นองค์ประกอบของปฏิจจสมุปบาทนั้น ก็เข้าใจง่ายมากค่ะ
สาธุ..พี่เณรเก่งจัง
..ขอให้กุศลรักษาพี่เณรให้หายปวดตาเร็วๆนะคะ
น้องๆจะได้อ่านต่ะค่ะ
![]()
โดย น้องกิ๊ฟ [30 ส.ค. 2546 , 11:40:51 น.] ( IP = 202.47.238.152 : : )
สลักธรรม 10
ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ
ทำให้ผู้ที่เข้ามาอ่าน ได้มีโอกาสมาทำความเข้าใจ กฏธรรมชาติ
...ที่ไม่มีตัวตนที่แท้จริง ทุกอย่างเป็นไปตามปัจจัยที่ต่อเนื่องกันโดย เซิ่น [30 ส.ค. 2546 , 17:52:44 น.] ( IP = 203.107.193.37 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |