| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เกิดเป็นมนุษย์ พบพุทธศาสนา
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ได้ซิพ่อเณร
การหาความรู้นั้นจำไว้นะว่า
เราจะต้องค้นคว้าไปให้พบหลักฐานที่มา
เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว
อาจจะไม่ตรงต่อความจริงที่พระพุทธองค์ทรงพระดำรัสไว้กได้
นับเป็นเรื่องเสียหายมิใช่น้อยรู้ไหมพ่อเณร
ครับหลวงตา
เรื่องที่ถามมานี้อยู่ใน ความนี้มาจากพาลบัณฑิตสูตร เล่ม 14
.สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน
อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี
สมัยนั้นแล พระ
ผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย..ลักษณะเครื่องหมาย เครื่องอ้าง ว่าเป็นพาลของคนพาลนี้มี ๓ อย่าง
๓ อย่างเป็นไฉน
ดูกรภิกษุทั้งหลาย
คนพาลในโลกนี้มักคิดความคิดที่
ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว มักทำการทำที่ชั่ว
ถ้าคนพาลจักไม่เป็นผู้คิด
ความคิดที่ชั่ว พูดคำพูดที่ชั่ว
และทำการทำที่ชั่ว บัณฑิตพวกไหนจะ
พึงรู้จักเขาได้ว่า ผู้นี้เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ
เพราะคนพาลมักคิด
ความคิดที่ชั่ว มักพูดคำพูดที่ชั่ว และมักทำการทำที่ชั่ว
ฉะนั้น พวก
บัณฑิตจึงรู้ได้ว่า นี่เป็นคนพาล เป็นอสัตบุรุษ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย คน
พาลนั้นนั่นแล
ย่อมเสวยทุกข์โทมนัส ๓ อย่างในปัจจุบัน ฯ
ในตอนกลางพระองค์ตรัสถึงโทษในนรกของผู้เป็นพาลไว้คือ...
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 16:35:24 น.] ( IP = 203.107.203.170 : : )
สลักธรรม 2ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงหยิบแผ่นหินย่อมๆ
ขนาดเท่าฝ่ามือ
แล้วตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย
พวกเธอจะสำคัญความ ข้อนั้นเป็นไฉน
แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่
เราถือนี้
กับภูเขาหลวงหิมพานต์อย่างไหนหนอแลใหญ่กว่ากัน ฯ
ภิกษุ/. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แผ่นหินย่อมๆ ขนาดเท่าฝ่ามือที่ทรง
ถือนี้ มีประมาณน้อยนัก
เปรียบเทียบภูเขาหลวงหิมพานต์แล้ว ย่อม
ไม่ถึงแม้ความนับ ย่อมไม่ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยว
ย่อมไม่ถึงแม้การเทียบกันได้ ฯ
พระพุทธองค์..
. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นเหมือนกันแล
ทุกข์โทมนัสที่บุรุษถูกแทง ด้วยหอกสามร้อยเล่มเป็นเหตุ กำลังเสวยอยู่นั้น
เปรียบเทียบทุกข์ของนรกยังไม่ถึงแม้ความนับ
ยังไม่ถึงแม้ส่วนแห่งเสี้ยว ยังไม่ถึงแม้การเทียบกันได้ ฯ
และในที่สุดของบทว่าด้วยความเป็นพาล
พระองค์ตรัสไว้คือ...
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 16:42:52 น.] ( IP = 203.107.203.170 : : )
สลักธรรม 3ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษโยนทุ่นมีบ่วง
ตาเดียวไปในมหาสมุทร ทุ่นนั้นถูกลมตะวันออกพัดไปทางทิศตะวัน
ตก ถูกลมตะวันตกพัดไปทางทิศตะวันออก ถูกลมเหนือพัดไปทางทิศ
ใต้ ถูกลมใต้พัดไปทางทิศเหนือ
มีเต่าตาบอดอยู่ในมหาสมุทรนั้น
ล่วงไปร้อยปีจึงจะผุดขึ้นครั้งหนึ่ง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจะสำคัญ
ความข้อนั้นเป็นไฉน
เต่าตาบอดตัวนั้นจะพึงเอาคอสวมเข้าที่ทุ่นมีบ่วง
ตาเดียวโน้นได้บ้างไหมหนอ ฯ
ภิกษุเหล่านั้นทูลว่า ข้อนั้นเป็นไปไม่ได้เลย พระพุทธเจ้าข้า
ข้าแต่ พระองค์ผู้เจริญ ถ้าจะเป็นไปได้บ้างในบางครั้งบางคราว ก็โดย
ล่วงระยะกาลนานแน่นอน ฯ
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 16:47:49 น.] ( IP = 203.107.203.170 : : )
สลักธรรม 4
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย
ฟ. เต่าตาบอดตัวนั้นจะพึงเอาคอสวมเข้าที่
ทุ่นมีบ่วงตาเดียวโน้นได้ ยังจะเร็วกว่า
เรากล่าวความเป็นมนุษย์ที่
คนพาลผู้ไปสู่วินิบาตคราวหนึ่งแล้วจะพึงได้ ยังยากกว่านี้
นั่นเพราะเหตุไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย
เพราะในตัวคนพาลนี้ไม่มีความประพฤติธรรม
ความประพฤติสงบ การทำกุศล การทำบุญ
มีแต่การกินกันเอง การเบียดเบียนคนอ่อนแอ ฯ
โอโห..หลวงตาครับ ตอนแรกแค่เต่าตาบอดผมก็ว่าแย่แล้วนะครับ
แต่ไหนได้ที่เอามาเทียบไว้เพื่อให้เห็นว่า
แม้เต่าตาบอดนั้นยังง่ายกว่า
การเกิดเป็นมนุษย์เสียอีก
หลวงตาขอรับผมเศร้าใจจังครับ
หลวงตาพักสักครู่ก่อนเถอะครับ
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 17:00:36 น.] ( IP = 203.107.203.170 : : )
สลักธรรม 5นี่พ่อเณร ยังไม่จบนะจะฟังต่อไหม
หน้าตาบอกบุญไม่รับเลยเป็นอะไรละ
ครับหลวงตา
บุญนะรับเสมอขอรับ
แต่กลัวว่าบุญจะไม่ส่งตอนใกล้ตายนี่ซิครับน่ากลัวครับผม
ถ้าพ่อเณรเจริญสติเจริญปัญญาเสมอๆ
และใช้เวลาให้อยู่ในกุศลจนชินแล้ว
ไม่ต้องไปกลัวหรอก
เพราะความสันทัดนี้แหละสำคัญ
จะมาเป็นกรรมใกล้ตายให้เอง
เว้นเสียแต่ผู้นั้นได้กระทำครุกรรมไว้
นั่นกรรมอื่นๆก็ขวางไม่ได้แน่
มาฟังธรรมกันต่อนะจะได้เกิดกุศลจิต
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 18:40:58 น.] ( IP = 203.107.209.143 : : )
สลักธรรม 6ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนพาลนั้นนั่นแล
ถ้าจะมาสู่ความเป็นมนุษย์ในบางครั้งบางคราว
ไม่ว่ากาลไหนๆ โดยล่วงระยะกาลนาน ก็ย่อมเกิดในสกุลต่ำ
คือ สกุลคนจัณฑาล
หรือสกุลพรานล่าเนื้อ
หรือสกุลคนจักสานหรือสกุลช่างรถ
หรือสกุลคนเทขยะ
เห็นปานนั้น ในบั้นปลาย อันเป็นสกุลคนจน
มีข้าวน้ำและโภชนาหารน้อย มีชีวิตเป็นไปลำบาก
ซึ่งเป็นสกุลที่จะได้ของ กิน และเครื่องนุ่งห่มโดยฝืดเคือง
และเขาจะมีผิวพรรณทราม น่าเกลียดชัง ร่างม่อต้อ มีโรคมาก
เป็นคนตาบอดบ้าง เป็นคนง่อยบ้าง เป็นคนกะจอกบ้าง
เป็นคนเปลี้ยบ้าง ไม่ได้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้
ที่นอน ที่อยู่อาศัย และเครื่องตามประทีป
เขาจะประพฤติกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
ครั้นแล้วเมื่อตายไป จะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 18:45:13 น.] ( IP = 203.107.209.143 : : )
สลักธรรม 7ดูกรภิกษุทั้งหลาย เหมือนนักเลงการพนัน
เพราะเคราะห์ร้ายประการแรกเท่านั้น จึงต้องเสียลูกบ้าง
เสียเมียบ้าง เสียสมบัติทุกอย่างบ้างยิ่งขึ้นไปอีก
ต้องถึงถูกจองจำ เคราะห์ร้ายของนักเลงการพนันที่ต้องเสียไปดังนั้น
เพียงเล็กน้อย ที่แท้แลเคราะห์ร้ายอันใหญ่หลวงกว่านั้น
คือ เคราะห์ที่คนพาลนั้นประพฤติกายทุจริต
วจีทุจริต มโนทุจริตแล้ว ตายไปเข้าถึงอบาย ทุคติวินิบาต นรก นั่นเอง
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้ภูมิของคนพาลครบถ้วนบริบูรณ์ ฯ
สรุปว่าการคิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่วนั้น
แม้ให้ผลในปัจจุบันขณะเป็นมนุษย์ก็นับว่าน้อย
ที่นับว่าเป็นโทษใหญ่จริงๆคือไปเจอทุคติอันหนักหนาสาหัส
...แล้วกว่าจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ก็ยากแสนยาก..
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 18:49:10 น.] ( IP = 203.107.209.143 : : )
สลักธรรม 8อันนี้พระพุทธองค์ไม่ได้ข่มขู่
เพราะพระองค์ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หากใครจะเล่นพนัน พูดชั่ว ทำชั่ว
หากใครจะงดอบายมุข พูดดี ทำดี
ก็ไม่ได้เข้าเนื้อพระองค์แม้แต่น้อย
จึงเป็นการเชื่อได้ว่าพระองค์ตรัสเพื่อบอกทาง
ตรัสเพื่อให้รู้ความจริง
ว่าของมันเป็นอย่างนี้ พึงสังวรระวัง
คราวนี้ลองมองโลกด้วยตาเปล่านะ
ทุกวันนี้ ที่เห็นกันอยู่อย่างน้อยแม้ใครไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด
ก็เห็นแน่นอนล่ะว่าภูมิมนุษย์นั้นมีอยู่จริง ภูมิแห่งสัตว์เดรัจฉานนั้นมีอยู่จริง
สำหรับมนุษย์นั้น 8,000 ล้านคน
ส่วนสิงสาราสัตว์ไม่ต้องพูดถึง
เอาแค่มด แมลงอย่างเดียวเกินล้านๆๆๆ
ไม่รู้เท่าไหร่
บ้านคนอาจมีคนอยู่สองสามคน
แต่เฉพาะมดนี่ก็อาจร่วมแสนร่วมล้าน
แค่สิ่งมีชีวิตที่รู้เห็นได้ด้วยตาเปล่ายังประมาณไม่ถ้วน
ฟังพระผู้มีอภิญญาร่วมสมัยท่านกล่าวถึงนรกแล้วสังเวชใจจริงๆ
ขณะท่านกล่าวว่าอย่าได้บอก ว่ามากเท่านั้นเท่านี้
มันล้นหลาม มันมากเกินจะกำหนด ยิ่งกว่าจำนวนสัตว์และคนในโลกนี้กี่แสนกี่ล้านเท่า
จิตที่พูดด้วยความทรงจำเห็นจริงนั้น สื่อให้เรารับรู้ตามถนัดถึงความไพศาลเป็นอนันต์
ซึ่งเมื่อนำมาเทียบกับที่พระพุทธองค์ตรัสไว้แล้ว
ก็ประจวบเข้ากันได้เป็นอันดี
นั่นคือมนุษย์ในโลกนี้ ที่ตายไปแล้ว
เข้าถึงทุคติมีมากเท่าขนของวัว
ส่วนมนุษย์ที่ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติ
มีน้อยเท่าเขาของวัว
![]()
![]()
![]()
![]()
โดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 18:59:12 น.] ( IP = 203.107.209.143 : : )
สลักธรรม 9กราบขอบพระคุณครับหลวงตา
ผมจะพยายามหลีกเว้นความชั่วให้ทุกทวารให้ได้ครับ
ฟังแล้วสลดใจกลัวชาติหน้าจังครับหลวงตา
แล้วท่านละครับรู้สึกอย่างไรบ้างครับโดย พี่เณร [4 ก.ย. 2546 , 19:03:52 น.] ( IP = 203.107.209.143 : : )
สลักธรรม 10
โดย เณรวัส [4 ก.ย. 2546 , 20:16:00 น.] ( IP = 203.107.211.134 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |