| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
กาน้ำชาของหลวงพ่อบุนบุคุ
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1เมื่อหลวงพ่อท่านทำธุระกิจของท่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว และท่านเห็นว่ายังคงพอมีเวลาเหลืออยู่อีก มาก ท่านเลยเที่ยวเดินชมร้านค้าต่าง ๆในเมืองไปเรื่อย ๆ แล้วท่านก็มาหยุดชะงักอยู่ตรงหน้าร้านขายของ เก่าร้านหนึ่ง " โอ้...งามเหลือเกิน กาน้ำชา (จากามะ)ใบนี้น่ะ "
ท่านเป็นถูกตาต้องใจอย่างมากเลยทีเดียว และเพราะความที่ท่านถูกใจมากเป็นพิเศษจนระงับไม่ได้นั้นท่านเลยยอมควักเงินที่พกติดตัวมาเกือบทั้งหมด วันนั้นจ่ายซื้อกาน้ำชาใบนั้นไปจนเกลี้ยงกระเป๋า...
หลวงพ่อท่านเดินกอดกาน้ำชาและแถมเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ที่ได้ของถูกใจมุ่งหน้ากลับวัดอย่างมีความสุข...( อ้าว...เดี๋ยวก่อนสิ..หลวงพ่อ...หลวงพ่อลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง แล้วหรือปล่าวนี่...เฮ้อ..เห็นทีว่าพวกเณรจะต้องอดของโปรดกันแน่ ๆเลยคราวนี้..เฮ้อ..หลวงพ่อก็... )
หลวงพ่อท่านเมื่อเดินทางมาถึงหน้าวัดและเผอิญมองไปเห็นว่าพวกเณรน้อยทั้งหลายกำลังนั่งรอการกลับมา ของท่านอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันทีเดียวอย่างนั้น...
และท่านก็เผอิญนึกขึ้นมาได้ถึงของฝากที่ท่านลืมมัน เสียสนิทขึ้นมาพอดี.....เห็นทีว่าจะไม่ได้การแน่แล้วท่านจึงรีบตะโกนเข้าไปก่อนเลยว่า... " ซื้อกาน้ำชาจาก ในเมืองกลับมาฝาก ฮ่า ๆๆๆ"
พวกเณรน้อยพอได้ยินเข้าเช่นนั้นก็ตอบแทบจะพร้อมกันว่า " เห...ไม่ใช่ข้าว เหนียวปั้น...หรอกหรือ ?...แหม...หลวงพ่อก็..." หลวงพ่อท่านไม่ตอบว่ากะไรรีบเดินงุด ๆหนีขึ้นกุฏิไปเฉย เลย...พวกเณรน้อยให้เป็นฝันสลาย วิมานถล่มกันหมดทุกถ้วนหน้า...ด้วยหลวงพ่อท่านชั่งไม่รู้ใจเด็ก ๆเลย จริง ๆ นะเนี่ย..
เฮ้อ..แต่ถึงกระนั้นพวกเณรก็ยังไม่คิดหมดหวัง...เพราะเมื่อตะกี้หลวงพ่อท่านไม่ได้พูดว่าอะไร เลยนี่..บางทีท่านอาจแอบเอาข้าวเหนียวปั้นซุกซ่อนไว้ในกาน้ำชาเพื่อหวังลองใจพวกตนเล่นก็อาจเป็นได้... เลยพร้อมใจกันไปแอบดูหลวงพ่อท่านที่ห้อง...แล้วพวกเณรน้อยก็เห็นหลวงพ่อท่าน วางกำน้ำชาใบโปรดไว้ ตรงหน้าตักแล้วท่านก็นั่งหลับสัปปะงกอยู่ตรงหน้ากาน้ำชาใบนั้นนั่นเอง....โถ โถ..สงสัยว่าหลวงพ่อท่านคง จะเหนื่อยจากการเดินทาง...ละมั้งนี่...โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:21:06 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 2พวกเณรน้อยพากันหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานที่มาพอดีได้เห็นหลวงพ่อท่านนั่งหลับและทำท่าคำนับกาน้ำ ชาอยู่ปะหงก ๆอย่างนั้น...ฮ่า ๆๆ หลวงพ่อก็....แล้วตรงนั้นก็บังเกิดสิ่งที่ไม่เป็นธรรมดาขึ้นมา...
เอ๊ะ...อะไรกัน นั่น..พวกเณรน้อยทั้งหมดถึงกับสะดุ้งโหยง เพราะอยู่ ๆ กาน้ำชาใบโปรดของหลวงพ่อท่านนั้น...อยู่ ๆ มันก็เกิดอาการขยับเองได้..เห..มันขยับเต้นกระดุกกระดิกไปมาจริง ๆด้วย...เจ้ากาน้ำชากระดุกกระดิกเต้นโหยงเหยงอยู่สักครู่ ก็โผล่หัวโผล่หางออกมา " จ๊าก...ผี...กาน้ำชาผี...แว๊ก ๆๆ..ผี ๆๆ " พวกเณรน้อยร้องกันให้เสียงหลงดังลั่น เลยเป็นผลให้หลวงพ่อท่านตกใจสะดุ้งลืมตางัวเงียขึ้นมา...
แต่ดูสิ..อะไรจะอย่างนี้ก็ไม่รู้...เจ้ากาผีใบนั้นเหมือนมันจงใจจะแกล้งพวกเณรแน่ ๆเลยนี่...เพราะเมื่อ มันเห็นหลวงพ่อท่านลืมตาขึ้นมาเท่านั้น...มันก็ผลุบหัวผลุบหางหายเข้าไปในกาน้ำชาเหมือนเดิม เป็นกาน้ำชาธรรมดา ๆตามเดิมคล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักกะนิดเมื่อสักครู่นี้น่ะ...
ดูสิ... แล้วจะเป็นยังไงล่ะ..ก็เลยเป็นผลให้พวกเณรทั้งหลายต้องโดนข้อหาโกหกพกลมไปโดยปริยายด้วยละทีนี้.. " เป็นมัวคิดถึงแต่ข้าวเหนียวปั้น ๆ ของกินอย่างเดียวล่ะซิ...เลยทำให้ตาฝาดไป...ฝึกฝนยังไม่เพียงพอ... โคร่า !...ไป..ไป..ไปกวาดพื้นหน้าวัด เป็นการลงโทษและตั้งสมาธิเสียใหม่..ไป "
เฮ้อ..สงสารเณรจัง..เพราะ จะแก้ตัวยังไง ๆก็ไม่เป็นผลแล้วหละงานนี้...พวกเณรน้อยทั้งหลายเลยจำต้องเดินเกาหัวกันเกรก ๆเป็นแถวเลยทีนี้...เฮ้อ...บอกว่ากาน้ำชาผี ๆ หลวงพ่อก็ไม่เชื่อดูสิ...เดี๋ยวก็แย่แน่ ๆหรอก..หลวงพ่อ...ก็... หลวงพ่อน่ะ...
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:26:02 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 3เมื่อตะกี้ท่านเหนื่อยจากการเดินทางจึงม่อยหลับไป ท่านเพียงหวังจะพักเอาแรงสักครู่เท่า นั้นแหละ..เพราะท่านตั้งใจไว้แล้วว่า...เดี๋ยวหายเหนื่อยจะเอากาน้ำชาที่ซื้อมานั้นมาต้มน้ำแล้วชงน้ำ ชาดื่มพร้อมกับชมสวนไปพลาง ๆด้วยให้สบายอารมย์สักหน่อย...
แล้วไหนก็ตื่นและหายเหนื่อย แล้ว...ท่านเลยลุกขึ้นไปหยิบกาน้ำชาใบโปรดมาใส่น้ำและก่อไฟ...เมื่อท่านยกกาน้ำชาไปตั้งบนเตาแล้ว " ได้เลิกชงชาด้วยกาน้ำใบงามแล้วหละ ฮ่า ๆๆ...ไหนว่ากาน้ำผีล่ะ...พวกเณรก็... "...แหม...หลวงพ่อชั่งอารมณ์ดีจังเลยนะเนี่ย...แต่เดี๋ยวก่อน...หลวงพ่อก็...นั่นมันกาผีจริง ๆนะ!!...เดี๋ยวต้องแย่แน่ ๆเลยด้วย ...เพราะหลวงพ่อเล่นเอามันไปตั้งบนไฟอย่างนั้น..ดูสิ..แล้วจะทำยังไงดีหละนี่!
แล้วก็จริงเลยเห็นไหมล่ะ ! เพราะเมื่อกาน้ำผีใบนั้นโดนความร้อนเข้า..เมื่อมันต้องร้อนขึ้น...ร้อนขึ้น... ด้วยไฟเช่นนั้น...แล้ว !...
" จ๊าก...ร้อน ๆ โอ้ย..ทำไมร้อนอย่างนี้ !...จ๊าก ..ใครเผาข้าล่ะนี่" เจ้ากาน้ำผี ถึงกับสะดุ้งและร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง..ที่อยู่ดี ๆต้องมาโดนเผาเอาแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้... แล้วเจ้ากาผีก็คงจะเหลือทนกับความร้อนของไฟเข้าจริง ๆ..จึงเดี๋ยวนั้นเลย..
มันรีบยื่นหัวยื่นหางและ เท้าออกมาทั้งสี่เท้าด้วยความไว...แล้ว...ทันทีทันใดนั้นมันก็กระโดดผลุงโกยอ้าวลงจากเตาไฟ..แล้ววิ่ง แนบโกยอ้าวหนีออกจากห้องนั้นไปในทันที...
แล้วเมื่อมันออกมาพ้นห้องก็หยุดนิ่งอยู่ตรงปากประตูแล้ว หดหัวหดหางผลุบเข้าไปอยู่ในกาน้ำชาตามเดิมของมันอีกเหมือนเดิม
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:27:53 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 4หลวงพ่อบุนบุคุมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ จนทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว " ฮะ..ฮะ..กา น้ำชาผีอย่างที่พวกเณรบอก..จริง ๆด้วย ฮะ...ฮะ.."
และคงเป็นเพราะเสียงร้องเมื่อตะกี้ของหลวงพ่อ นั้นดังลั่นสนั่นวัดก็เป็นได้....จึงเป็นผลให้พวกเณรวิ่งกรูกันตามเสียงมาที่ห้องของหลวงพ่อท่าน ...
เมื่อพวกเณรมาถึงก็เห็นหลวงพ่อท่านนั่งอยู่ตรงหน้ากาน้ำชาอีกเหมือนเดิมนั่นแหละ...แต่ ครั้งนี้ไงออกมานั่งอยู่นอกห้องทั้งหลวงพ่อทั้งเจ้ากาน้ำชาผีใบนั่นด้วยล่ะ..แถมหลวงพ่อท่านก็นั่งหน้าซีด จนขาวเผือดอย่างนั้น...แล้วเสียงร้องเมื่อตะกี้?..อ๋อ..
พวกเณรจึงพูดออกมาเกือบจะพร้อมกันเลยว่า " เห็น แล้วใช่ไหม?หลวงพ่อ...ก็บอกแล้วไงว่านั่นมันกาน้ำชาผีใช่ไหมล่ะ? หลวงพ่อ..ก็..ก็บอกแล้วไง... ก็ไม่ยอมเชื่อ... "
หลวงพ่อท่านเหลือบไปมองกาน้ำใบนั้นก็เห็นมันสงบนิ่งเป็นกาน้ำธรรมดาเหมือนเดิม.. แล้วที่สำคัญเมื่อตะกี้ตอนที่พวกเณรบอกว่ากาน้ำใบนี้เป็นกาน้ำผีนั้น ท่านก็ดุพวกเณรไปเสีย หนักว่าฝึกฝนยังไม่เพียงพอแล้วยังแถมทำโทษพวกเณรไปอีกด้วย...จึงเป็นด้วยเหตุอันนี้
ท่านจึงตอบปฏิเสธพวกเณรไปว่า " ย่า..ย่า..ไม่มีอะไรหรอก..อาตมาไม่ได้เห็นอะไรจริง ๆ " หลวงพ่อท่านตอบโกหกเณรไปเพราะท่านน่ะไม่อยากให้พวกเณรต้องเกิดความกลัวและตกใจ จนเกินเหตุ...
แต่ถึงแม้ท่านจะบอกและพยายามหลอกตัวเองว่าไม่มีอะไรแต่ท่านก็เกิดความรู้สึก ไม่ดีเสียเลยกับกาน้ำใบนี้เสียแล้วหละ....
แล้วในขณะนั้นก็พอดีกับที่มีเสียงของคนรับซื้อของเก่า ดังขึ้นที่หน้าวัด " มีอะไรที่ไม่ใช้แล้วบ้างไหม? เราขอรับซื้อทุกอย่าง...ด้วยราคาอันงาม....ใครมี อะไรที่ไม่ใช้แล้วบ้างไหม?.."
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:30:08 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 5แหม..ชั่งเป็นเวลาที่พอเหมาะพอเจาะเลยทีเดียวหลวงพ่อท่านเลยตัดสินใจที่จะขายกาน้ำชาใบ นั้นให้กับคนรับซื้อของเก่าไปเสียเห็นจะดี..และไวเท่าความคิดท่านจึงให้พวกเณรไปเรียกคนรับ ซื้อของเก่าให้แวะเข้ามาในวัด...แล้วท่านก็ออกปากขายกาน้ำชาใบนั้นให้ทันที....
คนรับซื้อของเก่าเมื่อเห็นกาน้ำชาในนั้นก็ให้เป็นถูกอกถูกใจอย่างที่สุด " โอ้..หลวงพ่อ กาน้ำชาใบงาม ๆแบบนี้ ข้ายินดีรับซื้อและให้ราคาอย่างงามด้วยความเต็มใจเลยทีเดียว..ล่ะ "
คนรับซื้อของเก่ารีบวางเงินที่ตนพกมาทั้งหมดวันนั้นจ่ายซื้อกาน้ำชาของหลวงพ่อท่านทันทีเหมือน กันและลากลับไปด้วยความดีใจ
ด้วยคนรับซื้อของเก่านั้นเป็นคนยากจนแต่ว่าวันนี้ได้ใช้เงินที่ตัวเองมีทั้งหมดไปจนเกลี้ยงกระเป๋า คนรับซื้อของเก่าจึงมีอาหารกินมื้อนี้แค่เพียงข้าวกล้องที่เหลือติดหม้อกับน้ำเปล่า ๆเท่านั้น...เมื่อ เขาจัดการกับอาหารมื้อนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เตรียมตัวจะเข้านอน...
คนรับซื้อของเก่าหยิบกา น้ำใบนั้นขึ้นมานั่งพินิจพิจารณา " จริง ๆนะเนี้ย..ยิ่งมองยิ่งงาม..ยิ่งมองยิ่งเห็นค่า..เป็นกาน้ำชาที่มี รูปลักษณะสวยงามอย่างไม่มีที่ติเลยจริง ๆนะเนี้ย " คนรับซื้อของเก่ายิ้มย่องและ รำพึงอย่างมีความสุขก่อนที่จะนำกาน้ำชาใบนั้นไปวางไว้บนหัวนอนด้วยความภูมิใจแล้วเขาก็ ผลอยหลับไปในที่สุด...
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:32:14 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 6แล้วในกลางดึกสงัดขณะที่คนรับซื้อของเก่ากำลังหลับสนิทอยู่นั้น ก็เกิดเสียงเหมือนมีใครเรียกเขา ขึ้นในความมืดและทำลายความเงียบสงัดนั้น " เน่..เน่..คนรับซื้อของเก่า..เน่.เน้ "
คนรับซื้อของเก่า จึงสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาและมองไปตามเสียงที่เรียก...แล้วเขาก็ต้องตกกระใจอย่างสุด ๆเพราะตรงหัว นอนที่เขาวางกาน้ำชาไว้นั้นปรากฏว่ากาน้ำชาที่เขาวางไว้นั้นเกิดมีหัว "เป็นทานุคิ " และมีเท้ากับหาง โผล่ออกมายืนอยู่แล้วยังแถมร้องเรียกเขาอยู่มิใช่หรือนั่น.... " ว๊าก...กาน้ำชาผี...พูดได้ด้วย..ฮี้ ๆๆๆ "
เจ้ากาน้ำชาหัวทานุคิเห็นคนรับซื้อของเก่าตกใจจนร้องเสียงหลงเข้าเช่นนั้น...ก็รีบพูดขึ้นด้วยเสียง อันดังว่า " เดี๋ยวก่อนท่านผู้มีพระคุณ ได้โปรดกรุณาอย่าตกอกตกใจไปจนถึงขนาดนั้นเลย...กรุณาช่วย ฟังเรื่องราวความเป็นมาที่ข้าจะเล่าให้ท่านฟังต่อจากนี้ก่อนเถิด...แล้วท่านจะไม่ตกใจอะไรเลย...
คือข้า เป็น "ทานุคิ "ตัวที่อาศัยอยู่บนภูเขาลูกเล็กที่อยู่ถัดไปของหลัง "วัดโมรินจิ "หลวงพ่อบุนบุคุท่านให้ความ ปราณีคอยหาอาหารมาให้ข้ากินเป็นเวลาแรมเดือนแรมปี...ข้าให้เป็นซึ้งใจในพระคุณของท่านอย่างเหลือ ล้นจึงคิดที่จะหาทางตอบแทนบุณคุณของท่านบ้าง..จึงแอบหนีเข้าไปในเมือง....
แต่ว่าก่อนที่ข้าจะทันได้พบช่องทางและได้ตอบแทนบุญคุณของหลวงพ่อท่านนั้น...ข้าก็โดนพวกผู้ชายใจ สกปรกกลุ่มหนึ่งเห็นเข้าและคนพวกนั้นก็ไล่ตามเพื่อจะจับข้า...
ความที่ข้ากลัวและตกใจมากนั่นเอง...ข้าเลย แปลงร่างเป็น " กาน้ำชา " โดยไม่ได้ทันคิด ข้าเพียงแต่อยากจะอำพลางร่างเท่านั้น...แต่ผลลับกลับ ตาละปัตเพราะพวกคนเหล่านั้น...กลับช่วยกันนำข้าไปขายให้กับร้านขายของเก่า...แล้วที่ร้านขายของ เก่านี่แหละที่หลวงพ่อบุนบุคุท่านได้ซื้อข้ามา..ข้าเลยได้เป็นอิสระอีกครั้ง "
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:36:33 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 7"ตั้งแต่ข้าได้แปลงร่างเป็นกาน้ำชาและจนหลวงพ่อท่านนำข้ามาที่วัดจนบัดนี้...ข้าได้กินก็แต่น้ำเท่านั้น ยังไม่ได้กินอาหารอะไรเลยจนบัดนี้...ข้าหิวเหลือเกินคนรับซื้อของเก่า...นึกว่าสงสารข้าเถิดช่วยให้ ข้าได้อาศัยอยู่กับท่านเถิดนะ " เจ้ากาน้ำหัวทานุคิ ก้มหัวของมันประหลก ๆอ้อนวอนขออยู่ด้วย อย่างน่าสงสาร
คนขายของเก่านั่งฟังด้วยความเห็นใจแต่...เขาน่ะเป็นคนยากจนหาเช้ากินค่ำ เขานั่งเอามือลูบคางแล้วพูดว่า " อยากจะให้เจ้าอยู่ด้วยเหลือเกิน..แต่ว่าข้าจะมีปัญญา เลี้ยงดูเจ้าให้อิ่มหมีพีมันได้หรือปล่าว? นั้น...ข้าละก็ยังไม่มั่นใจสักเท่าไหร่เลย เจ้าทานุคิเอ๋ย.."
เจ้าทานุคิเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มระรื่น ตอบคนรับซื้อของเก่าว่า " ถ้าท่านจะกรุณาให้ข้าอยู่ด้วยได้ ละก็...เรื่องกินอยู่นั้นข้ามีความคิดดี ๆที่จะช่วยท่านหาเงินให้ได้มาก ๆเป็นการตอบแทนคือให้
ท่านนำข้าไปแสดงกายกรรมแสดงการต่ายลวดโดยป่าวประกาศว่า " กาน้ำชาประหลาดเดินได้ แสดงการต่ายลวดได้...แค่นี้เองหละ " เจ้าทานุคิเอามือตีท้องตัวเองดัง..บ้อง..บ้อง..."เชื่อใจข้าเถอะ รับรองว่าความคิดอันนี้ของข้าจะช่วยท่านหาเงินได้อย่างมากมาย ข้าจะช่วยท่านอย่างเต็มที่เลยทีเดียว "
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:38:14 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 8ในวันรุ่งขึ้น ตามความคิดของเจ้าทานุคิ...คนรับซื้อของเก่าก็จัดการเปิดร้านขึ้นที่ตรงหน้าบ้านของ ตนนั้นเลย...ที่หน้าร้านเขาก็ได้ทำป้ายติดเอาไว้ว่า " กาน้ำชาประหลาด..."สึนะ วาตารี (เดินไต่บนเส้น ลวด)"
คนรับซื้อของเก่าเมื่อเตรียมการเรียบร้อยแล้วก็เดินตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วหมู่บ้านเลยทีเดียวว่า " ก้อง ๆๆๆ...ส่า..เชิญ..เชิญ เชิญชมการไต่ลวดของกาน้ำชาประหลาดสามารถเดินได้พูดได้ มหัศจรรย์อย่าง ที่สุด จะหาดูไม่ได้อีกแล้วที่ไหน..เชิญ..เชิญพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย..เร่เข้ามา ๆชมกันเป็นขวัญตา.... "
มีชาวบ้านที่สนใจเข้ามาชมกันอย่างมากมายจนล้นหลามเกินความคาดหมาย พวกชาวบ้านที่เข้ามาชม ต่างตรบมือกันดังลั่นด้วยความพอใจ " ฮ่า ๆๆๆ กาน้ำชาประหลาดจริง ๆด้วย ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเจอ และเห็นอะไรประหลาดและสนุกอย่านี้ ฮู้ ๆๆ... "
ตั้งแต่นั้นก็มีผู้คนมากมายดั้นด้นกันเข้ามาชมการแสดง ของเจ้ากาน้ำชาประหลาดทุกวัน ๆ ผลก็เลยปรากฏว่าคนรับซื้อของเก่าผู้ยากจนก็เลยกลายเป็นคนร่ำรวย ขึ้นมาอย่างทันตาเห็นเลยทีเดียว...
คนรับซื้อของเก่าให้เป็นดีอกดีใจอย่างเหลือล้นที่อยู่ ๆ ก็กลายเป็นคนมีเงินมากมายขนาดนี้และเขาก็ ระลึกนึกถึงบุญคุญของเจ้าทานุคิมาก วันหนึ่งเขาจึงพูดกับเจ้าทานุคิว่า " เป็นเพราะเจ้า ข้าเลยสุข สบายไม่ต้องอดมื้อกินมื้อเหมือนเมื่อก่อน ข้าขอบใจเจ้ามากเพื่อนคู่ยากของข้า...
ตอนนี้เราก็มีเงินมาก มายแล้ว...ข้าสงสารเจ้า..นะ..ข้าจะแบ่งเงินให้เจ้าส่วนหนึ่ง..เลิกเป็นกาน้ำชาเถิด กลับร่างเป็นทานุคิเหมือนเดิมเถอะ...มีเงินแล้วนี่..เจ้าจะได้มีความสุขยังไงเล่า " แต่...อะไรเล่านี่..
เมื่อเจ้าทานุคิฟังคนรับซื้อของเก่าพูดจบแล้ว ก็ทำหน้าเหมือนกินยาขมเข้าไปเลยหละ...แล้วเอามือเกาหัว เกรก ๆเหมือนจนกับปัญหาอะไรอย่างหนึ่ง...อ้าว...อ้าว..เจ้าทานุคิ..จะมีความสุขแล้วทำไม?..จะต้องทำท่า คิดมากอย่างนั้นด้วยเล่า...เจ้าทานุคิ...ก็..
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:39:57 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 9เจ้าทานุคิทำท่าเหนียมอายแล้วพูดตอบคนรับซื้อของเก่าว่า " แฮ๊ะ ๆๆๆสงสัยข้าจะเป็นกาน้ำชานานเกิน ไปหน่อย...ฮ่า ๆๆๆ...แย่เลยหละท่าน..แปลงร่างกลับเป็นทานุคิไม่ได้น่ะ...ท่าน...แฮ๊ะ แฮ๊ะ "
คนรับซื้อ ของเก่าเมื่อได้ฟังดังนั้น " โธ่...โธ่...โธ่เอ๋ย...เวรกรรม...กลับคืนร่างไม่ได้แล้วหรือนี่ เจ้าก็ต้องเป็นอย่างนี้ ตลอดไปจนตายน่ะสิ...เฮ้อ...น่าสงสารเจ้าจัง.."คนรับซื้อของเก่าให้เป็นสงสารเจ้าทานุคิ เหลือกำลัง...
คนรับซื้อของเก่าจึงพยายามคิดหาทางเพื่อช่วยเจ้าทานุคิคู่ยากตัวนี้อย่างสุดกำลัง แล้วเขาก็คิดจนได้ทาง ที่ดีที่สุดขึ้นมาได้...เขาได้พาเจ้าทานุคิที่กลับร่างเดิมไม่ได้ตัวนั้นไปหาหลวงพ่อบุนบุคุที่วัดและพร้อมด้วย เงินที่เขาแบ่งให้กับมันครึ่งหนึ่งนั้นไปวางไว้ตรงหน้าหลวงพ่อพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้หลวง พ่อท่านฟัง.....
เขาก้มลงกราบแล้วพูดว่า " เงินทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นส่วนของเจ้าทานุคิมันทั้งหมดได้โปรดเถิดหลวง พ่อช่วยกรุณารับเจ้ากาน้ำชาทานุคิตัวนี้ไว้เลี้ยงดูที่วัดสักตัวเถิด...ตัวข้าคิดไตร่ตรองแล้วว่าที่ ๆเหมาะสมและ ดีมีความสุขสำหรับมันมากที่สุดก็คือที่นี่...นึกว่าสงสารมันช่วยอนุญาติให้มันอยู่ที่นี้นะหลวงพ่อ..."
หลวงพ่อ นั่งฟังเรื่องราวทั้งหมดด้วยความเงียบแล้วท่านก็ลุกขึ้นเดินไปลูบหัวเจ้าทานุคิตัวนั้นด้วยความเอ็นดูและ สงสารจับใจ...แล้วท่านก็พูดกับมันว่า " ที่แท้เจ้าก็เป็น " ทานุคิป่า "ตัวนั้นนั่นเองหรือนี่...ฮ่า ๆๆๆอาตมา ละก็ฝึกฝนยังไม่เพียงพอเลยนะ...จึงได้ไม่รู้และสังหรณ์ใจอะไรเลยจริง ๆว่าเป็นเจ้าเอง...ฮ่า ๆๆๆ "
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:41:37 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : )
สลักธรรม 10หลวงพ่อท่านนำเจ้ากาน้ำชา "ทานุคิ "ใบนั้นไปวางไว้บนแท่นบูชาในห้องโถงวัด..ท่านให้ความสำคัญและ เลี้ยงดูอย่างดีจนคนทั่วไปที่มาที่วัดจะเรียกกันจนติดปากว่า " บุนบุคุ จากามะ " จนมีชื่อเสียงร่ำลือทั่วไป
แล้วเมื่อกาลเวลาผ่านไปเมื่อหลวงพ่อท่านหมดอายุไขเจ้าจากามะ(กาน้ำชา)ใบนั้นก็กลับกลายและเป็นกาน้ำ ชาจริง ๆไปโดยปริยาย....ในตำนานไม่ได้กล่าวว่าเจ้าทานุคินั้นได้หายสาปสูญไปอยู่แห่งหนใด?...
แต่ที่วัด "โมรินจิ"ทุกวันนี้ก็ยังมี "กาน้ำชา " ของหลวงพ่อท่านตั้งไว้ให้คนกราบไหว้บูชากันอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ.....
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [3 ก.ย. 2546 , 07:46:03 น.] ( IP = 203.107.198.92 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |